บทที่ 5 สรุปผลการทดลอง
ไคโตซานพอลิเมอร สามารถกําจัดเชื้อ Lasiodiplodia sp. เมื่อทดสอบในอาหารเลี้ยงเชื้อ การ เคลือบผิวผลลําไยพันธุดอหลังการเก็บเกี่ยว ดวยไคโตซานพอลิเมอรความเขมขน 0.5 และ 1 เปอรเซ็นต พบวา สามารถลดเปอรเซ็นตการเกิดโรคของผลลําไย ที่เก็บรักษาที่อุณหภูมิ 10 องศา เซลเซียสได โดยไมทําใหคุณภาพทางดานประสามสัมผัสของผลลําไยเปลี่ยนแปลง แตไคโตซาน พอลิเมอร มีผลทําใหสีเปลือกนอกคล้ําลง และไมมีผลตอการกระตุนหรือชักนําการเพิ่มกิจกรรม ของเอนไซมไคติเนส และการสรางสารตานเชื้อรา Lasiodiplodia sp.ของผลลําไยหลังการเก็บ เกี่ยว
ไคโตซานโอลิโกเมอร สามารถกําจัดเชื้อ Lasiodiplodia sp. เมื่อทดสอบในอาหารเลี้ยงเชื้อ การฉีดพนไคโตซานโอลิโกเมอร 0.5 และ 1 เปอรเซ็นต ในระยะกอนเก็บเกี่ยว ไมสามารถชักนํา หรือกระตุนกิจกรรมเอนไซมไคติเนส แตสามารถกระตุนใหผลลําไยกอนเก็บเกี่ยวสรางสารตานเชื้อ ราดังกลาว และชวยลดเปอรเซ็นตการเกิดโรคหลังการเก็บเกี่ยวได
ขอเสนอแนะ
1. การทดลองใชไคโตซานเพื่อชักนําใหลําไยสรางสารตานเชื้อรา ควรเปนการทดลองตอเนื่อง เริ่ม ตั้งแตระยะกอนการเก็บเกี่ยว ระยะเก็บเกี่ยว และหลังการเก็บเกี่ยว ของผลผลิตลําไยจากสวน เดียวกัน เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมของเอนไซมและการเกิดสารตานเชื้อรา
2. การทดสอบสารตานเชื้อรา ควรใชวิธีการ TLC-bioassays และการตรวจสอบเอนไซมควรใช
polyacrylamide gel assays ซึ่งเปนวิธีการที่ละเอียด และแมนยํา จะสามารถบอกปริมาณ และ ชนิดของสารได
3. ควรมีการตรวจหาปริมาณเอนไซมไคติเนสที่เกิดจากเชื้อ Lasiodiplodia sp. เพราะอาจเปน สาเหตุของการเพิ่มปริมาณเอนไซมในลําไยที่เก็บรักษา
4. ควรมีการทดลองใชสารไคโตซานรวมกับอุณหภูมิต่ํา เพื่อทดสอบคุณภาพของลําไยหลังการ เก็บเกี่ยว