614 | Journal of Buddhist Philosophy Evolved Vol.6 No.2 (July – December 2022)
ความงามของพระพุทธรูปไม6ชาวอีสานตามหลักอุบัติการณCใหมE*
THE BEAUTY OF THE ISAN WOODEN BUDDHA IMAGE ACCORDING TO THE NEW INCIDENCE PRINCIPLE
พระใบฎีกา นรินทร สีลเตโช1, พระปญกร ป ฺญาธโร2, พระประวิท โกสโล (ฝ!ายทะแสง)3 พระครูปลัด ทองใบ สุปภาโส4, พระครูวิกรมธรรมธัช5 Phrabaidik Narin Silatecho1, Phrapanyakorn Panyataro2, Phraprawitkosalo (Faithasang)3 Phrakrupalad Thongbai Supaphaso4, Phrakhruwikromthammathach5 มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตรMอยเอ็ด1,2,3,4,5 Mahamakut Buddhist University Roi Et Campus1,2,3,4,5 Email : [email protected]
บทคัดยEอ
บทความนี้มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาคุณคbาและความงามของพระพุทธรูปไมMของชาวอีสาน ตามหลักสุนทรียศาสตร โดยใชMเกณฑตัดสินความงามของกลุbมอุบัติการณใหมb ในการวิเคราะหความงาม ในครั้งนี้ ผลการวิเคราะหคุณคbาและความงามของพระพุทธรูปไมMชาวอีสานตามเกณฑตัดสินความงาม ตามทฤษฎีอุบัติการณใหมb ดMวยองคประกอบความงาม 5 อยbาง นั้น ตามองคประกอบ 5 อยbางแลMว พบวbา พระพุทธรูปไมMของชาวอีสานมีครบทั้ง 5 องคประกอบตามเกณฑของกลุbมอุบัติการณใหมb จึงมี
คุณคbาและความงามตามเกณฑตัดสินของอุบัติการณใหมb
คําสําคัญ : 1. ความงาม 2. พระพุทธรูปไมMของชาวอีสาน 3. หลักอุบัติการณใหมb
*Received: June 6, 2022; Revised: August 24, 2022; Accepted: August 30, 2022
วารสารพุทธปรัชญาวิวัฒนC ป\ที่ 6 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม – ธันวาคม 2565) | 615
ABSTRACT
This article aims to study the value and beauty of the wooden Buddha images of the Isan people. Aesthetics by using theory or criteria to judge the beauty of the new incidence group in this beauty analysis. The results of the analysis of the value and beauty of the Isan wooden Buddha images according to the criteria to judge the beauty according to the new incidence theory With 5 elements of beauty, according to the 5 elements, it was found that the wooden Buddha images of the Isan people have all 5 elements according to the criteria of the new incident group.
Therefore, it has value and beauty according to the new incidence judgment criteria.
Keywords : 1. Beauty 2. Wooden Buddha Images of Isan People 3. New Incidence Principle
1. บทนํา
พระพุทธรูปไมMเปrนสิ่งที่แกะสลักขึ้นมาเปrนตัวแทนของพระพุทธเจMาของพุทธบริษัท การ สรMางพระพุทธรูปไมMขึ้นมาองคแรกนั้นเกิดขึ้นในสมัยพุทธกาล ในครั้งที่พระพุทธองคทรงเสด็จขึ้นไป เทศนาโปรดพุทธมารดาที่เปrนเทพบุตรอยูbที่สวรรคชั้นดาวดึงส เมื่อพระพุทธองคเสด็จกลับมาก็สั่งใหM เก็บพระพุทธรูปไมMนั้นไวMเพื่อใหMเปrนแบบอยbางของพุทธบริษัทที่ตMองการแกะสลักพระพุทธรูปไมMนี้ขึ้นมา เพื่อเคารพกราบไหวMแทนตัวของพระองค การแกะลักพระพุทธรูปไมMในเมืองไทยสันนิฐานวbานbาจะมี
การแกะสลักขึ้งมาหลังจากที่มีการสbงสมณทูตเขMามาเผยแผbในสุวรรณภูมิซึ่งก็รวมถึงประเทศไทยดMวย (บุญเยี่ยม แยMมเมือง, 2537)
