ปญหาในการทํางานบางเวลา ของนิสิต นักศึกษาในระดับสถาบันอุดมศึกษา THE PROBLEMS OF PART-TIME JOB UNIVERSITY STUDENTS
ดารา พงษสมบูรณ
11อาจารยประจําคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม
บทคัดยอ: การศึกษาวิจัยในเรื่องนี้ มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาปญหาการทํางานบางเวลาของนิสิตนักศึกษาใน สถาบันอุดมศึกษา โดยเก็บขอมูลการศึกษาจากกลุมนิสิตนักศึกษาในเขตกรุงเทพฯ จํานวน 6 สถาบัน ประกอบดวย สถาบันอุดมศึกษาภาครัฐ จํานวน 3 สถาบัน และสถาบันอุดมศึกษาจากภาคเอกชน จํานวน 3 สถาบัน รวมจํานวนกลุม ตัวอยาง 400 คน โดยใชวิธีการสุมแบบ Accidental Random Sampling และเจาะจงเฉพาะนิสิตนักศึกษาที่ทํางานบางเวลา เทานั้น สถิติที่ใชในงานวิจัยนี้ ประกอบดวย คารอยละ ความถี่ คาเฉลี่ย และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานในการหาคาเฉลี่ยขอมูล เชิงปริมาณ การวิเคราะห Chi-Square การวิเคราะหความแปรปรวน (ANOVA) และการวิเคราะหคาสัมประสิทธ
สหสัมพันธ (Correlation Analysis)
ผลการศึกษาพบวา ปญหาการทํางานบางเวลาของนิสิตนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาที่เปนปญหาในระดับปานกลาง ถึงมาก คือ ปญหาทําใหไมสนใจการเรียน ความสามารถในการเรียนลดลง ผลการเรียนต่ําลง สุขภาพรางกายและจิตใจตก ต่ําลง มีเพื่อนนอยลง ขาดโอกาสในการใชชีวิตในมหาวิทยาลัย และมีเวลาอยูกับครอบครัวนอยลง สาเหตุสําคัญที่ทําให
ตองทํางานบางเวลามาจาก คาใชจายไมเพียงพอกับรายไดที่ไดรับจากบิดามารดา หรือจากเงินกูยืมเพื่อการศึกษา สวน ปญหาและอุปสรรคในการทํางานบางเวลาในสถานที่ทํางาน เปนปญหาระดับปานกลางที่พบมากที่สุด คือเวลาในการ ทํางานบางเวลาไมเพียงพอ ชั่วโมงการทํางานไมสอดคลอง และไมเอื้อกับตารางเรียน มีเวลาพักผอนนอยเกินไป อัตรา คาจาง คาตอบแทนไมเหมาะสม สวัสดิการที่องคกรใหแกนักศึกษาไมเหมาะสม งานในหนาที่ไมตรงกับสาขาที่เรียน ไมมี
ผูใหคําแนะนําและคําปรึกษาที่ดีในระหวางทํางาน ขาดความรูในงานที่ตองรับผิดชอบ สถานที่ทํางานขาดการมอบหมาย งานที่ดี ปริมาณงานที่ไดรับมอบหมายมีมากเกินไป ไมมีระบบการติดตอสื่อสารที่ดี งานที่ทําไมทําใหเกิดการเรียนรู งานใน หนาที่มีความยุงยาก ซ้ําซอน หลายขั้นตอน ระบบงานภายในองคกรไมคลองตัว ไมมีความสามารถในการใชเครื่องมือสื่อ อุปกรณ มีความขัดแยงกันระหวางบุคคลในสถานที่ทํางาน และเขากับผูรวมงานไมได นอกจากนี้ นิสิตนักศึกษามีความ ตองการที่จะใหสถาบันการศึกษาของตนใหการสนับสนุนปจจัยตางๆ เพื่อใหการทํางานบางเวลาดําเนินไปดวยดี ปราศจาก ปญหาอุปสรรค โดยเสนอใหมีคะแนนประสบการณในการทํางานบางเวลา ใหคิดเปนจํานวนหนวยกิต และมีผลการ ประเมิน เพื่อใหทุนสนับสนุนเบื้องตนที่จําเปน รวมทั้งใหเกียรติบัตรและวุฒิบัตร
สวนขอดีในการทํางานบางเวลาของนิสิตนักศึกษา พบวาอยูในระดับมากทั้งหมดคือ ทําใหมีรายไดเพิ่มขึ้น มีคุณภาพ ชีวิตที่ดีขึ้น พึ่งพาตนเองได มีความภาคภูมิใจและเปนการพัฒนางานอาชีพ พัฒนาความชํานาญดานการสื่อสารและ ปฏิสัมพันธกับบุคคลอื่น
นอกจากนี้นิสิตนักศึกษา ยังไดใหขอเสนอแนะวา องคกรควรมีระบบพี่เลี้ยงที่ดี เพื่อใหเวลาในการใหคําปรึกษา แนะนําอยางใกลชิดและเพียงพอ ตลอดจนระยะเวลาในการทํางานบางเวลา ควรใหมีความเหมาะสม และสอดคลองกับ ตารางเรียนในมหาวิทยาลัย ซึ่งจะทําใหนิสิตนักศึกษา ไมเครียดจนเกินไป และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นดวย
ABSTRACT:The main objective of this study was to investigate the problems confronting the university students with part-time job students in Bangkok Metropolitan. Four hundred sample were collected from three public and three private universities. Statistical analysis included the descriptive statistics, percentage, frequency, standard deviation of the mean, Chi-square, analysis of variance (ANOVA) and correlation analysis.
The study revealed that the problems incurred from working part-time were: reductions of the interest in the study, learning proficiency, grades, physical and mental health, friends, opportunity in enjoying university life and time spent with their own family. The main reason for working part-time was the insufficient incomes obtained from the parents and educational loan. The problems confronting the university students with part-time job at the medium scale were:
insufficient working time, the conflict between working hours and class schedule, insufficient resting period, inappropriate wage rate and welfare, no relationship between job and the area of study, lack of good adviser and knowledge in the job assigned, over-assignment of work, lack of good communication system, non-creative and too complicated work, inflexible organization, inability in using sophisticated equipment, conflict among the personels and enable to get along with the other workers. Furthermore, the part-time student sought their universities assistance in overcoming the problems by providing grades, credit with evaluation result, supporting fund and certificates for experienced part-time job students. The is a high level on positive side of the student working part-time as it increases student’s income, improve quality of life and giving pride to student to be able to support themselves. Apart from that it also develops practical skills and communication skills.
