การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อเฝ้าระวังการเกิดอันตรกริยาระหว่างยาของผู้ป่วยที่ได้รับยาวาร์ฟาริน และการส่งต่อข้อมูลผู้ป่วย ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบล อ าเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร
วิทยานิพนธ์
ของ วัชรีวรรณ อุค า
เสนอต่อมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร ปริญญาเภสัชศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเภสัชกรรมปฐมภูมิ
เมษายน 2565
ลิขสิทธิ์เป็นของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อเฝ้าระวังการเกิดอันตรกริยาระหว่างยาของผู้ป่วยที่ได้รับยาวาร์ฟาริน และการส่งต่อข้อมูลผู้ป่วย ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบล อ าเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร
วิทยานิพนธ์
ของ วัชรีวรรณ อุค า
เสนอต่อมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร ปริญญาเภสัชศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเภสัชกรรมปฐมภูมิ
เมษายน 2565
ลิขสิทธิ์เป็นของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
Development of an Information System to Monitor Drugs Interaction Among Patient Receiving Warfarin and to Transfer Patient Data in Tumbon Health Promoting Hospital
Loengnoktha Amphur, Yasothon Province
Watchareewan Ukhom
A Thesis Submitted in Partial Fulfillment of Requirements for Master of Pharmacy (Primary Care Pharmacy)
April 2022
Copyright of Mahasarakham University
4
คณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ ได้พิจารณาวิทยานิพนธ์ของนางวัชรีวรรณ อุค า แล้ว เห็นสมควรรับเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรปริญญาเภสัชศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา เภสัชกรรมปฐมภูมิ ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
คณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์
(ผศ. พีรวัฒน์ จินาทองไทย )
ประธานกรรมการ
(ผศ. ดร. สุรัชดา ชนโสภณ )
อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลัก
(ผศ. ดร. พีรยา ศรีผ่อง )
อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วม
(ผศ. ดร. อรอนงค์ วลีขจรเลิศ )
กรรมการ
(ผศ. ดร. ธนนรรจ์ รัตนโชติพานิช )
กรรมการ
มหาวิทยาลัยอนุมัติให้รับวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร ปริญญา เภสัชศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเภสัชกรรมปฐมภูมิ ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
(ผศ. ดร. ชนัตถา พลอยเลื่อมแสง )
คณบดีคณะเภสัชศาสตร์
(รศ. ดร. กริสน์ ชัยมูล ) คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย
ง
บทคัดย่อ ภาษาไทย
ชื่อเรื่อง การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อเฝ้าระวังการเกิดอันตรกริยาระหว่างยาของผู้ป่วย ที่ได้รับยาวาร์ฟารินและการส่งต่อข้อมูลผู้ป่วย ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ต าบล อ าเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร
ผู้วิจัย วัชรีวรรณ อุค า
อาจารย์ที่ปรึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สุรัชดา ชนโสภณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พีรยา ศรีผ่อง
ปริญญา เภสัชศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา เภสัชกรรมปฐมภูมิ
มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปีที่พิมพ์ 2565
บทคัดย่อ
หลักการและเหตุผล วาร์ฟารินเป็นยาต้านการแข็งตัวของเลือดที่มีดัชนีการรักษาแคบ สามารถเกิดอันตรกิริยาระหว่างยากับยาอื่น, สมุนไพร หรืออาหารเสริมได้ จากข้อมูลโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพต าบล (รพ.สต.) อ าเภอเลิงนกทา มีเหตุการณ์การจ่ายยาที่เกิดอันตรกิริยากับวาร์ฟาริน บ่อยครั้ง ดังนั้นจึงมีการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อเฝ้าระวังการเกิดอันตรกิริยาระหว่างยาและการส่ง ต่อข้อมูลผู้ป่วย
วัตถุประสงค์ ประเมินผลของการมีระบบสารสนเทศต่ออุบัติการณ์การเกิดอันตรกิริยา ระหว่างยาและการเกิดอาการไม่พึงประสงค์อันมีผลมาจากการเกิดอันตรกิริยาระหว่างยาวาร์ฟาริน รวมทั้งพัฒนาความรู้ของเจ้าหน้าที่ ความต้องการใช้งานระบบ ความพึงพอใจ และความร่วมมือการ เข้าใช้ระบบสารสนเทศ
วิธีด าเนินการวิจัย เป็นการวิจัยเชิงทดลอง (experimental study) แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ Phase I ออกแบบและพัฒนาระบบสารสนเทศ โดยจัดประชุมกลุ่ม (Focus group) เพื่อ คัดรายการยาและวางแผนการจัดการยาที่ต้องเฝ้าระวังการเกิดอันตรกิริยาระหว่างยากับวาร์ฟาริน ตามรายการยาที่มีในกรอบยา รพ.สต. และพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อเฝ้าระวังการเกิดอันตรกิริยา ระหว่างยาวาร์ฟารินในโปรแกรมระบบงานสถานีอนามัย (HOSxP PCU) โดยพัฒนาจากโปรแกรม Delphi ออกแบบและพัฒนาระบบส่งต่อฐานข้อมูลผู้ป่วยออนไลน์ โดยใช้โปรแกรม Google site, Phase II ใช้ระบบ โดยเจ้าหน้าที่ รพ.สต. และ Phase III ประเมินผลการวิจัย
ผลการศึกษาการวิจัยพบอุบัติการณ์การจ่ายยาที่ห้ามใช้ร่วมกับวาร์ฟารินก่อนใช้ระบบ สารสนเทศ ร้อยละ 25.00 และหลังใช้ระบบสารสนเทศลดลงเหลือร้อยละ 5.47 และพบว่าสัดส่วน
จ การสั่งใช้ยาที่เกิดอันตรกิริยาระหว่างยาและอาการไม่พึงประสงค์ก่อนและหลังมีระบบสารสนเทศ ลดลงอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ (p<0.001) และหลังมีระบบสารสนเทศไม่พบอุบัติการณ์ที่มีความ รุนแรงจากการเกิดอันตรกิริยาระหว่างยา ,ผลการประเมินความต้องการใช้ระบบสารสนเทศเพื่อเฝ้า ระวังอันตรกิริยาระหว่างยาวาร์ฟาริน (Program Anti_PCU Alert) ต้องการให้มีการแจ้งเตือน รายการยาที่เกิดอันตรกิริยาทุกครั้ง ( =4.89, SD=0.32 ในระดับมากที่สุด), ผลการประเมินความ ต้ อ ง ก า ร ใ ช้ ร ะ บ บ ส า ร ส น เ ท ศ เ พื่ อ เ พื่ อ ก า ร ส่ ง ต่ อ ข้ อ มู ล ผู้ ป่ ว ย https://sites.google.com/view/lnwarfarin ต้องการให้มีความชัดเจน ถูกต้อง สมบูรณ์ของข้อมูล ( =4.94, SD=0.23 ในระดับมากที่สุด), ผลการประเมินความพึงพอใจโดยรวมต่อการใช้งานระบบ (
=4.51, SD=0.51 ในระดับมากที่สุด), ผลการเปรียบเทียบคะแนนความรู้ ระหว่างผลการทดสอบ Pre- test กับ Post-test แตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ (p<0.001) สรุปได้ว่าความรู้ของเจ้าหน้าที่
รพ.สต. เพิ่มขึ้นหลังจากที่ให้ความรู้, ผลความร่วมมือการเข้าใช้งานระบบสารสนเทศ พบว่าเมื่อแบ่ง ตามจ านวนครั้งของการใช้งานโดยมีจ านวนครั้งที่สมาชิกเข้ามาใช้งานมากที่สุดตามเกณฑ์ คือระหว่าง 4-17ครั้ง (ร้อยละ 88.33) และสมาชิกที่เข้าใช้งานมากกว่า 16 ครั้ง มีจ านวน 2 รพ.สต. (ร้อยละ 16.67) และไม่มี รพ.สต. ใดที่เข้าใช้งานระบบสารสนเทศน้อยกว่า 4 ครั้ง