ในภาคอีสานของไทยก็เชbนกันไมbทราบวbาใครเปrนคนแกะสลักพระพุทธรูปไมMขึ้นมาเปrนคน แรกและแกะขึ้นมาในสมัยไหน แตbที่ทราบก็คือพระพุทธรูปไมMฝvมือของบรรพบุรุษขาวอีสานที่ตกทอด มาถึงปจจุบันนี้กลายเปrนมรดกทางพุทธศาสนาที่ล้ําคbาของชาวอีสาน ทําไมพระพุทธรูปไมMถึงยังคงอยูb มาถึงปจจุบันทั้งที่มายุผbานมาหลายรMอยปvแลMว บรรพบุรุษชาวอีสานมีวิธีการเลือกไมMที่มาแกะสลัก อยbางไรและใชMอะไรในการักษาเนื้อไมMใหMคงสภาพอยูbไกลMเคียงกับในปvแรกที่แกะสลักขึ้นมาสิ่งนี้ถือวbา เปrนภูมิปญญาอันล้ําคbาของบรรพบุรุษชาวอีสานเลยที่เดียว พระพุทธรูปไมMฝvมือของชbางชาวอีสานจึง กลายเปrนสิ่งที่มีคbาและความงามในทัศนะทางพระพุทธศาสนาคําวbาคุณคbาและความงามในทาง ปรัชญาศาสตรที่กลbาวถึงคุณคbาและความงามทางปรัชญานั้น เรียกวbา คุณวิทยา โดยคุณวิทยาคMนหา คุณคbา 3 ประเภท คือ 1)คุณคbาและความงามของความดี เรียกวbา จริยศาสตร 2)คุณคbาและความงาม
616 | Journal of Buddhist Philosophy Evolved Vol.6 No.2 (July – December 2022)
ของความจริง เรียกวbา ตรรกศาสตร และ 3)คุณคbาและความงามของงานศิลปะหรือวัตถุตbางๆ ตาม ธรรมชาติ เรียกวbา สุนทรียศาสตร
บทความนี้ผูMจะใชMเกณฑตัดสินความงามทางสุนทรียศาสตรของกลุbมอุบัติการณใหมbในการ วิเคราะหหาคุณคbาและความงามของพระพุทธรูปไมMของชาวอีสาน วbาตามทฤษฎีอุบัติการณใหมbนี้
พระพุทธรูปไมMของชาวอีสานมีความงามหรือไมbงามอยbางไร
2. ความเปdนมาของพระพุทธรูปไม6
พระพุทธรูปไมM คือ พระพุทธรูปที่แกะสลักจากไมM โดยแกะสลักเปrนรูปพระพุทธเจMา เรียก ตามภาษาทางศิลปะ วbา พุทธประติมากรรม การแกะสลักพระไมMเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อไหรb เพราะเหตุใด ใครเปrนผูMแกะสลักพระไมMขึ้นครั้งแรก และพระพุทธรูปไมMองคแรกทํามาจากไมMอะไร คําถามทั้งหลายนี้
เปrนที่มาของภูมิปญญาที่เปrนมรดกอันล้ําคbาของพระพุทธศาสนาที่ตกทอดมาถึงปจจุบันนี้
พระพุทธรูป สรMางขึ้นเพื่อเปrนรูปเคารพแทนพระพุทธเจMา การสรMางพระพุทธรูปนั้น ในครั้ง แรกสรMางขึ้นจากไมMจันทร คือแกะสลักขึ้นจากแกbนจันทรแดง ในสมัยพุทธกาล เมื่อครั้งพระพุทธองค ยังทรงพระชนมอยูb ในครั้งที่ทรงเสด็จขึ้นไปที่สวรรคชั้นดาวดึงส เพื่อเทศนาโปรดพุทธมารดา และ ประทับอยูbที่นั่นเปrนเวลา 3 เดือน หรือ 1 พรรษา พระเจMาประเสนธิโกศล แหbงแควMนโกศล มีความ ระลึกถึงพระพุทธองคจึงตรัสสั่งใหMนายชbางทําพระพุทธรูปขึ้นดMวยไมMแกbนจันทรแดง แลMวประดิษฐานไวM เหนืออาสนะที่พระพุทธเจMาเคยประทับ ครั้นเมื่อพระพุทธองคเสด็จกลับลงมาจากดาวดึงสมาถึงที่
ประทับ ดMวยพระบรมพุทธานุภาพก็บันดาลใหMพระพุทธรูปแกbนจันทรเลื่อนหลีกไปจากพระองค แตb พระพุทธองคไดMตรัสสั่งใหMรักษาพระพุทธรูปนั้นไวM เพื่อสาธุชนใชMเปrนแบบอยbางในการสรMางพระพุทธรูป สืบไป (กรมการศาสนา, 2525) ตbอมาพระพุทธรูปไมM ไดMกลายมาเปrนพุทธศิลปyประเภทประติมากรรม ที่สําคัญในพระพุทธศาสนา (บุญเยี่ยม แยMมเมือง, 2537) อยbางไรก็ดีหลังจากการแกะสลักพระพุทธรูป ไมMขึ้นมาเพื่อเปrนตัวแทนพระพุทธเจMาในครั้งนั้นแลMวก็ไมbปรากฏหลักฐานที่ชัดเจนวbามีการสรMางพระ พุทธขึ้นมาอีกเมื่อไหรb
