เฉลยการบบ้านบทททท 11
1. ในระบบเศรษฐกกิจแบบปกิด สมมตกิใหห้สมการออุปสงคค์รวม(AD) และออุปทาน
รวม(AS) สามารถแสดงไดห้ดห้วยสมการดดังตต่อไปนนน
สมการออุปสงคค์รวม: P = (50 + 0.2G – 0.1T + 0.5M) – 0.3Q
สมการออุปทานรวม: P = 200 + 0.1Q
โดยทนท G คคือคต่าใชห้จต่ายของรดัฐบาล (หนต่วยเปป็นพดันลห้านบาท) T คคือ ภาษนรวมของทดันงประเทศ (หนต่วยเปป็นพดันลห้านบาท) M คคือปรกิมาณเงกินในประเทศ (หนต่วยเปป็นพดันลห้านบาท)
P คคือ ระดดับราคาและQ คคือ ปรกิมาณผลผลกิตนอกจากนดันนสมมตกิใหห้ปรกิมาณ
ผลผลกิตสสูงสอุดทนทประเทศสามารถผลกิตไดห้ (Qf) มนคต่าเทต่ากดับ1000 ลห้านหนต่วย และ
รดัฐบาลใชห้แตต่นโยบายการเงกิน (M) ในการบรกิหารประเทศโดยทนทคต่าใชห้จต่ายของ
รดัฐบาลคงทนทอยต่สูทนท 500 พดันลห้านบาท และภาษนรวมของทดันงประเทศคงทนทอยต่สูทนท 20
พดันลห้านบาท จงหา
กวาดรสูปของเสห้นAD และAS โดยแกนตดันงแทนระดดับราคา (P) และแกนนอน
แทนปรกิมาณผลผลกิต(Q)
ข ปรกิมาณเงกินในประเทศตห้องมนคต่าไมต่เกกินเทต่าใดจจึงจะไมต่กต่อใหห้เกกิดเงกินเฟห้อขจึนน ภายในประเทศ
ค ระดดับราคาสสูงเกกินเทต่าใดเราจจึงถคือวต่าเกกิดเงกินเฟห้อ
งจากขห้อ คอธกิบายวต่าอะไรคคือสาเหตอุของเงกินเฟห้อ และมนวกิธนแกห้ไขอยต่างไร
(หมายเหตอุ: สมการออุปสงคค์รวมและออุปทานรวมในขห้อนนนถสูกประยอุกตค์จาก IS-LM Model)
แนะนนา: เนคืทองจากเรากกาลดังพกิจารณาAD และAS ผต่านความสดัมพดันธค์ของP
และQ (แกนดกิทงคคือP และแกนนอนคคือQ) ดดังนดันนใหห้มองP และQ เทต่านดันนทนท
เปป็นตดัวแปรโดยตรง (Variables) สต่วนG, T, และM เปป็นตดัวแปรโดยอห้อม
(Parameters: เปป็นคต่าคงทนทใดๆทนทถสูกควบคอุมโดยรดัฐบาลผต่านทางนโยบายการเงกิน
และการคลดัง)
ดดังนดันนถห้า P หรคือQ เปลนทยนแปลง จะเปป็นการเปลนทยนแปลงอยต่สูบนเสห้นAD และ AS เสห้นเดกิมแตต่ถห้าG หรคือT หรคือM เปลนทยนแปลงเสห้น AD หรคือ AS จะเคลคืทอน
ยห้ายทดันงเสห้น
กวาดรรูปของเสบ้น AD และAS โดยแกนตตตั้งแทนระดตบราคา (P) และแกนนอน แทนปรริมาณผลผลริต(Q)
จากสมการออุปสงคค์รวม P = (50 + 0.2G – 0.1T + 0.5M) – 0.3Q
ใหห้พกิจารณาG, T, และM เปป็นคต่าคงทนทใดๆทนทขจึนนอยต่สูกดับรดัฐบาล (G และT เปป็น
ตดัวแปรของนโยบายการคลดัง สต่วนM เปป็นตดัวแปรของนโยบายการเงกิน ซจึทงทดันง
สามตดัวนนนถสูกมองวต่าเปป็นคต่าคงทนทใดๆไดห้ เพราะรดัฐบาลเปป็นผห้สูกกาหนด)
โจทยค์กกาหนดใหห้ G = 500 พดันลห้านบาท และT = 20 พดันลห้านบาท ดดังนดันนตกาแหนต่ง
ของเสห้นออุปสงคค์รวมจะขจึนนอยต่สูกดับนโยบายการเงกินเพนยงอยต่างเดนยว (ขจึนนอยต่สูกดับ
ปรกิมาณเงกิน Ms = M)
ดดังนดันนสมการออุปสงคค์รวม คคือ P = (148 + 0.5M) – 0.3Q
จากสมการออุปทานรวม P = 200 + 0.1Q