สรุปผลการศึกษาหลังมีการพัฒนาระบบสารสนเทศพบว่าการสั่งจ่ายยาที่มีแนวโน้มเกิด อันตรกิริยาระหว่างยาวาร์ฟารินลดลงและอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากการสั่งจ่ายยาที่มีอันตรกิริยา ระว่างยาลดลงอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติและเจ้าหน้าที่ รพ.สต. มีความรู้เพิ่มขึ้นหลังการให้การอบรม และการใช้ระบบสารสนเทศ พบว่าความต้องการใช้ระบบและความพึงพอใจต่อการใช้งานระบบ สารสนเทศอยู่ในระดับมากและมากที่สุด ในด้านความร่วมมือในการเข้าใช้งานระบบสารสนเทศพบว่า สมาชิกที่เข้าใช้งานเองโดยไม่ต้องติดตามมีแนวโน้มสูงขึ้น และสามารถเข้าใช้งานโดยไม่ต้องติดตามได้
ครบทุกแห่งตั้งแต่สัปดาห์ที่ 12 เป็นต้นไป
ค าส าคัญ : ระบบสารสนเทศ, ยาวาร์ฟาริน, อันตรกิริยาระหว่างยา, หน่วยบริการปฐมภูมิ, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบล
ฉ
บทคัดย่อ ภาษาอังกฤษ
TITLE Development of an Information System to Monitor Drugs Interaction Among Patient Receiving Warfarin and to Transfer Patient Data in Tumbon Health Promoting Hospital Loengnoktha Amphur, Yasothon Province
AUTHOR Watchareewan Ukhom
ADVISORS Assistant Professor Suratchada Chonsophon , Ph.D.
Assistant Professor Peeraya Sriphong , Ph.D.
DEGREE Master of Pharmacy MAJOR Primary Care Pharmacy UNIVERSITY Mahasarakham
University
YEAR 2022
ABSTRACT
Background: Warfarin is an anticoagulant with a narrow treraputics index, and can cause interstitial interactions with other medicines, herbs or supplements.
According to data from Loengnoktha Health Center in Amphur Loengnoktha, there have been frequent incidences of prescribing medicines which can cause drug interaction with warfarin in this group of patients. Therefore process of taking a better care of patients has been developed to monitor drug interaction and transfer patient data in the health center.
Objective: Assess the effect of having an information system on the incidence of drug interactions and the occurrence of adverse reactions resulting from warfarin interactions and to improve staff knowledge. System usage requirement, satisfaction and cooperation in accessing information system.
Methods : This study is an experimental study. It is divided into three phases; phase I design and development of monitoring the occurrence of warfarin drug intervention by focus group to select a list of drugs and to plan for the management of medicines which may intervene with warfarin. Development of information system to monitor the occurrence of drug intervention in warfarin in
ช HOSxP PCU which developed from Delphi, designed and developed an online patient database forwarding system using Google Sites, Phase II using the system by Health Center Staffs. And phase III, research evaluation.
Result : It was found that before having information system 25.00 percent of warfarin interaction and after having information system was decreased to 5.04 percent, and data on the proportion of adverse prescriptions caused by drug interactions and adverse symptoms caused by warfarin were found before and after having information system was reduced, statistically (p<0.001) and severe adverse symptom were not observed. The results of the evaluation of demand for information system of preventing warfarin drug (Anti_PCU Alert) require notification every time prescribing medicine which causes drug intervention is found ( =4.89, SD=0.32 at the highest level). The results of requirement of using information system for patient a forwarding https://sites.google._ com/view/lnwarfarin need to be clear, accurate, and integrity of information ( =4.94, SD=0.23) at the highest level. The result of the assessment of overall satisfaction with the use of the system ( =4.51, SD=0.51). The results of the comparison of the knowledge score between the results of the Pre-test and the Post-test different statistically significantly (p<0.001), and it was concluded that the knowledge of the Health Centerstaffs increased after giving the knowledge. The results of cooperating using information system, it was found that when divided by the number of times of use with the largest number of times the members came in by criteria, between 4 and 17 times (88.33%), and the members who came in more than 16 times are in 2 health center (16.67%) and none of them have accessed the information system less than 4 times.
Conclusion: After the development of the information system showed a decrease in prescribing medicines which tend to intervene with warfarin statistically and significantly. The health center staffs increased their knowledge after information system training. It is found that the demand for the information system was in high and highest level. Health Center Staffs are cooperative to use the information systems without monitoring tended to be higher. And all of them can use it without
ซ monitoring since weeks 12nd
Keyword : Information System, Warfarin, Drug interaction, Primary Care Unit, Tumbon Health Promoting Hospital
ฌ
กิตติกรรมประกาศ
กิตติกรรมประกาศ
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ส าเร็จสมบูรณ์ได้ด้วยความกรุณาและความช่วยเหลืออย่างสูงยิ่งจากผู้ช่วย ศาสตราจารย์ ดร.สุรัชดา ชนโสภณ อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลัก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พีรยา ศรีผ่อง อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วม ผู้ช่วยศาสตราจารย์พีรวัฒน์ จินาทองไทย ประธานกรรมการ สอบ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนนรรจ์ รัตนโชติพานิช กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.
