• Tidak ada hasil yang ditemukan

ผลการจัดการเรียนรูเร อง การประดิษฐของใชจ

N/A
N/A
Protected

Academic year: 2024

Membagikan "ผลการจัดการเรียนรูเร อง การประดิษฐของใชจ"

Copied!
8
0
0

Teks penuh

(1)

ผลการจัดการเรียนรู เร� อง การประดิษฐของใชจากวัสดุในทองถิ่น โดยใชการสอนที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ สําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4

Results of child – centred learning on making utensils from local materials for grade 4 students

เพียร ชํานาญ (Phian Chamnan) * สุมนชาติ เจริญครบุรี (Sumonchat Jaroenkornburi, Ph.d.) **

บทคัดยอ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพ� อศึกษา 1) ผลการเรียนรู 2) ทักษะการปฏิบัติงาน 3) คุณลักษณะ อันพึงประสงคดานความรับผิดชอบของนักเรียน เร� อง การประดิษฐของใชจากวัสดุในทองถิ่น โดยใชการสอนที่เนน ผูเรียนเปนสําคัญ กลุมเปาหมาย ไดแก นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4 โรงเรียนบานโนนมวง อําเภอเมือง จังหวัด ขอนแกน สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแกน เขต 1 ในภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2554 จํานวน 22 คน โดยใชรูปแบบการวิจัยการทดลองขั้นตน (Pre-experimental Design) แบบกลุมเดียว (One-Shot Case Study) เคร� องมือที่ใชในการวิจัยแบงเปน 2 ประเภท คือ 1) เคร� องมือที่ใชในการทดลอง ไดแก แผนการจัดการ เรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ จํานวน 6 แผน 2) เคร� องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูล ไดแก แบบประเมินนักเรียน ตามสภาพจริง ดานผลการเรียนรู ดานทักษะการปฏิบัติงาน และดานคุณลักษณะอันพึงประสงค วิเคราะหขอมูล โดยหาคาเฉลี่ย (X)

ผลการวิจัยพบวา นักเรียนมีคะแนนดานผลการเรียนรู ดานทักษะการปฏิบัติงาน และดานคุณลักษณะ อันพึงประสงคในดานความรับผิดชอบในภาพรวมอยูในระดับ “มาก” (X= 2.97, 2.91 และ 2.75 ตามลําดับ)

คําสําคัญ: ผลการจัดการเรียนรู ที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ

Keywords: Child – centred learning, Making utensils from local materials

* นักศึกษาหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน

** ผูชวยศาสตราจารย สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน

(2)

ความเปนมาและความสําคัญของปญหา

พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พุทธศักราช 2542 และที่แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ไดชี้ให

เห็นวา ผูเรียนมีความสําคัญที่สุด ทุกคนสามารถเรียนรู

และพัฒนาตนเองได กระบวนการจัดการศึกษาตอง สงเสริมใหผูเรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและ เต็มตามศักยภาพ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2545) การจัด การเรียนรูใหมีความหมายสําหรับผูเรียนมากที่สุด จะสงเสริมใหผูเรียน เกง ดี มีความสุข มีคุณภาพชีวิต ที่ดี และสามารถดํารงชีวิตไดอยางมีความสุขบนพื้นฐาน ความเปนไทย ผูเรียนควรไดรับการพัฒนาในทุกดาน ตาม ความสามารถ ความตองการ ความถนัด ความสนใจและ ตามศักยภาพของแตละบุคคล ดังนั้นการเรียนการสอน เพ� อพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยทุกคนในระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐานใหมีคุณภาพดานความรูและทักษะที่จําเปน สําหรับการดํารงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงและ แสวงหาความรูเพ� อพัฒนาตนเองอยางตอเน� องตลอด ชีวิตนั้น จึงควรใชการสอนที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551)

การจัดการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญเปน วิธีการสรางและพัฒนาผูเรียนทั้งดานรางกาย อารมณ

สังคม และสติปญญา เน� องจากเปนการจัดการเรียน Abstract

The objectives of this research were to study: 1) the learning achievement, 2) the work practice skill, and 3) the desirable characteristic of Grade 4 Students. The target group included 22 Grade 4 Students, Ban-none-muang School, Muang-khonkaen District, Khon Kaen Province, under jurisdiction of the Office of Khon Kaen Primary Educational Service Area 1, during the second semester of 2011 school year. The design of this study was Pre-Experimental Design by using One-Shot Case Study. There were 2 kinds of instruments: 1) the instrument using for experiment including 6 Leaming Manage- ment Plans focusing on Student – centred, and 2) the instrument using for data collection including the Students’ Authentic Assessment Form regarding to learning achievement, work practice skill, and desirable characteristic. Data were analyzed by using the Mean (X).

