รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์
เรือง
การประเมินผลโครงการตามนโยบาย “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทยเทิดไท้องค์ราชัน”
กรณีศึกษาเชิงพืนทีจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล Project Evaluation of the
“3 Million People, 3 Years for Stop smoking Therdthai King” Policy : A case study of Songkhla and Satun Province
(รหัสโครงการ 60-01-01)
โดย
รองศาสตราจารย์ ดร.อดิศร ศักดิสูง และคณะ
ได้รับทุนสนับสนุนโดย
สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพือการควบคุมยาสูบ (ศจย.)
มกราคม 2561
รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์
เรือง
การประเมินผลโครงการตามนโยบาย “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทยเทิดไท้องค์ราชัน”
กรณีศึกษาเชิงพืนทีจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล Project Evaluation of the
“3 Million People, 3 Years for Stop smoking Therdthai King” Policy : A case study of Songkhla and Satun Province
(รหัสโครงการ 60-01-01)
โดย
รองศาสตราจารย์ ดร.อดิศร ศักดิสูง หัวหน้าโครงการวิจัย
อาจารย์ ดร.ฐากร สิทธิโชค นักวิจัยร่วม
อาจารย์วรุตม์ นาที นักวิจัยร่วม
อาจารย์อัศว์ศิริ ลาปีอี นักวิจัยร่วม
นางสุกันย์ยา ภาวจิตรานนท์ นักวิจัยร่วม
นางอรัตนยา โอสถาน นักวิจัยร่วม
รองศาสตราจารย์ภาณุ ธรรมสุวรรณ ทีปรึกษาโครงการวิจัย
ได้รับทุนสนับสนุนโดย
สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพือการควบคุมยาสูบ (ศจย.)
มกราคม 2561
Final Report
Project Evaluation of the
“3 Million People, 3 Years for Stop smoking Therdthai King” Policy : A case study of Songkhla and Satun Province
(Project code 60-01-01)
By
Associate Professor Dr.Adisorn Saksung Project Leader
Lecturer. Dr. Thakorn Sittichok Co-Researcher
Lecturer.Warut Natee Co-Researcher
Lecturer.Aussiri Lapi-e Co-Researcher
Mrs.Sukanya Pawajitranontra Co-Researcher
Mrs.Arattanaya O-satarn Co-Researcher
Associate Professor.Panu Tumsuwan Project Advisor
This project was supported by
Thai Health Promotion Foundation (Thai Health)
Tobacco Control Research and Knowledge Management Center (TRC)
January, 2018
i
บทคัดย่อ
การวิจัยครังนีมีวัตถุประสงค์เพือประเมินผลการดําเนินงานภายใต้โครงการ “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัว ไทย เทิดไท้องค์ราชัน” รวมทังวิเคราะห์บริบทการขับเคลือนนโยบายควบคุมการบริโภคยาสูบระดับพืนที
ในเขตภาคใต้ กรณีศึกษาจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล โดยใช้การประเมินรูปแบบซิปป์ (CIPP Model) ตามประเด็น 4 ด้าน ได้แก่ ด้านบริบท, ด้านปัจจัยนําเข้า, ด้านกระบวนการและด้านผลผลิต จากความ คิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างทีใช้ในการวิจัยครังนี โดยใช้วิธีสุ่มตัวอย่างแบบอย่างง่าย ซึงแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี 1) กลุ่มตัวแทนผู้บริหารจากสํานักงานสาธารณสุขจังหวัด สํานักงานสาธารณสุขอําเภอและผู้อํานวยการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล ทัง 2 พืนที รวม 48 คน 2)กลุ่มตัวแทนผู้ให้บริการจากเจ้าหน้าทีสังกัด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลและอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน ทัง 2 พืนที รวม 810 คน และ 3) กลุ่มประชาชนทีสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ทัง 2 พืนที รวม 767 คน เครืองมือทีใช้ในการวิจัยครังนีเป็น แบบสอบถามและผ่านการตรวจสอบคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ยอมรับได้ ในขณะทีการวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าร้อย ละ (Percentage) ค่าเฉลีย (Mean) ส่วนเบียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และการวิเคราะห์เนือหา (Content Analysis) เพือสรุปตามวัตถุประสงค์ทีกําหนด ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี
1) กลุ่มตัวแทนผู้บริหารจากสํานักงานสาธารณสุขจังหวัด สํานักงานสาธารณสุขอําเภอและ ผู้อํานวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลทัง 2 พืนที พบว่าผลประเมินการดําเนินงานโครงการฯ ใน พืนทีจังหวัดสงขลา ภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลียเท่ากับ 3.29 ในขณะทีผลประเมินการ ดําเนินงานโครงการฯในพืนทีจังหวัดสตูล ภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลียเท่ากับ 3.54 ตามลําดับ
2) กลุ่มตัวแทนผู้ให้บริการจากเจ้าหน้าทีสังกัดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลและอาสาสมัคร สาธารณสุขประจําหมู่บ้าน ทัง 2 พืนที พบว่าผลประเมินการดําเนินงานโครงการฯในพืนทีจังหวัดสงขลา ภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลียเท่ากับ 3.24 เช่นเดียวกับผลประเมินการดําเนินงานโครงการใน พืนทีจังหวัดสตูล ภาพรวมอยู่ในระดับปานกลางเช่นเดียวกัน มีค่าเฉลียเท่ากับ 3.46 ตามลําดับ
3) กลุ่มประชาชนทีสมัครเข้าร่วมโครงการ “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทยเทิดไท้องค์ราชัน” ใน จังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล พบว่าผลประเมินการดําเนินงานโครงการฯในพืนทีจังหวัดสงขลา ภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลียเท่ากับ 3.34 ในขณะทีผลประเมินการดําเนินงานโครงการในพืนทีจังหวัด สตูล ภาพรวมอยู่ในระดับปานกลางเช่นเดียวกัน มีค่าเฉลียเท่ากับ 3.40 ตามลําดับ
ทังนีแนวทางการขับเคลือนนโยบายการควบคุมการบริโภคยาสูบภายใต้โครงการ “3 ล้าน 3 ปี เลิก บุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” กรณีจังหวัดสงขลา พบว่า เน้นการสังการเชิงนโยบายเป็นลําดับชันและการ รับเอานโยบายไปปฏิบัติอย่างเข้มแข็งขององค์กรในพืนทีจึงส่งผลให้การดําเนินงานมีประสิทธิภาพ ในขณะ ทีจังหวัดสตูลเน้นการเชือมร้อยกระบวนการขององค์กรภาคีเครือข่ายระดับล่าง โดยเฉพาะการดําเนินงาน ร่วมกับองค์กรอืนทีหนุนเสริมให้การขับเคลือนนโยบายสุขภาพในพืนทีเกิดประสิทธิผลอย่างแท้จริง
ii
Abstract
The objectives of this study were to evaluate management of the “3 Million People, 3 Years for Stop Smoking Therdthai King” project and analyzed model of tobacco control policies driven case study of Songkhla and Satun Province and followed integrated of the CIPP model in 4 fields. They were context, input, process and product.The resource of this information of the study consisted of 3 groups.