อรอนงค์ วจีขจรเลิศ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ขอขอบพระคุณแพทย์หญิงมณทิชา คณาดี นายแพทย์
วัชรินทร์ วงโสภา เภสัชกรหญิงบุญญารักษ์ บุญทวี นายสงบ ชื่นตา สาธารณสุขอ าเภอเลิงนกทา นาย ประสาร ศรีวะสุทธิ์ นักวิชาการสาธารณสุขช านาญการ เภสัชกรหญิงรุจาภา โสมาบุตร ผู้เชี่ยวชาญที่
ช่วยตรวจเครื่องมือการวิจัยขอขอบพระคุณ ท่านผู้อ านวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา สาธารณสุขอ าเภอเลิงนกทา เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลในเขตอ าเภอเลิงนกทา ที่ให้
ความร่วมมือในการด าเนินวิจัยเป็นอย่างดียิ่ง
ขอขอบพระคุณ หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรมและคุ้มครองผู้บริโภค โรงพยาบาลสมเด็จพระ ยุพราชเลิงนกทา ที่ช่วยเหลือในกระบวนการวิจัย
ท้ายที่สุดนี้ ขอขอบพระคุณ คุณพ่อ คุณแม่ บุตรสาว และก าลังใจจากทุกคนในครอบครัว ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่มีส่วนให้การช่วยเหลือสนับสนุนการวิจัย จนวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ส าเร็จ ลุล่วงไปด้วยดี
วัชรีวรรณ อุค า
ญ
สารบัญ
หน้า บทคัดย่อภาษาไทย ... ง บทคัดย่อภาษาอังกฤษ ... ฉ กิตติกรรมประกาศ... ฌ สารบัญ ... ญ สารบัญตาราง ... ฑ สารบัญภาพประกอบ... ด
บทที่ 1 บทน า ... 1
1.1 ที่มาและความส าคัญ ... 1
1.2 ค าถามของงานวิจัย ... 5
1.3 วัตถุประสงค์ ... 5
1.4 กรอบแนวคิดการวิจัย ... 6
1.5 ขอบเขตการวิจัย ... 7
1.6 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ... 7
1.7 นิยามศัพท์เฉพาะ ... 7
บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ... 9
2.1 ข้อมูลยาวาร์ฟาริน (Warfarin) ... 10
2.1.1 เภสัชวิทยา (Pharmacology) ... 10
2.1.2 ลักษณะของเภสัชจลนศาสตร์และเภสัชพลศาสตร์ของยาวาร์ฟาริน (warfarin) (Pharmacokinetics and Pharmacodynamics) ... 11
2.1.3 อาการไม่พึงประสงค์จากยาวาร์ฟาริน (warfarin) ... 11
2.1.4 ปัจจัยต่อการออกฤทธิ์ของยาวาร์ฟาริน (warfarin) ... 12
ฎ
2.1.5 การประเมินผลการรักษาของยาวาร์ฟาริน (warfarin) ... 20
2.1.6 การปฏิบัติกรณีระดับ INR อยู่นอกช่วงเป้าหมายของการรักษา ... 20
2.2 การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อเพื่อเฝ้าระวังการเกิดอันตรกิริยาระว่างยาของผู้ป่วยที่ได้รับยา วาร์ฟารินและการส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบล... 24
2.2.1 แนวคิดโมเดลการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อเฝ้าระวังการเกิดอันตรกิริยาระหว่างยา วาร์ฟารินในโปรแกรมระบบงานสถานีอนามัย (HOSxP PCU) โดยพัฒนาจากโปรแกรม Delphi ... 24
2.2.2 แนวคิดโมเดลการพัฒนาและออกแบบระบบการส่งต่อฐานข้อมูลผู้ป่วยที่ได้รับยาวาร์ ฟารินผ่าน web site โดยการประยุกต์ใช้โปรแกรม Google Site ... 25
2.2.3 แนวคิดการพัฒนาและออกแบบระบบ ... 28
2.3 งานวิจัยในประเทศ ... 30
2.3.1 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการรายงานปัญหาจากการใช้ยาวาร์ฟาริน (Drug related problem: DRP) ... 30
2.3.2 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดการปัญหาจากการใช้ยาวาร์ฟาริน (drug related problem: DRP) ... 36
2.3.4 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อเฝ้าระวังการเกิดอันตรกิริยาระหว่าง ยาของผู้ป่วยที่ได้รับยาวาร์ฟาริน ... 39
2.3.5 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องการพัฒนาระบบสารสนเทศการส่งต่อข้อมูลผู้ป่วย ... 46
2.4 งานวิจัยต่างประเทศ ... 47
2.4.1 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการรายงานปัญหาจากการใช้ยาวาร์ฟาริน (Drug related problem :DRP) ... 47
2.4.2 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องการพัฒนาระบบสารสนเทศในคลินิกวาร์ฟารินและหน่วยงานบริการ สาธารณสุข ... 48
2.4.2 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องการพัฒนาระบบสารสนเทศในหน่วยงานบริการสาธารณสุข... 51
บทที่ 3 วิธีการด าเนินการวิจัย ... 53
3.1 รูปแบบการวิจัย ... 53
ฏ
3.2 กลุ่มประชากรที่ท าการวิจัย ... 53
3.3 ระยะเวลาในการศึกษา ... 54
3.4 เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูล ... 54
3.5 การเก็บรวบรวมข้อมูล ... 55
3.6 เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน ... 71
3.7 การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ ... 84
3.8 การพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์... 85
บทที่ 4 ผลการศึกษาและอภิปรายผล ... 86
4.1 ผลของผู้ป่วยที่ได้รับยาวาร์ฟารินเปรียบเทียบก่อนและหลังการใช้ระบบสารสนเทศของ เจ้าหน้าที่ รพ.สต. ... 87
4.1.1 ข้อมูลด้านประชากร ... 87
4.1.2 ข้อมูลสัดส่วนการเกิดอันตรกริยาระหว่างยาก่อนและหลังการมีระบบสารสนเทศ ... 91
