รายงานฉบับสมบูรณ
การพัฒนาและประเมินมาตรการการสงเสริมการเขารับ บริการเลิกบุหรี่ในรานยาของผูสูบบุหรี่
โดยบุคคลใกลชิดของผูสูบบุหรี่
(The Development and Evaluation of a Measure to Induce Smokers to Seek Smoking Cessation Services at Community
Pharmacy by the Smoker’s Closely Related Person)
โดย
ณธร ชัยญาคุณาพฤกษ
ปยะรัตน นิ่มพิทักษพงศ
ชนัญชิดา ปตานุสรณ
ศศิธร กาญจนากร สุจิรา นิพัทธพิมพใจ
ศูนยวิจัยผลลัพธทางเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร
มหาวิทยาลัยนเรศวร พิษณุโลก
พฤษภาคม 2552
ประกาศคุณูปการ
การศึกษาฉบับนี้สําเร็จลงไดดวยความกรุณาและความรวมมือจากหลายฝาย คณะผูวิจัย ตองขอขอบพระคุณศูนยวิจัยและจัดการความรูเพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) และเครือขายวิชาชีพ เภสัชกรรมเพื่อการควบคุมการบริโภคยาสูบ ที่ใหทุนวิจัยและใหโอกาสในการดําเนินการวิจัย ขอขอบพระคุณผูทรงคุณวุฒิทั้ง 4 ทานไดแก ผศ.กรองจิต วาทีสาธกกิจ นาวาโทหญิงพรทิพย ไตร ภัทร ภก.คทา บัณฑิตานุกูล และภญ.โสภิดา หวงรักษ ที่ไดทําการตรวจสอบและใหคําแนะนําใน การสรางแผนพับ และขอขอบคุณอาจารย ดร.นิลวรรณ อยูภักดี ที่กรุณาเสนอแนะวิธีการศึกษา ตางๆ ใหคําแนะนําและคําปรึกษาที่เปนประโยชนอยางยิ่งในการทํางาน ตลอดจนแกไขขอบกพรอง ตางๆของการศึกษาฉบับนี้ใหมีความสมบูรณครบถวนมากที่สุด
ขอขอบคุณเภสัชกรชุมชนทุกทาน ที่ใหความรวมมือในการเขารวมโครงการและชวยเหลือ ในการเก็บขอมูลจนครบตามเปาหมายที่ตั้งไว รวมทั้งขอขอบคุณอาสาสมัครทุกทานที่ไดใหความ รวมมืออยางดีในการใหขอมูลสําหรับการศึกษาในครั้งนี้
ณธร ชัยญาคุณาพฤกษ
ปยะรัตน นิ่มพิทักษพงศ
ชนัญชิดา ปตานุสรณ
ศศิธร กาญจนากร สุจิรา นิพัทธพิมพใจ
III
ชื่อเรื่อง การพัฒนาและประเมินมาตรการการสงเสริมการเขารับบริการเลิกบุหรี่ในรานยาของผูสูบบุหรี่
โดยบุคคลใกลชิดของผูสูบบุหรี่
ผูวิจัย ณธร ชัยญาคุณาพฤกษปยะรัตน นิ่มพิทักษพงศ ชนัญชิดา ปตานุสรณ ศศิธร กาญจนากร และสุจิรา นิพัทธพิมพใจ
คําสําคัญ การสูบบุหรี่ บริการเลิกบุหรี่ บุคคลใกลชิดของผูสูบบุหรี่ และมาตรการ บทคัดยอ
งานวิจัยนี้มีจุดมุงหมาย เพื่อเปรียบเทียบอัตราการเขามารับบริการเลิกบุหรี่ของผูสูบบุหรี่ในรานยาระหวางบุคคล ใกลชิดของผูสูบบุหรี่ที่ไดรับมาตรการการสงเสริมการเขารับบริการเลิกบุหรี่ และบุคคลใกลชิดของผูสูบบุหรี่ที่ไมไดรับมาตรการการ สงเสริมการเขารับบริการเลิกบุหรี่ และเพื่อพัฒนามาตรการการสงเสริมการเขารับบริการเลิกบุหรี่ของผูสูบบุหรี่ โดยบุคคลใกลชิดของ ผูสูบบุหรี่ งานวิจัยนี้มีสองสวน สวนแรกเปนการพัฒนามาตรการการสงเสริมการเขารับบริการเลิกบุหรี่ของผูสูบบุหรี่โดยบุคคล ใกลชิดของผูสูบบุหรี่ โดยมาตรการที่พัฒนาขึ้นในงานวิจัยคือ 1) การใหแผนพับ “ชักจูงใหเลิกบุหรี่” ที่มีความเฉพาะเจาะจงกับชวง อายุของผูสูบบุหรี่ 2) การใหแผนพับ “ชักจูงมารับบริการเลิกบุหรี่ที่รานยา” 3) การใหคําแนะนําถึงขอดีของการขอรับคําปรึกษาการ เลิกบุหรี่จากเภสัชกรผูเชี่ยวชาญในรานยา และ 4) การใหคําแนะนํากับบุคคลใกลชิดของผูสูบบุหรี่ใหนําสงแผนพับใหกับผูสูบบุหรี่
และสําหรับสวนที่สองเปนการวิจัยเชิงทดลองชนิดการวิจัยควบคุมเชิงสุม โดยกลุมทดลองจํานวน 68 คนจะไดรับมาตรการ สวนกลุม ควบคุมจํานวน 68 คนจะไมไดรับมาตรการ ผลลัพธหลักของงานวิจัยคือ อัตราการเขารับบริการเลิกบุหรี่ของผูสูบบุหรี่ในรานยา สวน ผลลัพธรองคือ การใหแผนพับ คําแนะนําแกผูสูบบุหรี่โดยบุคคลใกลชิดและการทราบความตั้งใจของผูสูบบุหรี่ในการมารับบริการ เลิกบุหรี่ที่รานยา ขอมูลที่ไดจะนํามาวิเคราะหผลโดยการใชสถิติพรรณนาและสถิติวิเคราะห ผลของอัตราการเขารับบริการเลิกบุหรี่
ในรานยาของผูสูบบุหรี่พบวาทั้งกลุมควบคุมและกลุมทดลองไมแตกตางกันคือ ไมมีผูสูบบุหรี่เขารับบริการเลิกบุหรี่ในรานยาทั้งสอง กลุม และเมื่อทําการเปรียบเทียบความตั้งใจในการมารับบริการเลิกบุหรี่ของกลุมทดลองพบวามีแนวโนมสูงกวากลุมควบคุม คือรอย ละ 20.6 และรอยละ 10.3 ตามลําดับ แตไมมีความแตกตางทางนัยสถิติ และพบวา จํานวนผูสูบบุหรี่ในทุกชวงอายุในกลุมทดลองที่
มีความตั้งใจในการมารับบริการเลิกบุหรี่ที่รานยามีแนวโนมสูงกวากลุมควบคุม แตไมมีความแตกตางทางนัยสถิติ สวนความรวมมือ ของบุคคลใกลชิดในการสงตอขอมูลไปยังผูสูบบุหรี่ พบวาบุคคลใกลชิดสวนใหญในกลุมทดลองมากกวารอยละ 80 ไดมอบแผนพับ ใหแกผูสูบบุหรี่โดยสงมอบแผนพับดวยตนเองรอยละ 79.4 เมื่อเปรียบเทียบการใหคําแนะนําแกผูสูบบุหรี่ใหมารับบริการเลิกบุหรี่
พบวาบุคคลใกลชิดในกลุมทดลองแนะนําใหผูสูบบุหรี่มารับบริการเลิกบุหรี่ที่รานยา (รอยละ 86.8) ซึ่งแตกตางจากกลุมควบคุม (รอยละ 76.5) ทางนัยสถิติ งานวิจัยนี้แสดงใหเห็นวามาตรการการสงเสริมการเขารับบริการเลิกบุหรี่ในรานยาของผูสูบบุหรี่ ไม