Students offered suggestions that the organization they worked for had good supervisory system whereby the supervisor gave guidance and work closely together. However, the work schedule should not clash with the university timetable so that student would not be stressed and had better quality of life.
1. ความสําคัญและที่มาของการวิจัย
สถาบันอุดมศึกษาเปนแหลงสรางองคความรูและ ทรัพยากรมนุษยที่สําคัญของสังคม โดยมีภารกิจหลัก 4 ประการ ไดแก การสอนหรือการผลิตบัณฑิต การสราง องคความรูใหม การให บริการทางวิชาการ และการ ทํานุบํารุงสงเสริมศิลปวัฒนธรรม ปจจุบันและแนวโนม ในอนาคตในสังคมที่มีความเจริญกาวหนาทาง เทคโนโลยีและภาวะการแขงขันสูง ประเทศไทยกําลัง เผชิญกับความเรงดวนในการพัฒนาประเทศ และมี
ความตองการทรัพยากรมนุษยที่มีคุณภาพสูงมากกวา ระยะเวลาที่ผานมา สถาบันอุดมศึกษาจึงเปนองคกร พัฒนาการศึกษาระดับสูงที่ไมเพียงสูงดวยตําราสาระที่
เปนขอมูลและเทคโนโลยี หากนาจะเปนความสูงดวย ระดับคุณภาพของคน โดยเฉพาะอยางยิ่งสูงดวยภูมิ
ปญญา และศีลธรรม (ระพี สาคริก, 2530)
ก า ร ที่ จ ะ บู ร ณ า ก า ร ใ ห นิ สิ ต นั ก ศึ ก ษ า ใ น สถาบันอุดมศึกษาเปนทรัพยากรมนุษยที่มีความ สมบูรณ ทั้งทางรางกาย สติปญญา และจิตใจ ให
สามารถดํารงชีวิตอยูรวมกับผูอื่นไดอยางมีความสุข ให
เปนคนเกง คนดี จึงจะตองใชเวลาในการพัฒนานิสิต นักศึกษาใหเกิดศักยภาพไดอยางเต็มที่ ตลอดระยะเวลา ในการศึกษาเลาเรียนอยูในมหาวิทยาลัย จากการที่
รัฐบาลมีนโยบายเรงดวนเพื่อแกปญหาความยากจนเชิง บูรณาการโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีพันตํารวจโท ดร.
ทักษิณ ชินวัตร ไดใหนโยบายในการประชุมปฏิบัติการ การแกปญหาสังคมและความยากจนเชิงบูรณาการ มอบหมายใหสวนราชการที่เกี่ยวของดําเนินการ แกปญหาความยากจนเชิงบูรณาการใน 7 เรื่อง ไดแก
ปญหาที่ดินทํากิน ปญหาคนเรรอน ปญหาผูประกอบ อาชีพผิดกฎหมาย การใหความชวยเหลือนักเรียน นักศึกษาใหมีรายไดจากอาชีพที่เหมาะสม ปญหาการถูก หลอกลวง ปญหาหนี้สินภาคประชาชน และปญหาที่อยู
อาศัยของประชาชน ซึ่งปญหาการใหความชวยเหลือ นักเรียนนักศึกษาใหมีรายไดจากอาชีพที่เหมาะสม นับวาเปนปญหาที่มีความสําคัญตอการพัฒนาทรัพยากร มนุษยของประเทศชาติอยางมาก เพราะถือวา นิสิต นักศึกษาเปนเยาวชนที่จะเปนกําลังสําคัญของชาติตอไป ในอนาคต ในปจจุบันจะพบวาเยาวชน นิสิตนักศึกษาจะ ใชเวลาวางในทางที่ไมถูกตองและไมเกิดประโยชนอยู
เนืองๆ อาทิ เที่ยวเตรในแหลงบันเทิง มั่วสุมติด สารเสพติด กอคดีอาชญากรรมตางๆ ดังนั้น เพื่อเปนการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหเยาวชนและนิสิตนักศึกษาใหมี
การใชเวลาวางในทางที่ถูกตองและเกิดประโยชน สราง รายไดใหกับนิสิตนักศึกษาเพื่อเปนการแบงเบาภาระการ ใชจายของผูปกครอง รวมทั้งเปนการลดปญหาตางๆ ของนิสิตนักศึกษา ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ด ร.ทั ก ษิ ณ ชิ น วั ต ร จึ ง ไ ด ม อ บ ห ม า ย ใ ห
กระทรวงศึกษาธิการและหนวยงานราชการที่เกี่ยวของ ทั้งในสวนกลางและสวนภูมิภาครับผิดชอบดูแลในเรื่อง การสรางงาน สรางรายไดใหกับนิสิตนักศึกษาโดยมี
วัตถุประสงคใหนิสิตนักศึกษามีงานทําและมีรายได
ระหวางเรียน เพื่อเปนการบูรณาการสรางงานใหกับ นิสิตนักศึกษาไดมีงานทํา จึงกําหนดวัตถุประสงคไว
ดังนี้ (กระทรวงศึกษาธิการ : 2547)
1) เพื่อสรางงานใหนักเรียน นักศึกษา ใหมีงานทํา และมีรายไดระหวางเรียน
2) เพื่อใหหนวยงาน สถานศึกษา สรางงาน สราง อาชีพ หาแนวทางรวมกันในการพัฒนาอาชีพสูรายได
ไดอยางเหมาะสม เปนระบบแบบยั่งยืน
3) เพื่อแกปญหาความยากจนของนักศึกษาใหมี
รายไดระหวางเรียน เปนการชวยเหลือแบงเบาภาระ คาใชจายของผูปกครอง
4) เพื่อเปลี่ยนแปลงคานิยมที่พึงประสงคและ พฤติกรรมที่สรางสรรคใหกับนิสิตนักศึกษา
กรมสวัสดิการและคุมครองแรงงาน กระทรวง แรงงานและสวัสดิการสังคม ไดดําเนินการโครงการ จางงาน นักเรียน นิสิตนักศึกษา ใหรูจักใชเวลาใหเกิด ประโยชน เห็นคุณคาของเงินคาตอบแทนที่จะไดรับ โดยกําหนดแนวทางสําหรับผูประกอบกิจการ ดังตอไปนี้ (กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม : 2547 ก.)