ตามที่มีหลักฐานปรากฏคือ หลังจากที่พระพุทธเจMาเสด็จดับขันธปรินิพพานชbวงระยะเวลา ประมาณ 300 ปvแรก หรือตั้งแตbพุทธศตวรรษที่ 1-2 ไมbพบหลักฐานทางดMานศิลปวัตถุที่เปrนสัญลักษณ แทนพระพุทธเจMา ชbวงแรกๆ นั้นชาวพุทธก็ไดMแตbนําเอาสิ่งของอันไดMแกb ดินน้ํา และกิ่ง กMาน ใบโพธิ์
จากบริเวณสังเวชนียสถาน 4 แหbง คือ สถานที่ประสูติ, ตรัสรูM, ปฐมเทศนา และปรินิพพาน เก็บมาไวM เปrนที่ระลึกบูชาคุณพระพุทธเจMา ในสมัยพระเจMาอโศกมหาราช พุทธศาสนูปถัมภกที่ยิ่งใหญbพระองคหนึ่ง เมื่อ 2,200 ปvกbอน พระเจMาอโศกมหาราช ไดMทรงสbงสมณะทูตจํานวน 500 รูป ไปเผยแผbพระพุทธศาสนา ยังเมืองตักศิลา แควMนคันธาราฐ จึงมีชื่อเสียงในฐานะเปrนเมืองที่ประสิทธิประสาทวิทยาการตbางๆ
วารสารพุทธปรัชญาวิวัฒนC ป\ที่ 6 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม – ธันวาคม 2565) | 617
นับวbา "เปrนมหาวิทยาลัยแหbงแรกทางพระพุทธศาสนา" แตbก็ยังไมbมีรูปเคารพแทนพระพุทธเจMาที่เปrน รูปคนพระพุทธรูป หรือ รูปเคารพแทนพระพุทธเจMา
การสรMางเริ่มมีขึ้นมาใน พ.ศ.500 ถึง 550 เมื่อชาวกรีก ที่ชาวชมพูทวีป (อินเดียโบราณ) เรียกชาวตbางแดนวbา “โยนา” หรือ “โยนก” โดยพระเจMาเมนันเดอรที่ 1 หรือ พระยามิลินท กษัตริย เชื้อสายกรีก ยกทัพกรีกเขMามาครอบครองแควMนคันธาราฐ (ปจจุบันเปrนดินแดนของอัฟกานิสถาน) จากนั้นพระองคก็แผbอาณาเขตไปทั่วบริเวณดMานตะวันตกเฉียงเหนือของชมพูทวีป และสรMางเมือง หลวงเปrนที่ประทับ ณ เมืองสากล หลังจากที่ไดMพบพระสงฆทbานหนึ่งนามวbา นาคเสน จึงมีเรื่องราว แหbงการตั้งคําถามของพระเจMามิลินทตbอพระนาคเสน ทําพระเจMามิลินท ทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ไดMมีการสรMางสถาปตยกรรม และประติมากรรมทางพุทธศาสนามากมายในแควMนคันธาราฐ ซึ่งการ สรMางพระพุทธรูปนั้นมีลักษณะตbางๆ ตามพุทธประวัติ (ศูนยวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแกbน, 2564)
สรุปวbาการสรMางพระพุทธรูปนั้น สรMางพระพุทธรูปเกิดจากความรักความศรัทธาอยbางยิ่งใน พระพุทธเจMา เห็นไดMจากการสรMางพระพุทธรูปองคแรกขึ้นตั้งแตbสมัยพระพุทธองคยังทรงพระชนมอยูb แตbเพราะไมbไดMพบไมbไดMฟงธรรมจากพระพุทธองค จึงไดMสรMางรูปแทนพระองคดMวยแกbนไมMจันทรแดง ขึ้นมา
3. พระพุทธรูปไม6ของชาวอีสาน
ภาพที่ 1 พระพุทธรูปไมMของชาวอีสาน 3 พิมพ
ศาสนาทุกศาสนาเมื่อแผbขยายไปถึงดินแดนใดนอกจากนําหลักธรรมคําสอนที่เปrนหลัก ประพฤติปฏิบัติเพื่อใหMเขMาถึงจุดหมายชีวิตของผูMที่มีศรัทธาตbอศาสนานั้นๆ ผลที่เกิดตามมาคือ ขนบธรรมเนียมประเพณี ศาสนาวัตถุศาสนสถานรวมทั้งรูปเคารพของพระศาสนดา พระมหาปพน
618 | Journal of Buddhist Philosophy Evolved Vol.6 No.2 (July – December 2022)
กตสาโร ไดMกลbาวถึงประเด็นนี้วbา พระพุทธศาสนาแผbไปถึงที่ใด นอกจากจะเปrนหนทางดับทุกขในจิตใจ มนุษยแลMว ยังเปrนแรวบันดาลใจใหMเกิดการสรMางศิลปวัฒนธรรม เปrนบbเกิดอารยธรรมที่สําคัญในพื้นที่
นั้นดMวย ประเทศที่มีประชาชนนับถือพระพุทธศาสนาอยbางยาวนานหลายชั่วคนนั้นจะมีการสรMางสรรค วัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนาที่เปrนเอกลักษณโดbดเดbน พระพุทธรูปเปrนหนึ่งในพุทธศิลปะ การสรMาง พระพุทธรูปองคแรกขึ้นมานั้น เปrนพระพุทธรูปที่ถูกแกะสลักขึ้นจากไมMแกbนจันทรแดง ซึ่งถือวbาเปrนไมM มงคล เปrนไมMที่มีคุณคbา การสรMางในครั้งนั้น สรMางในสมัยที่พระพุทธเจMายังมีพระชนมอยูb จากนั้นการ สรMางพระพุทธรูป ไดMมีหลักฐานการสรMางที่ชัดเจนอีกที่ในพระเจMามิลินท ในพื้นที่ภาคอีสานเปrน พระพุทธศาสนาเถรวาทแบบลังกาวงศผสมกับวัฒนธรรมทMองถิ่นแบบผสมไท-ลาวที่มีเอกลักอันโดด เดbนครอบครองพื้นที่ในอีสาน เฉพาะตัว (พระมหาปพน กตสาโร, 2560)