สามารถทําใหผูสูบบุหรี่มารับบริการเลิกบุหรี่กับเภสัชกรรานยาได แตมาตรการนี้มีสวนทําใหสูบบุหรี่บางสวนมีความตั้งใจที่จะมารับ บริการเลิกบุหรี่ ซึ่งอาจกลาวไดวามาตรการนี้มีสวนทําใหผูสูบบุหรี่มีความพยายามที่จะเลิกบุหรี่ (Quit Attempt) อีกทั้งมาตรการนี้
สามารถนําไปปฏิบัติไดจริงไดกับบุคคลใกลชิดของผูสูบบุหรี่ที่มารับบริการที่รานยา
Title THE DEVELOPMENT AND EVALUATION OF A MEASURE TO INDUCE SMOKERS TO SEEK SMOKING CESSATION SERVICE AT COMMUNITY PHARMACY BY THE SMOKER’ S CLOSELY RELATED PERSON
Authors Nathorn Chaiyakunapruk, Piyarat Nimpitakpong, Chanunchida Pitanusorn, Sasithorn Kanchanakorn, Sujira Nipatpimjai
Keywords smoking, smoking cessation service, smoker's closely related person, measure
ABSTRACT
This study has proposed to develop and evaluate a measure to induce smoking cessation seeking behavior among smokers at a community pharmacy by the smoker's closely related person. The study will compare the rate of smoking cessation seeking behavior between smokers who receive an intervention versus smokers who do not receive it. The study has 2 parts of the process. The first part is to develop a measure to induce smokers to smoking cessation service at community pharmacy by the smoker’s closely related person. The measure was consisted of 1) Giving pamphlet “Inducing smokers stop smoking” which is specific to the smoker’s age. 2)Giving pamphlet “Inducing smokers getting smoking cessation service at community pharmacy 3)Telling the advantages of receiving one-on-one counseling of smoking cessation by the expert pharmacist and 4)Advice the closely related persons suggest their smokers to participate in a smoking cessation service at the community pharmacy. The another part is an experimental research which we designed as a randomized, controlled trial. One-hundred and thirty six smoker's closely related persons were randomized into intervention and control groups of 68 people each. The intervention group received the measure whereas the control group was provided only suggestion by their closely related person to participate in a smoking cessation service at the community pharmacy. The primary outcome is the number of smokers who came to seek for smoking cessation service at community pharmacies collected by the pharmacists. The secondary outcome is the provision of pamphlets and advice to smokers by the smoker's closely related person. The smoker's closely related person were called or contacted via mail to inquire about them. Data were analyzed using descriptive and analytical statistics. The result of this study shows that none of smokers in both intervention and control group gets smoking cessation service at the community pharmacy. Interviewing data were taken from 62 and 63 smoker's closely related persons in intervention group and control group respectively by phone. The percentage of the smoker’s closely related persons who suggested that the smoker should seek smoking cessation advice from the pharmacy was 86.8% for the intervention group and 76.5% for the control group . The smokers in the intervention group has a higher tendency of attending the smoking cessation service, indicated by 20.6% and 10.3% of attending for the intervention group and the control group consecutively ;however, the difference is statistical insignificant. The results are also as same as when categorize by age, the sample of each group in the intervention group have higher tendency to attend the service than the sample in the control group, but the difference is not statistically significant. More than 80% of smoker's closely related persons in the intervention group had submitted those pamphlets and recommended the smokers to get smoking cessation service provided at the community pharmacy. In summary, the measure to induce smokers to participate in a smoking cessation service at the community pharmacy is failed at its intended goal.
However, the effort of this measure causes some smokers to consider cessation of smoking. Therefore, this measure is practicable for inducing some smokers to begin the process of quitting smoking at their community pharmacy.