The research findings found that the students had learning achievement score in learning achievement, work practice skill, and desirable characteristic of responsibility, in overall, in “High”

level. The average values were 2.97, 2.91, and 2.75 respectively.

การสอนที่สงเสริมใหผูเรียนไดรูจักเรียนรูดวยตนเอง เรียนในเร� องที่สอดคลองกับความสามารถและความ ตองการของตนเอง และไดพัฒนาศักยภาพของตนเอง อยางเต็มที่ (วัฒนาพร ระงับทุกข, 2545) การจัด การเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญเริ่มดวยการกําหนด จุดประสงคการเรียนรู เลือกแหลงการเรียนรู และส� อ การเรียนรูที่สงเสริมใหผูเรียนเกิดการเรียนรูอยางเต็ม ศักยภาพ สัมพันธกับความแตกตางระหวางบุคคล โดยครูมีบทบาทกระตุนเสริมแรง ใหผูเรียนคนพบทิศทาง การแกปญหาดวยตนเอง รูจักการทํางานเปนกลุม มีความรับผิดชอบ ฝกประเมินผล ปรับปรุงตัวเองและ ยอมรับผูอ� น สรางคานิยมของความเปนพลเมืองดี

ตัวผูเรียนมีบทบาทรวมในการกําหนดจุดมุงหมาย กิจกรรม วิธีการเรียนรูไดคิดปฏิบัติเอง ตามความถนัด และความสนใจของแตละคน รวมทั้งประเมินผลการ เรียนรูดวยตนเอง การเรียนรูสามารถเกิดขึ้นไดทุกเวลา ทุกสถานที่ ทั้งในหองเรียนและนอกหองเรียน (ลัดดา ศิลานอย และคณะ, 2544) การจัดกิจกรรมการเรียนรู

จะตองเปดโอกาสใหผูเรียนมีสวนรวมในการเรียนรูให

มากที่สุด เนนใหผูเรียนสรางองคความรูไดดวยตนเอง สามารถเรียนรูจากประสบการณในสภาพความเปนจริง สืบคนหาความรูดวยตนเอง เปนการพึ่งพาตนเองเพ� อให

(3)

เกิดทักษะที่จะนําสิ่งที่เรียนรูไปใชไดจริงในชีวิตประจําวัน และสามารถเขาใจวิธีการเรียนรูดวยตนเองได กลาวคือ รูวิธีคิดของตนเองพรอมที่จะปรับเปลี่ยนวิธีคิดไดอยาง เหมาะสม เปนการประเมินตนเอง การเปดโอกาสให

ผูเรียนประเมินตนเองอยางสม่ําเสมอและตอเน� อง จะชวยใหผูเรียนเขาใจตนเองไดชัดเจนขึ้น สามารถเรียนรู

และพัฒนาตนเองได (สมศักดิ์ ภูวิภาดาวรรธณ, 2545) ดังนั้นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจะตอง กระตุนสงเสริมจัดสิ่งเราและจัดกิจกรรมใหผูเรียนเกิด การพัฒนาใหเต็มศักยภาพ ตองเปนกิจกรรมใหผูเรียน ไดวิเคราะห วิจารณ สรางสรรค ศึกษาและคนควา ไดลงมือปฏิบัติจนเกิดการเรียนรูดวยตนเอง รักการอาน รักการเรียนรู จะนําไปสูการเรียนรูตลอดชีวิต และเปน บุคคลแหงการเรียนรู ผูสอนจึงตองสอนวิธีการแสวงหา ความรู มากกวาสอนตัวความรู สอนการคิดมากกวาสอนให

ทองจํา สอนโดยเนนผูเรียนเปนสําคัญมากกวาเนื้อหาวิชา การจัดการเรียนรูในกลุมสาระการงานอาชีพ และเทคโนโลยี ผูสอนตองคํานึงถึงพัฒนาการทางดาน รางกายและสติปญญา วิธีการเรียนรู ความสนใจ ความแตกตางระหวางบุคคลและความสามารถของ ผูเรียนการจัดการเรียนรูแตละชวงชั้น ควรใชวิธีการสอน ที่หลากหลาย โดยมุงเนนการจัดการเรียนการสอนตาม สภาพจริง เพ� อใหเกิดการเรียนรูดวยตนเอง การเรียนรู

