• Tidak ada hasil yang ditemukan

View of THE EFFECTS OF ORGANIZATIONAL CAPABILITIES AND ITS ANTECEDENTS ON FIRM PERFORMANCE OF SMALL AND MEDIUM ENTERPRISES IN THAILAND

N/A
N/A
Protected

Academic year: 2024

Membagikan "View of THE EFFECTS OF ORGANIZATIONAL CAPABILITIES AND ITS ANTECEDENTS ON FIRM PERFORMANCE OF SMALL AND MEDIUM ENTERPRISES IN THAILAND"

Copied!
15
0
0

Teks penuh

(1)

ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอม ของประเทศไทย

THE EFFECTS OF ORGANIZATIONAL CAPABILITIES AND ITS ANTECEDENTS ON FIRM PERFORMANCE OF SMALL

AND MEDIUM ENTERPRISES IN THAILAND

รัชชสิทธิ์ เสวกเสนีย1* ประยงค มีใจซื่อ2 และ นรพล จินันทเดช3 Ratchasit Sewoksenee1* Prayong Meechaisue2 and Norapol Chinuntdej3

หลักสูตรบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามคําแหง กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย1*, 2, 3 Doctor of Business Administration Program, Faculty of Business Administration,

Ramkhamhaeng University, Bangkok, Thailand1*, 2, 3 [email protected]1*

Received: 2019-12-11 Revised: 2020-01-09 Accepted: 2020-01-24

บทคัดยอ

งานวิจัยมีวัตถุประสงคเพื่อสํารวจผลของทีมผูบริหารตอวัฒนธรรมองคการ สมรรถภาพองคการ และผลการดําเนินงานของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอมของประเทศไทย กลุมตัวอยางเปน ผูบริหารของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอมที่มีมาตรฐานของสํานักงานสงเสริมวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดยอม (สสว.) จํานวน 157 กิจการ ผูบริหารกิจการละ 5 คน รวม 785 คน สุมตัวอยาง แบบเจาะจง เก็บขอมูลเชิงปริมาณดวยแบบสอบถาม ประมวลผลดวยสถิติเชิงพรรณนาและการ วิเคราะหตัวแบบสมการโครงสราง เก็บขอมูลเชิงคุณภาพดวยการสนทนากลุมวิสาหกิจกลุมตัวอยาง ที่มีความยินดีใหเก็บขอมูลเพื่อการวิจัยจํานวน 6 กิจการ ผูบริหารรวม 17 คน เพื่อสนับสนุนกรอบแนวคิด ในการวิจัย ผลการวิจัยพบวา 1) ทีมผูบริหารมีผลทางบวกตอวัฒนธรรมองคการ สมรรถภาพองคการและ ผลการดําเนินงานของกิจการ 2) วัฒนธรรมองคการมีผลทางบวกตอสมรรถภาพองคการและผลการ ดําเนินงานของกิจการ และ 3) สมรรถภาพองคการมีผลทางบวกตอผลการดําเนินงานของกิจการ

(2)

216 วารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตรและสังคมศาสตร

ปที่ 15 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2563)

คําสําคัญ: สมรรถภาพองคการ ทีมผูบริหาร วัฒนธรรมองคการ ผลการดําเนินงานของกิจการ ABSTRACT

The purpose of this paper is to investigate the effects of the Management Team on the Organizational Culture, Organizational Capabilities and Firm Performance of small and medium enterprises in Thailand. The sample group by purposive sampling consisted of managers of SMEs with the standards of the Office of Small and Medium Enterprise Promotion (OSMEP). The total was one hundred and fifty-seven SMEs with five managers each. Quantitative data were collected using a questionnaire. The data were analyzed using descriptive statistics and the analysis of the structural equation model (SEM). Qualitative data were collected using the method of focus group discussions with seventeen managers from six enterprises to support the research conceptual framework. The results are as follows. 1) The Management Team exhibited positive and significant effects on the Organizational Culture, Organizational Capabilities and Firm Performance. 2) The Organizational Culture exhibited positive and significant effects on the Organizational Capabilities and Firm Performance.

3) The Organizational Capabilities exhibited positive and significant effects on the Firm Performance.

Keywords: Organizational Capabilities, Management Team, Organizational Culture, Firm Performance

บทนํา

ประเทศไทยใหความสําคัญกับการ พัฒนาดานเศรษฐกิจเพื่อเติบโตจากประเทศ รายไดตํ่า (low-income) ไปสูการเปนประเทศ ที่มีรายไดสูง (upper-income) แนวคิดในการ พัฒนาเศรษฐกิจชวงป 1961-1981 รัฐบาลใช

แบบจําลองประเทศไทย 1.0 เนนการขับเคลื่อน ประเทศดวยเกษตรกรรม ตอมาในชวงป 1982- 1996 ใชแบบจําลองประเทศไทย 2.0 เนนการ พัฒนาอุตสาหกรรมเบาเพื่อทดแทนการนําเขา

ตอมาใชแบบจําลองประเทศไทย 3.0 จากป

1997-2016 เนนการพัฒนาอุตสาหกรรมหนัก การผลิตเพื่อการสงออก (Ministry of Industry, 2016) ผลจากการพัฒนาประเทศภายใต

แบบจําลองประเทศไทย 3.0 ทําใหในปจจุบัน ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแขงขันตํ่า เนื่องมาจากระบบเศรษฐกิจของประเทศพึ่งพา ธุรกิจขนาดใหญ การลงทุนจากตางประเทศ (Office of Small and Medium Enterprise

(3)

Promotion (OSMEP), 2016) รัฐบาลวาง ยุทธศาสตรชาติ 20 ป (ค.ศ.2017-2036) เพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสรางประเทศไทยตาม แบบจําลองประเทศไทย 4.0 โดยในชวง 5 ปแรก ขับเคลื่อนดวยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แหงชาติ ฉบับที่ 12 (ค.ศ.2017-2021) ใหความ สําคัญกับการสรางความเขมแข็งใหกับเศรษฐกิจ รายสาขา โดยเฉพาะอยางยิ่งสาขาวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดยอมเพื่อลดการพึ่งพา วิสาหกิจขนาดใหญ (Ministry of Industry, 2016)

