ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอม ของประเทศไทย
THE EFFECTS OF ORGANIZATIONAL CAPABILITIES AND ITS ANTECEDENTS ON FIRM PERFORMANCE OF SMALL
AND MEDIUM ENTERPRISES IN THAILAND
รัชชสิทธิ์ เสวกเสนีย1* ประยงค มีใจซื่อ2 และ นรพล จินันทเดช3 Ratchasit Sewoksenee1* Prayong Meechaisue2 and Norapol Chinuntdej3
หลักสูตรบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามคําแหง กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย1*, 2, 3 Doctor of Business Administration Program, Faculty of Business Administration,
Ramkhamhaeng University, Bangkok, Thailand1*, 2, 3 [email protected]1*
Received: 2019-12-11 Revised: 2020-01-09 Accepted: 2020-01-24
บทคัดยอ
งานวิจัยมีวัตถุประสงคเพื่อสํารวจผลของทีมผูบริหารตอวัฒนธรรมองคการ สมรรถภาพองคการ และผลการดําเนินงานของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอมของประเทศไทย กลุมตัวอยางเปน ผูบริหารของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอมที่มีมาตรฐานของสํานักงานสงเสริมวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดยอม (สสว.) จํานวน 157 กิจการ ผูบริหารกิจการละ 5 คน รวม 785 คน สุมตัวอยาง แบบเจาะจง เก็บขอมูลเชิงปริมาณดวยแบบสอบถาม ประมวลผลดวยสถิติเชิงพรรณนาและการ วิเคราะหตัวแบบสมการโครงสราง เก็บขอมูลเชิงคุณภาพดวยการสนทนากลุมวิสาหกิจกลุมตัวอยาง ที่มีความยินดีใหเก็บขอมูลเพื่อการวิจัยจํานวน 6 กิจการ ผูบริหารรวม 17 คน เพื่อสนับสนุนกรอบแนวคิด ในการวิจัย ผลการวิจัยพบวา 1) ทีมผูบริหารมีผลทางบวกตอวัฒนธรรมองคการ สมรรถภาพองคการและ ผลการดําเนินงานของกิจการ 2) วัฒนธรรมองคการมีผลทางบวกตอสมรรถภาพองคการและผลการ ดําเนินงานของกิจการ และ 3) สมรรถภาพองคการมีผลทางบวกตอผลการดําเนินงานของกิจการ
216 วารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตรและสังคมศาสตร
ปที่ 15 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2563)
คําสําคัญ: สมรรถภาพองคการ ทีมผูบริหาร วัฒนธรรมองคการ ผลการดําเนินงานของกิจการ ABSTRACT
The purpose of this paper is to investigate the effects of the Management Team on the Organizational Culture, Organizational Capabilities and Firm Performance of small and medium enterprises in Thailand. The sample group by purposive sampling consisted of managers of SMEs with the standards of the Office of Small and Medium Enterprise Promotion (OSMEP). The total was one hundred and fifty-seven SMEs with five managers each. Quantitative data were collected using a questionnaire. The data were analyzed using descriptive statistics and the analysis of the structural equation model (SEM). Qualitative data were collected using the method of focus group discussions with seventeen managers from six enterprises to support the research conceptual framework. The results are as follows. 1) The Management Team exhibited positive and significant effects on the Organizational Culture, Organizational Capabilities and Firm Performance. 2) The Organizational Culture exhibited positive and significant effects on the Organizational Capabilities and Firm Performance.
3) The Organizational Capabilities exhibited positive and significant effects on the Firm Performance.