รวมกัน การเรียนรูจากธรรมชาติ การเรียนรูจากการ ปฏิบัติจริง ฝกทักษะกระบวนการคิด ทักษะการทํางาน อยางเปนระบบ เพ� อใหนักเรียนสามารถศึกษาดวยตนเอง และสามารถทํางานรวมกับผูอ� นไดอยางมีความสุข (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551)

การจัดการเรียนรูกลุมสาระการเรียนรูการงาน อาชีพและเทคโนโลยี โรงเรียนบานโนนมวง ในปการ ศึกษา 2553 พบวา นักเรียนระดับประถมศึกษาปที่ 4 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยอยูในระดับกลาง (X= 2.36) ในขณะที่โรงเรียนบานตั้งเกณฑไวที่คาเฉลี่ย ระดับมาก (X= 2.50) ขึ้นไป (โรงเรียนบานโนนมวง, 2553) นอกจากนี้ยังพบวา ผูเรียนมีทักษะการปฏิบัติงาน ที่ไมถูกตอง ตามหลักการทํางาน และพบคุณลักษณะที่

ตองการใหเกิดขึ้นในการทํางานในดานความรับผิดชอบ

ในการทํางานนอย ดังนั้นในการแกไขปญหาที่เกิดขึ้น ดังกลาว ผูวิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาผลการเรียนรูที่เนน ผูเรียนเปนสําคัญ เร� อง การประดิษฐของใชจากวัสดุ

ในทองถิ่น สําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4 และ ไดนําแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวของกับการจัดการเรียน การสอนที่เนนผูเรียนเปนสําคัญมาใชในการพัฒนา การจัดกระบวนการเรียนรูและไดนํามาผสมผสานให

สอดคลองกับบริบทของโรงเรียนและชุมชน ซึ่งเปน ชุมชนที่อาศัยอยูชานเมือง ซึ่งมีวัสดุในทองถิ่นทั้งในภาค การเกษตรและอุตสาหกรรมเปนจํานวนมาก วัสดุ

ในทองถิ่นเหลานี้สามารถนํามาใชเพ� อเพิ่มมูลคามี

ประโยชนใชสอยได เชน ไมไผ ถุงพลาสติก ถุงนม กระดาษ รังไหม เศษผา กลองบรรจุภัณฑ เปนตน นอกจากนั้นยังมีชมรมผูสูงอายุในชุมชนบานโนนมวง อยูใกลโรงเรียนกิจกรรม ที่ดําเนินการเกี่ยวกับการ ทํางานไม การจักสานจากไมไผ การประดิษฐดอกไม

ซึ่งสามารถใชเปนแนวทางในการประดิษฐของใชตาง ๆ ของนักเรียนได ดังนั้นถาไดมีการจัดการเรียนการสอน ที่มีขั้นตอนการสอน ที่ชัดเจน โดยใหผูเรียนไดใชทักษะ กระบวนการและปญญาหลาย ๆ ดาน ไดเรียนรูจาก ความตองการและความสนใจ ไดฝกปฏิบัติจริงผาน กระบวนการคิดสรางสรรคของตนเอง นําภูมิปญญา ทองถิ่นและวิถีชีวิตของชุมชนมาประยุกตใชในการเรียน และการปฏิบัติงาน จะทําใหการจัดการเรียนการสอน มีประสิทธิภาพ นาจะสงผลใหผลการเรียนรูสูงขึ้น ผูเรียน มีทักษะการปฏิบัติงานและคุณลักษณะอันพึงประสงค

ในดานความรับผิดชอบ รวมทั้งจะทําใหผูเรียนเห็นคุณคา ของการอนุรักษภูมิปญญาทองถิ่น และเห็นความสําคัญ ของวัสดุในทองถิ่น นํามาสรางสรรคผลงานที่มีมูลคาและ สามารถนําไปจําหนายเปนรายไดเสริมอีกทางหนึ่ง

จากเหตุผลดังกลาว ทําใหผูวิจัยในฐานะครู

ผูสอน กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพ และเทคโนโลยี

ชั้นประถมศึกษาปที่ 4 โรงเรียนบานโนนมวง สนใจศึกษา ผลการเรียนรูเร� องการประดิษฐของใชจากวัสดุใน ทองถิ่น โดยใชการสอนที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4

(4)