แนวคิดในการเปลี่ยนแปลงโครงสราง ประเทศไทยดังกลาว สอดคลองกับมุมมอง การบริหารกลยุทธที่มองจากภายในสูภายนอก ดวยการสรางการเติบโตจากทรัพยากรที่อยูใน ความครอบครองและความสามารถในการบริหาร ทรัพยากรขององคการ (Penrose, 1959) โดย ทรัพยากรขององคการจะเปนจุดแข็งเมื่อนําไป ใชในการดําเนินกลยุทธสรางมูลคาใหกับกิจการ (Colotta, Shi & Gregory., 2003; Barney, 1991) เปนมุมมองการบริหารกลยุทธตามทฤษฎี

ฐานทรัพยากรของกิจการทําใหคนและทรัพยากร สามารถทํางานรวมกันไดจนประสบผลสําเร็จ ความสามารถดังกลาวเรียกวา “สมรรถภาพ องคการ” (Organizational Capabilities) (Katkalo, Pitelis & Teece, 2010; Grant, 1991) โดยความรู ประสบการณและความชํานาญ ของผูบริหารในองคการมีผลตอการตัดสินใจ ดานกลยุทธ การนํากลยุทธไปสูการปฏิบัติและ ผลการดําเนินงานของกิจการ (Fernandez, Rodríguez & Simonetti, 2015; Hambrick &

Mason, 1984) นอกจากนี้ การนํากลยุทธไปสู

การปฏิบัติสงผานวิถีในการดําเนินงานหรือ วัฒนธรรมองคการซึ่งเปนหนึ่งในปจจัยที่สามารถ รับมือการเปลี่ยนแปลง กอใหเกิดความไดเปรียบ ในการแขงขันและเปนหัวใจไปสูความสําเร็จของ องคการ (Cameron & Quinn, 2006)

วัตถุประสงคของการวิจัย

เพื่อศึกษาผลของทีมผูบริหารที่มีตอ วัฒนธรรมองคการ สมรรถภาพองคการ และ ผลการดําเนินงานของวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดยอมของประเทศไทย

ขอบเขตของการวิจัย

ดานเนื้อหา: ศึกษาผลกระทบ ของสมรรถภาพองคการ (Organizational Capabilities) ตามทฤษฎีฐานทรัพยากรของ กิจการ (resource-based view of the firm) ทีมผูบริหารตามทฤษฎีผูบริหารระดับสูง (upper echelon theory) และวัฒนธรรมองคการ ตามการจัดแบงประเภทวัฒนธรรมองคการ ดวยแบบจําลองการสรางคุณคาจากความขัดแยง (the competing values framework) ไปสูผลการ ดําเนินงานของกิจการตามแนวคิดการวัดผลการ ดําเนินงานแบบองครวม (balanced scorecard)

ดานประชากร: เปนผูบริหารของวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดยอมที่มีมาตรฐานโดยไดรับ รางวัลจากการประกวดรางวัลสุดยอด SME แหงชาติ และรางวัล SME Startup จัดโดย สํานักงานสงเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดยอม (สสว.) ป 2560 และ 2561 จํานวน 285 กิจการ ๆ ละ 5 คน รวม 1,425 คน

(4)

218 วารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตรและสังคมศาสตร

ปที่ 15 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2563)

สมมติฐานวิจัย

สมมติฐานที่ 1 (H1) : ทีมผูบริหารมีผล ทางบวกตอวัฒนธรรมองคการ

สมมติฐานที่ 2 (H2) : ทีมผูบริหารมีผล ทางบวกตอสมรรถภาพองคการ

สมมติฐานที่ 3 (H3) : ทีมผูบริหารมีผล ทางบวกตอผลการดําเนินงานของกิจการ

สมมติฐานที่ 4 (H4) : วัฒนธรรมองคการ มีผลทางบวกตอสมรรถภาพองคการ

สมมติฐานที่ 5 (H5) : วัฒนธรรมองคการมีผลทาง บวกตอผลการดําเนินงานของกิจการ

สมมติฐานที่ 6 (H6) : สมรรถภาพ องคการมีผลทางบวกตอผลการดําเนินงานของ กิจการ

กรอบแนวคิดของการวิจัย

ระเบียบวิธีวิจัย

งานวิจัยใชเทคนิคการวิจัยแบบผสมวิธี

ดวยการใชเทคนิคการเก็บขอมูลเชิงปริมาณดวย แบบสอบถามและใชเทคนิคการเก็บขอมูลเชิง คุณภาพดวยการสนทนากลุมในกรอบแนวคิด การวิจัยเดียวกัน (Kabir, 2016) เนื่องจาก กรอบแนวคิดการวิจัยสรางขึ้นจากวรรณกรรม ที่มีความแตกตางในบริบทดานเวลาและสถานที่

จึงทําการสํารวจขอมูลเชิงประจักษเพื่อสนับสนุน กรอบแนวคิด

ประชากรและกลุมตัวอยาง

ประชากรเปนผูบริหารของวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดยอมที่มีมาตรฐานโดยไดรับรางวัลจาก การประกวดรางวัลสุดยอด SME แหงชาติและ

4

H1

H2 H3

H5

H6 H4

ด้านประชากร: เป็นผู้บริหารของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่มีมาตรฐานโดยได้รับรางวัล จากการประกวดรางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ และรางวัล SME Startup จัดโดยส านักงานส่งเสริมวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ปี 2560 และ 2561 จ านวน 285 กิจการ ๆ ละ 5 คน รวม 1,425 คน

สมมติฐานวิจัย

สมมติฐานที่ 1 (H1) : ทีมผู้บริหารมีผลทางบวกต่อวัฒนธรรมองค์การ สมมติฐานที่ 2 (H2) : ทีมผู้บริหารมีผลทางบวกต่อสมรรถภาพองค์การ