สารบัญ
บทที่ หนา
1 บทนํา 1
ความเปนมาของปญหา 1
จุดมุงหมายของการวิจัย 3
ความสําคัญของการวิจัย 3
ขอบเขตของการวิจัย 4
คําสําคัญของการวิจัย 4
สมมติฐานของการวิจัย 4
2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ 5
ประสิทธิภาพของการเขารับบริการเลิกบุหรี่กับบุคลากรทางการแพทย 5 บทบาทของเภสัชกรในการใหบริการเลิกบุหรี่ในรานยา 6 ปญหาและอุปรรคหรือขอดอยของการบริการเลิกบุหรี่ในรานยา 8 ความสัมพันธระหวางแรงสนับสนุนทางสังคมกับพฤติกรรมสุขภาพ 9
แนวคิดในการสรางมาตรการ 12
3 วิธีดําเนินการวิจัย 19
ภาพรวมระเบียบวิธีวิจัย 19
สวนที่ 1 การพัฒนามาตรการการสงเสริมการเขารับบริการเลิกบุหรี่
ของผูสูบบุหรี่โดยบุคคลใกลชิด 19
สวนที่ 2 งานวิจัยแบบทดลองและควบคุมเชิงสุม 20
ภาพรวมงานวิจัย 20
สารบัญ(ตอ)
บทที่ หนา
ผูเขารวมการศึกษา 20 กลุมมาตรการการสงเสริมการเขารับบริการเลิกบุหรี่
ของผูสูบบุหรี่โดยบุคคลใกลชิดของผูสูบบุหรี่ 21
กลุมเปรียบเทียบ 21
การกระจายตัวอยางแบบสุม 23
ขนาดตัวอยาง 24
ผลลัพธของงานวิจัย 25
การเก็บรวบรวมขอมูล 25
การวิเคราะหผล 27
4 ผลการวิเคราะหขอมูล 28
สวนที่ 1 ขอมูลทั่วไปของบุคคลใกลชิดและผูสูบบุหรี่ของ กลุมควบคุมและกลุมทดลอง
ซึ่งไดจากการสอบถามบุคคลใกลชิดของผูสูบบุหรี่ 30 สวนที่ 2 ผลการเปรียบเทียบอัตราการเขารับบริการเลิกบุหรี่ของผูสูบบุหรี่
ในรานยาและผลการเปรียบเทียบความตั้งใจในการมารับ
บริการเลิกบุหรี่ในรานยาระหวางกลุมทดลองและกลุมควบคุม 34 สวนที่ 3 ความรวมมือของบุคคลใกลชิดในการสงตอขอมูล
ไปยังผูสูบบุหรี่ 36
สารบัญ(ตอ)
บทที่ หนา
5 บทสรุป 40
บรรณานุกรม 46
ภาคผนวก 53
ภาคผนวก ก ผูทรงคุณวุฒิทั้ง 4 ทาน และผลการประเมิน
แผนพับจากผูทรงคุณวุฒิ 54
ภาคผนวก ข แผนพับสําหรับงานวิจัย 72
ภาคผนวก ค ขอมูลและคําแนะนําสําหรับอาสาสมัครผูเขารวมโครงการวิจัย
และหนังสือแสดงความยินยอมการเขารวมโครงการวิจัย 80 ภาคผนวก ง ขั้นตอนและคูมือในการดําเนินการวิจัย 85
ภาคผนวก จ ขั้นตอนการกระจายตัวอยางแบบสุม 101
ภาคผนวก ฉ เกณฑการคัดอาสาสมัครเขางานวิจัยและออกจากงานวิจัย แบบบันทึกชื่อของบุคคลใกลชิดของผูสูบบุหรี่และผูสูบบุหรี่
และแบบบันทึกขอมูลรายบุคคล 110
ภาคผนวก ช แบบบันทึกการใหขอมูลบุคคลใกลชิดทางไปรษณีย 118
ภาคผนวก ซ ระยะเวลาในการเก็บขอมูล 120
ภาคผนวก ฌ ขอมูลของบุคคลใกลชิดและขอมูลของผูสูบบุหรี่
ที่ไดจากบุคคลใกลชิด 125
สารบัญตาราง
ตาราง หนา
1 แสดงชื่อแผนพับและกลุมเปาหมาย 20
2 แสดงขอมูลทั่วไปของบุคคลใกลชิดของผูสูบบุหรี่ 31 3 แสดงขอมูลทั่วไปของผูสูบบุหรี่ที่ไดจากการสอบถามบุคคลใกลชิด 33 4. แสดงผลการเปรียบเทียบการความตั้งใจในการมารับบริการเลิกบุหรี่
ที่รานยาของผูสูบบุหรี่ทั้งในกลุมควบคุมและกลุมทดลอง 35 5. แสดงรอยละชวงอายุของผูสูบบุหรี่และความตั้งใจในการมารับบริการเลิกบุหรี่
ที่รานยาของผูสูบบุหรี่ในกลุมควบคุมและกลุมทดลอง 36 6 แสดงผลการใหแผนพับแกผูสูบบุหรี่โดยบุคคลใกลชิดของผูสูบบุหรี่ในกลุมทดลอง 37 7 แสดงผลการเปรียบเทียบการแนะนําใหผูสูบบุหรี่มารับบริการเลิกบุหรี่ที่รานยา
ในกลุมควบคุมและกลุมทดลอง 38
8 แสดงการใหแผนพับและ/ หรือแนะนําใหผูสูบบุหรี่มารับบริการเลิกบุหรี่
ที่รานยาโดยบุคคลใกลชิดในกลุมควบคุมและกลุมทดลอง 39
สารบัญภาพ
ภาพ หนา
1 แสดงมาตรการการสงเสริมการเขารับบริการเลิกบุหรี่ของผูสูบบุหรี่
โดยบุคคลใกลชิดของผูสูบบุหรี่ 22
2 จํานวนบุคคลใกลชิดที่เขารวมจนสิ้นสุดงานวิจัย 29
บทที่ 1 บทนํา
ความเปนมาของปญหา