วัตถุประสงคการวิจัย

เพ� อศึกษาผลการจัดการเรียนรูเร� อง การประดิษฐ

ของใชจากวัสดุในทองถิ่น โดยใชการสอนที่เนนผูเรียน เปนสําคัญ สําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4 ในดาน

1. ผลการเรียนรู เร� อง การประดิษฐของใช

จากวัสดุในทองถิ่น

2. ทักษะการปฏิบัติงาน เร� อง การประดิษฐ

ของใชจากวัสดุในทองถิ่น

3. คุณลักษณะอันพึงประสงค ดานความ รับผิดชอบ

วิธีดําเนินการวิจัย

1. ระเบียบวิธีวิจัย การวิจัยครั้งนี้เปนการวิจัย ทดลองขั้นตน แบบ One Shot Case Stoutly

2. กลุมเปาหมาย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4 โรงเรียนบานโนนมวง อําเภอเมือง จังหวัดขอนแกน สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแกน เขต 1 ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2554 จํานวน 22 คน

3. ตัวแปรที่ใชในการวิจัย

ตัวแปรที่ใชในการวิจัยครั้งนี้ประกอบดวย - ตัวแปรตน การจัดการเรียนรูเร� องการ ประดิษฐของใชจากวัสดุในทองถิ่น โดยใชการสอนที่เนน ผูเรียนเปนสําคัญ

- ตัวแปรตาม

1) ผลการเรียนรู เร� อง การประดิษฐของใช

จากวัสดุในทองถิ่น

2) ทักษะการปฏิบัติงาน เร� อง การประดิษฐ

ของใชจากวัสดุในทองถิ่น

3) คุณลักษณะอันพึงประสงค ดานความ รับผิดชอบ

4. ขอบเขตของเนื้อหา

เนื้อหาที่นํามาพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู

ที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ เร� อง การประดิษฐของใชจาก วัสดุในทองถิ่น สําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4 จํานวน 6 แผน รวม 10 ชั่วโมง

5. ระยะเวลาทําการวิจัย

ในการวิจัยครั้งนี้ระยะเวลาที่ใชในการวิจัย ระหวางเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - เดือนมีนาคม พ.ศ. 2555

เคร� องมือที่ใชในการวิจัย

เคร� องมือที่ใชในการวิจัย แบงเปน 2 ประเภท ดังนี้

1. เคร� องมือที่ใชในการทดลอง ไดแก แผน การจัดการเรียนรู เร� องการประดิษฐของใชจากวัสดุใน ทองถิ่น โดยใชการสอนที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ สําหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4 จํานวน 6 แผน

2. เคร� องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูล ไดแก แบบประเมินนักเรียน ซึ่งกําหนดเกณฑการให

คะแนนแบบ Rubric score แบงเปน 3 ระดับ คือ มาก ปานกลาง นอย สําหรับประเมินดานผลการเรียนรู

ดานทักษะการปฏิบัติงาน และดานคุณลักษณะอันพึง ประสงคของนักเรียน

การวิเคราะหขอมูล

ผูวิจัยวิเคราะหขอมูลเชิงคุณภาพดวยการ วิเคราะหเนื้อหา และวิเคราะหขอมูลเชิงปริมาณของ ผลการเรียนรูของนักเรียน ทักษะการปฏิบัติงาน และ คุณลักษณะอันพึงประสงคของนักเรียน โดยหาคาเฉลี่ย สรุปและอภิปรายผลการวิจัย

1. ผลการวิจัย

1) ผลการเรียนรู เร� อง การประดิษฐของใช

จากวัสดุในทองถิ่น โดยใชการสอนที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ โดยประเมินจากคะแนนแบบฝกหัด และคะแนนแผนผัง ความคิด พบวา คาเฉลี่ยคะแนนแบบฝกหัดและคะแนน แผนผังความคิดรายแผนการจัดการเรียนรูเพิ่มขึ้น และ คาเฉลี่ยรวมของคะแนนแบบฝกหัดและคะแนนแผนผัง ความคิดอยูในระดับมาก (X = 2.97 และ 2.88 ตามลําดับ) 2) ทักษะการปฏิบัติงาน เร� อง การประดิษฐ

ของใชจากวัสดุในทองถิ่น โดยใชการสอน ที่เนนผูเรียน เปนสําคัญ โดยประเมิน 3 ดานคือ 1) การเลือกใชวัสดุ

(5)