1) ควรพิจารณารับนักเรียน นักศึกษา ที่มีอายุไมต่ํา กวา 15 ปบริบูรณเขาทํางาน
2) ลักษณะงานที่ใหทําควรมีความเหมาะสมกับ เพศ วัย และความรูความสามารถ
3) ควรจายคาเบี้ยเลี้ยงใหตามความเหมาะสมกับคา ของงาน แตไมควรนอยกวา ชั่วโมงละ 22 บาท 4) ควรตระหนักวาการทํางานของนักเรียน นักศึกษา เปนการเตรียมแรงงานใหมีคุณภาพและเปน ทรัพยากรมนุษยที่จะสงผลตอการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ การเมืองของประเทศชาติตอไปในอนาคต 5) ไมควรใหทํางานที่มีลักษณะที่เปนอันตรายตอ สภาพ แวดลอมและอนามัย
6) ไมควรเรียกหรือรับเงินประกันในการทํางาน หรือประกันความเสียหายจากนักเรียนนักศึกษา
นอกจากนี้กระทรวงศึกษาธิการยังไดกําหนด มาตรฐานเพื่อเปนแนวทางในการชวยเหลือนักเรียน นิสิตนักศึกษาที่ทํางานบางเวลาไว 8 ประการคือ (กระทรวงศึกษาธิการ : 2547)
1) การจูงใจใหสถานประกอบการและภาคเอกชน เขารวมโครงการ
2) ประสานงานกับกระทรวงแรงงานในการจัดทํา คูมือการจางงาน
3) ใหผูบริหารสถานศึกษาหารือรวมกับประธาน หอการคาและประธานสภาอุตสาหกรรมในอัตราการ จางงาน
4) จัดทําระบบฐานขอมูลนักศึกษาที่แสดงความ ตองการในการทํางานใหเปนระบบ
5) กําหนดแนวทางและวิธีการประเมินผลเกี่ยวกับ การจัดหางานใหนักศึกษา
6) การพัฒนาความรู และทักษะดานตางๆในการ ทํางาน
7) ประชาสัมพันธการสงเสริมอาชีพและรายได
ระหวางเรียนใหกับนิสิตนักศึกษา
8) จัดทํางบประมาณเพื่อสนับสนุนการสงเสริม อาชีพและการมีงานทํา
นโยบายและโครงการตางๆ ของรัฐบาลนับวาเปน ประโยชนตอการสรางรายได สรางอาชีพ ใหกับ นักศึกษาเปนอยางมาก แตในสภาพความเปนจริงการ ทํางานบางเวลา (Part-Time) ของนิสิตนักศึกษามิไดมี
แตขอดีดานเดียว หากแตแฝงไปดวยปญหาตางๆ มากมาย ทั้งในเรื่องกระบวนการทํางาน พฤติกรรมใน การทํางาน ระยะเวลาในการทํางาน ตลอดจนผลกระทบ ตอการเรียนของนิสิตนักศึกษาเปนอยางมาก นิสิต นักศึกษาสวนใหญมีปญหาและอุปสรรคในการทํางาน เชน ในเรื่องการปรับตัวใหเขากับวัฒนธรรมองคกร และบุคคล การติดตอสื่อสาร งานที่รับผิดชอบในหนาที่
จํานวนชั่วโมงในการทํางานและคาจางคาตอบแทน จึง ทําใหนิสิตนักศึกษาเกิดความคับของใจและกอใหเกิด ความเครียดในการทํางาน เกิดอาการออนเพลียออนลา เนื่องจากขาดเวลาในการพักผอนบางครั้งเกิดอาการ หลับในระหวางเวลาเรียน ขาดสมาธิในการเรียน ทําให
มีผลกระทบตอการเรียน ผลการเรียนตกต่ําลง การเรียน ไมมีคุณภาพ ซึ่งก็อาจจะเปนสาเหตุสําคัญที่สราง ความเครียดและความกดดันใหกับนักศึกษาในที่สุด ใน สวนของสถานประกอบการก็มีปญหาในเรื่องของนิสิต นักศึกษามากพอสมควร กลาวคือ นิสิตนักศึกษาไมมี
ความรับผิดชอบเพียงพอ ขาดความอดทนอดกลั้น ขาด ความตั้งใจในการทํางาน ขาดทักษะในการทํางาน ตลอดจนยังมีภาระในการสอนงานใหกับนิสิตนักศึกษา และนิสิตนักศึกษาเองก็ไมไดทํางานอยางตอเนื่อง งาน ไมตรงกับความรูความสามารถหรือไมสอดคลองกับ สาขาวิชาที่ไดศึกษาเลาเรียนมา การจายคาตอบแทนไม
มีมาตรฐานเนื่องจากรัฐบาลไมไดกําหนดไวอยางชัดเจน ทําใหดูเสมือนวานิสิตนักศึกษาถูกเอาเปรียบดานคาจาง แรงงาน ทั้งนี้เพราะนายจางอาจกําหนดคาตอบแทนไว
ในลักษณะที่แตกตางกันในแตละสถานประกอบการ เชน ใหตามลักษณะของงานที่ทํา หรือผลงานเปน เปอรเซ็นต หรือตามความพอใจของนายจางซึ่ง กอใหเกิดความเหลื่อมล้ํา ไมเปนธรรมตามที่กฎหมาย คุมครองแรงงานกําหนดไว และในสวนของปญหา สวนตัวของนิสิตนักศึกษาเมื่อมีรายไดก็มักจะนําไปใช
จายในทางที่ไมถูกตองไมเหมาะสม นําไปใชจายอยาง ฟุมเฟอยสุรุยสุราย เนนการบริโภคดานวัตถุนิยม เลน การพนัน ไมรูจักการออมที่ดี ทั้งนี้เพราะเยาวชนไทย ถูกหลอหลอมดวยสิ่งแวดลอมและคานิยมที่ฟุมเฟอย ถึงแมนิสิตนักศึกษาจะมีรายไดพิเศษแตรายไดก็ไม
เพียงพอกับคาใชจายตามกระแสสังคมยุคโลกาภิวัตนซึ่ง อาจเปนสาเหตุนําไปสูกระบวนการหาเงินหรือหารายได
ในทางที่ผิดที่รุนแรงยิ่งกวาอีกดวย
ดังนั้นผูวิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาถึงปญหาใน ทํางานบางเวลาของนิสิตนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา ในเขตกรุงเทพ มหานคร เพื่อจะไดนําผลการศึกษาไป ใชในการจัดสรรงาน จัดสรรทุนในการจางงานใหกับ นิสิตนักศึกษาใหมีความเหมาะสม ถูกตองตอไปใน อนาคต