การสูบบุหรี่หรือการสูดควันบุหรี่ที่ผูอื่นสูบเปนปญหาทางสาธารณสุขที่สําคัญ โดยสงผล กระทบตอสุขภาพ เนื่องจากบุหรี่เปนสาเหตุและปจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคทั้งชนิดเฉียบพลันหรือ เรื้อรังอยางมากมาย ทําใหเกิดการทุพพลภาพหรือเสียชีวิตกอนวัยอันควร จากการประมาณของ องคการอนามัยโลกพบวาการตายของประชากรโลกที่เกิดจากบุหรี่มีแนวโนมที่จะเพิ่มขึ้นจากปละ 4 ลานคนในป 1998 เปน 4.9 ลานคนในป 2003 และมีแนวโนมเพิ่มขึ้นเปน 10 ลานคนในป 2030 นอกจากนี้ยังพบวารอยละ 70 ของการสูญเสียในอนาคตจะเกิดขึ้นในประเทศกําลังพัฒนา [1] ซึ่ง หลายประเทศกําลังประสบวิกฤติทั้งทางดานทรัพยากรมนุษยและทางเศรษฐกิจ ดังนั้นองคการ อนามัยโลกจึงไดมีนโยบายใหประเทศภาคีสมาชิกมีการดําเนินการควบคุมยาสูบ รวมถึงการ ประสานความรวมมือกับเครือขายทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ
จากการสํารวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของประชากรของประเทศไทย อายุ 15 ปขึ้นไป พ.ศ. 2549 พบวา บุหรี่เปนปจจัยเสี่ยงของการเสียชีวิตอันดับสาม รองจากเพศสัมพันธไมปลอดภัย และการดื่มสุรา โดยคนไทยเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ปละ 42,000-52,000 คน หรือวันละ 115 คน หรือชั่วโมงละ 5 คน และโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่เปนสาเหตุของการเสียชีวิตของคนไทยมากที่สุด คือ โรคถุงลมโปงพอง รองลงมาคือ มะเร็งปอดและโรคหัวใจและหลอดเลือด [2] โดยในแตละปจะมี
คาใชจายในการรักษา 3 โรคนี้ที่เกิดจากการสูบบุหรี่เปนจํานวนมหาศาล เชนในป 2549 คิดเปน มูลคา 47,075 ลานบาท และเพิ่มขึ้นเปน 49,430 ลานบาทในป 2550 [3] ซึ่งสงผลกระทบตอ เศรษฐกิจอยางมาก ในป 2550 ประเทศไทยสามารถปองกันและควบคุมการบริโภคยาสูบไดใน ระดับหนึ่ง กลาวคือ ลดจํานวนผูสูบบุหรี่เปนประจําได แตการที่ปริมาณการสูบบุหรี่ตอมวนตอคน มี
ระดับการเปลี่ยนแปลงลดลงนอยกวาอัตราการเลิกบุหรี่ บงชี้วาประชากรที่เสพติดบุหรี่แลว ยังคง เสพตอไป [4] ดังนั้นการชวยผูที่สูบบุหรี่ใหเลิกบุหรี่ไดสําเร็จจึงมีความจําเปนและมีประโยชนใน บุคคลทุกกลุมอายุ ทางภาครัฐและเอกชนจึงมีความรวมมือกันเพื่อรณรงคเลิกบุหรี่และปองกันการ สูบบุหรี่ในผูที่ไมไดสูบ โดยองคการอนามัยโลกไดมุงเนนและกําหนดใหบุคลากรทางการแพทยมี
สวนรวมในการควบคุมการบริโภคยาสูบและการเลิกบุหรี่ ดังนั้นเครือขายวิชาชีพสุขภาพซึ่งมีหลาย
สาขาวิชาชีพเพื่อสังคมไทยปลอดภัยบุหรี่ จึงไดรวมมือกันรณรงคและจัดกิจกรรมเพื่อควบคุมการ สูบบุหรี่
จากขอมูลของสเปญ อุนอนงค [5] กลาววาความสําเร็จในการหยุดบุหรี่จากการรักษาใน ลักษณะตางๆ พบวาวิธีการเลิกบุหรี่ดวยตนเองมีโอกาสประสบความสําเร็จในการเลิกบุหรี่มีเพียง รอยละ 1 แตหากไดรับการแนะนําเกี่ยวกับการเลิกบุหรี่จากผูเชี่ยวชาญผูสูบบุหรี่จะสามารถเพิ่ม โอกาสประสบความสําเร็จในการเลิกบุหรี่เปนรอยละ 5 แนวทางการรักษาทางคลินิกของประเทศ สหรัฐอเมริกาเรื่อง Treating Tobacco Use and Dependence: 2008 update [6] ไดแนะนําให
บุคลากรทางการแพทยใหคําปรึกษาการเลิกบุหรี่แกผูสูบบุหรี่ เนื่องจากมีงานวิจัยที่แสดงใหเห็นวา เมื่อบุคลากรทางการแพทยเปนผูใหคําปรึกษาการเลิกบุหรี่ พบวาสามารถเพิ่มอัตราการเลิกบุหรี่ได