อุปกรณในการปฏิบัติงาน 2) การประดิษฐ และ 3) การใช

พลังงานและทรัพยากรในการประดิษฐของใชจากวัสดุ

ในทองถิ่นอยางประหยัดและคุมคา พบวา ทักษะการ ปฏิบัติงานของนักเรียนในภาพรวม อยูในระดับมาก (X = 2.91) และยังพบอีกวา การเลือกใชวัสดุอุปกรณ

ในการปฏิบัติงาน การประดิษฐ และการใชพลังงานและ ทรัพยากรในการทํางานประหยัดและคุมคามี คาเฉลี่ย ภาพรวม อยูในระดับมาก (X= 2.73, 3.00 และ 3.00 ตามลําดับ)

3) คุณลักษณะอันพึงประสงค ดานความ รับผิดชอบ ผูวิจัยไดประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค

ของนักเรียนดานความรับผิดชอบโดยใชการสอนที่เนน ผูเรียนเปนสําคัญ พบวา คาเฉลี่ยคะแนนคุณลักษณะ อันพึงประสงคของนักเรียนดานความรับผิดชอบในภาพ รวมอยูในระดับมาก (X = 2.74) ถาพิจารณาคาเฉลี่ยคะแนน คุณลักษณะอันพึงประสงคดานความรับผิดชอบรายแผน การจัดการเรียนรู พบวา มีคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นตามลําดับ

2. อภิปรายผล

ผูวิจัยอภิปรายผลตามวัตถุประสงคของ การวิจัย ดังนี้

1) ผลการเรียนรู เร� อง การประดิษฐ

ของใชจากวัสดุในทองถิ่น โดยใชการสอนที่เนนผูเรียน เปนสําคัญ สําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4 การที่

นักเรียนมีผลการเรียนรูอยูในระดับมาก เน� องจากผูวิจัย ไดเลือกเนื้อหาในหนวยการเรียนรู เร� อง การประดิษฐ

ของใชจากวัสดุในทองถิ่น ตรงตามความตองการและ ความสนใจของนักเรียน เปดโอกาสใหนักเรียนเลือก ชิ้นงานที่จะประดิษฐไดตามความสนใจ นักเรียนได

ประดิษฐกลองกระดาษทิชชู ถาดสารพัดประโยชน

พวงกุญแจ และดอกคารเนชั่นดวยตนเอง เนนให

ผูเรียนสามารถสรางองคความรูไดดวยตนเองใหผูเรียน ไดลงมือปฏิบัติจริง โดยไมเนนการจดจําเนื้อหาเพียง อยางเดียว สอดคลองกับ กิ่งฟา สินธุวงษ (2545) กลาววา การจัดการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ เปนการจัดกิจกรรมที่เปดโอกาสใหนักเรียนมีสวนรวม มากที่สุด มุงหวังใหผูเรียนไดพัฒนาการคิด สรางความรู

ไดดวยตนเอง และบรรยง ยี่สารพัฒน (2550) กลาววา

การจัดการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ เปนการจัด กิจกรรมการเรียนการสอนที่ผูเรียนมีสวนรวมจากการ ลงมือปฏิบัติจริง ใหผูเรียนไดพัฒนาตนเองตามศักยภาพ สามารถนําวิธีการเรียนรูไปใชในชีวิตจริง ผลการประเมิน เรียนรูตามสภาพจริงโดยการตรวจแบบฝกหัดในแผน การจัดการเรียนรูที่ 1-6 และตรวจแผนผังความคิดใน แผนการจัดการเรียนรูที่ 1 และ 2 พบวา นักเรียนมีคะแนน แบบฝกหัดและคะแนนแผนผังความคิดรายแผนการจัด การเรียนรูเฉลี่ยสูงขึ้น เน� องจากผูวิจัยไดใหคําแนะนํา นักเรียน ปฏิบัติงานตามขั้นตอนที่ครูสาธิต ในขั้นตอน การปฏิบัติงานนักเรียนมีการสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู

ถึงขั้นตอนที่ถูกตอง และสรุปขั้นตอนการปฏิบัติงาน ไดดวยตนเอง สอดคลองกับงานวิจัยของนุชนาถ มวงมนตรี (2545) พัฒนากิจกรรมการเรียนกลุมสรางเสริม ประสบการณชีวิต (สังคมศึกษา) ของนักเรียนชั้นประถม ศึกษาปที่ 6 โดยใชการสอนที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ พบวา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนรอยละ 80 ขึ้นไป ผานเกณฑความรอบรูที่กําหนดคือ รอยละ 70 ของ คะแนนเต็ม