การสรMางพระพุทธที่แกะสลักดMวยไมMนั้นภาคอีสานไมbสามารถชี้ชัดไดMวbามีความเปrนมา อยbางไร ใครเปrนผูMสรMางขึ้นครั้งแรก การแกะสลักพระพุทธรูปไมMอีสานนั้นเปrนศิลปะที่ไดMรับอิทธิพลมา จากศิลปะลMานชMางหรือลาวซึ่งกลbาวกันวbาชนชาติลาวไดMนับถือพระพุทธศาสนามาตั้งแตbสมัยที่อยูbใน ประเทศจีนในสมัยแผbนดินขุนหลวงลีเมา (พ.ศ.612) อยูbนครงายลาวอนาจักรหนองแสงแลMวเปrน พระพุทธศาสนาแบบมหายานภายหลังไดMจางหายไปเพราะรูMจักนับถือกันอยูbเฉพาะในหมูbชนชั้นสูง เทbานั้นสbวนประชาชนทั่วไปคงนับถือผีสางเทวดาผีฟƒาผีแถนอยูbจนกระทั่งถึงรัชสมัยของพระเจMาฟƒา แหลbงหลMาธรณีขึ้นครองราชยจึงไดMอาราธนาพระสงฆจากอินทปตนคร (กัมพูชา) พรMอมดMวยพระบาง และประชาชนนําพระพุทธศาสนาเขMาสูbลMานชMางเมื่อ พ.ศ.1902 พระพุทธศาสนาจึงเจริญรุbงเรืองขึ้นใน อาณาจักลMานชMางสืบมา มีการสรMางงานศิลปะขึ้นมากมาย (จํานง ทองประเสริฐ, 2514) พระพุทธไมMที่
พบในลาวหนMาจะไดMรับไดMรับอิทธิพลและมีการแกะสลักขึ้นภายหลังสมัยการปกครองของพระเจMาฟƒางุMม เพราะพระพุทธรูปไมMที่ทําเลียนแบบพระบางเปrนจํานวนมากเปrนพระปางหMามญาติเนื่องจากปางหMาม ญาติเปrนพระประทับยืนไมbเหมาะกับวัสดุที่เปrนไมMจึงมีการเปลี่ยนมาสรMางพระปางสมาธิและมารวิชัย กันอยbางแพรbหลายในภายหลังรวมถึงภาคอีสาน
สาเหตุที่ทําใหMสรMางพระพุทธรูปไมM ของชาวอีสานสรุปไดM 6 สาเหตุคือ
1. เพื่อเปrนการสืบทอดพระพุทธศาสนาโดยสรMางองคพระไมMแทนพระพุทธเจMา 2. เพื่อผลานิสงสผลบุญ
3. เพื่ออุทิศสbวนกุศลใหMกับผูMลbวงลับไปแลMว 4. เพื่อเปrนสิ่งสักการบูชา
5. เพื่อปฏิบัติตามปณิธานของผูMอุปสมบทที่หวังเอาไวM
6. เพื่อสืบชะตาหรือตbออายุใหMกับผูMป!วยหรือผูMไดMรับเคราะหกรรม
เครื่องมือและอุปกรณการสรMางพระพุทธรูปไมM การแกะสลักสรMางพระพุทธรูปดMวยไมMนิยมใชM เครื่องมือพื้นบMานที่สําคัญเชbน มีดโตM มีดตอก สิ่ว เลื่อยเล็ก เหล็กซี (เจาะ) ตะไบ งMอง (เหล็กขMอศอก)
วารสารพุทธปรัชญาวิวัฒนC ป\ที่ 6 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม – ธันวาคม 2565) | 619
ครั่ง น้ํามันยาง ขี้ซี (ชัน) ยางน้ําเกี้ยง (ลัก) ขมิ้น หรือวbาน ไมMที่นิยมนํามาแกะสลักสรMางพระพุทธรูป ไมMที่นิยมนํามาสรMาพระพุทธรูปไมMในอีสานสbวนใหญbนิยมไมMมงคล ไดMแกb ไมMโพธิ์ มะขาม มูกเกี้ย ยอป!า แกMว จันทนหอม จันทนแดง เต็งรัง ประดูb พยูง ขนุน (ชอบ ดีสวนโคก, 2545)
การสรMางพระพุทธรูปไมMของชาวอีสานเกิดขึ้นจากศรัทธาที่มีตbอพระพุทธศาสนา ชาวอีสาน ถือวbาพระรัตนะตรัย คือพระพุทธพระธรรม และพระอริยสงฆ เปrนสรณะสูงสุดไมbมีอะไรมาเปรียบไดM จะเห็นไดMจาก 3 ประเด็นตbอไปนี้คือ ศรัทธาอุตสาหะในการแกะสลัก ไมbที่เลือกมาแกะนั้นลMวนเปrนไมM มงคล และภูมิปญญาในการรักษาเนื้อพระเพื่อใหMพระนั้นอยูbไดMนานที่สุด
4. คุณคEาทางภูมิปjญญาที่ซEอนอยูEในพระพุทธรูปไม6ของชาวอีสาน