มากกวากลุมผูสูบบุหรี่ที่ไมไดรับคําปรึกษาการเลิกบุหรี่จากบุคลากรทางการแพทย จากงานวิจัย ของ Zellich AJ. และคณะ [7] ไดทําการศึกษาประสิทธิผลและผลกระทบตอคุณภาพชีวิตของการ บริการเลิกบุหรี่โดยเภสัชกร พบวาเภสัชกรชวยใหผูสูบบุหรี่สามารถเลิกบุหรี่ไดถึงรอยละ 42 ใน ระยะเวลา 3 เดือน และเพิ่มขึ้นอีกรอยละ 26 ในระยะเวลา 6 เดือน และผลกระทบตอคุณภาพชีวิต ของผูสูบบุหรี่พบวาคุณภาพชีวิตดีขึ้นเมื่อเลิกบุหรี่สําเร็จ นอกจากนี้งานวิจัยของ Tran MT และ คณะ [8] ไดวิเคราะหตนทุน-ประสิทธิผลของการใหบริการเลิกบุหรี่ในสถานประกอบการเภสัชกรรม ชุมชนเทียบกับการเลิกบุหรี่ดวยตนเอง พบวาการใหคําปรึกษาในการเลิกบุหรี่โดยเภสัชกรมีความ คุมทุนมากกวาเมื่อเทียบกับการพยายามเลิกบุหรี่ดวยตนเอง ดังนั้นการที่เภสัชกรซึ่งเปนบุคลากร ทางการแพทยอีกสาขาหนึ่งที่มีโอกาสใกลชิดกับผูสูบบุหรี่ในระหวางปฏิบัติงานวิชาชีพ โดยเฉพาะ เภสัชกรชุมชนที่ทํางานในสถานปฏิบัติการชุมชน ถือวาเปนสถานที่ที่ใกลชิดประชาชนและ ประชาชนสามารถเขาถึงบริการไดโดยงาย เภสัชกรจึงเปนบุคลากรที่มีประสิทธิภาพสูงในการแสดง บทบาทปองกันและสงเสริมการเลิกบุหรี่ใหกับประชาชนในชุมชนไดเปนอยางดี จากงานวิจัยของ คทา บัณฑิตานุกูลและคณะ [9] ไดรวบรวมและสังเคราะหบทบาทของเภสัชกรในการควบคุมการ บริโภคยาสูบ พบวาอุปสรรคในการใหบริการแนะนําและสงเสริมการเลิกบุหรี่ในรานยา คือ ผูสูบ บุหรี่ไมสนใจรับบริการเลิกบุหรี่ เนื่องจากผูสูบบุหรี่ยังไมมีความตองการเลิกบุหรี่ หรือไมทราบวามี
การใหบริการเลิกบุหรี่ในรานยา แตจากประสบการณการออกหนวยของเภสัชอาสาพาเลิกบุหรี่
และประสบการณโดยตรงในรานยา กลับพบวามีบุคคลใกลชิดของผูสูบบุหรี่มาขอรับคําปรึกษาและ มีความตองการพาผูสูบบุหรี่มารับบริการเลิกบุหรี่เปนจํานวนมาก และจากสํานักงานสถิติแหงชาติ
2550 [10] พบวาบุคคลใกลชิดของผูสูบบุหรี่เปนสาเหตุที่ทําใหเลิกบุหรี่ได รอยละ 14 จากอุปสรรค และปญหาดังกลาว แสดงใหเห็นชัดวาผูมาใชบริการรานยาสวนใหญเปนบุคคลใกลชิดผูสูบบุหรี่มา
ขอคําปรึกษาไมใชผูสูบบุหรี่เอง นอกจากนี้ยังพบอุปสรรคการใหบริการเลิกบุหรี่ของเภสัชกรรานยา จากงานวิจัยของระพีพรรณ ฉลองสุข และคณะ [11] พบวาอุปสรรคอยางหนึ่งของการใหบริการ แนะนําหรือสงเสริมการเลิกบุหรี่คือเภสัชกรไมมีเวลาใหบริการเลิกบุหรี่ ดังนั้นการเสนอแนวทางให
บุคคลใกลชิดเปนผูชักจูงใหมารับบริการเลิกบุหรี่ในรานยา เพื่อใหผูสูบบุหรี่ไดรับคําปรึกษาการเลิก บุหรี่จากเภสัชกรในรานยา จึงเปนอีกแนวทางหนึ่งที่คาดวามีผลตอการเพิ่มความตองการในการเลิก บุหรี่ (Quit Attempt) หรือเพิ่มประสิทธิภาพในการเลิกบุหรี่ (Abstinence) แกผูสูบบุหรี่ และการ สรางมาตรการการสงเสริมการเขารับบริการเลิกบุหรี่ของผูสูบบุหรี่ในรานยา โดยบุคคลใกลชิดของผู
สูบบุหรี่ ควรเปนไปอยางงาย ไมซับซอน สะดวกแกผูปฏิบัติและสามารถนําไปประยุกตใชไดจริง จากการทบทวนวรรณกรรม พบวาในประเทศไทยยังไมมีวิธีการใดหรือมาตรการใดที่
สนับสนุนใหบุคคลใกลชิดเปนผูชักจูงใหผูสูบบุหรี่มารับบริการเลิกบุหรี่ รวมทั้งยังไมมีงานวิจัยที่
เกี่ยวกับ การใหบุคคลใกลชิดเปนสวนหนึ่งของการชักจูงใหผูสูบบุหรี่มารับบริการเลิกบุหรี่ในรานยา ทางคณะผูวิจัยจึงเล็งเห็นความสําคัญในเรื่องนี้ จึงทําการวิจัยมาตรการการสงเสริมการเขารับ บริการเลิกบุหรี่ของผูสูบบุหรี่ในรานยาโดยบุคคลใกลชิดของผูสูบบุหรี่ มาเปนอีกเครื่องมือหนึ่งที่
ชวยใหผูสูบบุหรี่เขาถึงเภสัชกรมากขึ้น โดยคาดหวังใหผูสูบบุหรี่มีโอกาสที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ในการสูบบุหรี่ หรือมีการเปลี่ยนแปลงระดับความสนใจในการเลิกบุหรี่ หรือเลิกบุหรี่ไดมากขึ้น
จุดมุงหมายของการวิจัย
1. เพื่อเปรียบเทียบ อัตราการเขามารับบริการเลิกบุหรี่ของผูสูบบุหรี่ในรานยาระหวาง บุคคลใกลชิดของผูสูบบุหรี่ที่ไดรับมาตรการการสงเสริมการเขารับบริการเลิกบุหรี่ และบุคคล ใกลชิดของผูสูบบุหรี่ที่ไมไดรับมาตรการการสงเสริมการเขารับบริการเลิกบุหรี
2. เพื่อพัฒนามาตรการการสงเสริมการเขารับบริการเลิกบุหรี่ของผูสูบบุหรี่ โดยบุคคล ใกลชิดของผูสูบบุหรี่