2) ทักษะการปฏิบัติงาน เร� อง การประดิษฐ

ของใชจากวัสดุในทองถิ่น โดยใชการสอนที่เนนผูเรียน เปนสําคัญ สําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4 ผลการวิจัย พบวา นักเรียนมีทักษะการปฏิบัติงาน เร� อง การประดิษฐของใชจากวัสดุในทองถิ่น ในภาพรวมอยูใน ระดับมาก (X = 2.91) ที่เปนเชนนี้เน� องจากผูวิจัยสอน นักเรียนทุกคนในเร� องการประดิษฐของใชจากวัสดุใน ทองถิ่นเหมือนกัน จัดกิจกรรมตามความตองการและ ความสามารถของนักเรียน มอบหมายงานใหศึกษา คนควาตามใบงาน ลงมือปฏิบัติงานแลกเปลี่ยน ประสบการณ สรางสิ่งเราใจใหนักเรียนเกิดความสนใจ จากตัวอยางของจริงและจากการสาธิต นักเรียนเลือก ประดิษฐผลงานตามรูปแบบที่สนใจและใหฝกฝน การปฏิบัติงานบอย ๆ จนเกิดความคลองแคลว ในขณะ ปฏิบัติงานนักเรียนไดฝกทักษะในการแกปญหาที่เกิดขึ้น โดยใชประสบการณเดิมของนักเรียน ไดฝกกระบวนการคิด ทําใหเรียนรูอยางมีความสุข สามารถประดิษฐไดอยาง สวยงาม เลือกใชวัสดุอุปกรณในการปฏิบัติงานไดอยาง

(6)

เหมาะสม และใชพลังงานและทรัพยากรในการทํางาน อยางประหยัดและคุมคา สอดคลองกับกรมวิชาการ (2539) ที่กลาววา การจัดใหผูเรียนไดเรียนรูและเกิดทักษะ ในกระบวนการตาง ๆ เพ� อที่จะนําความรู และประสบการณ

ที่ไดจากการเรียนไปใชประโยชนในการดํารงชีวิตจะตอง สอนใหผูเรียน ไดฝกปฏิบัติจริงจนเกิดทักษะและเกิด ความช� นชมที่ไดปฏิบัติกระบวนการตาง ๆ ที่จะตองปลูกฝง ใหเกิดขึ้น

เมื่อพิจารณาผลการประเมินทักษะการ ปฏิบัติงานรายแผนการจัดการเรียนรู พบวา การประดิษฐ

การใชพลังงานและทรัพยากรในการทํางานอยางประหยัด และคุมคา มีคาเฉลี่ย 3.00 เทากัน ทุกแผนการจัดการ เรียนรู ทั้งนี้ผูวิจัยไดจัดการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ ใชวิธีการสอนโดยการสาธิต ใชการประเมินตามสภาพจริง ในขณะที่นักเรียนปฏิบัติงานครูคอยดูแลอยางใกลชิดให

คําแนะนํานักเรียนในการใชพลังงานและทรัพยากรในการ ทํางานอยางประหยัดและคุมคา เชน กลองกระดาษเกา มาใชประดิษฐกลองกระดาษทิชชู นําถุงพลาสติกมา ประดิษฐดอกคารเนชั่น และใชทรัพยากรอยางประหยัด โดยใหนักเรียนออกแบบชิ้นงาน และวางแบบทาบชิ้นงาน หชิดขอบมากที่สุด แนะแนวทางในการตกแตงผลงาน เพิ่มเติมโดยใชวัสดุจากธรรมชาติใหมีความสวยงาม รวมทั้งใหกําลังใจดวยการนําผลงานที่ดีมาเปนตัวอยาง ใหกับนักเรียนที่ยังทํางานไมเสร็จ เพ� อใหเกิดแรงจูงใจ ในการปฏิบัติงานดียิ่งขึ้น การจัดการเรียนรูดังกลาว สงผลใหนักเรียนสามารถปฏิบัติงานไดอยางคลองแคลว จากการที่นักเรียนลงมือปฏิบัติงานอยางสม่ําเสมอ ทําให

ผลงานมีความคงทน สวยงาม และสามารถนําไปจําหนาย ที่ราน OSOP สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ขอนแกนเขต 1

สวนการเลือกใชวัสดุและอุปกรณในการปฏิบัติงาน มีคะแนนเฉลี่ย อยูในระดับมาก (X= 2.73) แตนอยกวา ใน 2 ประเด็นที่กลาวขางตน เน� องจาก นักเรียนเลือกใช