Firstly,48 samples of Songkhla and Satun Provincial Public Health Office Administrators, District Public Health Office Administrators and Health Promoting Hospital Administrators. Secondly, 810 samples of Songkhla and Satun provinces at Health Promoting Hospital and Village Health Volunteer.Thirdly,767 members of peoples in Songkhla and Satun province who’s join the project “3 Million People, 3 Years for Stop smoking Therdthai King”. The research were used for the questionnaires. The statistical techniques employed were percentages, arithmetic, mean and standard deviation and content analysis of the summarized to purpose. The research results summarized of objectives defined were as follows that;
1. The evaluate management of the “3 Million People, 3 Years for Stop Smoking Therdthai King”
project by Public Health Office Administrators, District Public Health Office Administrators and Health Promoting Hospital Administrators in Songkhla Province was moderate level (mean = 3.29) while Satun Province was high level (mean = 3.54)
2. The evaluate management of the “3 Million People, 3 Years for Stop Smoking Therdthai King”
project by Health Promoting Hospital and Village Health Volunteer in Songkhla Province was moderate level (mean = 3.24) also Satun Province was moderate level (mean = 3.46)
3. The evaluate management of the “3 Million People, 3 Years for Stop Smoking Therdthai King”
project by peoples who’s join that project in Songkhla Province was moderate level (mean = 3.34) also Satun Province was moderate level (mean = 3.40)
Furthermore, management model of the “3 Million People, 3 Years for Stop Smoking Therdthai King” project in case study found that procedure efficiently in songkhla province was emphasis on command from Provincial Public Health Office Administrators toward health organization practitioner level and strongly of get the policy to practice. While the project procedure effectiveness in satun province was reinforcement of diversity network from organization lower area base.
iii
บทสรุปสําหรับผู้บริหาร
การวิจัย “ประเมินผลโครงการตามนโยบาย “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน”
กรณีศึกษาเชิงพืนทีจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล” ในครังนี เป็นความร่วมมือเพือพัฒนากระบวนการ ขับเคลือนนโยบายการควบคุมการบริโภคยาสูบระดับพืนทีในเขตภาคใต้ ของศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพือ การควบคุมยาสูบ (ศจย.) และมหาวิทยาลัยทักษิณ ซึงการดําเนินงานจะเชือมโยงประเด็นคําถามการวิจัยด้าน การควบคุมยาสูบ พ.ศ.2560 ว่าด้วยการประเมินประสิทธิผลเชิงนโยบายของโครงการเลิกบุหรีระดับพืนที
และสอดคล้องกับมาตรา 14 ตามกรอบอนุสัญญาฯ ของประเทศไทยทีเกียวข้องกับงานวิจัยและประเมินผล โดยการประเมินสถานการณ์นโยบายด้านการควบคุมยาสูบในประเทศไทยทีเกียวข้องกับบริการเลิกบุหรี
ด้วยการพัฒนาโจทย์วิจัยเพือสะท้อนให้เห็นว่ากิจกรรมหรือผลการปฏิบัติงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือ เป้าหมายของการดําเนินนโยบายตามโครงการ 3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทยเทิดไท้องค์ราชัน ผ่านตัวชีวัดโดย ใช้แนวคิด CIPP Model ของสตัฟเฟิลบีม ซึงนับเป็นโมเดลทีใช้ในการประเมินโครงการซึงได้รับการยอมรับ กันทัวไปเพือสะท้อนปัจจัยทีเกียวข้องกับการดําเนินโครงการฯในพืนทีจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล โดย กําหนดปัจจัยเกียวข้องกับประสิทธิภาพการดําเนินงานเป็นรายด้าน ประกอบด้วย
1. การประเมินด้านบริบท (Context Evaluation) เน้นการประเมินความสอดคล้องของวัตถุประสงค์
กับเป้าหมายของโครงการ รวมทังสภาพแวดล้อมของพืนทีทีเอือต่อการดําเนินงานตามนโยบาย “3 ล้าน 3 ปี
เลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ของผู้มีส่วนเกียวข้องในพืนทีจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล
2. การประเมินด้านนําเข้า (Input Evaluation) เน้นประเมินวิธีการดําเนินการกับงบประมาณ รวมทัง วัสดุอุปกรณ์และสมรรถภาพผู้ให้บริการและผู้รับบริการด้านสุขภาพทีสนับสนุนการดําเนินงานตามนโยบาย
“3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ของผู้มีส่วนเกียวข้องในพืนทีจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล 3. การประเมินด้านกระบวนการ (Process Evaluation) เน้นประเมินการควบคุมการบริหารโครงการ เกียวกับการวิเคราะห์ความคุ้มค่าของการใช้ทรัพยากร การดําเนินโครงการและการตรวจสอบการดําเนินงาน ตามนโยบาย “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ของผู้มีส่วนเกียวข้องในพืนทีจังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูล
4. การประเมินด้านผลผลิต (Product Evaluation) เน้นประเมินความพึงพอใจและความคิดเห็น ภาพรวมของผู้มีส่วนเกียวข้องในบริบทผู้กําหนดนโยบาย ผู้ให้บริการรวมทังผู้รับบริการจากการดําเนินงาน ตามนโยบาย “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทยเทิดไท้องค์ราชัน” ในพืนทีจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล
โดยการประเมินโครงการ “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ในครังนีมุ่งเน้นอธิบาย ความสัมพันธ์ของปัจจัยทีเกียวโยงกับบริบทการดําเนินงานในพืนทีและสํารวจจากแหล่งข้อมูลทีหลากหลาย จากการสํารวจเอกสารและการประเมินจากแบบสอบถามซึงครอบคลุมประเด็นสําคัญในการพัฒนาการ ดําเนินงานภายใต้โครงการฯ โดยพิจารณาพืนทีศึกษาทังในเขตเมืองและชนบททีเกียวข้องกับการดําเนิน โครงการทังในบริบทของผู้ให้บริการและผู้รับบริการแหล่งข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง จํานวน 3 กลุ่ม ดังนี
iv
1. กลุ่มทีให้ข้อมูลในบริบทของกลุ่มผู้ให้บริการจากกรณีศึกษาได้แก่ ผู้บริหารสํานักงานสาธารณสุข จังหวัด (สสจ.), ผู้บริหารสํานักงานสาธารณสุขอําเภอ (สสอ.) และผู้อํานวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตําบล (ผอ.รพ.สต) ทัง 2 พืนทีประกอบด้วยจังหวัดสงขลาจํานวน 33 คน และจังหวัดสตูลจํานวน 15 คน รวมทังสินจํานวน 48 คน ซึงผลการวิจัยในภาพรวม พบว่า
สถานภาพทัวไปของผู้บริหารซึงเป็นกลุ่มตัวอย่างทีสังกัดพืนทีจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล รวม 48 คนในครังนี พบว่าส่วนใหญ่ดํารงตําแหน่งเป็นผู้อํานวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล (ผอ.รพ.
สต.) และตัวแทนผู้บริหารสาธารณสุขอําเภอ มีจํานวนรวมเท่ากันคือ 23 คน คิดเป็นร้อยละ 47.92 ในขณะที
ตัวแทนผู้บริหารสาธารณสุขจังหวัดมีจํานวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 4.17 ตามลําดับ
ในขณะทีผลประเมินการดําเนินงานตามนโยบายภายใต้โครงการ “3 ล้าน 3 ปีเลิกบุหรีทัวไทย เทิด ไท้องค์ราชัน” ในภาพรวมจากความคิดเห็นของผู้บริหารสังกัดหน่วยงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สาธารณสุขอําเภอ (สสอ.) รวมทังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล (รพ.สต.) ในพืนทีจังหวัดสงขลา พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลียเท่ากับ 3.29 โดยด้านผลผลิตมีค่าเฉลียมากทีสุดเท่ากับ 3.57 รองลงมาคือด้านกระบวนการ มีค่าเฉลียเท่ากับ 3.47 ด้านบริบทมีค่าเฉลียเท่ากับ 3.10 และด้านปัจจัยนําเข้ามี
ค่าเฉลียน้อยทีสุด เท่ากับ 3.04 ตามลําดับ ในขณะทีความคิดเห็นของผู้บริหารสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ผู้บริหารสาธารณสุขอําเภอ (สสอ.) รวมทังผู้อํานวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล (รพ.สต.) ในพืนที
จังหวัดสตูล พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลียเท่ากับ 3.54 โดยด้านผลผลิตมีค่าเฉลียมากทีสุด เท่ากับ 3.81 รองลงมาคือด้านกระบวนการ มีค่าเฉลียเท่ากับ 3.54 ด้านบริบทมีค่าเฉลียเท่ากับ 3.53 และด้าน ปัจจัยนําเข้ามีค่าเฉลียน้อยทีสุด เท่ากับ 3.30 ตามลําดับ
2. กลุ่มทีให้ข้อมูลในบริบทของกลุ่มผู้ให้บริการจากกรณีศึกษาได้แก่ เจ้าหน้าทีประจําโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตําบล (รพ.สต) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน (อสม.) ทัง 2 พืนทีประกอบด้วย จังหวัดสงขลาจํานวน 432 คน และจังหวัดสตูลจํานวน 378 คน รวมทังสินจํานวน 810 คน ซึงผลการวิจัยใน ภาพรวมของกรณีจังหวัดพบว่า
2.1 จังหวัดสงขลา
ส่วนใหญ่ไม่สูบบุหรี มีจํานวน 425 คน คิดเป็นร้อยละ 98.38 ในขณะทีมีผู้สูบบุหรี ทังหมด 7 คน ซึงแยกเป็นผู้ทีสูบบุหรีทุกวัน มีจํานวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 0.46 และผู้ทีสูบบุหรีแต่ไม่ทุกวันมีจํานวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 1.16 โดยผู้ทีมีพฤติกรรมการสูบบุหรีระบุว่าเริมสูบบุหรีหมดมวนครังแรกเมืออายุ 18 ปี
และมีจํานวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 0.46 ระบุว่าในช่วง 30 วันทีผ่านมาจะใช้ยาสูบ/ยาเส้นครังแรกของวัน ภายใน 30 นาทีหลังตืนนอนตอนเช้า นอกจากนีมีจํานวน 4 คน ซึงคิดเป็นร้อยละ 0.93 ระบุว่าในช่วง 12 เดือนทีผ่านมาได้ลงมือพยายามเลิกใช้ยาสูบ / ยาเส้นมากกว่า 15 ครัง นอกจากนี ส่วนใหญ่ระบุว่าการ พยายามเลิกบุหรีจะสัมพันธ์และเกียวเนืองจาก “โครงการ 3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน”
จํานวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 0.93 จากจํานวนผู้มีพฤติกรรมสูบบุหรีทังสิน 7 คน
v