ความสําคัญของการวิจัย
สามารถนํามาตรการสงเสริมการเขารับบริการเลิกบุหรี่ในรานยาของผูสูบบุหรี่ โดยบุคคล ใกลชิดของผูสูบบุหรี่ไปประยุกตใช โดยคาดหวังใหผูสูบบุหรี่เขาถึงเภสัชกรมากขึ้น เมื่อผูสูบบุหรี่
เขารับบริการเลิกบุหรี่จากเภสัชกร จะทําใหผูสูบบุหรี่มีโอกาสที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการสูบ บุหรี่หรือเลิกบุหรี่ไดมากขึ้น หรือมีการเปลี่ยนแปลงระดับความสนใจในการเลิกบุหรี่เพิ่มมากขึ้น และใชมาตรการดังกลาวเปนตนแบบ ใหเกิดการพัฒนามาตรการการสงเสริมการเขารับบริการเลิก บุหรี่ของผูสูบบุหรี่โดยบุคคลใกลชิดของผูสูบบุหรี่ ใหมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นตอไป
ขอบเขตของการวิจัย
การพัฒนาและประเมินมาตรการการสงเสริมการเขารับบริการเลิกบุหรี่ในรานยาของผูสูบ บุหรี่โดยบุคคลใกลชิดของผูสูบบุหรี่ ศึกษาในรานยาที่เขารวมโครงการเภสัชอาสาพาเลิกบุหรี่
จํานวน 4 ราน คือ 1) รานเรือนยา สาขา 1 2) รานเรือนยา สาขา 2 3) รานมัทยาเภสัช และ 4) ราน จตุธรรมเภสัช กรุงเทพมหานคร โดยเก็บขอมูลระหวางวันที่ 1มกราคม พ.ศ.2552 ถึง วันที่ 29 กุมภาพันธ พ.ศ.2552
คําสําคัญของการวิจัย
การสูบบุหรี่ (Smoking) หมายถึง การหายใจเอาควันเขาและออกไปในปากหรือปอด จากการเผาไหมของบุหรี่โดยไมรวมถึงการไดรับควันบุหรี่จากบุคคลอื่น
บริการเลิกบุหรี่ (Smoking cessation service) หมายถึง การกระทําที่มีผลทําใหหยุด พฤติกรรมการสูบบุหรี่
ผูสูบบุหรี่ (Smoker) หมายถึง ผูติดสารเสพติดประเภทบุหรี่ที่มีบุคคลใกลชิดสมัครใจ เขารวมงานวิจัย
บุคคลใกลชิด (Smoker's closely related person) หมายถึง บุคคลที่มารับบริการใน รานยาที่ทําการวิจัยที่มีความสัมพันธกับผูสูบบุหรี่ หรือมีความสัมพันธกับผูสูบบุหรี่ที่อยูในระหวาง การเลิกบุหรี่ไดภายใน 6 เดือน บุคคลใกลชิดไดแก บิดา มารดา พี่ นอง สามี ภรรยา บุตร ญาติ หรือ เพื่อน
มาตรการ (Measure) หมายถึง วิธีการที่จะทําใหผูสูบบุหรี่มารับบริการเลิกบุหรี่ใน งานวิจัยนี้ ไดแก 1) การใหแผนพับ “ชักจูงใหเลิกบุหรี่” 2) การใหแผนพับ “ชักจูงมารับบริการเลิก บุหรี่ที่รานยา” 3) การใหคําแนะนําถึงขอดีของการขอรับคําปรึกษาการเลิกบุหรี่จากเภสัชกร ผูเชี่ยวชาญในรานยา และ 4) การใหคําแนะนํากับบุคคลใกลชิดของผูสูบบุหรี่ใหนําสงแผนพับใหกับ ผูสูบบุหรี่
สมมติฐานของการวิจัย
การที่บุคคลใกลชิดไดรับมาตรการการสงเสริมการเขารับบริการเลิกบุหรี่ในรานยา ทําใหมี
อัตราการเขารับบริการเลิกบุหรี่ของผูสูบบุหรี่ในรานยา แตกตางจากการที่บุคคลใกลชิดไมไดรับ มาตรการการสงเสริมการเขารับบริการเลิกบุหรี่ในรานยา
บทที่ 2
เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ
ในการวิจัยครั้งนี้คณะผูวิจัยไดรวบรวมงานวิจัยตางๆที่เกี่ยวของรวม 5 สวน เพื่อเปน พื้นฐานในงานวิจัยดังนี้
สวนที่ 1 ประสิทธิภาพของการเขารับบริการเลิกบุหรี่กับบุคลากรทางการแพทย
สวนที่ 2 บทบาทของเภสัชกรในการใหบริการเลิกบุหรี่ในรานยา
สวนที่ 3 ปญหาและอุปสรรคหรือขอดอยของการบริการเลิกบุหรี่ในรานยา สวนที่ 4 ความสัมพันธระหวางแรงสนับสนุนทางสังคมกับพฤติกรรมสุขภาพ สวนที่ 5 แนวคิดในการสรางมาตรการ
สวนที่ 1 ประสิทธิภาพของการเขารับบริการเลิกบุหรี่กับบุคลากรทางการแพทย
จาก Treating Tobacco Use and Dependence: 2008 update [6] ไดแนะนําให
บุคลากรทางการแพทยใหคําปรึกษาการเลิกบุหรี่แกผูสูบบุหรี่ เนื่องจากมีงานวิจัยที่แสดงใหเห็นวา เมื่อบุคลากรทางการแพทยเปนผูใหคําปรึกษาการเลิกบุหรี่ พบวาสามารถเพิ่มอัตราการเลิกบุหรี่ได