สมมติฐานที่ 3 (H3) : ทีมผู้บริหารมีผลทางบวกต่อผลการด าเนินงานของกิจการ สมมติฐานที่ 4 (H4) : วัฒนธรรมองค์การมีผลทางบวกต่อสมรรถภาพองค์การ

สมมติฐานที่ 5 (H5) : วัฒนธรรมองค์การมีผลทางบวกต่อผลการด าเนินงานของกิจการ สมมติฐานที่ 6 (H6) : สมรรถภาพองค์การมีผลทางบวกต่อผลการด าเนินงานของกิจการ

กรอบแนวคิดของการวิจัย

ระเบียบวิธีวิจัย

งานวิจัยใช้เทคนิคการวิจัยแบบผสมวิธีด้วยการใช้เทคนิคการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณด้วย แบบสอบถามและใช้เทคนิคการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการสนทนากลุ่มในกรอบแนวคิดการวิจัย เดียวกัน (Kabir, 2016) เนื่องจากกรอบแนวคิดการวิจัยสร้างขึ้นจากวรรณกรรมที่มีความแตกต่างในบริบท ด้านเวลาและสถานที่จึงท าการส ารวจข้อมูลเชิงประจักษ์เพื่อสนับสนุนกรอบแนวคิด

วัฒนธรรมองค์การ (OCL)

ผลการด าเนินงาน ของกิจการ (FPR) ทีมผู้บริหาร

(MT)

สมรรถภาพองค์การ (OCP)

(5)

รางวัล SME Startup ป 2560 และ 2561 จัดโดย สํานักงานสงเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดยอม (สสว.) จํานวน 285 กิจการ ๆ ละ 5 คน รวมทั้งสิ้น 1,425 คน สุมตัวอยางแบบเจาะจงโดย คัดเลือกเฉพาะวิสาหกิจที่จดทะเบียนในรูปบริษัท จํากัดและหางหุนสวน และคัดรายชื่อวิสาหกิจ ที่ไดรับรางวัลซํ้ากัน 2 ป ออก 1 ป คงเหลือกลุม ตัวอยางจํานวน 157 กิจการ ผูบริหารกิจการละ 5 คน รวม 785 คน

การวิจัยเชิงปริมาณ

เครื่องมือ: งานวิจัยใชแบบสอบถาม เปนเครื่องมือในการเก็บขอมูลแบงขั้นตอน การจัดทําออกเปน 3 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 สราง แบบสอบถามจากการทบทวนวรรณกรรม ขั้นที่ 2 เกณฑการใหคะแนนขอคําถามที่มีลักษณะ เปนคําถามมาตราสวนประมาณคา 5 ระดับ แบบลิเคิทสเกลและเลือกตอบไดเพียงคําตอบเดียว การแปลความหมายมาตรวัดแบบลิเคิทสเกล มีหลายวิธี (Best & Kahn, 1995) งานวิจัยนี้

ใชวิธีหาคาเฉลี่ย (mean) ของคะแนนรวมเรียง ตามลําดับ (rank) และขั้นที่ 3 ตรวจสอบคุณภาพ ของเครื่องมือโดย 1) วัดความตรงเชิงเนื้อหา (content validity) จากความเห็นของผูเชี่ยวชาญ และนักวิชาการจํานวน 5 ทาน ยอมรับขอคําถาม ที่มีคาความสอดคลองตั้งแต 0.5 (Rovinelli &

Hambleton, 1977) 2) หาคาความเที่ยง (reliability) โดยใชสูตรสัมประสิทธิ์แอลฟาของคอนบัค โดย นําแบบสอบถามที่ปรับปรุงแลวไปทดสอบกับ กลุมประชากรที่ใกลเคียงกับกลุมตัวอยางจํานวน 40 ชุด ยอมรับคาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธที่

ไมตํ่ากวา 0.3 (Tsao & Chang, 2010) และ 3) ทดสอบอํานาจจําแนก (discrimination) โดยการหาคาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธระหวาง คะแนนของขอคําถามขอนั้นกับคะแนนรวมของ ขอที่เหลือ (corrected item-total correlation) โดยจะตัดออกหรือปรับปรุงขอคําถามที่มีคา ตํ่ากวา 0.30 (Hair, Black, Babin & Anderson, 2006 as cited in Petchroj, Angsuchoti &

Chamniprasar, 2012)

การเก็บรวบรวมขอมูล: จัดสงแบบสอบถาม ทางไปรษณียจํานวน 153 กิจการ ทางจดหมาย อิเล็กทรอนิกสจํานวน 4 กิจการ รวม 157 กิจการ ๆ ละ 5 ชุด รวม 785 ชุด ติดตามแบบสอบถาม ทางโทรศัพทและจดหมายอิเล็กทรอนิกส ไดรับ แบบสอบถามสงกลับคืนจํานวน 80 กิจการ คิดเปน รอยละ 51 ของจํานวนวิสาหกิจกลุมตัวอยาง แบบสอบถามจํานวน 379 ชุด คิดเปนรอยละ 48.28 ของจํานวนแบบสอบถาม แบบสอบถามมีความ สมบูรณใชในการวิเคราะหขอมูลจํานวน 370 ชุด โดยการตอบกลับแบบสอบถามของกลุมตัวอยาง ในการวิจัยครั้งนี้มีอัตราสูงกวาการศึกษาของ Baruch (1999) ที่พบวาทีมผูบริหารมีอัตราการ ตอบกลับโดยเฉลี่ยรอยละ 36.10 มีผลทางบวก ตอคุณภาพขอมูล

การวิเคราะหขอมูล: ใชโปรแกรม สําเร็จรูปนําเสนอผลการวิเคราะหดวยสถิติ

เชิงพรรณนาและทําการตรวจสอบสมมติฐาน ดวยการวิเคราะหตัวแบบสมการโครงสราง (Structural Equation Modeling: SEM) โดยใช