2. วัตถุประสงคของการวิจัย
2.1 เพื่อศึกษาสภาพปญหาการทํางานบางเวลา ของนิสิตนักศึกษา เกี่ยวกับลักษณะของงานที่ทํา ชั่วโมง ในการทํางาน คาจางคาตอบแทน ความปลอดภัยในการ ทํางาน กฎระเบียบวินัยในการทํางาน ตลอดจน คาใชจาย คาเดินทางในการทํางาน
2.2 เพื่อศึกษาถึงการปรับเปลี่ยนทัศนคติของนิสิต นักศึกษาที่ทํางานบางเวลาในเรื่องความรูความสามารถ ทักษะ ความรับผิดชอบ ความภาคภูมิใจและสภาพ จิตใจ
2.3 เพื่อศึกษาผลกระทบในทางบวกและทางลบ ของการทํางานบางเวลาที่มีผลตอคุณภาพชีวิตของนิสิต นักศึกษา
2.4 เพื่อศึกษาความคิดเห็นเกี่ยวกับปญหาในการ ทํางานบางเวลาของนิสิตนักศึกษา
3. ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ
3.1 ผลของการวิจัยจะทําใหทราบปญหาเกี่ยวกับ สภาพการทํางานบางเวลาของนักศึกษาซึ่งจะเปนขอมูล ใหกับหนวยงานที่รับผิดชอบไดใชเปนแนวทางในการ แกไขปญหาเพื่อใหนโยบายของรัฐบาล บรรลุ
วัตถุประสงคตามเปาหมายที่แทจริง
3.2 ผลของการวิจัยจะทําใหทราบความคิดเห็น เกี่ยวกับปญหาในการทํางานของนักศึกษาเพื่อเปนแนว ทางการทํางาน และการพัฒนางานในอาชีพและการ พัฒนาทรัพยากรมนุษย
3.3 ผลของการวิจัยจะเปนขอมูลใหกับภาครัฐได
นําไปเปนแนวทางในการพัฒนาโครงการสงเสริมการมี
งานทําใหกับนิสิตนักศึกษา ซึ่งเปนนโยบายในการ แกปญหาสังคมและความยากจนอยางบูรณาการของ รัฐบาลตอไปในอนาคต
4. ขอบเขตของการวิจัย
การศึกษาปญหาการทํางานบางเวลาของนิสิต นักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา มีขอบเขตของการศึกษา ดังนี้
4.1 ศึกษาถึงสาเหตุที่ทําใหนิสิตนักศึกษาใน สถาบันอุดม ศึกษาตองออกมาทํางานบางเวลาใน ระหวางเรียน
4.2 ศึกษาถึงปญหาในการทํางานบางเวลาของ นิสิตนักศึกษาในสถานประกอบการ
4.3 ศึกษาถึงผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบใน การทํางานบางเวลา
4.4 ศึกษาถึงทัศนคติของนิสิตนักศึกษาที่มีตอการ ทํางานบางเวลาในระหวางเรียน
5. ขอบเขตประชากร
การศึกษาในครั้งนี้กําหนดกลุมประชากรของ การศึกษาเปนนิสิตนักศึกษาระดับอุดมศึกษาทุกคณะ ทุกชั้นปที่กําลังศึกษาอยูในมหาวิทยาลัยของรัฐและ
เอกชน ในเขตกรุงเทพมหานคร จํานวน 6 สถาบัน สถาบันละ 100 คน โดยการสุมตัวอยาง (Sample Size) จ า ก ม ห า วิ ท ย า ลั ย ข อ ง รั ฐ 3 ส ถ า บั น ไ ด แ ก
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยของ เอกชน 3 สถาบัน ไดแก มหาวิทยาลัยหอการคาไทย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย มหาวิทยาลัยศรีปทุม
6. การวิเคราะหขอมูล
ขอมูลที่ไดจากการตอบแบบสอบถามจะนํามา วิเคราะหโดยใชโปรแกรมคอมพิวเตอรสําเร็จรูป SPSS สถิติที่ใชในการศึกษาคือ สถิติเชิงพรรณา (Descriptive Statistic) ไดแก คาความถี่ (Frequency) คารอยละ (Percentage) คาเฉลี่ยเลขคณิต (Mean) และคาสวน เบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) รวมทั้ง คาอันดับและจัด อันดับ
7. การอภิปรายผลการวิจัย
การทํางานบางเวลาของนิสิตนักศึกษาใน สถาบันอุดมศึกษา พบวามีปญหาและอุปสรรคหลาย ประการ ดังตอไปนี้
7.1 ปญหาดานคาใชจาย คาใชจายที่นิสิต นักศึกษาตองใชจายในการดํารงชีวิตประจําวัน ประกอบดวยคาที่พัก คาอาหาร คาน้ํา คาไฟ คาพาหนะ เดินทาง คาเสื้อผา คาอุปกรณการเรียนและอื่นๆ ซึ่งจาก ผลของการวิจัย นิสิตนักศึกษาที่ทํางานบางเวลา ซึ่งสวน ใหญทํางานเปนพนักงานและรับจางมีคาใชจายประมาณ 2,000-6,000 บาทตอเดือน จะเห็นไดวามีคาใชจาย คอนขางสูง
7.2 ปญหาดานคาจางคาตอบแทน ในเรื่องคาจาง คาตอบแทนในการทํางาน ผลการวิจัยพบวานิสิต นักศึกษาทํางานวันละประมาณ 7-9 ชั่วโมงตอวัน และ สวนมากทํางานในวันหยุดเสาร-อาทิตยกับชวงเวลา 17.00-24.00 น. ของวันทํางานปกติ ซึ่งนักศึกษาจะเลือก ชวงระยะเวลาในการทํางาน โดยดูจากวัน เวลา ที่วาง จากการเรียน สอดคลองกับผลการศึกษาของวิรัช กมุท มาศ (2528) ซึ่งไดแบงการทํางาน (Part Time Courses)
