มิติใหมไฮเทค
ผศ.ดร.พรชัย พัชรินทรตนะกุล http://DrPornchai.com/
นักวิชาการอิสระ
อาจารยพิเศษคณะวิทยาศาสตร จุฬาฯ คณะศาสนาและปรัชญา มมร. และคณะพุทธศาสตร มจร.
ดาวยอมเกิดขึ้น ตั้งอยู และดับไปเปนธรรมดา
วัตถุที่ปรากฏอยูบนทองฟาสวนใหญเราเรียกวาดาว ซึ่งแบงออกไดเปนดาวฤกษและดาว เคราะห ดาวฤกษเปนดาวที่มีหรือเปนแหลงแสงสวางของตัวเอง สวนดาวเคราะหไมมีและไมเปนแหลง แสงสวางของตนเอง แตเปนดาวที่สองสวางไดดวยแสงสะทอนจากดวงอาทิตย ซึ่งดวงอาทิตยก็คือดาว ฤกษดวงหนึ่งเพราะดวงอาทิตยเปนแหลงแสงสวางของตัวเองเชนเดียวกับดาวฤกษทุกดวงบนทองฟา ถาจะเปรียบเทียบจํานวนของดาวฤกษกับดาวเคราะห จะพบวาดาวบนทองฟาทั้งหมด 99.99 เปอรเซนตลวนเปนดาวฤกษทั้งสิ้น สวนจํานวนดาวเคราะห (ยกเวนโลก) มีเพียง 7 ดวงเทานั้น คือ ดาว พุธ ดาวศุกร ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน ดาวเหลานี้เปนวัตถุ
ขนาดเล็กที่อยูใกลดวงอาทิตยมาก จึงสามารถสะทอนแสงอาทิตยใหเรามองเห็นได ขณะเดียวกันดาว ฤกษมีจํานวนถึงหลายแสนลานดวง ดังนั้นจะเห็นวาไมวาเราจะมองไปทางใด เราจะพบแตดาวฤกษ
ทั้งสิ้น ดาวเคราะหแทบจะไมมีความหมายอะไรเลย เพราะฉะนั้นตอไปนี้ เมื่อเรากลาววา “ดาว” แต
เพียงลอยๆ เราจะหมายถึงดาวฤกษ แตถาเราตองการจะกลาวถึงดาวเคราะห เราก็จะเรียกใหตรง เลยวา “ดาวเคราะห” อยางไรก็ตามถาเราตองการจะเนนความเปนดาวฤกษของดาวนั้นๆโดยเฉพาะ เราก็อาจจะกลาวอยางเต็มคําก็ไดวา “ดาวฤกษ”
ในบทความตอไปนี้ เราจะมาทําความรูจักกับดาวกันอยางละเอียดและลึกซึ้ง เราจะปลิ้นไสใน ของดาวออกมาดูกัน และเราจะติดตามดูชีวิตของดาวตั้งแตเกิดจนตาย หรือตั้งแตดาวมีการเกิดขึ้น การ ตั้งอยู ตลอดจนกระทั่งการดับสูญไป เราจะเห็นวาโครงสรางภายในและชีวิตของดาวเปนอยางไร ทําไม ดาวจึงมีสีตางๆกัน ทําไมดาวจึงมีการสั่นกระเพื่อมทั่วทั้งดวงราวกับการเกิดแผนดินไหวบนโลก และเรา อาจใชปรากฏการณของ “แผนดาวไหว” หรือแผนดินไหวบนดาวนี้ เพื่อมองลึกเขาไปภายใตผิวดาวได
อยางไร
ปจจุบันนักวิทยาศาสตรไดศึกษาจนสามารถทราบไดวา ภายในดาวมีอุณหภูมิรอนสูงมากถึง หลายสิบลานองศาเซลเชียส และสสารในดาวอยูในสถานะพิเศษ คือไมไดเปนสถานะปกติของสสารทั้ง สามสถานะ ไดแกของแข็ง ของเหลว และกาซ นั่นคือไมไดเปนกอนแข็ง ไมไดเปนสิ่งที่ไหลไดเหมือนน้ํา และไมไดเปนสิ่งที่ฟุงกระจายไปไดเหมือนอากาศ แตเปนสสารในสถานะที่สี่ ซึ่งเรียกวา “พลาสมา”
“พลาสมา” นี้คือกาซที่แตกตัวเปนประจุไฟฟา เชน อากาศที่เราหายใจคือกาซธรรมดา แต
กาซที่อยูในหลอดเรืองแสง หรือหลอดประหยัดไฟ (fluorescent lamp) ในขณะที่ไฟติดสวาง จะเปนพลาสมา ถาอากาศบนโลกนี้กลายเปนพลาสมา นั่นคือมีประจุไฟฟากระจายอยูเต็มทั่วไปหมด ในอากาศ เราก็จะถูกไฟช็อตตายภายในพริบตา! เพราะไฟฟาจะแลบและไฟฟาจะผาตัวเราและทุกสิ่ง ทุกอยางในบรรยากาศตลอดเวลา จนเราจะตองสะดุงทุกครั้งไป และภายในเวลาไมชามนุษยและสัตว
ทั้งหลายก็จะตองถึงแกอวสานอยางแนนอน!