การศึกษาเกี่ยวกับพระพุทธรูปไมMในพระพุทธศาสนาไมbวbาจะเปrนประเด็นที่วbาพระพุทธรูปไมM สรMางขึ้นมาในยุคไหน สรMางขึ้นมาจากไมMอะไร ในประเทศไทยโดยเฉพาะในภาคอีสานมีการสรMางหรือ แกะสลักพระพุทธรูปไมMขึ้นมาในสมัยไหน จากการศึกษาทําใหMทราบวbาพระพุทธรูปไมMในภาคอีสานของ ประเทศไทยไมbทราบวbามีการแกะสลักขึ้นมาในสมัยไหน ใครเปrนคนแรกที่ที่แกะสลักขึ้นมา ทราบเพียง วbาชาวอีสานมีศรัทธาในพระพุทธศาสนามาจึงไดMแกะสลักพระไมMขึ้นมา สbวนไมMทีใชMแกะสลักนั้น คัดเลือกเอาแตbไมMที่มีชื่อเปrนมงคล และเนื้อดี เชbนไมMโพธิ์ ไมMพยุง เปrนตMน ถึงฝvมือในการแกะจะไมb ละเอียดประณีต เพราะสbวนมากเปrนฝvมือการแกะสลักของชาวบMาน แตbเปv…ยมไปดMวยคุณคbาอยbาง มหาศาล กลายเปrนมรดกที่ล้ําคbาทางพระพุทธศาสนาที่ตกทอดมาถึงปจจุบัน
พระพุทธรูปไมMของบรรพบุรุษชาวอีสาน กลายเปrนสิ่งที่คุณคbา มีประโยชนและมีมูลคbาสูง มากสําหรับชาวพุทธ ทําไมพระพุทธรูปไมMถึงกลายเปrนสิ่งที่มีคุณคbาทั้งๆ ที่ดูจากการแกะสลักแลMวความ ละเอียดความประณีตของฝvมือชbางก็ไมbมีประณีตเทbาไหรb เมื่อพูดถึงคุณคbา พุทธศาสนามีมุมมอง เกี่ยวกับคุณคbาอยbางไรบMาง สbวนในทางปรัชญามีมุมมองเกี่ยวกับคุณคbาอยbางไรบMาง ในประเด็นคุณคbานี้
นักปรัชญาตะวันตกเรียกปรัชญาที่วbาดMวยเรื่องคุณคbาวbา คุณวิทยา (Axiology)ปรัชญาตะวันตกแบbง คุณคbาออกเปrน 3 ประเภทใหญbๆ คือ 1)คุณคbาคือความจริง ซึ่งเราจะรูMไดMโดยอาศัยเครื่องมือคือ ตรรกศาสตร 2)คุณคbาคือความดี ซึ่งเราจะรูMไดMดMวยการศึกษาจริยศาสตร และ 3)คุณคbาคือความงาม ซึ่งสุนทรียศาสตรจะใหMความรูMเรื่องนี้แกbเรา (สุเชาว พลอยชุม, 2538)
คุณคbาทางภูมิปรัชญาของบรรพบุรุษชาวอีสานในพระพุทธรูปไมM โดยรวมเบื้องตMนเกิดจาก ศรัทธาจากของชาวอีสานที่มีตbอพระพุทธศาสนาและตMองการที่จะมีรูปพระพุทธเจMาไวMกราบไหวMบูชา จึงไดMสรMางพระพุทธรูปขึ้นมา การสรMางพระพุทธรูปของบรรพบุรุษชาวอีสานนั้นพวกเขาไดMเลือกวัสดุที่
มีอยูbเยอะในสมัยนั้นคือ ไมM ไมMที่ใชMเปrนไมMที่เสือกสรรคอยbางดี โดยมีหลัก 2 อยbาง คือ เปrนไมMที่มีชือเปrน มงคล เปrนไมMเนื้อแข็ง ดัง ชอบ ดีสวนโคก ไดMกลbาววbา พระพุทธรูปไมMในอีสานสbวนใหญbนิยมไมMมงคล ไดMแกb ไมMโพธิ์ มะขาม มูกเกี้ย ยอป!า แกMว จันทนหอม จันทนแดง เต็งรัง ประดูb ยูง ขะยุง มะคbา
620 | Journal of Buddhist Philosophy Evolved Vol.6 No.2 (July – December 2022)
งิ้ว สMมกบ แตงแซง ขนุน (ผศ.ชอบ ดีสวนโคก, ออนไลน : สืบคMนเมื่อ 28) นอกจากจะคัดสรรคและ เลือกไมMที่มีคุณสมบัติทั้งสองตามที่กลbาวมาแลMว วิธีการรักษาเนื้อไมMก็เปrนอีกภูมิปญญาหนึ่งที่ถือวbาเปrน วิธีการรักษาเนื้อไมMใหMคงสภาพดีอยูbตลอดเวลาวัสดุจากธรรมชาติที่ไดMจากตMนไมMนั่นเอง ที่กลbาวมานี้เปrน ภูมิปญญาที่ล้ําคbาของบรรพบุรุษชาวอีสานโดยภาพรวม ซึ่งเปrนความงามในมุมองของพระพุทธศาสนา สbวนมุมมองเรื่องคุณคbาและความงามในทางปรัชญา ตMองพูดถึงสุนทรียศาสตร เพราะเปrนวิชาที่วbาดMวย เรื่องคุณคbาและความงามกbอนที่เราจะจะใชMเกณฑตัดสินความงามทางสุนทรียศาสตรมาตัดสินวbา พระพุทธรูปไมMมีคุณคbาหรือความงามอยbางไรหรือไมb
อันดับแรกกbอนที่จะใชMเกณฑตัดสินความงามทางสุนทรียศาสตรตัดสินความงามของ พระพุทธรูปไมM ควรจะรูMถึงองคประกอบของความงามทางสุนทรียศาสตร องคประกอบของความงาม ทางสุนทรียศาสตรเรียกวbา สุนทรียธาตุ สุนทรียธาตุ เปrนองคประกอบที่สําคัญของความงาม อารมณ ความรูMสึกที่ใหMคุณคbาในทางบวก เชbน ความเพลิดเพลิน สุนทรียธาตุจึงเปรียบเสมือนเครื่องมือ หรือแนวทางหนึ่งในการแสวงหาความสุขของมนุษย (จรูญ โกมุทรัตนานนท,2539) สุนทรียธาตุ