เรารห้สูวต่าปรกิมาณผลผลกิตสสูงสอุดทนทประเทศสามารถผลกิตไดห้มนคต่าเทต่ากดับ 1000 ลห้าน
หนต่วย
นดัทนคคือQf = 1,000
ความชดันเปป็นอกินฟกินกิตนน (เปป็นเสห้นในแนวดกิทง) เมคืทอปรกิมาณผลผลกิตเทต่ากดับ 1000
ลห้านหนต่วย
ดดังนดันนระดดับราคา (P) และปรกิมาณผลผลกิต(Q) ทนทออุปสงคค์รวมมนคต่าเทต่ากดับ
ออุปทานรวม(AD = AS หรคือทนทจอุดตดัดของเสห้นทดันงสอง) สามารถหาไดห้โดย:
ทนทAD = AS; (148 + 0.5M) – 0.3Q = 200 + 0.1Q
แกห้สมการไดห้Q = 1.25M – 130 ……….*** P = 187 + 0.125M ………***
จะเหป็นวต่าระดดับราคา (P) และปรกิมาณผลผลกิต(Q) จะเปป็นเทต่าไหรต่นดันน ขจึนนอยต่สูกดับ
นโยบายการเงกิน หรคือปรกิมาณเงกินทนทหมอุนเวนยนอยต่สูภายในระบบเศรษฐกกิจ(M)
ข ปรริมาณเงรินในประเทศตบ้องมทคค่าไมค่เกรินเทค่าใดจจึงจะไมค่กค่อใหบ้เกริดเงรินเฟบ้อขจึตั้น ภายในประเทศ
ระดตบราคา (P)
ปรริมาณ สรินคบ้า/
บรริการ
(Q) 0
AS: P = 200 + 0.1Q
AD: P = 148 + 0.5M – 0.3Q
1.25M - 130 Qf = 1000 187 + 0.125M
งจากขบ้อค อธริบายวค่าอะไรคถือสาเหตอุของเงรินเฟบ้อ และมทวริธทแกบ้ไขอยค่างไร
จากขห้อขห้างตห้นเรารห้สูวต่าเงกินเฟห้อในตดัวอยต่างนนนเกกิดจากออุปสงคค์รวมภายใน ประเทศมนสสูงเกกินไป เสห้นAD เคลคืทอนทนทสสูงขจึนนเรคืทอยๆ ทกาใหห้ผลผลกิตของ
ประเทศเพกิทมขจึนนตามจนกระทดัทงในทนทสอุดผลผลกิตของประเทศมาอยต่สูทนทปรกิมาณ ผลผลกิตสสูงสอุดทนทประเทศสามารถผลกิตไดห้ (Q = Qf = 1000) ออุปสงคค์รวมหรคือความ
ตห้องการซคืนอของคนในประเทศยดังเพกิทมตต่อไปอนก เปป็นสาเหตอุใหห้ระดดับราคาปรดับ ตดัวสสูงขจึนนแตต่ผลผลกิตไมต่สามารถเพกิทมขจึนนไดห้ตามออุปสงคค์ทนทเกกิดขจึนน
จากสมการออุปสงคค์รวม P = (50 + 0.2G – 0.1T + 0.5M) – 0.3Q
จะเหป็นไดห้วต่าสกิทงทนททกาใหห้เสห้น AD เคลคืทอนสสูงขจึนนเรคืทอยๆคคือ การเพกิทมขจึนนของG
และM และการลดลงของT
ดดังนดันนจากโจทยค์ขห้อนนนเราอาจแบต่งสาเหตอุของการเพกิทมขจึนนของออุปสงคค์รวมจน ทกาใหห้เกกิดเงกินเฟห้อไดห้จากสองสาเหตอุหลดัก ดดังนนน
(1) การใชบ้นโยบายการคลตงแบบขยายตตวอยค่างไมค่เหมาะสม (Expansionary Fiscal Policy)
เปป็นการใชห้งบประมาณขาดดอุลเพคืทอกระตห้อุนการใชห้จต่ายมากเกกินไป โดยการเพกิทม การใชห้จต่ายของรดัฐบาล(เพกิทมG) และลดรายไดห้ของรดัฐฯลงโดยการลดภาษน(ลด T) สกิทงนนนจะทกาใหห้ประชาชนมนรายไดห้สสูงขจึนน และมนความตห้องการใชห้จต่ายมากขจึนน
เปป็นเหตอุใหห้เกกิดเงกินเฟห้อ
การแกห้ไขอาจทกาไดห้โดยใชห้นโยบายการคลดังแบบหดตดัว (Contractionary Fiscal Policy) หรคือใชห้งบประมาณเกกินดอุลโดยการลดการใชห้จต่ายของรดัฐบาล(ลด G)
และเพกิทมรายไดห้ของรดัฐฯลงโดยการเพกิทมภาษน(ลด T) สกิทงนนนจะทกาใหห้ประชาชนมน
รายไดห้นห้อยลง และมนความตห้องการใชห้จต่ายลดลงออุปสงคค์รวมจะลดลง (เสห้นAD