โปรแกรมสําเร็จรูป

(6)

220 วารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตรและสังคมศาสตร

ปที่ 15 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2563)

สรุปผลการวิจัยและอภิปรายผลการวิจัย สรุปผลการวิจัย

ขอมูลทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม จํานวน 370 คน พบวา เปนผูบริหารในวิสาหกิจ ขนาดยอม คิดเปนรอยละ 67.60 ประเภทกิจการ การผลิต คิดเปนรอยละ 69.20 เปดดําเนินงาน ไมเกิน 5 ป คิดเปน รอยละ 58.10 มีตําแหนงเปน กรรมการ/ผูบริหารสูงสุด คิดเปนรอยละ 34.30 ทีมผูบริหารมีสมาชิกไมเกิน 3 คน คิดเปนรอยละ 39.48 และมีอายุงานไมเกิน 5 ป คิดเปนรอยละ 73.20

ขอมูลทั่วไปของตัวแปรที่ใชในการ ศึกษา

ผลการวิเคราะหคาเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบน มาตรฐานของตัวแปรแฝง พบวา วัฒนธรรม องคการ (OCL) คาเฉลี่ยโดยรวมอยูในระดับ มากที่สุด (M=4.42) รองลงมา ทีมผูบริหาร (MT) (M=4.32) สมรรถภาพองคการ (OCP) (M=4.30) และผลการดําเนินงานของกิจการ (FPR) (M=4.08) ตามลําดับ

พิจารณารายตัวแปรตามระดับของ คาเฉลี่ย พบวาวัฒนธรรมองคการ (OCL) วิสาหกิจใหความสําคัญกับบทบาทของผูบริหาร มากที่สุด โดยการเปนแบบอยางดานวัฒนธรรม องคการของผูบริหารทําใหวัฒนธรรมองคการ เขมแข็งโดยบุคลากรในองคการจะยึดถือและ

ปฏิบัติตามพฤติกรรมของผูบริหาร จนฝงลึก เขาไปในระดับจิตใจทําใหวิถีการดําเนินงาน ไปสูความสําเร็จมีเสถียรภาพครอบคลุมทั่วทั้ง องคการ สอดคลองกับสุภาษิตไทยที่วา ตัวอยาง ที่ดี ดีกวาคําสอน รองลงมา ทีมผูบริหาร (MT) วิสาหกิจใหความสําคัญกับประสบการณทํางาน มากที่สุด ประสบการณทํางานของผูบริหาร กอใหเกิดการเติบโตอยางกาวกระโดดดาน การตลาดทั้งในประเทศและตางประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพในการดําเนินงาน สงเสริม ความรูในการดําเนินกิจการและการตลาด ชวยลดความเสี่ยงในการดําเนินธุรกิจ

สมรรถภาพองคการ (OCP) วิสาหกิจ ใหความสําคัญกับการสรางนวัตกรรมมากที่สุด โดยการสรางนวัตกรรมกอใหเกิดโอกาสทาง การตลาด เพิ่มงาน เพิ่มรายไดทําใหสมรรถภาพ องคการดานอื่นทํางานไดดีขึ้น และผลการ ดําเนินงานของกิจการ (FPR) วิสาหกิจใหความ สําคัญกับมุมมองดานการเงินมากที่สุด โดยการ บอกตอของลูกคาเปนพฤติกรรมที่แสดงใหเห็นวา ลูกคามีความผูกพันกับสินคาหรือบริการ บงบอก ถึงความสําเร็จในงานดานการสรางนวัตกรรม งานดานการผลิต และงานดานการตลาดโดย ทรัพยากรบุคคลเปนหนึ่งในปจจัยที่มีความสําคัญ ในการดําเนินงาน ดังตารางที่ 1

(7)

ตารางที่ 1 ผลการวิเคราะหคาเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของตัวแปรแฝงและตัวแปรมาตรวัด

ตัวแปรแฝง/ตัวแปรมาตรวัด ทีมผูบริหาร (MT)

ประสบการณสั่งสมมีสวนสงเสริมใหผูบริหารมีความเขาใจสถานการณ ทั้งในอดีต ปจจุบัน และสามารถประมาณการเหตุการณในอนาคตไดดี (WEX3)

ความพรอมยอมรับการเปลี่ยนแปลงลดความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งเดิม เสริมสราง บรรยากาศการคิดสรางสรรค การสรางสิ่งใหมที่สรางคุณคาใหแกองคการ (EDU2) การศึกษาเลาเรียน การฝกอบรมอยางตอเนื่องทําใหเกิดการเรียนรู เปนแนวทาง พื้นฐานเพื่อเพิ่มโอกาสในการสรางนวัตกรรมของกิจการ (EDU3)

วัฒนธรรมองคการ (OCL)

ผูบริหารเปนแบบอยางในการทํางานจริงจัง แข็งขัน มุงความสําเร็จตามเปาหมาย (MC1)

ผูบริหารมีบทบาทในการพัฒนาธุรกิจ การสรางนวัตกรรม (AC1)

ผูบริหารใหความสําคัญกับการควบคุม การประสานงานเพื่อใหงานดําเนินไป อยางราบรื่น มีประสิทธิภาพ (HC1)

สมรรถภาพองคการ (OCP)

องคการมีสวนงานที่เปดโอกาสใหบุคลากรกลาคิด กลาพูด กลาแสดงออก กลาเสนอการสรางสรรค การพัฒนาสิ่งใหมเพื่อสรางคุณคาแกองคการ (OIN1) องคการมีการปรับปรุงคุณภาพงานอยางตอเนื่องเพื่อเพิ่มคุณภาพและลดตนทุน ในการดําเนินงาน (OIM)

องคการนําเสนอสินคาหรือบริการสอดคลองกับความตองการของกลุมลูกคา (OCU2)

ผลการดําเนินงานของกิจการ (FPR)