4.1.3 ประเมินผลประเมินผลลัพธ์อันไม่พึงประสงค์ จากการสั่งจ่ายยาที่มีอันตรกิริยาระหว่าง ยากับยาวาร์ฟาริน (Adverse Event) ใน รพ.สต. คือสัดส่วนการเกิดอาการไม่พึง ประสงค์จากการสั่งจ่ายยาที่มีอันตรกิริยาระหว่างยาวาร์ฟาริน (Adverse Event) ... 93
4.2 ผลของกลุ่มตัวอย่างเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ต่อการใช้ระบบสารสนเทศ ... 109
4.2.1 ข้อมูลด้านประชากร ... 109
4.2.2 ข้อมูลด้านความต้องการใช้ระบบสารสนเทศ ... 110
4.2.3 ข้อมูลด้านความพึงพอใจของเจ้าหน้าที่ต่อการใช้งานระบบสารสนเทศ ... 114
4.2.4 ข้อมูลด้านความรู้เจ้าหน้าที่ รพ.สต. ก่อนและหลังการอบรม ... 118
4.2.5 การประเมินผลพฤติกรรมการเข้าใช้งานและผลการใช้งานเครื่องมือภายในเว็บไซต์ สารสนเทศส่งต่อข้อมูลผู้ป่วย ของเจ้าหน้าที่ รพ.สต. ... 121
บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ... 126
5.1 สรุปผลการวิจัย ... 126
5.2 อภิปรายผล ... 127
ฐ
5.3 ข้อเสนอแนะ ... 133
5.4 ข้อเสนอแนะในงานวิจัยครั้งต่อไป ... 134
บรรณานุกรม ... 135
ภาคผนวก... 144
ภาคผนวก ก รายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิในการพิจารณาแบบประเมิน ... 145
ภาคผนวก ข เครื่องมือการศึกษา ... 147
ภาคผนวก ค หนังสือขออนุญาตเก็บข้อมูลและประสานงานเชิญประชุม ... 139
ภาคผนวก ง ข้อมูลค าอธิบายส าหรับผู้เข้าร่วมในโครงการวิจัย ... 145
ภาคผนวก จ หนังสือแสดงความยินยอมเข้าร่วมโครงการวิจัย ... 151
ภาคผนวก ฉ ใบรับรองในการอนุมัติขอจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ ... 154
ประวัติผู้เขียน ... 156
ฑ
สารบัญตาราง
หน้า ตาราง 1 แสดงยาที่เกิดอันตรกิริยากับยาวาร์ฟาริน (warfarin) ที่มีนัยส าคัญทางคลินิกตามกรอบบัญชี
ยา รพ.สต.อ าเภอเลิงนกทา (Drug Interaction Fact, 2015) ... 13 ตาราง 2 เกณฑ์การจัดระดับนัยส าคัญทางคลินิกในหนังสือ Drug interaction facts (Tatro ed al.,2015: xv) ... 17 ตาราง 3 อาหาร,สมุนไพรและอาหารเสริมที่มีผลเพิ่มการออกฤทธิ์ของยาวาร์ฟาริน (warfarin) (สุวิมล ยี่ภู่, 2004) ... 18 ตาราง 4 ระดับ INR ที่เหมาะสมในแต่ละข้อบ่งใช้ตามแนวทางของ ACCP (Hirsh et al., 2003) .... 21 ตาราง 5 การปรับขนาดยาตามแนวทางของ American Academy of Family Physicians, 2005 ส าหรับผู้ป่วยที่มีช่วง INR เป้าหมาย 2.00–3.00และไม่มีภาวะเลือดออก (Ebell, 2005) ... 21 ตาราง 6 การปรับขนาดยาของ ECU anticoagulant Clinic ส าหรับผู้ป่วยที่มีช่วง INR เป้าหมาย 2.0–3.0 (Estrada &Hryniewicz, 2001)... 22 ตาราง 7 การแก้ไขการออกฤทธิ์ของยาวาร์ฟาริน (warfarin) ที่มากเกินไปตามแนวทางของ ACCP (Ansell et al., 2008) ... 23 ตาราง 8 แนวทางการรักษาผู้ป่วยด้วยยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดรับประทานสมาคมแพทย์
โรคหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (พ.ศ.2553. กรุงเทพ: สหพัฒนการพิมพ์; 2554) ... 24 ตาราง 9 แสดงยาที่เกิดอันตรกิริยากับยาวาร์ฟาริน (warfarin) ที่มีนัยส าคัญทางคลินิก ในรพ.สต.
อ าเภอเลิงนกทา และแนวทางแก้ไข ... 60 ตาราง 10 ข้อมูลด้านประชากรกลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยที่รับยาวาร์ฟารินก่อนและหลังมีระบบสารสนเทศ (n=128) ... 87 ตาราง 11 จ านวนผู้ป่วยใช้ยาวาร์ฟารินในเขตแต่ละ รพ.สต. และกลุ่มตัวอย่างที่ผู้ป่วยมารับบริการ ตรวจรักษาที่รพ.สต.ด้วยอาการเจ็บป่วยอื่นๆ ... 88 ตาราง 12 อุบัติการณ์การเกิดอันตรกิริยาระหว่างยาวาร์ฟารินก่อนและหลังการมีระบบสารสนเทศ (N=128) ... 90
ฒ ตาราง 13 ข้อมูลสัดส่วนการเกิดอันตรกริยาระหว่างยาก่อนและหลังการมีระบบสารสนเทศ (n=128) ... 91 ตาราง 14 กลุ่มยาที่เกิดอันตรกริยาระหว่างยาวาร์ฟาริน ก่อนและหลังใช้ระบบสารสนเทศ (n=128) ... 91 ตาราง 15 สัดส่วนการเกิดอันตรกิริยาระหว่างยาวาร์ฟารินและผลลัพธ์อันไม่พึงประสงค์ จากการสั่ง จ่ายยาที่มีอันตรกิริยาระหว่างยากับยาวาร์ฟาริน ก่อนและหลังการมีระบบสารสนเทศ (n=128) .... 93 ตาราง 16 ประเมินผลทางคลินิก (Clinical outcome) ที่มีผลจากการสั่งใช้ยาที่มีอันตรกริยาระหว่าง ยากับวาร์ฟารินก่อนและหลังใช้ระบบสารสนเทศ (n=128) ... 94 ตาราง 17 รายการยาที่เกิดอันตรกิริยาระหว่างยาวาร์ฟารินก่อนและหลังการมีระบบสารสนเทศ จ าแนกราย รพ.สต. ... 99 ตาราง 18 ข้อมูลทั่วไปของเจ้าหน้าที่ รพ.สต. ที่มีหน้าที่จ่ายยา (n=36) ... 109 ตาราง 19 เกณฑ์ในการประเมินผลของแบบสอบถามด้วยมาตรวัดอัตราส่วนแบบลิเคิร์ท ... 110 ตาราง 20 ค่าเฉลี่ย (𝑋) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) และระดับของความต้องการใช้โปรแกรมสาร- สนเทศเพื่อเฝ้าระวังอันตรกริยาระหว่างยาวาร์ฟาริน (Program Anti_PCU Alert) อ าเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร (n=36) ... 111 ตาราง 21 ระดับเกณฑ์คะแนนความต้องการเกี่ยวกับการใช้เว็บไซต์สารสนเทศเพื่อการส่งต่อข้อมูล ผู้ป่วย ... 112 ตาราง 22 ความต้องการเกี่ยวกับการใช้เว็บไซต์สารสนเทศเพื่อการส่งต่อข้อมูลผู้ป่วย https://sites.