ดาวซึ่งเปนกอนกาซที่เต็มไปดวยประจุไฟฟานี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามอายุขัยอยูทุกขณะ เชนเดียวกับชีวิตของมนุษย ดาวจะตองมีการเกิด การเจริญเติบโต การแก และการตาย แตตัวออนของ ดาวไมไดเกิดจากไขดังเชนสิ่งมีชีวิตสวนใหญบนโลก ซึ่งเกิดจากไขของเพศเมียทั้งสิ้น ไมวาจะเปนสัตว
ที่ออกลูกเปนตัว หรือออกลูกเปนไขกอนแลวจึงฟกเปนตัว หากแตวาตัวออนของดาวจะเกิดจากกลุม กาซและฝุนที่ลองลอยไปมาในอวกาศ โดยที่กลุมกาซและฝุนดังกลาวจะคอยๆเกาะกลุมกันแนนเขามา ดวยแรงดึงดูดของตนเอง ทําใหกาซและฝุนบีบแนนขึ้นและหนาขึ้นทุกที และอุณหภูมิก็จะรอนขึ้นและ รอนขึ้นตลอดเวลา เมื่อกลุมกาซและฝุนนี้มีความหนาแนนและอุณหภูมิขึ้นสูงถึงจุดหนึ่ง กาซจะแตก ออกเปนประจุไฟฟาหรือเปนพลาสมา และกาซไฮโดรเจนซึ่งเปนองคประกอบสวนใหญก็จะหลอม รวมกัน (fuse) กลายเปนกาซฮีเลียม ทําใหเกิดพลังงานในปริมาณมากมายมหาศาล กลุมกาซและฝุน จะสองแสงสวางออกมา กลายเปนดาว นี่คือจุดกําเนิดของดาว ขณะนี้ดาวไดถือกําเนิดขึ้นแลว (A star is born!)