ออกเปน 2 ลักษณะ คือการทํางานเต็มเวลา (Day Release Courses) กับการทํางานเปนชวงๆ (Back- Release Courses) ซึ่งการทํางานแบบเปนชวงๆ เปนที่
นิยมมาก และนิสิตนักศึกษาไดรับอัตราคาจาง คาตอบแทนประมาณชั่วโมงละ 12-25 บาท ซึ่งเมื่อนํามา เปรียบ เทียบกับคาใชจายประจําวันที่นิสิตนักศึกษาตอง ใชจายพบวา คาจางที่นิสิตนักศึกษาทํางานบางเวลาไม
เพียงพอกับคาใชจาย ถึงแมวาจะมีรายไดประจําเดือน จากผูปกครองประมาณเดือนละ 2,000-4,000 บาท หรือ ไดรายไดประจําจากกองทุนกูยืมเพื่อการศึกษาก็ตาม 7.3 ปญหาดานสวัสดิการในเรื่องของสวัสดิการ ผูวิจัยไดสัมภาษณนิสิตนักศึกษาที่ทํางานบางเวลา เพิ่มเติมจํานวนประมาณ 10-30 คน เพื่อใหไดขอมูลใน แนวลึกเกี่ยวกับสวัสดิการที่นิสิตนักศึกษาควรจะไดรับ พบวานิสิตนักศึกษาสวนมากไมไดรับสวัสดิการใดๆ จากหนวยงานหรือองคกรที่ไปทํางานบางเวลามากนัก โดยเฉพาะนิสิตนักศึกษาที่ทํางานเปนพนักงานใน องคกรหรือบริษัทหางราน ไดระบุถึงสวัสดิการที่พอจะ ไดรับบาง ไดแก อาหารกลางวัน หรืออาหารวาง เครื่องดื่มชา กาแฟ และชุดกันเปอน ซึ่งชุดกันเปอนก็จะ หักจากรายไดที่นิสิตนักศึกษาไดรับ นอกจากนี้ก็มีการ บริการรถรับสง ซึ่งกําหนดตามจุดรับสงพนักงาน โดย นิสิตนักศึกษาจะตองขึ้นรถโดยสารมาตอรถรับสงของ บริษัทหรือองคกร เปนตน
7.4 ปญหาดานคุณภาพชีวิต พบวานิสิตนักศึกษา สวนใหญยอมรับวา การทํางานบางเวลาทําใหมีรายได
เพิ่มขึ้น คุณภาพชีวิตในการดํารงชีพดีขึ้น สามารถพึ่งพา ตนเองไดโดยไมเดือดรอน บางคนสามารถทํารายได
จากการเปนพริตตี้ จากการเชียรสินคา เสิรฟอาหาร ซึ่ง ไดเงินตอบแทนการใหบริการเปนจํานวนมาก สามารถ นํารายไดสวนนี้ไปเลี้ยงครอบครัวได แตในดานสุขภาพ รางกายและจิตใจของนิสิตนักศึกษาที่ทํางานบางเวลา พบวานิสิตนักศึกษาสวนมากจะมีเวลาในการพักผอน นอยลงมาก ทําใหเกิดอาการเจ็บปวย สุขภาพไมแข็งแรง เมื่อไปเรียนหนังสือก็จะเกิดอาการงวงนอน เรียนไม
เขาใจ ไมสนใจการเรียน และยังทําใหหางเหินจากเพื่อน และอาจารยที่ปรึกษา หรืออาจารยผูสอนรายวิชา ขาด
ความตอเนื่องในการเรียน ไมมีเวลาที่จะรวมทํากิจกรรม หรือปรึกษาหารือกับเพื่อนกับอาจารยผูสอน กิจกรรม หรืองานที่ไดรับมอบหมายที่จะมีผลตอคะแนนหรือผล การเรียนจะถดถอยลง สมองไมไดรับการพัฒนาในดาน การเรียนรู อวัยวะที่กอใหเกิดการสรางทักษะในการ เรียนขาดหายไป
8. สรุปผลการวิจัยและขอเสนอแนะ
จากผลของการศึกษาวิจัยเรื่อง “ปญหาการทํางาน บางเวลาของนิสิตนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา” ทําให
ทราบวา การทํางานบางเวลาของนิสิตนักศึกษามีปญหา ที่ควรนํามาพิจารณาเพื่อปองกันและแกไขปญหาให
ถูกตองและเหมาะสมกับสภาพและวัย โดยเฉพาะความ ถูกตองตามกฎหมายแรงงาน เพื่อเปนการพัฒนา ทรัพยากรมนุษยและงานอาชีพของเยาวชนไทยซึ่งเปน กําลังสําคัญของประเทศที่ดีในอนาคต โดยผูวิจัยมี
ขอเสนอแนะ ดังตอไปนี้
8.1 สถาบันอุดมศึกษา ควรมีการวางแผนเกี่ยวกับ การพัฒนางานอาชีพใหกับนิสิตนักศึกษาใน สถาบันอุดมศึกษา โดยการจัดการฝกอบรมเสริมสราง ความรู ทักษะและทัศนคติในการทํางานในอาชีพแตละ ประเภทใหมีความเขมแข็งและมีมาตรฐานที่
ตลาดแรงงานยอมรับในเรื่องของประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลในการทํางานใหมากยิ่งขึ้น โดยการจัดทํา ITDP (Individual Training and Development Plan) ใหกับนิสิตนักศึกษาเปนรายบุคคล เพื่อพัฒนาความรู
(Knowledge) ทักษะ (Skill) และความสามารถ (Abilities) ในงานอาชีพใหมีความเขมขนมากยิ่งขึ้น 8.2 รัฐควรมีมาตรการในการควบคุมดูแลเกี่ยวกับ การทํางานอาชีพของนิสิตนักศึกษาในแตละประเภทให
มีความถูกตองและเหมาะสม ไมวาจะเปนในเรื่อง เกี่ยวกับสภาพการจางงาน ระยะเวลาหรือชั่วโมงในการ ทํางาน อัตราคาจาง คาตอบแทนที่เปนธรรมตามที่
กฎหมายคุมครองแรงงานกําหนดไว ตลอดจน ควบคุมดูแลในเรื่องการจัดสวัสดิการและการดูแลความ ปลอดภัยในการทํางานใหกับนิสิตนักศึกษามากขึ้นดวย