การบอกตอของลูกคาปจจุบันทําใหกิจการมียอดขายและผลกําไรเพิ่มขึ้น (IPR2) สวนครองตลาดที่เพิ่มขึ้นเปนผลมาจากการบอกตอของลูกคาเดิมของกิจการ (CST2)

กิจการมีระบบสารสนเทศแสดงขอมูลดานการตลาด การเงิน การบัญชี การผลิต มีสวนชวยในการตัดสินใจในการวางแผนและดําเนินงาน (IFC)

4.32 4.42 4.41 4.40 4.42 4.53 4.51 4.50 4.30 4.45 4.42 4.41 4.08 4.20 4.16 4.14

0.72 0.63 0.73 0.67 0.74 0.71 0.76 0.68 0.75 0.72 0.73 0.72 0.81 0.76 0.80 0.73

1 2 3

1 2 3

1 2 3

1 2 3 คาเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบน

มาตรฐาน ลําดับ

(8)

222 วารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตรและสังคมศาสตร

ปที่ 15 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2563)

ขอมูลผลการวิเคราะหตัวแบบสมการ โครงสราง

ผลการวิเคราะหตัวแบบสมการ โครงสรางของงานวิจัยตามขอมูลเชิงประจักษ

จากแบบสอบถามจํานวน 370 ชุด โดยใช

โปรแกรมสําเร็จรูป ดังภาพที่ 1 และตารางที่ 2

จากตารางที่ 2 ผลการวิเคราะหความ สอดคลองของตัวแบบสมการโครงสรางกับขอมูล เชิงประจักษที่ปรับแกแลว พบวา สอดคลอง กลมกลืนดี พิจารณาจากคาตามเกณฑ พบวา คา X2-test = 30.57 df = 57 p = 0.99 (p<0.05) X2/ df = 0.53 (<2.00) RMSEA = 0.00 (<0.05)

ภาพที่ 1 ผลการวิเคราะหตัวแบบสมการโครงสราง

8

0.58**

0.15* H1

H2

H3

H5

H6 H4

0.55

0.87 0.86 0.73 0.86

0.75 0.76 0.77

0.73 0.81

0.80 0.87 0.70

0.84

0.84

0.75

0.85 0.76

0.64 0.78 0.66**

0.14* 0.76**

0.22* 0.84

ส่วนครองตลาดที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการบอกต่อของลูกค้าเดิมของกิจการ (CST2) 4.16 0.80 2 กิจการมีระบบสารสนเทศแสดงข้อมูลด้านการตลาด การเงิน การบัญชี การผลิต มีส่วน

ช่วยในการตัดสินใจในการวางแผนและด าเนินงาน (IFC)

4.14 0.73 3

ข้อมูลผลการวิเคราะห์ตัวแบบสมการโครงสร้าง

ผลการวิเคราะห์ตัวแบบสมการโครงสร้างของงานวิจัยตามข้อมูลเชิงประจักษ์จากแบบสอบถาม จ านวน 370 ชุด โดยใช้โปรแกรมส าเร็จรูป ดังภาพที่ 1 และตารางที่ 2

2=30.57, df=57, P-value=0.998, RMSEA=0.00, CFI=1.0, SRMR=0.01, GFI=1.00, AGFI=0.95 ภาพที่ 1 ผลการวิเคราะห์ตัวแบบสมการโครงสร้าง

ตารางที่ 2 ผลการวิเคราะห์ตัวแบบสมการโครงสร้าง

0.64

0.79 0.63 0.68 0.77 0.55 0.68

0.63

0.72 0.75

0.49 0.60

0.53 0.69 0.40 0.59

0.38 0.60

0.54 0.44

วัฒนธรรม องค์การ

ผลการด า เนินงานของ กิจการ (FPR) ทีมผู้บริหาร

(MT)

สมรรถภาพ องค์การ

(OCP)

MC2 AC2

WEX2 WEX3

HC1 HC2

TEN2 TEN1 EDU2

EDU1 CC1 CC2

MC1 AC1

OCO2 ORES OREC

OCU1 OIN2 0.82

0.79

0.89

0.87

0.28

0.39 0.58 0.42 0.21 0.29

0.38 0.30 0.44 0.70

0.29 0.50 0.32 0.23 0.27 0.47 0.26

0.25

0.46 0.40 0.42 0.43

0.35 0.36 0.24 0.52

TEN3

OCO1 OCU2

0.71 WEX1 EDU3

OIN1 OIM

ISA2 IPR1 IPR2 ISA1

CST1

RS1 CST2

IFC HMC

RS2

X2 = 30.57, df = 57, P-value = 0.998, RMSEA = 0.00, CFI = 1.0, SRMR = 0.01, GFI = 1.00, AGFI = 0.95

(9)

ตารางที่ 2 ผลการวิเคราะหตัวแบบสมการโครงสราง

ตัวแปรบุพปจจัย ตัวแปรตาม

วัฒนธรรมองคการ (OCL) สมรรถภาพองคการ OCP) ผลการดําเนินงาน ของกิจการ (FPR) คาสถิติ

0.66**

0.65**

0.66**

0.50**--

0.52**

0.66**

0.15*

0.14*

0.76**--

0.66**

----

0.44**

0.76**--

0.22*

----

0.58**

----

--

----

0.58**

ทีมผูบริหาร (MT)

TE IE DE TE IE DE TE IE DE

วัฒนธรรมองคการ (OCL) สมรรถภาพองคการ (OCP)

X2 = 30.57 df = 57 P = 0.99 X2/df = 0.53 RMSEA = 0.00 CFI = 1.00 SRMR = 0.01 GFI = 1.00 AGFI = 0.95 คาสัมประสิทธิ์เสนทางมาตรฐาน EDU1 - IFC มีคาระหวาง 0.55**- 0.89**

หมายเหตุ: 1. TE = อิทธิพลรวม, IE = อิทธิพลทางออม, DE = อิทธิพลทางตรง 2. *p<.05 (1.960≤t value≤2.576), **p<.01 (t value≥2.576)