การที่กลาววาไฮโดรเจนหลอมรวมกันเปนฮีเลียมนั้น ไมไดเปนการหลอมแบบโลหะหลอมเปน ของเหลว (melt) แตหมายความวา นิวเคลียสของอะตอมของกาซไฮโดรเจนจํานวนสี่นิวเคลียส มาอยู
รวมกันเปนนิวเคลียสเดียว ในทํานองเดียวกับกอนหินสี่กอนมาอยูรวมกันและเกาะกันแนนเปนกอนหิน กอนเดียว กอนหินกอนเดียวหรือนิวเคลียสเดียวนี้ก็คือนิวเคลียสของอะตอมของกาซฮีเลียมนั่นเอง
ปฏิกิริยาการหลอมตัว (fusion) จะเกิดขึ้นในชั้นแกนกลางของดาว และเปนแหลงพลังงานหรือ เปนที่มาแหงพลังงานของดาวนั้น และรอบนอกของชั้นแกนกลางจะเปน “ชั้นเนื้อ” และ “ชั้นบรรยากาศ”
ซึ่งประกอบดวยชั้นลึกชั้นตื้นมากมายหลายชั้น ชั้นเนื้อและชั้นบรรยากาศแตละชั้นจะมีสภาพแตกตาง กันซึ่งอาจมีสภาพที่ปนปวนมากหรือสงบมากก็ได ชั้นตางๆเหลานี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยูตลอดเวลา ในขณะที่ดาวมีอายุแกขึ้นและแกขึ้นทุกที
ดาวจะมีสีหลากหลายตางๆกัน สีของดาวขึ้นอยูกับอุณหภูมิของผิวหนาของดาวดวงนั้น ดาวที่
มีอุณหภูมิรอนมากจะมีสีฟา และดาวที่มีอุณหภูมิเย็นลง จะมีสีขาว สีเหลือง สีสม และสีแดง ตามลําดับ ซึ่งเราอาจเปรียบเทียบกับสีของเปลวเทียนไดดังนี้ เปลวไฟในบริเวณที่ใกลชิดติดกับไสเทียน มากที่สุดจะมีอุณหภูมิรอนที่สุด และมีสีฟา เปลวไฟในบริเวณที่หางออกมาจะมีอุณหภูมิลดลง และจะ มีสีขาว เหลือง สม และแดงตามลําดับ
สําหรับดวงอาทิตยของเรา ซึ่งเปนดาวสีเหลืองที่โตเต็มที่ หรืออยูในวัยกลางคน มีอายุผานไป แลวประมาณสี่พันหกรอยลานป และจะมีอายุเปนดาวสีเหลืองอยูไดอีกประมาณสี่พันลานป หลังจาก นั้นกาซไฮโดรเจนที่อาจหลอมรวมกันไดก็จะถูกใชหมดไป หรืออาจกลาววาดวงอาทิตยใช “เชื้อเพลิง”
หมด ซึ่งไมไดหมายความวาดวงอาทิตยกําลังจะตาย แตจัดวาดวงอาทิตยไดเขาสูวัยชราแลว ซึ่งดาวใน วัยนี้ไดใชเชื้อเพลิงไฮโดรเจนหมดไปแลว และจะใชเชื้อเพลิงชนิดอื่นตอไป เชื้อเพลิงดังกลาวก็คือฮีเลียม ซึ่งเปน ”กาก” หรือ “ขี้เถา” ที่เหลือจากการใชไฮโดรเจนนั่นเอง ในชวงนี้แกนกลางของดวงอาทิตยจะมี
อุณหภูมิสูงขึ้นและมีความหนาแนนเพิ่มขึ้นจากขณะที่ไฮโดรเจนทําปฏิกิริยากัน อุณหภูมิและความ หนาแนนที่เพิ่มขึ้นนี้เหมาะสําหรับการทําปฏิกิริยาการหลอมตัวในขั้นที่สองตอไป ซึ่งเปนการหลอมตัว ของกาซหรือธาตุฮีเลียม กลายเปนธาตุคารบอน ขณะนี้ดวงอาทิตยมีอายุแกมากแลว และเมื่อฮีเลียม สวนที่ทําปฏิกิริยาไดหรือ “เชื้อเพลิงฮีเลียม” หมดลง ดวงอาทิตยก็จะคอยๆดับแสงลับและตายไปใน ที่สุด แตในกรณีที่ดาวนั้นๆมีปริมาณมวลสารมากกวาดวงอาทิตยมาก ดาวอาจจะไมคอยๆดับแสงไป แตอาจจะตายโดยการระเบิดออกอยางรุนแรง เรียกวาดาวระเบิด หรือซูเปอรโนวา (supernova)