8.3 ควรมีการจัดตั้งศูนยประสานงานแบบ ไตรภาคี คือ สถาบันอุดมศึกษา บริษัทองคกร สถาน ประกอบการและรัฐบาล ควรใหความรวมมือในการ สงเสริมและสนับสนุนทั้งทางดาน งบประมาณ สื่อ อุปกรณ บุคลากรที่เกี่ยวของ ซึ่งจะเปนประโยชนตอการ พัฒนางานอาชีพของนิสิตนักศึกษา โดยเฉพาะในดาน การติดตามและประเมินผล ทั้งในดานการทํางานของ นิสิตนักศึกษา และการบริหารจัดการรายไดที่นิสิต นักศึกษาไดมาวา ควรจะบริหารจัดการอยางไรเพื่อให
เกิดประโยชนตอตัวนิสิตนักศึกษาสูงสุด
8.4 ควรมีการเก็บรวบรวมขอมูลเกี่ยวกับการ ทํางาน ปจจัยตางๆ ที่เกี่ยวของกับการทํางานและทําวิจัย เกี่ยวกับงานอาชีพในแตละประเภท เพื่อปรับปรุง แกไข และพัฒนาใหงานอาชีพแตละประเภทของนิสิต นักศึกษาไดพัฒนาไปอยางตอเนื่อง
8.5 หนวยงานภาครัฐที่เกี่ยวของ อาทิ กรมพัฒนา ฝมือแรงงาน กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม กระทรวงศึกษา ธิการ กระทรวงอุตสาหกรรม และ หนวยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวของ ควรแสดงนโยบายและ บทบาทที่ชัดเจน มีความจริงจังและจริงใจ เพื่อ ปฏิบัติการพัฒนางานอาชีพใหกับนิสิตนักศึกษาที่
ตองการทํางานบางเวลาอยางแทจริงและเปนรูปธรรม มากกวาที่กําลังปฏิบัติอยูในปจจุบัน
8.6 สถาบันการศึกษาและภาครัฐ ควรจัดศูนยให
คําปรึกษารวมกันในการที่จะเปนผูใหคําปรึกษาแนะนํา หรือชวยแกไขปญหาใหกับนิสิตนักศึกษาที่มีปญหาใน การทํางานบางเวลา ซึ่งอาจจะไมกลาปรึกษากับ ผูรวมงาน พี่เลี้ยงสอนงาน ผูปกครอง หรือเพื่อน เพื่อ ชวยคลี่คลายปญหาใหบรรเทาลงและไมสราง ความเครียดใหกับนิสิตนักศึกษา ซึ่งอาจจะกอใหเกิด เปนปญหาสังคมตอไป และควรมีการติดตามผล ประเมินผลโดยตลอดดวย
8.7 กระทรวงศึกษาธิการและสถาบันการศึกษา ควรใหความรวมมือกันในการสรางหลักสูตร และ ปรับปรุงหลักสูตรใหทันสมัยและสนองตอบภาวะความ ตองการแรงงานในงานอาชีพประเภทตางๆ ใหมี
คุณภาพ มีประสิทธิภาพ และทันตอความตองการของ
กระแสโลกธุรกิจปจจุบันใหมากยิ่งขึ้นและควรจัดตั้ง เครือขายการเรียนรูหรือเครือขายกลุมงาน (Community of Practices) เพื่อเปนการแขงขันประสบการณในการ ทํางานและเรียนรูหาแนวทางแกไขปญหา หรือพูดคุยใน เรื่องที่กลุมตองการจะเรียนรู เพื่อใหเกิดความรูจริงและ เพื่อเพิ่มพูนความเชี่ยวชาญในสิ่งนั้นๆ และมีการจัด ประชุมเครือขายในแตละวิชาชีพ การศึกษาดูงาน ตลอดจนการแปลงวิธีปฏิบัติที่ไดผล (Best Practices) มา จัดทําเปนหลักสูตร โดยเนนกระบวนการเรียนรูดวยการ ลงมือปฏิบัติจริง (Action Learning) ขึ้นใน สถาบันการศึกษา มิใชใหเรียนจากกรณีศึกษาหรือ สถานการณสมมติ
8.8 กระทรวงศึกษาธิการควรบรรจุเนื้อหาหรือ รายวิชาในเรื่องของคุณธรรม จริยธรรม เศรษฐกิจ พอเพียงตามแนวทางพระราชดําริ เพื่อเสริมสราง จิตสํานึกในการเปนทรัพยากรมนุษยที่ดี มีคุณภาพ ดําเนินชีวิตโดยไมประมาท รูจักการใชเศรษฐกิจ พอเพียง มีการวางแผนการใชจายอยางประหยัด เทาที่
จําเปน ไมฟุมเฟอย และหมั่นเก็บออมเพื่อไวใชจายใน ยามไมมีงานทําหรือประสบภัยตองทุพพลภาพหรือ เกษียณอายุ เพื่อใหนิสิตนักศึกษาไดซึมซับและปฏิบัติ
ตนไดอยางถูกตอง เพื่อเปนการสรางฐานะเศรษฐกิจของ ตนเองและครอบครัวอยางยั่งยืน และยังเปนการ สนองตอบแนวพระราชดําริชีวิตพอเพียงของ พระบาทสมเด็จ พระเจาอยูหัวอีกดวย
8.9 รัฐบาลควรกําหนดนโยบายในการพัฒนา คุณภาพชีวิตของเอกชนและสถาบันครอบครัว ใหมี
ความเขมแข็งขึ้น เพราะปญหาที่นิสิตนักศึกษาตอง ทํางานบางเวลามาจากความยากจนของครอบครัวเปน หลัก ดังนั้น การกระจายรายไดในครัวเรือน คุณภาพ ชีวิตในครอบครัว จึงเปนสิ่งสําคัญอันดับแรกที่ตองมี
การกําหนดใหชัดเจน เพื่อเปนการปูพื้นฐานความ เขมแข็งทั้งทางรางกาย จิตใจ และสังคมใหแกเยาวชน ซึ่งจะเปนผูใหญและเปนทรัพยากรมนุษยที่มีคุณภาพ ตอไปในอนาคต ดังนั้นรัฐบาลควรตองปฏิบัติใหเปน รูปธรรมในเชิงรุกมากกวาปจจุบัน เพราะสถาบัน
ครอบครัวจะเปนภูมิคุมกันปญหาของสังคมและ ประเทศ ชาติไดดีที่สุด
9. เอกสารอางอิง
[1] กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, 2547. สรุปผลการสํารวจภาวะการณทํางานของ นิสิตนักศึกษา. สํานักสถิติแหงชาติ.
www.nso.go.th.