มี 3 อยbาง คือ (1) ความงาม (Beauty)เปrนสภาวะที่มีความเดbนชัดในการปรากฏตbออารมณแหbงการ รับรูMของสิ่งตbางๆ ในจิตใจภาวะแหbงความงามตามธรรมชาตินั้น ยbอมแตกตbางจากความงามในทาง ศิลปะโดยที่ความงามตามธรรมชาติเปrนสภาวะที่อยูbในกระบวนการการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปตาม ธรรมดาของมันเอง แตbความงามทางศิลปะเปrนความงามที่มนุษยสรMางขึ้นเอง โดยประมวล ประสบการณแหbงอารมณที่เคยไดMสัมผัสในชีวิตประจําวัน แลMวถbายทอดโดยผbานทางมโนภาพ จินตนาการ หรือ อุดมคติ (พbวง มีนอก, 2536) (2) ความแปลกหูแปลกตา (Picture sureness) คําวbา แปลกหู คือความแปลกใหมb ความแตกตbางในดMานตbางๆ ไมbเหมือนใครในสิ่งที่เราไดMยินมา ความแปลก ตาคือ ความแปลกใหมb ความแตกตbางในดMานตbางๆ ไมbวbาจะดMานความคิด ประสบการณ แรงบันดาลใจ จินตนาการ ความแปลกแหวกแนว ความริเริ่มรังสรรคในสิ่งที่เราไมbเคยเห็นหรือประสบพบเจอใน ชีวิตประจําวันความแปลกหูแปลกตาจึงหมายถึง ความแปลกใหมb ความแตกตbางในดMานตbางๆไมbวbาจะ ดMานความคิด แรงจูงใจ จินตนาการ ความแปลกแหวกแนว ความริเริ่มรังสรรคในสิ่งที่เราไมbเคยไดMฟง ไดMพบเห็นหรือประสบพบเจอในชีวิตประจําวันเราเรียกวbา มีประสบการณทางสุนทรียศาสตร เพราะ สุนทรียธาตุมิใชbเพียงคุณสมบัติของศิลปะเทbานั้น แตbเปrนคุณสมบัติของสิ่งตbางๆ ในธรรมชาติอีกดMวย (วนิดา ขําเขียว, 2543) (3) ความนbาทึ่ง (Sublimity) ความนbาทึ่ง หนMาอัศจรรยใจ และรูMสึกวbานbาสนใจ ตbอวัตถุในรูปแบบที่แตกตbางกันของแตbละทMองถิ่น คือถMาเรามองในมุมลึกๆ ก็จะเห็นในมุมมองที่
แตกตbางกันออกไปขึ้นอยูbกับประสบการณ สิ่งแวดลMอม จินตนาการ ความเปrนอยูbของผูMดู สิ่งเหลbานี้จะ ทําใหMเกิดความเขMาใจศิลปะบนวัตถุนั้นไดMอยbางลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น ซ้ํายังไดMเห็นถึงความสวยงาม ความนbาทึ่ง
“ความงาม หรือความรูMสึกที่เปrนสbวนตัว” (ประสพ ลี้เหมือดภัย, 2542)
วารสารพุทธปรัชญาวิวัฒนC ป\ที่ 6 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม – ธันวาคม 2565) | 621
ภาพที่ 2 พระพุทธรูปไมMของชาวอีกสาน อีก 1 พิมพ
5. ทฤษฎีอุบัติการณCใหมE (Emergent Theory of Value)
ทฤษฎีอุบัติการณใหมb มีแนวคิดวbา ควมงามคืออุบัติการณใหมb การพิจารณาและ กระบวนการคMนหาคุณคbาของความงามจากทุกแงbทุกมุมอยbางยุติธรรม ทฤษฎีนี้ไดMใหMอรรถาธิบายความ งามหรือคุณคbาทางสุนทรียะวbา เปrนกระบวนการใหมbองคประกอบหรือเงื่อนไขตbางๆ ที่มีสbวนเกี่ยวขMอง กับกระบวนการคMนหาคุณคbาทางสุนทรียะ ของทฤษฎีนี้มีดังตbอไปนี้ 1)ตMองมีวัตถุ ซึ่งมีคึณสมบัติ
เฉพาะตัว อันเปrนสิ่งขาดไมMไดMในการคMนหาคุณคbาทางสุนทรียะ 2)ตMองมีบุคคลที่มีความรูMความสามารถ พอที่จะตีคุณคbาหรือสนใจในวัตถุนั้น 3)ตMองมีความสัมพันธอยbางใกลMชิดระหวbางวัตถุกับบุคคล 4) ตMอง มีหลักเกณฑบางอยbางสําหรับใหMบุคคลใชMเปrนมาตรฐานในการตีความคุณคbาทางสุนทรียะ หลักเกณฑนี้