google.com/view/lnwarfarin ... 112 ตาราง 23 เกณฑ์ในการประเมินผลของแบบสอบถามด้วยมาตรวัดอัตราส่วนแบบลิเคิร์ท ... 115 ตาราง 24 ค่าเฉลี่ย (𝑋) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) และระดับของความพึงพอใจของเจ้าหน้าที่
รพ.สต. ต่อการใช้งานระบบสารสนเทศเขตอ าเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ในภาพรวม ... 115 ตาราง 25 ค่าเฉลี่ย (𝑋) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) และระดับของความพึงพอใจของเจ้าหน้าที่
รพ.สต. ต่อการใช้งานระบบสารสนเทศเขตอ าเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร แยกรายด้าน ... 116 ตาราง 26 คะแนนความรู้ของเจ้าหน้าที่ รพ.สต. (n= 36) ... 118
ณ ตาราง 27 คะแนนความรู้เจ้าหน้าที่ รพ.สต. ก่อนและหลังการอบรมที่ตอบถูกในแบบทดสอบรายข้อ ... 118 ตาราง 28 การเข้าใช้งานและผลการใช้งานเครื่องมือภายในเว็บไซต์สารสนเทศส่งต่อข้อมูลผู้ป่วย ของ เจ้าหน้าที่ รพ.สต. ... 122 ตาราง 29 พฤติกรรมความร่วมมือการเข้าใช้งานระบบสารสนเทศ ... 122 ตาราง 30 พฤติกรรมความร่วมมือการเข้าใช้งานระบบสารสนเทศโดยการเข้าใช้งานเองโดยไม่ต้อง ติดตาม ... 123 ตาราง 31 พฤติกรรมความร่วมมือการเข้าใช้งานระบบสารสนเทศโดยการเข้าใช้งานโดยต้องติดตาม ครั้งที่ 1 ... 124 ตาราง 32 พฤติกรรมความร่วมมือการเข้าใช้งานระบบสารสนเทศโดยการเข้าใช้งานโดยต้องติดตาม ครั้งที่ 2 ... 124 ตาราง 33 การสมาชิกเข้ามาใช้งานแต่ละเมนูภายในเว็บไซต์ตลอด 4 เดือน ... 125
ด
สารบัญภาพประกอบ
หน้า
ภาพประกอบ 1 กรอบแนวคิดการวิจัย ... 6
ภาพประกอบ 2 วงจรการพัฒนาระบบ (System Development Life Cycle: SDLC) ... 29
ภาพประกอบ 3 ระบบสารสนเทศเพื่อเฝ้าระวังการเกิดอันตรกิริยาระหว่างยาของผู้ป่วยที่ได้รับ ยาวาร์ ฟาริน (Anti_PCU Alert) ... 55
ภาพประกอบ 4 ระบบการส่งต่อข้อมูลผู้ป่วย (https://sites.google.com/view/lnwarfarin) ... 56
ภาพประกอบ 5 ความปลอดภัยของระบบสารสนเทศเพื่อเฝ้าระวังการเกิดอันตรกิริยาระหว่างยาโดย ผ่าน HOSxP PCU ... 56
ภาพประกอบ 6 ความปลอดภัยของระบบการส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยออนไลน์ผ่านเว็บไชต์ ... 57
ภาพประกอบ 7 จัดการสิทธิ์ในการแชร์และการเป็นเจ้าของใน google Sites ... 58
ภาพประกอบ 8 แสดงผลหน้าจอระบบ HOSxP PCU ที่เชื่อมโยงกับโปรแกรม Delphi ... 66
ภาพประกอบ 9 เมนูหน้าจอส าหรับการตอบแบบสอบถามความรู้ด้านยาวาร์ฟารินส าหรับเจ้าหน้าที่ สาธารณสุข ... 67
ภาพประกอบ 10 เมนูหน้าจอส าหรับการตอบแบบสอบถามความพึงพอใจต่อการใช้งานระบบ สารสนเทศ ... 69
ภาพประกอบ 11 การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อเฝ้าระวังการเกิดอันตรกิริยาระหว่างยาของผู้ป่วยที่ ได้รับยาวาร์ฟารินและการส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบล อ าเภอเลิงนกทา . 70 ภาพประกอบ 12 แสดงการเข้าสู่โปรแกรมระบบงานสถานีอนามัย (HOSxP PCU) เข้าสู่ระบบงาน บัญชี 1-8 : การเข้าสู่ระบบบัญชี 1 (กลุ่มประชากรทุกกลุ่มอายุ) ... 75
ภาพประกอบ 13 แสดงการเข้าสู่โปรแกรมระบบงานสถานีอนามัย (HOSxP PCU) เข้าสู่ระบบงาน บัญชี 1-8: เลือกผู้ป่วยที่ใช้ยาวาร์ฟาริน ... 75
ภาพประกอบ 14 แสดงการเข้าสู่โปรแกรมระบบงานสถานีอนามัย (HOSxP PCU) เข้าสู่ระบบงาน บัญชี 1-8: บันทึกข้อมูลโรคประจ าตัวของผู้ป่วยที่ใช้ยาวาร์ฟาริน ... 76
ต ภาพประกอบ 15 แสดงการเข้าสู่โปรแกรมระบบงานสถานีอนามัย (HOSxP PCU) เข้าสู่ระบบงาน
บัญชี 1-8: คลิกระบบงานเชิงรับ เข้า One stop service ... 76
ภาพประกอบ 16 แสดงการเข้าสู่โปรแกรมระบบงานสถานีอนามัย (HOSxP PCU) เข้าสู่ระบบงาน บัญชี 1-8: เลือกผู้ป่วยเพื่อเข้ารับบริการ ... 77
ภาพประกอบ 17 แสดงการเข้าสู่โปรแกรมระบบงานสถานีอนามัย (HOSxP PCU) เข้าสู่ระบบงาน บัญชี 1-8: บันทึกการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และวินิจฉัยโรคที่มาครั้งนี้ ... 77
ภาพประกอบ 18 แสดงการเข้าสู่โปรแกรมระบบงานสถานีอนามัย (HOSxP PCU) เข้าสู่ระบบงาน บัญชี 1-8: บันทึกการจ่ายยาที่มาครั้งนี้ กดปุ่มบันทึก ... 78
ภาพประกอบ 19 เว็บไซต์คลิกนิกวาร์ฟาริน รพร.เลิงนกทา พัฒนาจาก Google site ... 79
ภาพประกอบ 20 เพจปฏิทินกิจกรรม พัฒนาจาก Google Calendar ... 79
ภาพประกอบ 21 เพจเว็บบอร์ด พัฒนาจาก Padlet ... 80
ภาพประกอบ 22 เพจฐานข้อมูลผู้ป่วยใช้ยาวาร์ฟาริน พัฒนาจาก Awesome Table ... 81
ภาพประกอบ 23 แนวโน้มผลทางคลินิก (Clinical outcome) ที่มีผลจากการสั่งใช้ยาที่มีอันตรกริยา ระหว่างยากับวาร์ฟารินก่อนและหลังใช้ระบบสารสนเทศ(n=128) ... 97
ภาพประกอบ 24 สัดส่วนการเกิดอันตรกริยาระหว่างยากับวาร์ฟารินก่อนและหลังใช้ระบบสารสนเทศ (n=128) ... 98
ภาพประกอบ 25 สิทธิ์การเข้าใช้ระบบสารสนเทศของเจ้าหน้าที่ โดยใช้ User Name และPassword ... 114