[2] กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม, 2541.
พระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. 2541. ราช กิจจานุเบกษา.
[3] กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม, 2547 ก.
โครงการจางงานนักเรียนนิสิตนักศึกษาทํางาน นอกเวลาเรียน. กรมสวัสดิการและ
คุมครองแรงงาน.
[4] กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม, 2547 ข.
ประกาศกรมสวัสดิการและคุมครองแรงงาน เรื่อง อัตราคาจางขั้นต่ํา. ราชกิจจานุเบกษา.
[5] กระทรวงศึกษาธิการ, 2547. การลงทะเบียนนิสิต นักศึกษาที่ตองการทํางานนอกเวลาเรียน.
[6] กระทรวงศึกษาธิการ. (2547). การประชุมเชิง ปฏิบัติการการแกปญหาสังคมและความยากจนเชิง บูรณาการ.
[7] กันยา สุวรรณแสง, 2536. บุคลิกภาพและการ ปรับตัว. กรุงเทพฯ: ภาควิชาการศึกษา คณะ การศึกษา. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร.
[8] จิต เอียดสังข. (2535). การศึกษาหารูปแบบที่
เหมาะสมในการสงนักเรียนฝกงานในสถาน ประกอบการ. กรุงเทพฯ : กรมอาชีวศึกษา.
[9] ฉันทนา บรรพศิริโชติ, 2525. การศึกษา สถานภาพและนโยบายเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน ผูดอยโอกาส : เด็กทํางาน. กรุงเทพฯ : สถาบันวิจัย สังคม จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.
[10] ชินโอสถ หัสบําเรอ, 2525. สุขภาพจิตในการ ทํางานและพฤติกรรมของมนุษย. สารกองการ พยาบาล.
[11] เชา สิทธิชัย. (2526). การศึกษาเปรียบเทียบ คาใชจายสวนตัวของนักศึกษา.
[12] ณัฏฐพันธ เขจรนันท, 2541. การจัดการทรัพยากร บุคคล. พิมพครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ
มหาวิทยาลัย.
[13] ดนัย สถิตธนาวุฒิ, 2520. การศึกษาผลตอบแทน ของการลงทุนทางดานการศึกษาในวิทยาลัย เอกชน.
[14] นฤมล สุวรรณหงส, 2541. การศึกษาคาใชจาย สวนตัวของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นสูง. สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล.
[15] บรรจง ชูสกุลชาติ, 2527. การบริหารหลักสูตร อาชีวศึกษา. วารสารครุศาสตร. จุฬาลงกรณ
มหาวิทยาลัย. กรุงเทพฯ.
[16] บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์, 2531. การวิเคราะห
ความแปรปรวน: ประยุกตเพื่อการวิจัย. พิมพครั้งที่
2. กรุงเทพฯ: โรงพิมพและทําปกเจริญผล.
[17] ปรียาพร วงศอนุตรโรจน, 2543. จิตวิทยาการ บริหารงานบุคคล. กรุงเทพฯ : พิมพดี
[18] พนัส หันนาคินทร, 2542. ประสบการณในการ บริหารบุคลากร. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ
มหาวิทยาลัย.
[19] พรรณราย ทรัพยะประภา, 2548. จิตวิทยาประยุกต
ในชีวิตและการทํางาน. กรุงเทพฯ : โรงพิมพแหง จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, 2548.
[20] พัฒนาวดี ชูโต และคณะ, 2545. ทักษะการทํางาน แรงงานไทย. วิทยาลัยประชากรศาสตร.
จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.
[21] พิชิต พิทักษเทพสมบัติ, 2540. 8 แนวคิดทางรัฐ ประศาสนศาสตร. กรุงเทพฯ : คณะรัฐประศาสน ศาสตร. สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร.
[22] พินยุดา แจมจันทรศรี, 2538. การศึกษาเรื่อง ผลกระทบจากปญหาจราจรตอคุณภาพชีวิตของ ขาราชการในเขตกรุงเทพมหานคร ศึกษาเฉพาะ กรณี ขาราชการกรมประชาสงเคราะหในราชการ บริหารสวนกลาง. วิทยานิพนธมหาบัณฑิต.
คณะสังคมสงเคราะหศาสตร.
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร.
[23] ภารดี นามวงศ, 2539. การปรับตัวของสตรีชนบท ที่เขามาทํางานในโรงงานอุตสาหกรรม
อิเลคทรอนิค เขตสวนอุตสาหกรรมจังหวัด พระนครศรีอยุธยา. กรุงเทพฯ : วิทยานิพนธ
ปริญญาโท สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร
[24] มธุรส สวางบํารุง, 2542. จิตวิทยาทั่วไป.
กรุงเทพฯ : กิติการพิมพ
[25] มาลินี จุฑะรพ, 2539. จิตวิทยาการเรียนการสอน.
กรุงเทพฯ : ทิพยวิสุทธิ์.
[26] มาลินี วงษพานิช, 2542. สุขภาพและสิ่งแวดลอม.
สํานักงานคณะกรรมการวิจัยแหงชาติ, องคการ อนามัยโลก. กรุงเทพฯ :
โรงพิมพคุรุสภาลาดพราว.
[27] รวีวรรณ ชินะตระกูล, 2535. ความรวมมือระหวาง สถานประกอบการกับสถานศึกษา. วิทยานิพนธ
กรุงเทพฯ : สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกลาเจา คุณทหารลาดกระบัง.
[28] ระพี สาคริก, 2530. ฐานขอมูลการวิจัยการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม. สํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาแหงชาติ http://www.Thaiedresearch, orglrsult/result/result.php?id 4684.