นอกจากนีการรับรู้ข้อมูลและระบบการดําเนินงานรวมทังภาพรวมของโครงการ “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ของเจ้าหน้าทีประจําโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล (รพ.สต.) และ อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน (อสม.) ในจังหวัดสงขลาในภาพรวม พบว่า อยู่ในระดับปานกลาง ซึง มีค่าเฉลียเท่ากับ 3.29ในขณะทีผลประเมินการดําเนินงานตามนโยบายภายใต้โครงการ “3 ล้าน 3 ปีเลิกบุหรี
ทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ในภาพรวมจากความคิดเห็นของผู้บริหารสังกัดหน่วยงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สาธารณสุขอําเภอ (สสอ.) รวมทังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล (รพ.สต.) ในพืนทีจังหวัด สงขลา พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลียเท่ากับ 3.29 ตามลําดับ
2.2 จังหวัดสตูล
ส่วนใหญ่ไม่สูบบุหรี มีจํานวน 375 คน คิดเป็นร้อยละ 99.21 ในขณะทีมีผู้สูบบุหรีทังหมด 3 คน ซึงแยกเป็นผู้ทีสูบบุหรีทุกวัน มีจํานวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 0.26 และผู้ทีสูบบุหรีแต่ไม่ทุกวันมีจํานวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 0.53 โดยผู้ทีมีพฤติกรรมการสูบบุหรีระบุว่าเริมสูบบุหรีหมดมวนครังแรกเมืออายุ 18 ปี
และมีจํานวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 0.26 ระบุว่าในช่วง 30 วันทีผ่านมาจะใช้ยาสูบ/ยาเส้นครังแรกของวัน ภายใน 30 นาทีหลังตืนนอนตอนเช้า นอกจากนีมีจํานวน 3 คน ซึงคิดเป็นร้อยละ 0.79 ระบุว่าในช่วง 12 เดือนทีผ่านมาได้ลงมือพยายามเลิกใช้ยาสูบ / ยาเส้นมากกว่า 10 ครัง นอกจากนี ส่วนใหญ่ระบุว่าการ พยายามเลิกบุหรีจะสัมพันธ์และเกียวเนืองจาก “โครงการ 3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน”
จํานวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 0.53 จากจํานวนผู้มีพฤติกรรมสูบบุหรีทังสิน 3 คน
นอกจากนีการรับรู้ข้อมูลและระบบการดําเนินงานรวมทังภาพรวมของโครงการ “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ของเจ้าหน้าทีประจําโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล (รพ.สต.) และ อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน (อสม.) ในจังหวัดสตูลในภาพรวม พบว่า อยู่ในระดับมาก ซึงมี
ค่าเฉลียเท่ากับ 4.19 ในขณะทีผลประเมินการดําเนินงานตามนโยบายภายใต้โครงการ “3 ล้าน 3 ปีเลิกบุหรี
ทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ในภาพรวมจากความคิดเห็นของเจ้าหน้าทีสังกัดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตําบล (รพ.สต.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน (อสม.) ในบทบาทของกลุ่มผู้ให้บริการในพืนที
จังหวัดสตูลภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลียเท่ากับ 3.46 ตามลําดับ
3. กลุ่มทีให้ข้อมูล ในบริบทของกลุ่มผู้รับบริการจากกรณีศึกษาได้แก่ประชาชนทีเข้าร่วมโครงการ ตามนโยบาย 3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน นับจากข้อมูลรายจังหวัดทีมีการบันทึกข้อมูล ผู้สมัครใจเลิกบุหรี ทัง 2 พืนทีซึงข้อมูลจาก Quitforking.com ณ วันที 25 มิถุนายน พ.ศ.2560 ประกอบด้วย จังหวัดสงขลาจํานวน 392 คน และจังหวัดสตูลจํานวน 375 คน รวมทังสินจํานวน 767 คน ซึงผลการวิจัยใน ภาพรวมพบว่า
3.1 จังหวัดสงขลา
พฤติกรรมการสูบบุหรีในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เคยสูบแต่ปัจจุบันเลิกแล้ว จํานวน 306 คน คิด เป็นร้อยละ 78.06 รองลงมาคือสูบบุหรีแต่ไม่ทุกวันจํานวน 75 คน คิดเป็นร้อยละ 19.13 และสูบบุหรีทุกวัน
vi
จํานวน 11 คน มีจํานวนน้อยทีสุด คิดเป็นร้อยละ 2.81 โดยส่วนใหญ่เริมสูบบุหรีหมดมวนครังแรกเมืออายุ
20 ปี มีจํานวน 53 คน คิดเป็นร้อยละ 61.63 จากผู้ทียังสูบบุหรีอยู่ในปัจจุบัน จํานวน 86 คน และในช่วง 30 วันทีผ่านมา มีการใช้ยาสูบ/ยาเส้นครังแรกของวัน ภายใน 30 นาทีหลังตืนนอนตอนเช้า จํานวน 67 คน คิด เป็นร้อยละ 77.91 ซึงส่วนใหญ่ระบุว่าในช่วง 12 เดือนทีผ่านมา ได้พยายามเลิกใช้ยาสูบ / ยาเส้น มากกว่า 20 ครัง จํานวน 55 คน คิดเป็นร้อยละ 36.05
นอกจากนีการรับรู้ข้อมูลและระบบการดําเนินงานรวมทังบริบททัวไปเกียวกับโครงการ “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ของประชาชนทีสมัครเข้าร่วมโครงการในจังหวัดสงขลาใน ภาพรวม พบว่า อยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลียเท่ากับ 2.83 ในขณะทีผลประเมินการดําเนินงานตาม นโยบายภายใต้โครงการ “3 ล้าน 3 ปีเลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ในภาพรวมจากความคิดเห็นของ ประชาชนผู้เข้าร่วมโครงการฯในบริบทของกลุ่มผู้สูบบุหรีหรือเลิกสูบบุหรีมาแล้วไม่เกิน 1 ปี พืนทีจังหวัด สงขลา พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลียเท่ากับ 3.34 ตามลําดับ
3.2 จังหวัดสตูล
พฤติกรรมการสูบบุหรีในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เคยสูบแต่ปัจจุบันเลิกแล้ว จํานวน 291 คน คิด เป็นร้อยละ 77.60 รองลงมาคือสูบบุหรีแต่ไม่ทุกวันจํานวน 60 คน คิดเป็นร้อยละ 16.00 และสูบบุหรีทุกวัน จํานวน 24 คน มีจํานวนน้อยทีสุด คิดเป็นร้อยละ 6.40 โดยส่วนใหญ่เริมสูบบุหรีหมดมวนครังแรกเมืออายุ
18 ปี มีจํานวน 62 คน คิดเป็นร้อยละ 73.81 จากผู้ทียังสูบบุหรีอยู่ในปัจจุบัน จํานวน 84 คน และในช่วง 30 วันทีผ่านมาไม่มีการใช้ยาสูบ/ยาเส้นครังแรกของวัน ภายใน 30 นาทีหลังตืนนอนตอนเช้า จํานวน 47 คน คิด เป็นร้อยละ 55.95 ซึงส่วนใหญ่ระบุว่าในช่วง 12 เดือนทีผ่านมา ได้พยายามเลิกใช้ยาสูบ / ยาเส้น มากกว่า 10 ครัง จํานวน 71 คน คิดเป็นร้อยละ 84.52
นอกจากนีการรับรู้ข้อมูลเกียวกับระบบการดําเนินงานรวมทังภาพบริบททัวไปของ โครงการ “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ของประชาชนทีสมัครเข้าร่วมโครงการในจังหวัด สตูลในภาพรวม พบว่าอยู่ในระดับมาก ซึงมีค่าเฉลียเท่ากับ 3.80 ในขณะทีความคิดเห็นของประชาชน ผู้เข้าร่วมโครงการฯในบริบทของกลุ่มผู้สูบบุหรีหรือเลิกสูบบุหรีมาแล้วไม่เกิน 1 ปี พืนทีจังหวัดสตูล พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลียเท่ากับ 3.40 ตามลําดับ
อย่างไรก็ตามจากการวิจัยประเมินผลนโยบายภายใต้โครงการ “3 ล้าน 3 ปีเลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้
องค์ราชัน” โดยใช้ตัวแบบซิป (CIPP Model) ในระดับพืนทีภาคใต้ กรณีศึกษาจังหวัดสงขลาและจังหวัด สตูล พบประเด็นทีควรเสนอแนะดังนี
1.หน่วยงานทีเกียวข้องในลักษณะของภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพในพืนทีควรตระหนักในบทบาท ภายใต้โครงการฯ ทังในแนวราบและแนวดิงด้วยความยืดหยุ่นให้มากขึน ซึงนอกเหนือจากการปฏิบัติงาน ตามสายการบังคับบัญชาแล้วควรเพิมบทบาทขององค์กรอืนให้เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการด้วย
vii
2. ควรสร้างความรู้ความเข้าใจเพือลดข้อผิดพลาดเกียวกับการดําเนินงานในโครงการอย่างชัดเจนแก่
เจ้าหน้าทีระดับปฏิบัติการรวมทังประชาชนทีสมัครใจเข้าร่วมโครงการ ผ่านการประชาสัมพันธ์ข่าวสาร ความเคลือนไหวให้ทราบอย่างต่อเนือง
3.ควรกระจายกําลังคนให้เหมาะสมกับภาระงานรับผิดชอบทีเพิมขึนของเจ้าหน้าทีปฏิบัติการ เช่น การจัดสรรกําลังคนให้สอดคล้องกับปริมาณงาน การกําหนดพืนทีรับผิดชอบและให้บริการกับประชาชน โดยคํานึงความจําเป็นและความเหมาะสม รวมทังการกระจายงบประมาณทีให้มีความรวดเร็วจึงจะเกิด ประสิทธิภาพอย่างแท้จริง
ซึงในท้ายทีสุดผลงานวิจัยครังนีสามารถวิเคราะห์ผลได้บรรลุวัตถุประสงค์ทีกําหนดและนําไปสู่การ สร้างองค์ความรู้เกียวกับทราบสถานการณ์และบริบท ด้านบริหารจัดการ ด้านทรัพยากรและด้านสิงแวดล้อม ทีเหมาะสมและเกียวข้องกับการดําเนินนโยบายตามโครงการ “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์
ราชัน” ของพืนทีจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูลนอกจากนีได้ทราบปัจจัยทีเกียวข้องรวมทังสามารถวัดถึง ความสําเร็จและข้อจํากัดของการดําเนินการตามนโยบายภายใต้โครงการ “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทย เทิด ไท้องค์ราชัน” ของพืนทีจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูลไปสู่ภาคปฏิบัติให้เกิดความต่อเนืองและทัวถึงทัว ประเทศ ในท้ายทีสุดได้เสนอรูปแบบและกระบวนการหนุนเสริมเพือเสนอกลไกสู่กระบวนการขับเคลือน การดําเนินนโยบายตามโครงการ “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็น รูปธรรมในระดับจังหวัด อําเภอรวมทังระดับชุมชนในพืนทีกรณีศึกษา
viii
ประกาศคุณูปการ
การวิจัยเรือง ประเมินผลโครงการตามนโยบาย “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน”
กรณีศึกษาเชิงพืนทีจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล ครังนีสามารถดําเนินงานให้แล้วเสร็จลุล่วงโดยได้รับการ สนับสนุนเงินงบประมาณการวิจัยจากศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพือการควบคุมยาสูบ (ศจย.) และ สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ประจําปี พ.ศ. 2560 รวมถึงการให้ความ อนุเคราะห์ในการปฏิบัติงานวิจัยจากต้นสังกัดของคณะนักวิจัย ประกอบด้วยมหาวิทยาลัยทักษิณ เทศบาล นครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาและเทศบาลเมืองสตูล จังหวัดสตูล
ในการนีคณะผู้วิจัยขอขอบคุณ ดร.ทพญ.ศิริวรรณ พิทยรังสฤษฏ์ ผู้อํานวยการศูนย์วิจัยและจัดการ ความรู้เพือการควบคุมยาสูบ (ศจย.) รวมทังผู้ทรงคุณวุฒิทีกรุณาให้คําแนะนําและพิจารณากระบวนการวิจัย ขอขอบคุณสํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) รวมถึงขอขอบคุณบุคลากรสังกัด ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพือการควบคุมยาสูบ (ศจย.) ทีเกียวข้องทุกท่านเป็นอย่างสูง
คุณค่าทีได้รับจากรายงานวิจัยฉบับนี อาจเป็นประโยชน์ได้บ้างไม่มากก็น้อยทีจะนําไปสู่การ ปรับปรุง แก้ไขและพัฒนากระบวนการดําเนินงานภายใต้โครงการ “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์