สมการโครงสรางของตัวแปร OCL OCP FPR

R-SQUARE 0.44 0.74 0.76

เมทริกซสหสัมพันธระหวางตัวแปร

ตัวแปรแฝง OCL OCP FPR MT

OCL 1.00

OCP 0.86 1.00

FPR 0.80 0.85 1.00

MT 0.66 0.65 0.66 1.00

CFI = 1.00 (≥ 0.95) SRMR =0.01 (<0.05) GFI = 1.00 (≥ 0.95) AGFI = 0.95 (≥ 0.95) (Diamantopoulos and Siguaw, 2000) และ ความเที่ยงของตัวแปรสังเกตไดมีคานํ้าหนักองค

ประกอบมาตรฐานอยูระหวาง 0.55 - 0.89 และ มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทุกคา

พิจารณาคาอิทธิพล พบวา ตัวแปร ผลการดําเนินงานของกิจการ (FPR) ไดรับอิทธิพล ทางตรง (DE) จากตัวแปรสมรรถภาพองคการ (OCP) วัฒนธรรมองคการ (OCL) และทีม ผูบริหาร (MT) โดยมีขนาดอิทธิพลเทากับ 0.58**, 0.22* และ 0.14* ตามลําดับ และตัวแปร ผลการ

ดําเนินงานของกิจการ (FPR) ยังไดรับอิทธิพล ทางออม (IE) จากตัวแปรทีมผูบริหาร (MT) และ วัฒนธรรมองคการ (OCL) โดยมีขนาดอิทธิพล เทากับ 0.52** และ 0.44** ตามลําดับ นอกจากนี้

ตัวแปรสมรรถภาพองคการ (OCP) ยังไดรับ อิทธิพลทางตรง (DE) จากตัวแปรวัฒนธรรม องคการ (OCL) และทีมผูบริหาร (MT) โดยมีขนาด อิทธิพลเทากับ 0.76** และ 0.15* ตามลําดับ และ ตัวแปรสมรรถภาพองคการ (OCP) ยังไดรับ อิทธิพลทางออม (IE) จากตัวแปรทีมผูบริหาร (MT) โดยมีขนาดอิทธิพลเทากับ .50**

(10)

224 วารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตรและสังคมศาสตร

ปที่ 15 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2563)

คาสัมประสิทธิ์การพยากรณ (R2) ของ ตัวแบบสมการโครงสรางตัวแปรแฝงภายใน มีคา เทากับ 0.76 (R2 ของ FPR = 0.76) แสดงวา ตัวแปรในตัวแบบสมการโครงสรางสามารถ อธิบายความแปรปรวนของผลกระทบของ สมรรถภาพองคการและบุพปจจัยตอผลการ ดําเนินงานของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาด ยอมของประเทศไทยไดรอยละ 76 สําหรับคา เมทริกซสหสัมพันธระหวางตัวแปรแฝง พบวา มีคาอยูระหวาง 0.65 - 0.86 โดยตัวแปรทุกคู

เปนความสัมพันธแบบมีทิศทางเดียวกัน คือ เปนบวก ตัวแปรที่มีคาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ

มากที่สุด เทากับ 0.86 คือ ตัวแปรสมรรถภาพ องคการ (OCP) และวัฒนธรรมองคการ (OCL)

จากผลการพัฒนาตัวแบบสมการ โครงสราง พบวา ทีมผูบริหาร (MT) และวัฒนธรรม องคการ (OCL) เปนปจจัยที่มีผลกระทบตอ ผลการดําเนินงานของวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดยอมมากที่สุด โดยมีคาอิทธิพลรวม (TE) เทากัน เทากับ 0.66** รองลงมา สมรรถภาพ องคการ (OCP) มีคาอิทธิพลรวม (TE) เทากับ 0.58** และผลการตรวจสอบสมมติฐานทั้ง 6 สมมติฐาน พบวา สนับสนุน อยางมีนัยสําคัญทาง สถิติทุกคา ดังตารางที่ 3

สมมติฐาน

H1 ทีมผูบริหารมีผลทางบวกตอวัฒนธรรมองคการ H2 ทีมผูบริหารมีผลทางบวกตอสมรรถภาพองคการ H3 ทีมผูบริหารมีผลทางบวกตอผลการดําเนินงานของกิจการ H4 วัฒนธรรมองคการมีผลทางบวกตอสมรรถภาพองคการ H5 วัฒนธรรมองคการมีผลทางบวกตอผลการดําเนินงาน ของกิจการ

H6 สมรรถภาพองคการมีผลทางบวกตอผลการดําเนินงาน ของกิจการ

0.66**

0.15*

0.14*

0.76**

0.22*

0.58**

7.33 2.54 2.15 8.76 2.06 5.40

สนับสนุน สนับสนุน สนับสนุน สนับสนุน สนับสนุน สนับสนุน เสนอิทธิพลสัมประสิทธิ์

เสนทาง t value ผลการ

ตรวจสอบ

หมายเหตุ: *p<.05 (1.960≤t value≤2.576), **p<.01 (t value≥2.576)

ตารางที่ 3 ผลการตรวจสอบสมมติฐาน

(11)

อภิปรายผลการวิจัย

สมมติฐานที่ 1 ทีมผูบริหารมีผลทางบวก ตอวัฒนธรรมองคการจริงในระดับสูง อาจเนื่อง มาจาก ความรูจากการศึกษาเลาเรียน การฝกอบรม ทําใหผูบริหารเกิดทัศนคติพรอมยอมรับการ เปลี่ยนแปลง เสริมสรางบรรยากาศในการสราง นวัตกรรมดานวัฒนธรรมองคการ ประสบการณ

ทํางานสงเสริมการตัดสินใจในการแกปญหา และการดําเนินงานดานวัฒนธรรมองคการ และ อายุงานเปนปจจัยสงเสริมการสั่งสมประสบการณ