อาจจะเปลี่ยนแปลงไปไดMตามกาลเทศะ ในเมื่อเปลี่ยนแปลงไป การตีความคุณคbาทางสุนทรียะของบุคคลนั้น ก็ยbอมเปลี่ยนแปลงไปดMวย และ 5) ถMาหากวbาวัตถุที่ตMองการหาคุณคbานั้นเขMากับที่ตMองการหาคุณคbานั้น เขMาหลักเกณฑอันเปrนมาตรฐานที่ยอมรับกันทั่วไปแลMว เราก็ตัดสินไดMวbาวัตถุนั้นมีคุณคbาหรือมีความ งามทางสุนทรียะ แตbถMาตรงกันขMามเราก็ตัดสินไดMวbา ไมbมีคุณคbาทางสุนทรียะหรือไมbงาม (จี ศรีนิวาสัน, 2545) ฉะนั้น ความงามจึงเกิดจากการที่วัตถุมีคุณสมบัติเขMาเกณฑที่เราจะใชMพิจารณาตัดสิน
6. วิเคราะหCความงามของพระพุทธรูปไม6ชาวอีสานตามหลักอุบัติการณCใหมE
ไดMทราบแลMววbา กระบวนการในการตัดสินความงามของทฤษฎีอุบัติการณใหมb มีกระบวนการและวิธีการอยbางไร ตbอไปจะไดMนําเกณฑการตัดสินทั้ง 5 อยbางนี้มาวิเคราะหหาคุณคbา
และความงามของพระพุทธรูปไมMของชาวอีสาน โดยเริ่มที่ขั้นแรกคือมีวัตถุที่จะใชMตัดสินคุณคbาและ ความงามครั้งนี้คือ พระพุทธรูป สbวนที่ 2 คือบุคคลที่มีความรูMความสามารถในตีความตัดสินคุณคbาและ ความงามของพระพุทธรูปไมM สbวนที่ 3 นี้มีความสําคัญกับการตัดสินความงามในครั้งนี้คือ
622 | Journal of Buddhist Philosophy Evolved Vol.6 No.2 (July – December 2022)
ความสัมพันธอยbางใกลMชิด คําวbา ความสัมพันธอยbางใกลMชิดนี้ ถMาเราตีความหมายออกมาแบบตรงๆ ก็
จะไดMความหมายวbา การอยูbหbางกันในระยะที่เหมาะสมไมbไกลไมbใกลMเกินไป จะทําใหMเราเห็น พระพุทธรูปไมMไดMอยbางชัดเจนทําใหMเห็นรายละเอียดในองคพระไดMดีและสามารถวิเคราะหหาคุณคbา และความงามไดMดีและเหมาะสมสbวนอีกความหมายหนึ่งของความสัมพันธอยbางใกลMชิดนี้ เราอาจจะ หมายความวbาเปrนผูMมีความสัมพันธใกลMชิดกับพระพุทธรูปคือชาวพุทธหรือพุทธบริษัทนั้นเอง
ในสbวนของความหมายที่ 2 เราจะนําไปตีความเกณฑตัดสินในขMอ 4 ที่วbาตMองมีหลักเกณฑ บางอยbางสําหรับใหMบุคคลใชMเปrนมาตรฐานในการตีความคุณคbาทางสุนทรียะ หลักเกณฑนี้อาจจะ เปลี่ยนแปลงไปไดMตามกาลเทศะ ซึ่งคําวbาหลักเกณฑบางอยbางในที่นี้เราก็อนุมานเอาตามเกณฑของ สัมพัทธนิยามที่วbาควรใชMความเชื่อดMานศาสนา วัฒนธรรม ประเพณีเขMามาพิจารณาหรือวิเคราะหหา คุณคbาและความงามของวัตถุนั้นๆ
ยMอนกลับไปที่ความหมายที่ 1 อีกครั้ง ความสัมพันธอยbางใกลMชิด ที่วbาการอยูbหbางกันในระยะ ที่เหมาะสมไมbไกลไมbใกลMเกินไปนั้น จะทําใหMเราเห็นพระพุทธรูปไมMไดMอยbางชัดเจนทําใหMเห็น รายละเอียดในองคพระไดMดีและสามารถวิเคราะหหาคุณคbาและความงามไดMดี ความหมายที่ 1 นี้จะ เขMากับเกณฑตัดสินที่ 4 ที่วbามีเกณฑบางอยbางสําหรับบุคคลใชMพิจารณามาตรฐานในการตีความคุณคbา ทางสุนทรียะ ในความหมายนี้เกณฑบางอยbางสําหรับบุคคล หมายถึง ความรูMความเขMาใจใน สุนทรียศาสตร นั่นคือองคประกอบของความงามที่เรียกวbาสุนทรียธาตุ ความหมายนี้ไมbไดMเกี่ยวกับ ความเชื่อดMานศาสนาวัฒนธรรมใดๆ แตbเกี่ยวกับความรูMทางสุนทรียศาสตรเพียงอยbางเดียว นั่นแสดงวbา ผูMที่ชมความงามตMองมีจิตที่อยูbเหนือความเชื่อเรื่องศาสนาวัฒนธรรมที่ตนนับถืออยูbและมองพระพุทธรูป ไมMในมุมมองของสุนทรียศาสตรอยbางเดี่ยว เมื่อนําสุนทรียธาตุ 3 อยbาง มาวิเคราะหหาความงามของ พระพุทธรูปไมM จะพบวbาพระพุทธรูปนี้มีลักษณะที่แปลกตา ฝvมือการแกะสลักก็ไมbละเอียด นั่นแสดงใหM เห็นวbาไมbใชbชbางมืออาชีพ เปrนฝvมือของชาวบMานทั่วไปที่มีความความตั้งใจที่จะแกะสลักพระพุทธรูปไมM นี้ โดยไมbเอาศรัทธาของตนเองเขMาไปเปrนสbวนหนึ่งในการตัดสินจะทําใหMผูMที่วิเคราะหความงามของ พระพุทธรูปไมMนั้นใชMความรูMทางสุนทรียศาสตรที่ตนเองมีอยูbนั้น เห็นองคประกอบของความงามทาง สุนทรียศาสตรที่เรียกวbาสุนทรียธาตุทั้ง 3 อยbางคือ ความแปลกตา ความทึ่ง และสรุปลงที่ความงาม โดยมุbงประเด็นไปที่ความแปลกตา และความทึ่ง ซึ่งเปrนสุนทรียธาตุนั้นเอง