มากกวา และจากขอมูลของศรัณย กอสนาน [12] กลาววาการที่ผูสูบบุหรี่เลิกบุหรี่โดยมีผูให
คําปรึกษาแนะนําจะทําใหมีอัตราการเลิกบุหรี่ที่มากกวา และอัตราการกลับมาสูบบุหรี่ซ้ํานอยกวา การที่ผูสูบบุหรี่เลิกบุหรี่ดวยตนเอง ซึ่งจากขอมูลของสเปญ อุนอนงค [5] กลาวไววาความสําเร็จ ในการหยุดบุหรี่จากการรักษาในลักษณะตางๆ พบวาวิธีการเลิกบุหรี่ดวยตนเองมีโอกาสประสบ ความสําเร็จในการเลิกบุหรี่เพียงรอยละ 1 แตหากไดรับการแนะนําเกี่ยวกับการเลิกบุหรี่จาก ผูเชี่ยวชาญจะสามารถเพิ่มโอกาสประสบความสําเร็จในการเลิกบุหรี่เปนรอยละ 5 นอกจากนี้ยังมี
การศึกษาของ Lancaster T. และคณะ [13] ไดทําการรวบรวมงานวิจัยที่เกี่ยวกับการศึกษา ประสิทธิภาพของการใหบริการเลิกบุหรี่แกผูสูบบุหรี่ที่ตองการเลิกบุหรี่ สรุปไดวาการใหคําแนะนํา และการใหคําปรึกษาในการเลิกบุหรี่จากแพทยและพยาบาลชวยเพิ่มอัตราการเลิกบุหรี่ได
การที่เภสัชกรใหบริการเลิกบุหรี่นั้น จะมีสวนชวยใหผูสูบบุหรี่สามารถประสบความสําเร็จ ในการเลิกบุหรี่มากขึ้น โดยมีขอมูลหลักฐานในวรรณกรรมตางๆ ดังนี้ จากงานวิจัยของ Zellich AJ.
และคณะ [7] ไดทําการศึกษาประสิทธิผลและผลกระทบตอคุณภาพชีวิตของการบริการเลิกบุหรี่
โดยเภสัชกร พบวาเภสัชกรชวยใหผูสูบบุหรี่สามารถเลิกบุหรี่ไดถึงรอยละ 42 ในระยะเวลา 3 เดือน และเพิ่มขึ้นอีกรอยละ 26 ในระยะเวลา 6 เดือน และผลกระทบตอคุณภาพชีวิตของผูสูบบุหรี่พบวา คุณภาพชีวิตดีขึ้นเมื่อเลิกบุหรี่สําเร็จ นอกจากนี้งานวิจัยของ Tran MT. และคณะ [8] ไดวิเคราะห
ตนทุนและประสิทธิผลของการใหบริการเลิกบุหรี่ในสถานประกอบการเภสัชกรรมชุมชน เทียบกับ การเลิกบุหรี่ดวยตนเอง พบวาการใหคําปรึกษาในการเลิกบุหรี่โดยเภสัชกรมีความคุมทุนมากกวา การพยายามเลิกบุหรี่ดวยตนเองอีกดวย และจากการศึกษาของ Maguire TA. และคณะ [14] ซึ่ง ทําการประเมินประสิทธิผลของการใหบริการเลิกบุหรี่โดยเภสัชกร ซึ่งเภสัชกรมีการใหคําปรึกษาใน การเลิกบุหรี่แบบตัวตอตัวและแจกเอกสารแผนพับเกี่ยวกับการเลิกบุหรี่ และการติดตามผลอยาง ตอเนื่องเปรียบเทียบกับการใหบริการที่ไมมีทั้งการใหคําปรึกษาในการเลิกบุหรี่แบบตัวตอตัว และ แจกเอกสารแผนพับเกี่ยวกับการเลิกบุหรี่และการติดตามผลอยางตอเนื่องพบวาอัตราการเลิกบุหรี่ที่
เดือนที่ 12 ในกลุมที่ไดรับบริการจะมีอัตราการเลิกบุหรี่สูงกวากลุมที่ไมไดรับบริการอยางมี
นัยสําคัญทางสถิติ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยอีกมากมายที่ทําการศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิผลของการ ใหบริการเลิกบุหรี่โดยเภสัชกรชุมชนไดแก งานวิจัยของ Sinclair HK. และคณะ [15] ที่
ทําการศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิผลของการใหบริการเลิกบุหรี่ โดยเภสัชกรชุมชนที่ไดรับการอบรม เกี่ยวกับการใหบริการเลิกบุหรี่พบวาอัตราการเลิกบุหรี่ที่เดือนที่ 1, 4 และ 9 ของอาสาสมัครในกลุม ทดลองสูงกวากลุมควบคุม งานวิจัยของ Kennady DT. และคณะ [16] พบวากลุมที่ไดรับการ ใหบริการเลิกบุหรี่โดยเภสัชกรชุมชนมีอัตราการเลิกบุหรี่ที่เดือนที่ 1, 3, 6 และ 12 สูงกวา และพบวา เพศหญิงมักประสบความสําเร็จในการเลิกบุหรี่ที่สูงกวาเพศชายอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ
สวนที่ 2 บทบาทของเภสัชกรในการใหบริการเลิกบุหรี่ในรานยา
การสูบบุหรี่หรือการสูดควันบุหรี่ที่ผูอื่นสูบเปนปญหาทางสาธารณสุขที่สําคัญ โดยสงผล กระทบตอสุขภาพเนื่องจากบุหรี่เปนสาเหตุและปจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคทั้งชนิดเฉียบพลัน และ เรื้อรังอยางมากมาย ทําใหเกิดการทุพพลภาพหรือเสียชีวิตกอนวัยอันควร ดังนั้นการชวยผูที่สูบบุหรี่