การถายทอดองคความรู สงเสริมใหวัฒนธรรม องคการเขมแข็ง สอดคลองกับงานวิจัยเรื่อง ผลการดําเนินงานและวัฒนธรรม ของ Deborah, Mayowa & Grace (2015) ที่พบวา วัฒนธรรม ไดรับผลมาจากผูบริหาร ในการทําความเขาใจ วัฒนธรรมองคการจึงตองศึกษาคุณลักษณะของ ผูบริหารที่มีผลตอวัฒนธรรมองคการ

สมมติฐานที่ 2 ทีมผูบริหารมีผลทางบวก ตอสมรรถภาพองคการจริงในระดับตํ่า แตมีผล กระทบรวมในระดับสูง อาจเนื่องมาจาก ผูบริหาร ทําหนาที่ในการตัดสินใจดานกลยุทธ การนํา กลยุทธไปสูการปฏิบัติโดยความรูจากการศึกษา เลาเรียน การฝกอบรมของผูบริหารเพิ่มโอกาส ในการสรางผลิตภัณฑใหม การบูรณาการ ผลิตภัณฑกับเทคโนโลยีใหสอดคลองกับความ ตองการของตลาด การวิจัยตลาด การหาชองวาง ทางการตลาด รวมถึงการแบงกลุมลูกคาและ การคัดเลือกกลุมลูกคาเปาหมาย ประสบการณ

ทํางานสงเสริมใหกิจการเติบโตอยางกาวกระโดด ดานการตลาดทั้งในประเทศและตางประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพในการดําเนินงาน ลดความเสี่ยง

ในการดําเนินธุรกิจ และอายุงานของผูบริหาร สงเสริมใหงานเปนระบบตามมาตรฐาน สินคา หรือบริการของกิจการสรางคุณคาแกลูกคา เปนมิตร กับสังคมและสิ่งแวดลอม เกิดการสรางนวัตกรรม อยางตอเนื่องเปนปจจัยพื้นฐานในการดําเนินงาน ในระยะยาวขององคการ สอดคลองกับงานวิจัย เรื่องผลของคุณลักษณะทีมผูบริหารไปสูผลการ ดําเนินงานดานการสงออกของวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดยอม ของ Acar (2016) ที่พบวา ความ หลากหลายดานคุณลักษณะของทีมผูบริหาร ชวยเพิ่มประสิทธิภาพงานและผลการดําเนินงาน ของกิจการ

สมมติฐานที่ 3 ทีมผูบริหารมีผลทางบวก ตอผลการดําเนินงานของกิจการจริงในระดับตํ่า แตมีผลกระทบรวมในระดับสูง อาจเนื่องมาจาก ผูบริหารทําหนาที่ในการตัดสินใจดานกลยุทธ

การนํากลยุทธไปสูการปฏิบัติ รวมถึงรับผิดชอบ ผลการดําเนินงานทั้งหมดขององคการ พิจารณา ใหลึกลงไปจะเห็นวาผลการดําเนินงานของ กิจการเปนภาพสะทอนมาจากการทําหนาที่

ในการตัดสินใจคัดเลือกกลยุทธ การดําเนินกลยุทธ

รวมถึงการติดตามประเมินผลและการปรับปรุง กลยุทธของผูบริหาร โดยความรูจากการศึกษา เลาเรียน การฝกอบรมเพิ่มโอกาสในการสราง นวัตกรรมดานกลยุทธ ประสบการณทํางาน ชวยสงเสริมการตัดสินใจดานกลยุทธและ การดําเนินกลยุทธ และอายุงานทําใหเกิด การสั่งสมประสบการณทางตรงและทางออม สามารถถายทอดความรูและประสบการณ

ที่มีคุณคาใหแกบุคลากรเปนพื้นฐานในการ ดําเนินงานในระยะยาวขององคการ สอดคลองกับ

(12)

226 วารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตรและสังคมศาสตร

ปที่ 15 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2563)

งานวิจัยเรื่องทุนทางปญญาของทีมผูบริหารและ ผลการดําเนินงานของกิจการ ของ Fernandez et al. (2015) ที่พบวา ความหลากหลายดาน คุณลักษณะของทีมผูบริหารชวยเพิ่มประสิทธิภาพ งานและผลการดําเนินงานของกิจการ

สมมติฐานที่ 4 วัฒนธรรมองคการมีผล ทางบวกตอสมรรถภาพองคการจริงในระดับสูง อาจเนื่องมาจาก วัฒนธรรมเปนสิ่งที่ไมมีตัวตน การกําหนดบทบาทของผูบริหารและคุณลักษณะ ของวัฒนธรรมองคการ 4 ประเภทจากมุมมอง ความขัดแยงดานสิ่งแวดลอมและการดําเนินงาน ตามแบบจําลองการสรางคุณคาจากความขัดแยง ไดแก วัฒนธรรมแบบเครือญาติ วัฒนธรรม แบบปรับเปลี่ยน วัฒนธรรมแบบการตลาด และวัฒนธรรมแบบลําดับชั้นทําใหวิถีในการ ดําเนินกิจกรรมไปสูความสําเร็จขององคการ มีความชัดเจน และรูปแบบของวัฒนธรรม มีความสอดคลองกับสิ่งแวดลอมและการ ดําเนินงานดานตาง ๆ ชวยสงเสริมสมรรถภาพ ดานการเปลี่ยนแปลงและสมรรถภาพดานการ ดําเนินงานขององคการ สอดคลองกับงานวิจัย เรื่องความสัมพันธระหวางวัฒนธรรมองคการและ การนํากลยุทธไปสูการปฏิบัติ ของ Ahmadi, Salamzadeh, Daraei & Akbari (2012) ที่พบวา แบบจําลองการสรางคุณคาจากความขัดแยง เปนหนึ่งในแบบจําลองที่ไดรับความนิยมในการ ศึกษาอยางกวางขวาง เปนรูปแบบที่ไดรับการ พิสูจนแลววามีผลตอความสําเร็จขององคการ สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลง

สมมติฐานที่ 5 วัฒนธรรมองคการมีผล ทางบวกตอผลการดําเนินงานของกิจการจริง

ในระดับตํ่า แตมีผลกระทบรวมในระดับสูง อาจเนื่องมาจากวัฒนธรรมองคการเปนสิ่งที่

เปนนามธรรมพิจารณาใหลึกลงไปจะเห็นวา การกําหนดบทบาทของผูบริหารและคุณลักษณะ ของวัฒนธรรมองคการที่ชัดเจนของวัฒนธรรม องคการ 4 ประเภท ตามแบบจําลองการสราง คุณคาจากความขัดแยง ไดแก วัฒนธรรมแบบ เครือญาติ วัฒนธรรมแบบปรับเปลี่ยน วัฒนธรรม แบบการตลาด และวัฒนธรรมแบบลําดับชั้น สงเสริมใหผูมีสวนไดเสียในองคการมีความ เขาใจในวิถีการดําเนินงานและบทบาทหนาที่

ของตนเองชวยใหวัฒนธรรมองคการเขมแข็ง สงผลทางบวกตอผลการดําเนินงานของกิจการ สอดคลองกับงานวิจัยเรื่องความสัมพันธระหวาง วัฒนธรรมองคการและผลการดําเนินงาน ของ Ehtesham, Muhammad & Muhammad (2011) ที่พบวา การดําเนินงานโดยปราศจากผลของ วัฒนธรรมองคการอาจสงผลใหการดําเนินงาน ไมบรรลุความสําเร็จตามเปาหมายของกิจการ เนื่องจากวัฒนธรรมองคการและผลการดําเนินงาน ของกิจการเปนสิ่งที่พึ่งพิงอาศัยกัน

สมมติฐานที่ 6 สมรรถภาพองคการมีผล ทางบวกตอผลการดําเนินงานของกิจการจริง ในระดับสูง อาจเนื่องมาจาก สมรรถภาพดาน การปรับปรุงการดําเนินงาน ดานนวัตกรรม การดําเนินงาน ดานการดําเนินงานตามความ ตองการเฉพาะ ดานการสรางความรวมมือในการ ดําเนินงาน ดานการตอบสนองการดําเนินงาน และดานการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดําเนินงาน ขับเคลื่อนความสําเร็จตามวัตถุประสงคและ เปาหมายขององคการสงเสริมผลการดําเนินงาน

(13)

ของกิจการ โดยสมรรถภาพดานนวัตกรรมการ ดําเนินงานถือเปนหัวใจของวิสาหกิจ เนื่องจาก กอใหเกิดโอกาสในการสรางสินคาใหม การขยาย ตลาด การจดทะเบียนจัดตั้งวิสาหกิจแหงใหม

การขยายกิจการ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการ ดําเนินธุรกิจ และสงเสริมใหสมรรถภาพองคการ ดานอื่นทํางานไดดีขึ้น สอดคลองกับงานวิจัย เรื่องผลของสมรรถภาพดานการเปลี่ยนแปลง ไปสูผลการการดําเนินงานของวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดยอม ของ Nedzinskas, Pundziene, Rafanaviciene & Pilkiene (2013) ที่พบวา สมรรถภาพองคการดานการเปลี่ยนแปลงมีผล ทางบวกตอผลการดําเนินงานที่ไมใชตัวเงินของ กิจการ

ขอเสนอแนะ

1. วิสาหกิจควรสงเสริมวัฒนธรรม องคการดวยการยกระดับคุณลักษณะของ ผูบริหาร ไดแก การสงเสริมการศึกษา การฝก อบรม การดูงานที่สอดคลองกับกลยุทธของ องคการ การสรรหาผูบริหารที่มีประสบการณ

เขามารวมทีมเพื่อเพิ่มความสําเร็จในการดําเนินงาน

และใหความสําคัญกับการสรางความผูกพันกับ ผูบริหารเพื่อใหทํางานในองคการอยางตอเนื่อง ทําใหเกิดการสั่งสมประสบการณ การถายทอด องคความรูภายในองคการเปนปจจัยพื้นฐาน ในการสรางวัฒนธรรมองคการที่เขมแข็ง

2. วิสาหกิจควรเลือกใชรูปแบบของ วัฒนธรรมองคการใหสอดคลองกับสิ่งแวดลอม การดําเนินงานและเปาหมายในแตละกิจกรรม ไดแก ใชวัฒนธรรมแบบเครือญาติเปนวิถีในการ บริหารทรัพยากรบุคคล ใชวัฒนธรรมแบบ ปรับเปลี่ยนเปนวิถีในการเผชิญการเปลี่ยนแปลง และสรางนวัตกรรม ใชวัฒนธรรมแบบการตลาด เปนวิถีในการมุงไปสูความสําเร็จตามเปาหมาย ทั้งดานการเงินและมิใชการเงิน และใชวัฒนธรรม แบบลําดับชั้นเปนวิถีในการรักษามาตรฐาน

3. วิสาหกิจควรใหความสําคัญอยางยิ่ง กับสมรรถภาพดานนวัตกรรมการดําเนินงาน เพื่อกอใหเกิดโอกาสในการสรางสินคาใหม

การขยายตลาด การจดทะเบียนจัดตั้งวิสาหกิจ แหงใหม การขยายกิจการ การเปลี่ยนแปลง รูปแบบการดําเนินธุรกิจ สงเสริมใหสมรรถภาพ องคการดานอื่นทํางานไดดีขึ้น

REFERENCES

Acar, F.P. (2016). The effects of top management team composition on SME export performance : an upper echelons perspective. Central European Journal of Operations Research, 24(4), 833-852.

Ahmadi, S.A.A., Salamzadeh, Y., Daraei, M. & Akbari, J. (2012). Relationship between organizational culture and strategy implementation: typologies and dimensions.

Global Business and Management Research: an International Journal, 4(3), 286-299.

Referensi

Dokumen terkait