ราชัน” ของภาคีเครือข่ายองค์กรด้านสุขภาพทังระดับนโยบายและระดับพืนทีต่อไป
รองศาสตราจารย์ ดร.อดิศร ศักดิสูงและคณะผู้วิจัย มกราคม 2561
ix
สารบัญ
หน้า
บทคัดย่อ I
Abstract II
บทสรุปสําหรับผู้บริหาร III
ประกาศคุณูปการ VIII
สารบัญ IX
สารบัญตาราง XII
สารบัญภาพ XV
บทที 1 บทนํา 1
1.1 ความเป็นมาและความสําคัญของปัญหาการวิจัย 1
1.2 วัตถุประสงค์การวิจัย 6
1.3 คําถามการวิจัย 6
1.4 ขอบเขตการวิจัย 7
1.5 ประโยชน์ทีคาดว่าจะได้รับ 8
1.6 นิยามศัพท์เฉพาะ 9
บทที การทบทวนวรรณกรรม 10
2.1 มาตรการควบคุมยาสูบในประเทศไทยและการดําเนินงาน โครงการ “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน”
10
2.2 แนวคิดและทฤษฎีเกียวกับการรับรู้ 19
2.3 หลักการ แนวคิดและทฤษฎีเกียวข้องกับการประเมินโครงการ 25 2.4 รูปแบบการประเมินโครงการโดยใช้แบบซิปป์ (CIPP Model) 36
2.5 งานวิจัยทีเกียวข้อง 43
2.6 กรอบแนวคิดการวิจัย 47
บทที 3 วิธีการดําเนินการวิจัย 49
3.1 การกําหนดประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 49
3.2 เครืองมือทีใช้ในการวิจัย 51
3.3 การสร้างและพัฒนาเครืองมือวิจัย 52
3.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล 53
3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล 54
x
สารบัญ (ต่อ)
หน้า
บทที 4 ผลการวิจัย 56
4.1 ผลประเมินเพือพัฒนาการดําเนินงานตามนโยบาย “3 ล้าน 3 ปีเลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ของผู้บริหารสาธารณสุขจังหวัด ผู้บริหารสาธารณสุขอําเภอ และผู้อํานวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลพืนทีจังหวัดสงขลาและสตูล
56
4.1.1 ข้อมูลทัวไป 56
4.1.2 ความคิดเห็นของผู้บริหารสังกัดสาธารณสุขจังหวัด สาธารณสุขอําเภอ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลต่อโครงการ “3 ล้าน 3 ปี เลิก บุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน”
57
4.1.3 ความคิดเห็นเกียวกับอุปสรรคและข้อเสนอแนะต่อการดําเนินงาน ภายใต้โครงการ 3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน
56
4.2 ผลประเมินเพือพัฒนาการดําเนินงานตามนโยบาย “3 ล้าน 3 ปีเลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ของเจ้าหน้าทีสังกัดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลและ อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้านพืนทีจังหวัดสงขลาและสตูล
68
4.2.1 ข้อมูลทัวไป 68
4.2.2 การรับรู้เกียวกับการดําเนินงานภายใต้โครงการ “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรี
ทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน”
72 4.2.3 ความคิดเห็นของของเจ้าหน้าทีสังกัดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
ตําบลและอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้านต่อโครงการ “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน”
76
4.2.4 ความคิดเห็นเกียวกับอุปสรรคและข้อเสนอแนะต่อการดําเนินงาน ภายใต้โครงการ “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน”
87
xi
สารบัญ (ต่อ)
หน้า บทที 4 ผลการวิจัย
4.3 ผลประเมินเพือพัฒนาการดําเนินงานตามนโยบาย “3 ล้าน 3 ปีเลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ของประชาชนทีสมัครเข้าร่วมโครงการ 3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรี
ทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน ซึงสะท้อนบริบทของผู้ทีสูบบุหรีหรือเลิกสูบบุหรีไม่
เกิน 1 ปีพืนทีจังหวัดสงขลาและสตูล
88
4.3.1 ข้อมูลทัวไป 88
4.3.2 การรับรู้เกียวกับการดําเนินงานภายใต้โครงการ “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรี
ทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน”
95 4.3.3 ความคิดเห็นเกียวกับการประเมินโครงการ “3 ล้าน 3 ปีเลิกบุหรี
ทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ของประชาชนทีสมัครเข้าร่วมโครงการฯ
99 4.3.4 ความคิดเห็นเกียวกับอุปสรรคและข้อเสนอแนะต่อการดําเนินงาน
ภายใต้โครงการ “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน”
107 4.4 บริบททัวไปเกียวกับการดําเนินงานตามนโยบายภายใต้โครงการ “3 ล้าน 3 ปีเลิก
บุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ในพืนทีจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล
107
4.5 การอภิปรายผลการวิจัย 113
บทที 5 สรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ 120
5.1 ข้อสรุปผลการวิจัย 121
5.2 ข้อค้นพบจากการวิจัย 128
5.3 ข้อเสนอแนะการวิจัย 130
บรรณานุกรม 132
ภาคผนวก 135
ภาคผนวก ก แบบสอบถามทีใช้ในการวิจัย 136
ภาคผนวก ข การทดสอบเครืองมือทีใช้ในการวิจัย 154
xii
สารบัญตาราง
ตาราง หน้า
1 ความสัมพันธ์ของแบบประเมินทัง 4 แบบของซิปป์ (CIPP Model) กับการ ตัดสินใจและการอธิบายเน้นผลโดยรวมกระบวนการดําเนินการของโครงการ