ใหเลิกบุหรี่ไดสําเร็จจึงมีความจําเปนและมีประโยชนในบุคคลทุกกลุมอายุ ทางภาครัฐและเอกชน จึงมีความรวมมือกันเพื่อรณรงคเลิกบุหรี่และปองกันการสูบบุหรี่ในผูที่ไมไดสูบบุหรี่ โดยองคการ อนามัยโลกไดมุงเนน และกําหนดใหบุคลากรทางการแพทยมีสวนรวมในการควบคุมการบริโภค ยาสูบและการเลิกบุหรี่ ดังนั้นเครือขายวิชาชีพสุขภาพซึ่งมีหลายสาขาวิชาชีพรวมทั้งวิชาชีพเภสัช กรรม จึงไดรวมมือกันรณรงคและจัดกิจกรรมเพื่อควบคุมการสูบบุหรี่ขึ้น ซึ่งหากกลาวถึงบทบาท ของเภสัชกรโรงพยาบาลในการใหบริการเลิกบุหรี่ในปจจุบันนั้นยังไมชัดเจนมากนัก เนื่องจากการ
ใหบริการเลิกบุหรี่ที่มีในโรงพยาบาลนั้นมักมีบุคลากรทางการแพทยที่หลากหลาย เชน แพทย
พยาบาล นักจิตวิทยา นักสุขศึกษา ที่เปนผูใหบริการหลัก ซึ่งเภสัชกรโรงพยาบาลสวนใหญมักมี
บทบาทเพียงการใหคําปรึกษา หรือคําแนะนําเกี่ยวกับการใชยาเลิกบุหรี่ตามที่แพทยสั่งจายเทานั้น หากผูรับบริการเลิกบุหรี่ไมไดรับการสั่งจายยาก็จะทําใหเภสัชกรขาดบทบาทในสวนนี้ไป สําหรับ การติดตามผลของการใหบริการ การปฏิบัติตัวของผูรับบริการและการใหกําลังใจแกผูรับบริการนั้น เภสัชกรโรงพยาบาลยังมีบทบาทคอนขางนอย เนื่องจากเภสัชกรโรงพยาบาลมีภาระงานที่มากและ ไมมีเวลามากพอในการใหคําปรึกษาและติดตามผลแกผูที่ตองการเลิกบุหรี่ในโรงพยาบาล [9]
ดังนั้นในปจจุบันรานยา จึงไดรับความสนใจในการเปดบริการเลิกบุหรี่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีจุดเดนของการใหบริการเลิกบุหรี่ในรานยาคือ เภสัชกรชุมชนมีความใกลชิดกับคนใน ชุมชน สามารถเขาถึงผูเขารับบริการในการสนับสนุนและใหกําลังใจในการเลิกบุหรี่ไดงาย ผูมารับ บริการมีความสะดวกในการมารับบริการ อีกทั้งเภสัชกรยังมีเวลาในการใหคําปรึกษาแกผูที่ตองการ เลิกบุหรี่มากกวาเภสัชกรโรงพยาบาล จากงานวิจัยของทิพาพร พงษทองและคณะ [17] ไดแสดงให
เห็นวาผูสูบบุหรี่สวนใหญ และเภสัชกรเห็นดวยอยางยิ่งที่จะใหมีบริการเลิกบุหรี่ในสถาน ประกอบการเภสัชกรรมชุมชน ซึ่งทําใหบงชี้ไดวามีความเปนไดที่เภสัชกรชุมชนจะเปดบทบาทใน การใหบริการเลิกบุหรี่สําหรับผูสูบบุหรี่ที่สนใจในสถานประกอบการเภสัชกรรมชุมชน
เภสัชกรสามารถใชหลักการ 5A อันไดแก Ask (ถาม) Advise (ใหคําแนะนํา) Assess (ประเมิน) Assist (ชวยเหลือ) และ Arrange (ติดตามผล) ซึ่งถือเปนกระบวนการมาตรฐานในการ ใหบริการเลิกบุหรี่ และกระบวนการสอบถามสถานะการสูบบุหรี่นับเปนจุดเริ่มตนของการใหบริการ เลิกบุหรี่สําหรับผูสูบบุหรี่ เภสัชกรมีบทบาทที่จะตองใหคําแนะนําที่มีความชัดเจนและมีน้ําหนักและ เฉพาะเจาะจงกับผูปวยโดยระบุใหชัดเจนวาผูปวยควรเลิกบุหรี่ หลังจากทราบสถานะการสูบบุหรี่
และไดรับคําแนะนําวาควรเลิกบุหรี่แลวขั้นตอนตอไปคือการประเมินซึ่งจะประเมินระดับความสนใจ ในการเลิกบุหรี่ของผูสูบบุหรี่แตละราย ประเมินลักษณะการสูบบุหรี่วาสาเหตุการสูบบุหรี่เกิดจาก ปจจัยใด เชน ปจจัยทางกาย ทางสังคมหรือทางจิตใจ ในขั้นการประเมินนี้จะปนขั้นที่เภสัชกร รวบรวมขอมูลเกี่ยวกับประวัติการสูบบุหรี่ ประวัติการพยายามเลิกบุหรี่ แรงจูงใจในการเลิกบุหรี่
เพื่อประกอบการวางแผนที่จะชวยเหลือใหคําแนะนําที่เหมาะสม ในขั้นตอไปคือการใหความ ชวยเหลือ ซึ่งเภสัชกรสามารถใหคําปรึกษาและแนะนําวิธีการเลิกบุหรี่ไดทั้งวิธีการใชยาและไมใชยา โดยเภสัชกรจะมีสวนรวมในการชวยกําหนดวันเลิกบุหรี่ ติดตามประสิทธิภาพในการรักษา อาการ ไมพึงประสงคจากยา รวมถึงการใหกําลังใจแกผูที่ตองการเลิกบุหรี่ทั้งกอนและหลังการเลิกบุหรี่ได
ขั้นตอนสุดทายคือการติดตามผลและใหกําลังใจ เภสัชกรรานยาทํางานในรานยาของชุมชนซึ่งเปน