เคร� องมือในการประดิษฐไมเหมาะสมกับงานที่ประดิษฐ

ไดแก ใชกรรไกร แทนคัตเตอรในการตัดกระดาษ ใชพื้น กระเบื้องและกระดาษแข็งแทนแผนรองตัด ทําใหพื้น กระเบื้อง เปนรอย และเม� อพิจารณารายแผนการจัด

การเรียนรูมีการพัฒนาสูงขึ้นตามลําดับ แตในแผนการจัด การเรียนรูที่ 5 เร� อง การประดิษฐพวงกุญแจมีคะแนน ต่ําลง สาเหตุเกิดจากวัสดุที่ใชในการประดิษฐ เปนผา ซึ่งเปนวัสดุชนิดใหมและตองใชทักษะฝมือที่ละเอียด และนักเรียนออกแบบสตรอเบอรรี่ มีขนาดใหญทําให

ใชเข็มสอยเย็บลูกปดในขั้นของการตกแตงทําไดยาก 3) คุณลักษณะอันพึงประสงค

ผลการวิจัย พบวา นักเรียนมีคุณลักษณะ อันพึงประสงคดานความรับผิดชอบรายแผนการจัดการ เรียนรู ขึ้นตามลําดับ เน� องจากในแผนการจัดการเรียนรู

ที่ 1 นักเรียนยังไมเกิดความตระหนักถึงความรับผิดชอบ ในการทํางาน มีการหยอกลอ และเลนกันในขณะทํางาน ไมรับผิดชอบงานที่ตนเองปฏิบัติ หลังจากครูอธิบายชี้แนะ ใหนักเรียนมีความเขาใจในประโยชนและขอดีของการ ปฏิบัติงาน ไดชี้แจงใหนักเรียนเขาใจหนาที่ของตนเอง ชวยแกปญหาที่เกิดขึ้น สงผลใหนักเรียนมีการพัฒนา ดานความรับผิดชอบ มีทักษะในการประดิษฐเพิ่มมากขึ้น ทําใหปฏิบัติงานรวดเร็วเสร็จทันตามเวลาที่กําหนด มีความกระตือรือรนอยากเห็นผลงานที่ประดิษฐ ทําให

นักเรียนทํางานดวยความตั้งใจ เรียนรูดวยความสนุกสนาน มีความกระตือรือรนในการเรียนรู ทํางานทุกชิ้นไดเสร็จ ตามเวลาที่กําหนด รวมทั้งเขาใจและเห็นความสําคัญใน การเก็บรักษาวัสดุอุปกรณและการรักษาความสะอาด ของสถานที่ปฏิบัติงาน

เม� อพิจารณาถึงสมรรถนะสําคัญของผูเรียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 พบวา จากการที่ผูวิจัยไดจัดการเรียนรูที่เนนผูเรียน เปนสําคัญ จัดกิจกรรมการสอนอยางมีระบบมีขั้นตอน จัดเตรียมเนื้อหาและเอกสารประกอบการสอนเหมาะกับ วุฒิภาวะของนักเรียน จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ เคร� องมือ ตาง ๆ และอํานวยความสะดวกในการปฏิบัติงานประดิษฐ

ของใชจากวัสดุในทองถิ่น สงผลใหนักเรียนพัฒนา สมรรถนะสําคัญตามจุดหมายของหลักสูตรแกนกลาง การศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 การจัดการเรียนรู

ที่เนนผูเรียนเปนสําคัญที่ผูวิจัยสรางขึ้น เปนกิจกรรมการ เรียนรู ที่มีคุณภาพ ครูผูสอนเปดโอกาสใหนักเรียนมี

สวนรวมในการปฏิบัติกิจกรรมทุกขั้นตอน นักเรียนได

(7)

ลงมือฝกปฏิบัติจริง และฝกซ้ํา ๆ จนเกิดความชํานาญ จากการใหนักเรียนออกแบบและตกแตงชิ้นงานประดิษฐ

นักเรียนไดแลกเปลี่ยนเรียนรู มีการปฏิสัมพันธภายใน กลุม ผลการประดิษฐมีการพัฒนาจนเกิดความสวยงาม และนําไปจําหนายได สงผลใหนักเรียนมีผลการเรียนรู