ภาพประกอบ 26 ระบบแสดงสิทธิ์การเข้าใช้ระบบของเจ้าหน้าที่โดยใช้ User Name และPassword ใช้ User Name และ Password ... 114
ภาพประกอบ 27 หน้าเว็บแสดงรายการและสถานะผู้เข้าใช้งานระบบ ... 121
ภาพประกอบ 28 พฤติกรรมการเข้าใช้งานระบบสารสนเทศของเจ้าหน้าที่ รพ.สต. ... 121
1
บทที่ 1 บทน า
1.1 ที่มาและความส าคัญ
ปี 2559กระทรวงสาธารณสุขได้จัดให้มีนโยบายส าคัญในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ ในเขตสุขภาพ (service plan) เพื่อรองรับและแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชากรในประเทศตาม หลักการและกรอบความแนวคิดการดูแลแบบเชื่อมโยงไร้รอยต่อ (seamless health service network) มีการดูแลแบบเบ็ดเสร็จในเขต (self–contain) และระบบส่งต่อภายในเขตบริการ (referral hospital cascade) โดยมีเป้าหมายคือ ลดอัตราป่วย, ลดอัตราตาย, ลดความแออัดและลด ระยะเวลารอคอย (คณะกรรมการพัฒนาระบบบริการสุขภาพสาขาโรคหัวใจ และส านักบริหาร การสาธารณสุข, 2559) ซึ่งการจัดตั้งคลินิกวาร์ฟารินเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดของservice plan สาขา โรคหัวใจโดยก าหนดให้มีคลินิกวาร์ฟารินทุกโรงพยาบาลระดับ A – F2 มีการพัฒนาระบบการดูแล ผู้ป่วยในลักษณะเครือข่ายซึ่งท าให้เพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผู้ป่วยใช้ยาวาร์ฟารินให้มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น โดยรูปแบบเครือข่ายวาร์ฟารินจากโรงพยาบาลตติยภูมิไปยังโรงพยาบาลทั่วไป สู่โรงพยาบาลชุมชนสู่ศูนย์สุขภาพชุมชน และเชื่อมต่อไปถึง รพ.สต. โดยเป้าหมายคือ ท าให้ระยะเวลา ที่ค่า INR ของผู้ป่วยคงอยู่ในช่วงเป้าหมายไม่แตกต่างกัน อีกทั้งลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการใช้
ยาวาร์ฟารินที่รุนแรง และเพิ่มการเข้าถึงบริการของผู้ป่วย (มรกต ภัทรพงศ์สินธุ์, 2558)
ยาวาร์ฟารินเป็นยาต้านการแข็งตัวของเลือด (anticoagulant) ที่มีการใช้อย่างแพร่หลาย โดยมีข้อบ่งใช้เพื่อป้องกันและรักษาลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดด า (deep vein thrombosis) เพื่อ ป้องกันภาวะลิ่มเลือดหลุดอุดตันในปอด (pulmonary embolism) เพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือด ในผู้ป่วยที่มีการเปลี่ยนใส่ลิ้นหัวใจเทียม (prosthetic heart valve replacement) และใช้ในผู้ป่วย ที่มีหัวใจเต้นผิดจังหวะ (atrial fibrillation) ยาวาร์ฟารินเป็นยาที่มีดัชนีการรักษาแคบ มีเภสัช จลนศาสตร์และเภสัชพลศาสตร์ที่ค่อนข้างซับซ้อน และยังมีปัจจัยหลายอย่างที่มีผลต่อการออกฤทธิ์
ของยาวาร์ฟารินเช่น การเกิดอันตรกิริยาระหว่างยาเป็นต้น ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดอาการไม่พึง ประสงค์ที่รุนแรงได้ จากข้อมูลของแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพสาขาโรคหัวใจปี 2551–2555 พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับยา ยาวาร์ฟารินมีinternational normalized ratio (INR) อยู่ในช่วงเป้าหมาย การรักษา ร้อยละ 30.9 และจ านวนโรงพยาบาลที่สามารถให้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดยาวาร์ฟาริน มีเพียงร้อยละ 20 เท่านั้นการติดตามค่า INR ให้เข้าเป้าหมายอยู่ในช่วงของการรักษาเป็นสิ่งส าคัญ
2 ที่จะลดอุบัติการณ์การค่า INR นอกช่วงเป้าหมายเกิดลิ่มเลือดอุดตัน และอาการข้างเคียงที่มีเลือดออก ผิดปกติได้
นิสิตตรา พลโคตรและพิมร าไพ แสงอินทร์(2553)พบว่าปัญหาของการใช้ยาวาร์ฟาริน คือ อาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากอันตรกิริยาระหว่างยาและ ความไม่ร่วมมือในการใช้ยาของผู้ป่วย โดย อาการไม่พึงประสงค์ ได้แก่ การเกิด bleeding ร้อยละ 14.00,necrosis ร้อยละ 10.00,hematoma ร้อยละ 6.00,bruising ร้อยละ 6.00 และ hemoptysis ร้อยละ 4.00ส่วนค่าทางห้องปฏิบัติการที่
เปลี่ยนแปลงได้แก่ prothrombin time (PT) เพิ่มขึ้นร้อยละ 60.00 และปัญหาอื่นๆ ร้อยละ 40.00 ผู้ป่วยที่เกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาส่วนมากจะได้รับยาอื่นร่วมกับยาวาร์ฟารินมากกว่า 10 รายการถึงร้อยละ 28.90
ศิริพร วิทยจรรยาพงศ์ และคณะ (2556) ได้ศึกษาและรายงานความชุกของภาวะ intracranial hemorrhage ร้อยละ0.59และความชุกของภาวะเลือดออกผิดปกติในอวัยวะที่ส าคัญ (major organ bleeding) จากยาวาร์ฟารินเกินขนาด (warfarin overdose) ได้สูงถึงร้อยละ 1.90 โดยร้อยละ 48.90 ของผู้ป่วยที่เกิดภาวะ major organ bleeding นั้นเกิดจากสาเหตุที่ป้องกันได้ เช่น การดูแลรักษาและสั่งใช้ยาของแพทย์ ผู้ป่วยรับประทานยาไม่ถูกต้อง ผู้ป่วยได้รับยาที่เพิ่มฤทธิ์ของยา วาร์ฟารินและบางรายเกิดจากการท างานของตับผิดปกติ