42 2 กลุ่มตัวอย่างจากผู้บริหารสาธารณสุขจังหวัด สาธารณสุขอําเภอและ
ผู้อํานวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลทีใช้ในการวิจัยเพือตกผลึก ข้อมูลเชิงนโยบายในจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล
50
3 จํานวนและค่าร้อยละ สถานภาพทัวไปของกลุ่มตัวอย่างจากผู้บริหาร สาธารณสุขจังหวัด สาธารณสุขอําเภอและผู้อํานวยการโรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตําบลในจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล
56
4 ความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างจากผู้บริหารสาธารณสุขจังหวัด สาธารณสุข อําเภอและผู้อํานวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลในจังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูลต่อการประเมินโครงการ “3 ล้าน 3 ปีเลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้
องค์ราชัน” ด้านบริบท
57
5 ความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างจากผู้บริหารสาธารณสุขจังหวัด สาธารณสุข อําเภอและผู้อํานวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลในจังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูลต่อการประเมินโครงการ “3 ล้าน 3 ปีเลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้
องค์ราชัน” ด้านปัจจัยนําเข้า
59
6 ความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างจากผู้บริหารสาธารณสุขจังหวัด สาธารณสุข อําเภอและผู้อํานวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลในจังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูลต่อการประเมินโครงการ “3 ล้าน 3 ปีเลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้
องค์ราชัน” ด้านกระบวนการ
61
7 ความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างจากผู้บริหารสาธารณสุขจังหวัด สาธารณสุข อําเภอและผู้อํานวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลในจังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูลต่อการประเมินโครงการ “3 ล้าน 3 ปีเลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้
องค์ราชัน” ด้านผลผลิต
63
8 ค่าเฉลียและส่วนเบียงเบนมาตรฐานของความคิดเห็นผู้บริหารฯต่อโครงการ
“3 ล้าน 3 ปีเลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ในภาพรวมพืนทีจังหวัด สงขลาและจังหวัดสตูล
65
xiii
สารบัญตาราง (ต่อ)
ตาราง หน้า
9 จํานวน ร้อยละจากข้อมูลของเจ้าหน้าที รพ.สต. และ อสม.ทีปฏิบัติงานตาม โครงการ “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ในจังหวัดสงขลา
68 10 จํานวน ร้อยละจากข้อมูลของเจ้าหน้าที รพ.สต. และ อสม. ทีปฏิบัติงานตาม
โครงการ “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ในจังหวัดสตูล
70 11 ค่าเฉลียและส่วนเบียงเบนมาตรฐานเกียวกับการรับรู้ข้อมูลและระบบการ
ดําเนินงานรวมทังภาพรวมของโครงการ “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้
องค์ราชัน” ของเจ้าหน้าทีประจํา รพ.สต. และ อสม. ในจังหวัดสงขลา
72
12 ค่าเฉลียและส่วนเบียงเบนมาตรฐานเกียวกับการรับรู้ข้อมูลและระบบการ ดําเนินงานรวมทังภาพรวมของโครงการ “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้
องค์ราชัน” ของเจ้าหน้าทีประจํา รพ.สต. และ อสม. ในจังหวัดสตูล
74
13 ความคิดเห็นของเจ้าหน้าทีสังกัด รพ.สต. และ อสม.ในพืนทีจังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูลต่อการประเมินการดําเนินโครงการภายใต้นโยบาย “3 ล้าน 3 ปีเลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ด้านบริบท
76
14 ความคิดเห็นของเจ้าหน้าทีสังกัด รพ.สต. และ อสม.ในพืนทีจังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูลต่อการประเมินการดําเนินโครงการภายใต้นโยบาย “3 ล้าน 3 ปีเลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ด้านปัจจัยนําเข้า
78
15 ความคิดเห็นของเจ้าหน้าทีสังกัด รพ.สต. และ อสม.ในพืนทีจังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูลต่อการประเมินการดําเนินโครงการภายใต้นโยบาย “3 ล้าน 3 ปีเลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ด้านกระบวนการ
80
16 ความคิดเห็นของเจ้าหน้าทีสังกัด รพ.สต. และ อสม.ในพืนทีจังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูลต่อการประเมินการดําเนินโครงการภายใต้นโยบาย “3 ล้าน 3 ปีเลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ด้านผลผลิต
82
17 ความคิดเห็นของเจ้าหน้าทีสังกัด รพ.สต. และ อสม.ในพืนทีจังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูลต่อการประเมินการดําเนินโครงการภายใต้นโยบาย “3 ล้าน 3 ปีเลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ด้านผลลัพธ์
84
18 ค่าเฉลียและส่วนเบียงเบนมาตรฐานของความคิดเห็นจากเจ้าหน้าทีสังกัด รพ.