(2) การใชบ้นโยบายการเงรินแบบผค่อนคลายอยค่างไมค่เหมาะสม (Easy Monetary Policy)
เปป็นการเพกิทมปรกิมาณเงกินเขห้าสต่สูระบบ หรคือ เปป็นการขยายสกินเชคืทออยต่างมากเกกิน พอดน นดัทนคคือธนาคารแหต่งประเทศไทยอาจทกาการเพกิทมปรกิมาณเงกิน (M) ผต่าน
มาตรการตต่างๆเชต่น ซคืนอคคืนพดันธบดัตรรดัฐบาล(Open Market Operation) หรคือการ
ลดอดัตราเงกินสดสการองทางกฎหมาย (Regal Reserve Requirement) หรคือการลด
อดัตรารดับชต่วงซคืนอลดตดัตั๋วแลกเงกิน (Rediscount Rate) ทกาใหห้เงกินในระบบมนมากเกกิน
ไป คนใชห้จต่ายเงกินกดันมากเกกินกวต่าทนทกกาลดังการผลกิตของประเทศจะเพกิทมขจึนนทดัน ไดห้ เปป็นเหตอุใหห้เกกิดเงกินเฟห้อ
การแกห้ไขอาจทกาไดห้โดยใชห้นโยบายการเงกินแบบเขห้มงวด (Tight Monetary Policy) หรคือการดจึงเงกินออกจากมคือประชาชน ซจึทงทกาไดห้โดยผต่านมาตรการตต่างๆ
เชต่น ขายพดันธบดัตรรดัฐบาลหรคือการเพกิทมอดัตราเงกินสดสการองทางกฎหมาย หรคือ การเพกิทมอดัตรารดับชต่วงซคืนอลดตดัตั๋วแลกเงกิน ทกาใหห้เงกินในระบบลดลง คนใชห้จต่าย นห้อยลง (เสห้นAD เคลคืทอนทนทตกทาลง)
อยต่างไรกป็ตาม วกิธนการแกห้ไขทนทแสดงขห้างตห้นสามารถใชห้ไดห้ในกรณนทนทเงกินเฟห้อเกกิด จากออุปสงคค์รวมเพกิทมสสูงเกกินไปเทต่านดันน (Demand Pull Inflation) ถห้าเงกินเฟห้อเกกิด
จากสาเหตอุอคืทน เชต่นตห้นทอุนการผลกิตสสูงเกกินไปจนทกาใหห้เกกิดเงกินเฟห้อจาก ออุปทาน(Supply Push Inflation) หรคือ Stagflation การแกห้ไขควรจะแกห้ทนทฝดัทง
ออุปทานคคือชต่วยผห้สูผลกิตลดตห้นทอุนการผลกิตดห้วยมาตรการตต่างๆ เพราะถห้ารดัฐฯ แกห้ไขแบบเดนยวกดับเงกินเฟห้อทนทเกกิดจากออุปสงคค์(ลดออุปสงคค์โดยการใชห้นโยบาย
การคลดังแบบหดตดัวหรคือนโยบายการเงกินแบบเขห้มงวด) จะยกิทงเปป็นการซกนาเตกิม
ปดัญหา และอาจนกาไปสต่สูวกิกฤตกิเศรษฐกกิจไดห้
ปทพ.ศ. ระดตบราคาของสรินคบ้าในตะกรบ้า (Prices in Basket of Goods)
2540 2.0 (2/2)*100=100
-2541 4.5 (4.5/2)*100=225 [(225-100)/100]*100=125
2542 3.0 (3/2)*100=150 [(150-225)/225]*100=-33.33
2543 1.5 (1.5/2)*100=75 [(75-150)/150]*100=-50
2544 5.0 (5/2)*100=250 [(250-75)/75]*100=233.33
ในปนทนทเกกิดเงกินเฟห้อ (Inflation) โดยทดัทวไปเราอาจคาดการณค์ไดห้วต่าเศรษฐกกิจมนการ
เจรกิญเตกิบโตอยต่างรวดเรป็ว (ถห้าเกกิดจากออุปสงคค์รวมเพกิทมขจึนน) และอาจคาดการณค์
ไดห้วต่าตห้นทอุนการผลกิตสสูงขจึนนซจึทงอาจจะมาจากสาเหตอุตต่างๆ (ถห้าเกกิดจากออุปทาน
ในปนทนทเกกิดเงกินฝคืด (Deflation) โดยทดัทวไปเราอาจคาดการณค์ไดห้วต่าเศรษฐกกิจ
ซบเซากกาลดังซคืนอของคนลดลง สกินคห้าและบรกิการขายไมต่ออก อยต่างไรกป็ตามเรา รห้สูวต่า เงกินเฟห้อหรคือฝคืดเกกิดจากการเปรนยบเทนยบกดันของCPI ปนนนนกดับปนกต่อนและ