เมื่อวิเคราะหหาคุณคbาและความงามของพระพุทธรูปไมMของชาวอีสานตามเกณฑตัดสินของกลุbม อุบัติการณใหมb ดMวยองคประกอบความงาม 5 อยbาง นั้น ตามองคประกอบ 5 อยbางแลMว พระพุทธรูป ไมMของชาวอีสานมีครบทั้ง 5 องคประกอบตามเกณฑของกลุbมอุบัติการณใหมb จึงมีคุณคbาและความงาม ตามเกณฑตัดสินของอุบัติการณใหมb
วารสารพุทธปรัชญาวิวัฒนC ป\ที่ 6 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม – ธันวาคม 2565) | 623
7. สรุป
การสรMางพระพุทธรูปนั้น สรMางพระพุทธรูปเกิดจากความรักความศรัทธาอยbางยิ่งในพระพุทธเจMา เห็นไดMจากการสรMางพระพุทธรูปองคแรกขึ้นตั้งแตbสมัยพระพุทธองคยังทรงพระชนมอยูb แตbเพราะไมbไดM พบไมbไดMฟงธรรมจากพระพุทธองค จึงไดMสรMางรูปแทนพระองคดMวยแกbนไมMจันทรแดงขึ้นมา การสรMาง พระพุทธรูปไมMของชาวอีสานเกิดขึ้นจากศรัทธาที่มีตbอพระพุทธศาสนา ชาวอีสานถือวbาพระรัตนะตรัย
คือพระพุทธพระธรรม และพระอริยสงฆ เปrนสรณะสูงสุดไมbมีอะไรมาเปรียบไดM จะเห็นไดMจาก 3 ประเด็นตbอไปนี้คือ ศรัทธาอุตสาหะในการแกะสลัก ไมbที่เลือกมาแกะนั้นลMวนเปrนไมMมงคล และภูมิ
ปญญาในการรักษาเนื้อพระเพื่อใหMพระนั้นอยูbไดMนานที่สุด การใชMเกณฑตัดสินความงามทาง สุนทรียศาสตรตัดสินความงามของพระพุทธรูปไมMของชาวอีสานในครั้งนี้จะใชMเกณฑตัดสินแบบ อุบัติการณใหมbในการวิเคราะหหาคุณคbาและความงามในพระพุทธรูปไมMของชาวอีสาน
เมื่อวิเคราะหหาคุณคbาและความงามของพระพุทธรูปไมMของชาวอีสานตามเกณฑตัดสินของ กลุbมอุบัติการณใหมb ดMวยองคประกอบความงาม 5 อยbาง นั้น ตามองคประกอบ 5 อยbางแลMว พระพุทธรูปไมM ของชาวอีสานมีครบทั้ง 5 องคประกอบตามเกณฑของกลุbมอุบัติการณใหมb จึงมีคุณคbาและความงาม ตามเกณฑตัดสินของอุบัติการณใหมb
8. เอกสารอ6างอิง
กรมการศาสนา. (2525). ประวัติพระพุทธรูปปางตEางๆ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพการศาสนา.
จรูญ โกมุทรัตนานนท. (2539). สุนทรียศาสตรC. นนทบุรี : เอส อาร พริ้นติ้ง แมสโปรดักส.
จี ศรีนิวาสัน. (2545). สุนทรียศาสตรC แปลเรียบเรียง สุเชาวนC พลอยชุEม. กรุงเทพฯ : โรงพิมพมหามกุฏ ราชวิทยาลัย.
ชอบ ดีสวนโคก. (2545). พระไม6ลายมีอบรรพชนไทอีสาน. ขอนแกbน : ศิริภัณฑ ออฟเซ็ท.
บุญเยี่ยม แยMมเมือง. (2537). สุนทรียทางทัศนศิลปr. กรุงเทพฯ : สํานักพิมพโอเดียนสโตร.
พระมหาปพน กตสาโร. (2560). พระพุทธรูปไม6 : คุณคEาและคติธรรมของคนอีสาน.ขอนแกbน : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแกbน.
พbวง มีนอก. (2536). สุนทรียศาสตรC. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยรามคําแหง.
วนิดา ขําเขียว. (2543). สุนทรียศาสตรC. กรุงเทพฯ : พรานนกการพิมพ.
ศูนยวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแกbน. (2564). ฐานข6อมูล-พระพุทธรูปไม6อีสาน. สืบคMนเมื่อ 21 สิงหาคม 2564. จาก https://sites.google.com/view/phramai/ฐานขMอมูล-พระพุทธรูปไมM อีสาน