สต. และ อสม. ในภาพรวมต่อโครงการ “3 ล้าน 3 ปีเลิกบุหรีทัวไทยเทิดไท้
องค์ราชัน” พืนทีจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล
85
xiv
สารบัญตาราง (ต่อ)
ตาราง หน้า
19 จํานวน ร้อยละจากข้อมูลของประชาชนทีสมัครเข้าร่วมโครงการ “3 ล้าน 3 ปี
เลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ในพืนทีจังหวัดสงขลา
88 20 จํานวน ร้อยละจากข้อมูลของประชาชนทีสมัครเข้าร่วมโครงการ “3 ล้าน 3 ปี
เลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ในพืนทีจังหวัดสตูล
92 21 ค่าเฉลียและส่วนเบียงเบนมาตรฐาน เกียวกับการรับรู้ข้อมูลและบริบททัวไป
ของโครงการ “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” จากประชาชนที
สมัครเข้าร่วมในพืนทีจังหวัดสงขลา
96
22 ค่าเฉลียและส่วนเบียงเบนมาตรฐาน เกียวกับการรับรู้ข้อมูลและบริบททัวไป ของโครงการ “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” จากประชาชนที
สมัครเข้าร่วมในพืนทีจังหวัดสตูล
97
23 ความคิดเห็นของประชาชนทีสมัครเข้าร่วมโครงการในพืนทีจังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูลต่อการประเมินผลการดําเนินโครงการภายใต้นโยบาย “3 ล้าน 3 ปีเลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ด้านบริบท
99
24 ความคิดเห็นของประชาชนทีสมัครเข้าร่วมโครงการในพืนทีจังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูลต่อการประเมินผลการดําเนินโครงการภายใต้นโยบาย “3 ล้าน 3 ปีเลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ด้านปัจจัยนําเข้า
101
25 ความคิดเห็นของประชาชนทีสมัครเข้าร่วมโครงการในพืนทีจังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูลต่อการประเมินผลการดําเนินโครงการภายใต้นโยบาย “3 ล้าน 3 ปีเลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ด้านกระบวนการ
102
26 ความคิดเห็นของประชาชนทีสมัครเข้าร่วมโครงการในพืนทีจังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูลต่อการประเมินผลการดําเนินโครงการภายใต้นโยบาย “3 ล้าน 3 ปีเลิกบุหรีทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ด้านผลผลิต
103
27 ค่าเฉลียและส่วนเบียงเบนมาตรฐานของความคิดเห็นจากประชาชนใน ภาพรวมทีสมัครเข้าร่วมโครงการ “3 ล้าน 3 ปีเลิกบุหรีทัวไทยเทิดไท้องค์
ราชัน” พืนทีจังหวัดสงขลาและสตูล
105
28 จํานวนและร้อยละของยอดรวมผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรี
ทัวไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ในจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล (ข้อมูล ณ วันที 25 ธันวาคม พ.ศ.2560)
111
xv
สารบัญภาพ
รูปภาพ หน้า
1 กระบวนการรับรู้ ของ Schcmenhorn, Hunt & Osborn 20 2 ขันตอนการรับรู้ทีทําให้เกิดกระบวนการของการรับรู้ 24 3 ลักษณะการดําเนินงานของโครงการด้วยการวิจัยเชิงปริมาณ 26
4 ขันตอนการประเมินโครงการ 32
5 ความสัมพันธ์ระหว่างประเภทของการประเมินและประเภทการ ตัดสินใจในกระบวนการประเมินโดยใช้การประเมินรูปแบบซิปป์
40 6 ปัจจัยเกียวข้องกับการดําเนินงานเพือประเมินผลโครงการระดับพืนที 47
7 กรอบแนวความคิดการวิจัย 48
8 จํานวนร้อยละผู้สมัครใจเข้าร่วมโครงการ “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัว ไทยเทิดไท้องค์ราชัน” รายอําเภอในจังหวัดสงขลา
112 9 จํานวนร้อยละผู้สมัครใจเข้าร่วมโครงการ “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรีทัว
ไทยเทิดไท้องค์ราชัน” รายอําเภอในจังหวัดสตูล
112 10 Model การดําเนินงานตามนโยบายภายใต้โครงการ “3 ล้าน 3 ปีเลิก
บุหรีทัวไทยเทิดไท้องค์ราชัน” ในบริบทพืนทีจังหวัดสงขลาและ จังหวัดสตูล
129