ที่กลาวมานี้เปนประวัติชีวิตของดาวอยางยอๆ ตั้งแตดาวเกิด ดาวแก จนกระทั่งดาวตาย ตอไป เราจะพิจารณาลึกเขาไปจากผิวดาว หรือลึกเขาไปจนถึงเนื้อดาว การศึกษาดาวชั้นเนื้อนี้จะใชวิธีการ เชนเดียวกับการศึกษาชั้นเนื้อในใตผิวของโลกโดยการใชคลื่นแผนดินไหว ในกรณีของโลกเมื่อเกิด แผนดินไหว โลกทั้งลูกจะสั่นสะเทือนเลือนลั่น โดยที่สารชนิดตางๆภายในโลกจะสั่นไมเหมือนกัน จาก ความไมเหมือนกันนี้ ทําใหเราสามารถคํานวณไดวามีสารชนิดใดอยูที่ไหนบางในชั้นเนื้อใตผิวโลก ใน ทํานองเดียวกับเมื่อเราเคาะสารตางๆใหสั่นสะเทือน เชน ไม โลหะ หรือแกว เราจะไดยินเสียงดัง แตกตางกัน และโดยปกติเราจะบอกไดวาเสียงที่เคาะนั้นเปนเสียงของไม หรือโลหะ หรือแกว เปนตน ในทํานองเดียวกัน เราอาจใชเทคนิคนี้ในการศึกษาการสั่นสะเทือนของดาวเพื่อบอกวาในชั้นเนื้อของ ดาวนั้นๆประกอบดวยสารอะไรบาง และสารนั้นๆอยูที่ใดบาง
ดวงอาทิตยและดาวตางๆมีการสั่นสะเทือนอยูตลอดเวลา เชนเดียวกับการเกิดแผนดินไหว ซึ่ง อาจเรียกวาแผนดาวไหว หรือดวงอาทิตยสั่นไหว หรือดาวสั่นไหว และนักวิทยาศาสตรไดศึกษาดาวสั่น ไหวนี้มาหลายสิบปแลว โดยการวัดความสวางของดาวซึ่งจะแปรเปลี่ยนตลอดเวลา และการวัดผิวหนา ของดาวซึ่งจะกระเพื่อมขึ้นลงตลอดเวลาเชนกัน การวัดนี้เปนการวัดที่นักวิทยาศาสตรสามารถทําได
อยางแมนยํามาก
จากการวัดการสั่นไหวของดาวดังกลาว นักวิทยาศาสตรจะสามารถคํานวณสภาพภายในของ ดาวได เชนสามารถคํานวณไดวา
แกนกลางของดาวมีขนาดใหญหรือเล็กเทาไร
กาซที่อยูในชั้นเนื้อดาวที่อยูระหวางชั้นแกนกลางกับชั้นผิวหนา มีความปนปวนหรือมี
ความสงบมากนอยเพียงไร และชั้นของความปนปวนหรือชั้นของความสงบของกาซมี
ความหนาเทาไร
ชั้นแกนกลางและชั้นเนื้อดาวมีการหมุนรอบตัวเองในทิศเดียวกับหรือทิศตรงขามกับ ชั้นผิวหนาหรือไม และหมุนดวยความเร็วมากนอยเทาไร
รอยตอระหวางชั้นแกนกลางและชั้นเนื้อ และรอยตอระหวางชั้นเนื้อและชั้นผิวหนา มี
สภาพเชนไร
ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ
ที่กลาวมานี้จะเห็นวา ปจจุบันนักวิทยาศาสตรมีความรูเกี่ยวกับชีวิตของดาว และสภาพ ภายในของดาวอยางมากมายลึกซึ้งไมนอยทีเดียว ทําใหเรารูสึกวาดวงดาวตางๆบนทองฟาชักจะ เหมือนมนุษยมากขึ้นทุกที มีการเกิดขึ้น การตั้งอยู และการดับไป และมีสภาพภายในที่เราอาจศึกษา ได ไมผิดกับอวัยวะภายในของมนุษยที่เราใชรังสีเอกซในการศึกษา แตสําหรับดาวแทนที่เราจะใชรังสี
เอกซ เราจะใช “คลื่นแผนดาวไหว” ในการศึกษา
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
สีเหลืองหรือสีแดง? ดาวหลายพันดวงในกลุมดาวนายขมังธนู (Sagittarius) มีสีแตกตางกัน หลากหลายสี
ดาวรอนๆจา! ดาวมีสีหลากหลายแตกตางกันซึ่งขึ้นกับอุณหภูมิ ดาวสีฟาขาวจะมีอุณหภูมิรอนที่สุด ดังเชนดาวซีเรียส (Sirius) ในภาพวาดนี้
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
ปญญาจักษุมิติใหมไฮเทค\ดาวยอมเกิดขึ้น ตั้งอยู และดับไปเปนธรรมดา