สังคมไทยและนักกฎหมายไดเรียนรูอะไรจากอดีตประธานาธิบดีเกาหลี
นายนพดล ปกรณนิมิตดี
อาจารยประจําคณะนิติศาสตร
มหาวิทยาลัยศรีปทุม [email protected]
นายโนห มูเฮียน อดีตประธานาธิบดีเกาหลี ไดถึงแกอสัญกรรมกะทันหัน เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผานมา และจากรายงานขาวตามสื่อที่ปรากฎ ดูเหมือนจะเขาใจไดวา การเสียชีวิตของ อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใตทานนี้ จะเปนการฆาตัวตาย ตามที่ตํารวจยืนยัน ดวยเหตุพบจดหมาย ลาตายของทานในเครื่องคอมพิวเตอรที่บานพัก
เหตุแหงการฆาตัวตายนั้น เมื่ออานจากจดหมายลา จะพบวามีขอความที่แสดงถึงความไม
สบายใจจากการถูกสอบสวนในขอหาคอรรัปชั่นเมื่อเดือนเศษที่ผานมาวา "รายแรงอยางมาก"
สําหรับตนเอง และขออภัยที่ทําใหหลายคนเดือดรอน ในตอนทายยังสั่งเสียให "ฌาปณกิจ" ศพของ ตนและตั้งปายจารึก "เล็กๆ ใหก็เพียงพอแลว"
ขอหาคอรรัปชั่นนี้ยังเปนเพียงขอกลาวหามิใชหรือ ขอหาคอรรัปชั่น รายแรงมาก จนถึงขั้นฆาตัวตายเลยหรือ
เปนคําถามที่ใครหลายคนในสังคมไทยเรา อาจตั้งคําถามนี้อยูในใจ วาทําไม....ตองฆาตัว ตาย. ถาเปนบานเรา สมมตินักการเมืองบางคนโดนขอหาคอรรัปชั่น คงอาจจะมีบางคนรีบเถียงทัน ควันเลยวา ไมมีหลักฐานหาวาผมทําผิดไดอยางไร บางคนอาจบอกวาตองรอศาลตัดสินกอน แต
ถาสมมติศาลยังตัดสินวาผิดอีก ก็อาจเถียงตอไดวา คดีไมยุติธรรมสําหรับเขาตั้งแตชั้นสอบสวน แลว
“เลี้ยวจากจุดสุดทาย กลับไปสูจุดเริ่มตนใหม” ทําใหนึกถึงเด็กที่เลนเกมแพ แลวขอกด เลนเกมใหมทันที
คําตอบของคําถามวาทําไม..ฆาตัวตาย.ดังกลาวขางตน นาจะ อยูจิตสํานึก และความรูสึกผิด ชอบชั่วดี หรือ คุณธรรมและจริยธรรม นั่นเองซึ่งในสวนหลังนี้จะอยูรัฐธรรมนูญแหง
ราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 หมวดที่วาดวยคุณธรรมและจริยธรรมของผูดํารงตําแหนงทาง การเมืองนั่นเอง โดยเอกสารรางรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย ฉบับลงประชามติ ที่ไดมีการ พิมพเผยแพรแกประชาชน เพื่อประกอบการลงประชามติ หนา 181 ไดใหเหตุผลไวตอนหนึ่งวา ความโปรงใส มีคุณธรรมและจริยธรรมของนักการเมือง คือสิ่งที่ขาดหายไปในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.
2540
จะขาดหายไปจริงในเชิงพฤตินัยหรือไม คงเปนเรื่องที่ตองมีการขอทุนทําวิจัยจากภาครัฐ เพื่อทําการศึกษาวิจัยทั้งเชิงคุณภาพ และเชิงปริมาณ เพื่อคนหาบทสรุปที่อาจไมมีวันที่สามารถเขียน ออกมาเปนรายงานวิจัยได แตที่แนนอนคือในเชิงนิตินัย รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ไดพลิกดูทุก หมวดแลว ก็ไมปรากฎหมวดวาดวยคุณธรรมและจริยธรรมของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง แต
อยางใด
แตอยางไรก็ตาม การมีบทบัญญัติไวในรัฐธรรมนูญ ก็คงไมใชหลักประกันคุณธรรมและ จริยธรรมของนักการเมือง เพราะความสัมฤทธิ์ผลของกฎหมายจะตองอยูที่การบังคับใชกฎหมาย ประกอบดวย แตสิ่งหนึ่งที่นาจะดีกวาตัวบทกฎหมาย นั่นก็คือ จิตใจ คุณธรรมและจริยธรรม มโน สํานึกที่ดีของบุคคลแตละคนที่มีอยูอยูในตัว ที่ไมจําตองรอใหมีกฎหมายมาบอกวาอะไรผิดอะไรถูก คนเราทุกคน ถาคิดดี ทําดี ไมเอาเปรียบใคร มีคุณธรรมและจริยธรรม เปนเครื่องยึด