[29] รัชนี ลาชโรจน, 2527. การใชเวลาวางและ นันทนาการของวัยรุน เอกสารการสอนชุดวิชา พัฒนาการวัยรุนและการอบรม. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
[30] แล ดิลกวิทยรัตน, 2547. การแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับนิสิตนักศึกษาที่ทํางานบางเวลา. ศูนย
พัฒนาแรงงานและการจัดการ.
คณะเศรษฐศาสตร. จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.
[31] วรพล จันทรงาม, 2531. ความตองการอาชีพเสริม ของประชากรอพยพตามสภาพแวดลอมใน โครงการเขื่อนเชี่ยวหลาน
จังหวัดสุราษฎรธานี. วิทยานิพนธมหาบัณฑิต.
คณะวิทยาศาสตร. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร.
[32] วราภรณ บวรศิริ, 2543. การอาชีวศึกษาและ ตลาดแรงงาน เอกสารประกอบการ ประชุมสัมมนาวิชาการ เรื่อง การวิจัยทาง การศึกษาและการวิจัยที่เกี่ยวกับการศึกษา.
กรุงเทพฯ : เจริญผล.
[33] วอลล สตรีท เจอรนัล, 2544. บทสัมภาษณ
นักศึกษาประเทศญี่ปุนเกี่ยวกับการทํางาน part Time.
[34] วไลพร คุโณทัย, 2527. คาใชจายสวนตัว และ ปญหาทางการเงินของนิสิตนักศึกษาใน
สถาบันอุดมศึกษาเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร.
สํานักงานคณะกรรมการวิจัยแหงชาติ.
[35] วิชัย ตันศิริ. (ม.ป.ป.). การพัฒนาหลักสุตรเพื่อการ งานพื้นฐานอาชีพ. กรุงเทพฯ : คุรุสภา.
[36] วิรัช กมุทมาศ, 2528. รูปแบบความรวมมือระหวาง ภาครัฐบาลและภาคเอกชนในการพัฒนาอาชีว อุตสาหกรรม. กรุงเทพฯ : วิทยาลัยปองกัน ราชอาณาจักร.
[37] ศรีเรือน แกวกังวาล, 2539. ทฤษฎีจิตวิทยา บุคลิกภาพรูเขารูเรา. พิมพครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : หมอชาวบาน.
[38] ศิริพร เนตรพุกกณะ, 2536. ความสัมพันธระหวาง ปจจัยคัดสรรสงครามความเครียดของคนงานใน โรงงานอุตสาหกรรมยางพาราจังหวัดสุราษฎร
ธานี. วิทยานิพนธปริญญาโท. มหาวิทยาลัยมหิดล.
[39] ศิริวรรณ เกษมศานตกิดาการ, 2539. ศิลปะการอยู
รวมกับผูอื่น. กรุงเทพฯ : ภาควิชาปรัชญาและ ศาสนา. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร.
[40] ศูนยสารสนเทศ ทบวงมหาวิทยาลัย, 2547. สถิติ
จํานวนนิสิตนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ป
การศึกษา 2547.
[41] สบสันต อุตกฤษฏ และคณะ, 2535. การจัดฝก ภาคปฏิบัติใหกับนักศึกษามีความสามารถในการ ทํางาน สอดคลองกับความตองการของ ตลาดแรงงานอุตสาหกรรม. รายงานการวิจัย.
กรุงเทพฯ : สํานักงานการศึกษาแหงชาติ.
[42] สมนึก กิจรักษกุล, 2537. การศึกษาและวิเคราะห
คาใชจายเพื่อการศึกษากับคาเสียโอกาสของ นักศึกษาในระดับตางๆ.
[43] สมนึก นนธิจันทร, 2539. สรุปสาระสําคัญ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2540-2544). กรุงเทพฯ : รุงธนเกียรติออฟ เซ็ท.
[44] สมศักดิ์ สามัคคีธรรม, 2538. ปญหาแรงงานใน ประเทศไทย. กรุงเทพฯ : เคล็ดไทย.
[45] สํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2547.
โครงการวิจัยเกี่ยวกับวิสัยทัศนของเด็กไทยในยุค ปจจุบัน.
[46] สํานักงานคณะกรรมการ การพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแหงชาติ, 2539. สรุปสาระสําคัญ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2540-2544). กรุงเทพฯ : สํานักงาน คณะกรรมการ
การพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ.
[47] สํานักวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม, 2548. คู
มือสหกิจศึกษา.
[48] สํารวล ชุมเมืองปก, 2542. การศึกษาคาใชจาย สวนตัว และปญหาทางการเงินของนิสิตนักศึกษา.
คณะวิศวกรรมศาสตรและคณะวิทยาศาสตร
มหาวิทยาลัยของรัฐ และเอกชน ในเขต กรุงเทพมหานคร : สํานักงานคณะกรรมการวิจัย แหงชาติ.
[49] สุชาดา ดิษบรรจง, 2540. การศึกษาสภาพการ ฝกงานของนักศึกษาประเภทวิชาบริหารธุรกิจ วิทยาลัยอาชีวศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร.
วิทยานิพนธสาขาการบริหารอาชีวและเทคนิค การศึกษา กรุงเทพฯ : สถาบันเทคโนโลยีพระจอม เกลาพระนครเหนือ.
[50] อมรากุล อินโอชานนท, 2532. ความเครียดในการ ทํางาน. สุขภาพจิต 12. กรุงเทพฯ : โรงพิมพการ ศาสนา, 2532.
[51] อุไร คําสวาสดิ์, 2541. การประกอบอาชีพเสริม ขาราชการตํารวจ : ศึกษาเฉพาะกรณีตํารวจภูธร จังหวัดรอยเอ็ด. สารนิพนธมหาบัณฑิต. คณะ สังคมสงเคราะหศาสตร.
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร.
[52] Arkoff, A. 1986. Adjustment And Mental Health.
New York : Mcgraw-Hill Book Co., Inc.
[53] Cronbach, Lee J. 1990. Essential of
Psychological Testing. New York : Harper &
Row, @
[54] Maslow, A.H. 1970. Motivation and Personality.
New York : Harper and Row, Publishers.
[55] Warshaw, L. J. 1987. Monoging Stress.
Massachusette : Addison,