จะเห็นว่าปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดปัญหาจากการใช้ยาดังกล่าวอาจเป็นผลจากตัวยาเองที่มีเภสัช จลนศาสตร์และเภสัชพลศาสตร์ค่อนข้างซับซ้อน รวมถึงปัจจัยจากภาวะโรคและผู้ป่วยเอง ที่ส าคัญ อาจเป็นผลจากระบบการดูแลผู้ป่วยใช้ยาวาร์ฟารินที่มีประสิทธิภาพ และกระบวนการการดูแลผู้ป่วย ของบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งปัจจัยจากมีเภสัชจลนศาสตร์และเภสัชพลศาสตร์และปัจจัยจากภาวะ โรค เป็นปัจจัยที่แก้ไขได้ยาก ดังนั้นการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยใช้ยาวาร์ฟารินของบุคลากรทาง การแพทย์ที่ดีและเหมาะสมขึ้น จึงเป็นทางออกส าหรับการแก้ปัญหาจากการใช้ยาวาร์ฟารินซึ่ง สอดคล้องหลักการบริหารองค์กร ดังการศึกษาของ ถนัด เดชทรัพย์ (2550: 21) กล่าวว่า ทรัพยากรที่
นักบริหารควรท าเพื่อให้การด าเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์กรให้ประสบความส าเร็จ ซึ่ง ประกอบด้วยปัจจัย ดังต่อไปนี้ คือ
คน (Man) คือทรัพยากรบุคคลที่เป็นหัวใจขององค์กร ซึ่งมีผลต่อความส าเร็จในการ จัดการ
เงิน (Money) คือปัจจัยส าคัญที่ช่วยสนับสนุนให้กิจกรรมหรือแผนงานต่างๆ ขององค์กร ด าเนินการต่อไปได้
วัสดุ (Material) คือ วัตถุดิบหรือ ทรัพยากรที่ใช้ในการด าเนินงานจ าเป็นต้องมีคุณภาพ และมีต้นทุนต่ าเพราะมีผลต่อต้นทุนการจัดการ ในกระบวนการพัฒนาระบบยาวาร์ฟารินในที่นี้
3 หมายถึง ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT)ที่มีประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังอันตรกิริยาระหว่างยาและ การเชื่อมโยงฐานข้อมูลผู้ป่วยวาร์ฟาริน สู่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบล (รพ.สต.)ยา วัสดุทาง การแพทย์ อุปกรณ์แลปวินิจฉัยค่า INRเป็นต้น
การบริหารจัดการ (Management) คือ การบริหารจัดการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ ซึ่ง ในกระบวนการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยใช้ยาวาร์ฟาริน จะรวมถึงนโยบายการบริหารงาน โครงสร้างคลินิกวาร์ฟารินและการวางระบบประสานงานกับ รพ.สต.
จากการทบทวนวรรณกรรมงานวิจัยในประเทศพบว่า การสร้างระบบสารสนเทศเพื่อเฝ้า ระวังการเกิดอันตรกิริยาระหว่างยาจะช่วยลดขั้นตอนการค านวณการปรับขนาดยาวาร์ฟารินลงได้
และลดภาระงานในการจัดท ารายงานตัวชี้วัด ส่วนด้านผลลัพธ์ทางคลินิกพบว่า จ านวนผู้ป่วยที่มีค่า การแข็งตัวของเลือด (international normalized ratio : INR) ที่อยู่ในระดับเป้าหมายเพิ่มขึ้นอย่าง มีนัยส าคัญทางสถิติ และการพัฒนาระบบการจัดการข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์สาธิตท า ให้การเก็บข้อมูลท าได้ง่าย ช่วยท าให้การสืบค้นท าได้สะดวกและรวดเร็ว ซอฟต์แวร์สาธิตที่สามารถ เชื่อมโยงกับ HOSxP สามารถค านวณการปรับยาได้ถูกต้องและสะดวกรวดเร็ว (สถาพร มณี และ นุชกานดา มณี, 2559; สคมวิชช์ สุขภัทรทิธิกุล และบุญช่วย ศรีธรรมศักดิ์, 2556; เจนจิรา ตันติวิชญวานิช, 2558; สมจิตร์ ตั้งเสริมวงศ์, 2555) นอกจากนี้การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการ ส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยทางอินเทอร์เน็ตพบว่าสามารถช่วยให้การปฏิบัติงานเชื่อมโยงส่งต่อข้อมูลกันอย่างมี
ประสิทธิภาพเกิดการเชื่อมโยงกันของฐานข้อมูลของระบบบริหารจัดการในโรงพยาบาลและเครือข่าย บริการสุขภาพ ซึ่งจากการประเมินผลของความพึงพอใจต่อการใช้งานระบบพบว่าผู้ใช้งานมีความพึง พอใจมาก (ปรีชา แหวนหล่อ และคณะ, 2560; ธีรินทร์ เกตุวิชิต และสุรศักดิ์ มังสิงห์, 2558) สอดคล้องกับงานวิจัยต่างประเทศพบว่า การสร้างระบบสารสนเทศเพื่อเฝ้าระวังการเกิดอันตรกิริยา ระหว่างยา จะช่วยลดอุบัติการณ์การเกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงจากการสั่งใช้ยาได้ (Strom BL et al., 2010; Koplan KE et al., 2012; Wright A et al., 2018) ได้แก่ การเกิดภาวะเลือดออก ในผู้ป่วยได้รับยาวาร์ฟาริน (Li Y et al., 2019) ลดอุบัติการณ์การสั่งใช้ยาที่มีอันตรกิริยาระหว่างยา ของแพทย์ได้ อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ (Leung AA et al., 2012) นอกจากนี้ยังเพิ่มความร่วมมือใน การใช้ยา (compliance) รวมทั้งมีค่าเลือดอยู่ในช่างเป้าหมายการรักษา (Time in Therapeutic Range : TTR) (Li Y, Dong L & Xiang D, 2019)
โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา อ าเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร เป็นโรงพยาบาล ชุมชนขนาด 120 เตียง จัดเป็นสถานบริการสาธารณสุขระดับ M1 ให้บริการรักษาโรคทั่วไปและ โรคเรื้อรัง เปิดให้บริการดูแลผู้ป่วยที่ใช้ยาวาร์ฟารินตั้งแต่พ.ศ. 2559 ให้บริการในผู้ป่วยที่ได้รับยาวาร์
4 ฟารินที่ส่งตัวมารับการรักษาต่อจากโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์และโรงพยาบาลยโสธร ปัจจุบัน แนวโน้มมีจ านวนผู้ป่วยที่ต้องดูแลเพิ่มขึ้น โดยปี พ.ศ. 2559-2562 มีจ านวนผู้ป่วย 39, 82, 120 และ 200 คน ตามล าดับ การให้บริการผู้ป่วยที่ใช้ยาวาร์ฟาริน ให้บริการทุกวันศุกร์ของสัปดาห์เวลา 08.00-12.00 น.