เหนี่ยวทั้งตอเรื่องสวนตัว และตําแหนงงานที่ทําอยู และมีความละอายตอการกระทําผิดของตนเอง ไมตองรอใหใครมาสั่งใหทําความดี บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญหมวดที่วาดวยคุณธรรมและ
จริยธรรมของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง ก็จะกลายเปนเพียงเครื่องมือเพื่อจัดการกับคนไมดี
เทานั้น คนดี หรือนักการเมืองที่ดี ก็แทบจะไมมีความจําเปนตองกลัวบทบัญญัตินี้แตประการใด หิริ โอตะปะ นาจะถือไดวาเปนสิ่งหนึ่งที่สังคมไทยอาจจะตองฝากแกลูกหลานในโลกแหง อนาคตที่จะกาวสูถนนการเมือง กันเสียกระมัง
บังเอิญวาอดีตประธานาธิบดีทานนี้ก็เปนนักกฎหมายคนหนึ่งเชนกัน ทําใหนึกถึง วาทะ หรือคําพูดดีๆจากหนังสือของ ศ.พิเศษ ประสิทธิ์ โฆวิไลกูล เรื่อง กฎหมาย ศีลธรรม และความ รับผิดชอบของนักกฎหมาย ในหนา 6 ที่กลาววา นักกฎหมายเปนวิศวกรของสังคม (Lawyer as the social engineer) (Professor Roscoe Pound กลาว)
วิศวกรของสังคมในที่นี้ จะหมายถึงวานักนิติศาสตร เปนบุคคลหนึ่งที่บทบาทและความสําคัญและ เปนผูนําสังคมดวย ซึ่งก็บังเอิญสอดคลองกับเรื่องราวของอดีตประธานาธิบดีทานนี้
นายโนหไดชื่อวา เปนทนายหัวกาวหนา เคยเปนทนายความใหกับนักศึกษาและกรรมกรที่กอ เหตุประทวงตอตานรัฐบาลในยุคที่เกาหลีใตปกครองดวยเผด็จการทหารอยูเนืองๆ จนในที่สุด ถูก ยึดหนังสือประกอบวิชาชีพทนายดวยเหตุผลที่วาสงเสริมใหกรรมกรกอหวอดประทวงอยางผิด กฎหมาย ทําใหนายโนหหันมาเลนการเมือง ไดรับเลือกตั้งเปนผูแทนราษฎรและไตเตาจนกลายเปน หัวหนาพรรคยูริ พรรคการเมืองที่กอตั้งโดยนายคิม แด จุง อดีตประธานาธิบดี และผูนําสิทธิ
มนุษยชนที่เคยไดรับรางวัลโนเบลสันติภาพ นําพรรคไดชัยชนะอยางเซอรไพรส เมื่อป 2545 จนได
ดํารงตําแหนงประธานาธิบดีในที่สุด (มติชนออนไลน 24 พค.52)
ในซีกโลกตะวันตก เปรียบเทียบนักกฎหมายเสมือนวิศวกรหรือสถาปนิกของสังคม ฉะนั้น บทบาทของนักกฎหมายรุนใหมในสังคมไทย โดยเฉพาะอยางยิ่ง ผูที่ประสงคจะเขาไปอยูในแวดวง
การเมืองหรือคิดจะทํางานใหนักการเมืองรุนใหมในอนาคต คงอาจตองขอฝากเรื่องราวของอดีต ประธานาธิบดีเกาหลี ไวเปนเครื่องเตือนใจตนเอง ในเรื่องความละอายตอสังคม
นักกฎหมาย เปนวิชาชีพหนึ่ง ที่ตองหาเลี้ยงตนเองดังวิชาชีพอื่นๆ แตกระนั้นอํานาจเงินตรา ก็
ไมควรมาอยูเหนือความละอาย นักกฎหมายจึงควรตองทําหนาที่รับใชสังคมเปนหลักมิใชรับใช
เงินตราหรือนายทุน นักกฎหมายถาไมมีความละอายแลว ก็พรอมที่จะโกหกไดทุกอยาง และ บังเอิญนักกฎหมายเปนคนที่ตองใชเหตุใชผลอยูมาก จึงอาจกลายเปนคนที่โกหกไดเกงโดยปริยาย ไป สําหรับใครบางคนไปเสียแลว
สุดทายเคยไดยินบางทานบอกวา เด็กหรือเยาวชนสมัยนี้ ยอมรับ คนเกง แตขี้โกง ก็ได ซึ่ง ตรงนี้เปนความคิดที่นากลัวมาก ประกอบกับสังคมสมัยนี้ ก็ยอมรับคนที่เงินตรามากหรือเกิน ใครมี
เงินมากก็พรอมยกมือกราบไหว โดยไมสนใจเบื้องหนาเบื้องหลัง
ถาผูใหญอยางเราๆตอนนี้ ไมรีบสอนหรือปรับเปลี่ยนทัศนคติเยาวชนของชาติ ใหละอายตอ การเปนคนขี้โกง รังเกียจคนขี้โกง หรือ กลัวการถูกกลาวหาวาเปนคนขี้โกง อะไรจะเกิดขึ้นกับ สังคมไทยเรา เพียงใหแคมีความละอาย หรืออับอายตอการกระทําที่ไมดี สวนจะผิดหรือถูก คอยวากันอีกที สังคมในอุดมคติ หรือในฝนของพวกเราคงจะเกิดขึ้นไดอยางแนนอน ไมวันใดก็
วันหนึ่งครับ