มีทักษะการปฏิบัติงาน และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค

ดานความรับผิดชอบสูงขึ้น ดังนี้ ความสามารถในการ ส� อสาร จากการสังเกต พบวา นักเรียนมีการพัฒนา ทักษะในการส� อสารจากการเรียนรูโดยใชกระบวนการกลุม นักเรียนทุกคนมี สวนรวมในการแสดงความคิดเห็น พูดคุย วางแผนการทํางาน นําเสนอความคิดเห็นและรวมอภิปราย เพ� อสรุปองคความรู ทําใหการทํางานบรรลุวัตถุประสงค

เปนอยางดี ความสามารถในการแกปญหา พบวา นักเรียน มีความสามารถในการแกปญหาที่เกิดขึ้นในขณะปฏิบัติงาน ไดเปนอยางดี เห็นไดจากนักเรียนประดิษฐกลองกระดาษ ทิชชู นักเรียนตัดกระดาษไมตรงแนว ทําใหชิ้นงาน ไมเรียบรอย นักเรียนไดรวมกันวางแผนแกปญหาที่เกิดขึ้น โดยการระดมความคิดเพ� อหาวิธีการแกไข และเลือกวิธี

การที่ดีที่สุดเพ� อนํามาปรับปรุงผลงานไดแก การนําวัสดุ

ในทองถิ่นมาตกแตงใหมีความสวยงาม

ขอเสนอแนะ

จากการดําเนินการวิจัย ผูวิจัยมีขอเสนอแนะ ดังนี้

1. ขอเสนอแนะในการวิจัยครั้งนี้

1) ควรมีความยืดหยุนดานเวลาในขั้นการ ลงมือประดิษฐเพ� อใหเหมาะสมกับกิจกรรม

2) ควรจัดเตรียมวัสดุอุปกรณใหพอเพียง กับงานประดิษฐ

3) ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนควร คอยกระตุนใหนักเรียนทํากิจกรรมตามเวลาที่กําหนดไว

คอยดูแลนักเรียนอยางใกลชิด ใหความเอาใจใสทุก ขั้นตอน ใหกําลัง ชวยแกไขปญหาที่เกิดขึ้น

2. ขอเสนอแนะสําหรับการวิจัยครั้งตอไป ควรจัดกิจกรรมการเรียนรู เร� องการประดิษฐ

ของใชจากวัสดุในทองถิ่น โดยใชการสอนที่เนนผูเรียน เป็นสําคัญ ให้กับนักเรียนในระดับชั้นอื่นตามความ เหมาะสม

เอกสารอางอิง

กิ่งฟา สินธุวงษ. (2545). ปฏิรูปการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนศูนยกลาง: หลักสูการปฏิบัติ. พิมพครั้งที่ 1.

กรมวิชาการ. (2539). การประเมินผลจากสภาพจริง. กรุงเทพฯ: โรงพิมพคุรุสภาลาดพราว.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 และที่แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 พรอมกฎกระทรวงที่เกี่ยวของ และพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545.

กรุงเทพฯ: องคการรับสงสินคาและพัสดุภัณฑ (ร.ส.พ.).

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: ชุมนุม สหกรณการเกษตรแหงประเทศไทย จํากัด.

ชาติชาย คงประเสริฐ. (ม.ป.ป.). การเลี้ยงปลาดุก. ม.ป.ป.

นุชนาถ มวงมนตรี. (2545). พัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนกลุมวิชาสรางเสริมประสบการณชีวิตสังคมศึกษา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 6 โดยใชการสอนที่เนนผูเรียน เปนสําคัญ. วิทยานิพนธปริญญาศึกษา ศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแกน.

บรรยง ยี่สารพัฒน. (2550). สภาพการจัดกิจกรรมการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ เขต 1. วิทยานิพนธปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

(8)

โรงเรียนบานโนนมวง. (2553). รายงานการประเมินตนเอง 2553. ขอนแกน: โรงเรียนบานโนนมวง.

ลัดดา ศิลานอย และคณะ. (2544). รายงานการวิจัยการพัฒนารูปแบบการสอนที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ โดยใชการสอนแบบรวมมือกันเรียนรู ในวิชาสังคมศึกษาในระดับประถมศึกษา. คณะศึกษาศาสตร

มหาวิทยาลัยขอนแกน.

วัฒนาพร ระงับทุกข. (2545). เทคนิคและกิจกรรมการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ ตามหลักสูตรการศึกษา ขั้นพื้นฐาน 2544. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟค.

สมศักดิ์ ภูวิภาดาวรรธน. (2545). การยึดผูเรียนเปนศูนยกลางและการประเมินตามสภาพจริง. เชียงใหม:

โรงพิมพแสงศิลป.

Referensi

Dokumen terkait