ในปี พ.ศ.2562 คลินิกวาร์ฟาริน มีจ านวนผู้ป่วยทั้งหมด 200 คน เข้ารับบริการที่คลินิกวาร์
ฟาริน จ านวน 1,099 ครั้งพบว่า มีค่า INR อยู่ในช่วงเป้าหมาย 596 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 54.23 ไม่ผ่านตัวชี้วัด Service plan สาขาโรคหัวใจซึ่งก าหนดให้ผู้ป่วยที่ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด ต้องมีค่า INR อยู่ในช่วงเป้าหมาย ร้อยละ 60.00 ซึ่งจากการทบทวนการใช้ยา พบว่าเกิดปัญหาจาก การใช้ยาที่พบมาก คือ การเกิดอันตรกิริยาระหว่างยา ซึ่งจ านวนผู้ป่วยที่เกิดอันตรกิริยาระหว่างยา ทั้งหมด 62 ราย คิดเป็นร้อยละ 31.00 และมีสาเหตุจากรับยาที่ รพ.สต. ทั้งหมด 12 ราย คิดเป็น ร้อยละ 19.35 ของผู้ป่วยที่เกิดอันตรกิริยาระหว่างยา
ผู้ป่วยใช้ยาวาร์ฟาริน มีการเข้ารับบริการที่ รพ.สต. ด้วยอาการเจ็บป่วยจากสาเหตุอื่นๆ จ านวน 100 รายคิดเป็นร้อยละ 50.00 เฉลี่ย 120 ครั้ง พบอุบัติการณ์การเกิดอันตรกิริยาระหว่างยา (drug interaction) 12 ราย และในผู้ป่วย 12 ราย มีผู้ป่วย1 ราย ค่า INR สูงกว่าเป้าหมายและ เกิดภาวะเลือดออกรุนแรง (major bleeding) ซึ่งต้องหยุดยาวาร์ฟารินและต้องให้การรักษาด้วย Fresh Frozen Plasma (FFP) ร่วมกับ vitamin K110 mg ทางหลอดเลือดด า,ผู้ป่วย 4 รายมีค่า INR สูงกว่าเป้าหมายและเกิดภาวะเลือดออกไม่รุนแรง (minor bleeding) ต้องหยุดยาวาร์ฟารินร่วมกับ ให้ Vitamin K1 1 mg รับประประทาน, ผู้ป่วย 6 ราย มีค่า INR สูงกว่าเป้าหมายแต่ไม่มีภาวะ เลือดออก (no bleeding) และผู้ป่วย 1 ราย มี INR ต่ ากว่าเป้าหมายเกิดภาวะเกิดลิ่มเลือดอุดตัน
เมื่อวิเคราะห์สาเหตุการเกิดอันตรกิริยาระหว่างยา ใน รพ.สต. พบว่า มีสาเหตุมาจากการสั่ง ใช้ยาที่มีอันตรกิริยาระว่างยาของเจ้าหน้าที่ใน รพ.สต. ที่ให้บริการจ่ายยา เนื่องจากไม่มีฐานข้อมูล ผู้ป่วยใช้ยาวาร์ฟารินในระบบ HOSxP PCU และไม่มีระบบแจ้งเตือนอันตรกิริยาระหว่างยาที่แสดงผล ได้อัตโนมัติ มีเพียงการบันทึกไว้ในเอกสารคู่มือ ซึ่งยากต่อการสืบค้นข้อมูลและการท าป้ายแจ้งเตือน ลงประวัติไว้หน้า Family folder ของผู้ป่วยเท่านั้น ถ้ามีผู้ป่วยใช้ยาวาร์ฟารินมารับการรักษาที่ รพ. สต. หลายครั้งต้องมีการคัดลอกข้อมูลผู้ป่วยด้วยลายมือ ซึ่งบางครั้งประวัติโรคประจ าตัว ประวัติใช้ยา ก็มีการคัดลอกตกหล่น ท าให้การสั่งจ่ายยาเกิดความผิดพลาด และเกิดการสั่งใช้ยาที่มีอันตรกิริยาขึ้น ได้ รวมทั้งรายชื่อข้อมูลผู้ป่วยที่ใช้ยาวาร์ฟารินในฐานข้อมูล รพ.สต. ไม่เป็นปัจจุบัน เนื่องจากการ สื่อสารกับโรงพยาบาลแม่ข่ายมีความล่าช้า และการเข้าถึงข้อมูลผ่านกลุ่มไลน์ บางครั้งการเข้าไปดาวน์
โหลดฐานข้อมูลผู้ป่วยใช้ยาวาร์ฟารินไม่ทันข้อมูลที่ส่งผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ (Application line) หมดอายุ ท าให้การน าเข้าฐานข้อมูลผู้ป่วยใช้ยาวาร์ฟารินในเวชระเบียนของ รพ.สต. ไม่เป็นปัจจุบัน