Keywords: Organizational Capabilities, Management Team, Organizational Culture, Firm Performance
บทนํา
ประเทศไทยใหความสําคัญกับการ พัฒนาดานเศรษฐกิจเพื่อเติบโตจากประเทศ รายไดตํ่า (low-income) ไปสูการเปนประเทศ ที่มีรายไดสูง (upper-income) แนวคิดในการ พัฒนาเศรษฐกิจชวงป 1961-1981 รัฐบาลใช
แบบจําลองประเทศไทย 1.0 เนนการขับเคลื่อน ประเทศดวยเกษตรกรรม ตอมาในชวงป 1982- 1996 ใชแบบจําลองประเทศไทย 2.0 เนนการ พัฒนาอุตสาหกรรมเบาเพื่อทดแทนการนําเขา
ตอมาใชแบบจําลองประเทศไทย 3.0 จากป
1997-2016 เนนการพัฒนาอุตสาหกรรมหนัก การผลิตเพื่อการสงออก (Ministry of Industry, 2016) ผลจากการพัฒนาประเทศภายใต
แบบจําลองประเทศไทย 3.0 ทําใหในปจจุบัน ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแขงขันตํ่า เนื่องมาจากระบบเศรษฐกิจของประเทศพึ่งพา ธุรกิจขนาดใหญ การลงทุนจากตางประเทศ (Office of Small and Medium Enterprise
Promotion (OSMEP), 2016) รัฐบาลวาง ยุทธศาสตรชาติ 20 ป (ค.ศ.2017-2036) เพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสรางประเทศไทยตาม แบบจําลองประเทศไทย 4.0 โดยในชวง 5 ปแรก ขับเคลื่อนดวยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แหงชาติ ฉบับที่ 12 (ค.ศ.2017-2021) ใหความ สําคัญกับการสรางความเขมแข็งใหกับเศรษฐกิจ รายสาขา โดยเฉพาะอยางยิ่งสาขาวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดยอมเพื่อลดการพึ่งพา วิสาหกิจขนาดใหญ (Ministry of Industry, 2016)
แนวคิดในการเปลี่ยนแปลงโครงสราง ประเทศไทยดังกลาว สอดคลองกับมุมมอง การบริหารกลยุทธที่มองจากภายในสูภายนอก ดวยการสรางการเติบโตจากทรัพยากรที่อยูใน ความครอบครองและความสามารถในการบริหาร ทรัพยากรขององคการ (Penrose, 1959) โดย ทรัพยากรขององคการจะเปนจุดแข็งเมื่อนําไป ใชในการดําเนินกลยุทธสรางมูลคาใหกับกิจการ (Colotta, Shi & Gregory., 2003; Barney, 1991) เปนมุมมองการบริหารกลยุทธตามทฤษฎี
ฐานทรัพยากรของกิจการทําใหคนและทรัพยากร สามารถทํางานรวมกันไดจนประสบผลสําเร็จ ความสามารถดังกลาวเรียกวา “สมรรถภาพ องคการ” (Organizational Capabilities) (Katkalo, Pitelis & Teece, 2010; Grant, 1991) โดยความรู ประสบการณและความชํานาญ ของผูบริหารในองคการมีผลตอการตัดสินใจ ดานกลยุทธ การนํากลยุทธไปสูการปฏิบัติและ ผลการดําเนินงานของกิจการ (Fernandez, Rodríguez & Simonetti, 2015; Hambrick &
Mason, 1984) นอกจากนี้ การนํากลยุทธไปสู
การปฏิบัติสงผานวิถีในการดําเนินงานหรือ วัฒนธรรมองคการซึ่งเปนหนึ่งในปจจัยที่สามารถ รับมือการเปลี่ยนแปลง กอใหเกิดความไดเปรียบ ในการแขงขันและเปนหัวใจไปสูความสําเร็จของ องคการ (Cameron & Quinn, 2006)
วัตถุประสงคของการวิจัย
เพื่อศึกษาผลของทีมผูบริหารที่มีตอ วัฒนธรรมองคการ สมรรถภาพองคการ และ ผลการดําเนินงานของวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดยอมของประเทศไทย
ขอบเขตของการวิจัย
ดานเนื้อหา: ศึกษาผลกระทบ ของสมรรถภาพองคการ (Organizational Capabilities) ตามทฤษฎีฐานทรัพยากรของ กิจการ (resource-based view of the firm) ทีมผูบริหารตามทฤษฎีผูบริหารระดับสูง (upper echelon theory) และวัฒนธรรมองคการ ตามการจัดแบงประเภทวัฒนธรรมองคการ ดวยแบบจําลองการสรางคุณคาจากความขัดแยง (the competing values framework) ไปสูผลการ ดําเนินงานของกิจการตามแนวคิดการวัดผลการ ดําเนินงานแบบองครวม (balanced scorecard)
ดานประชากร: เปนผูบริหารของวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดยอมที่มีมาตรฐานโดยไดรับ รางวัลจากการประกวดรางวัลสุดยอด SME แหงชาติ และรางวัล SME Startup จัดโดย สํานักงานสงเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดยอม (สสว.) ป 2560 และ 2561 จํานวน 285 กิจการ ๆ ละ 5 คน รวม 1,425 คน
218 วารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตรและสังคมศาสตร
ปที่ 15 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2563)
สมมติฐานวิจัย
สมมติฐานที่ 1 (H1) : ทีมผูบริหารมีผล ทางบวกตอวัฒนธรรมองคการ
สมมติฐานที่ 2 (H2) : ทีมผูบริหารมีผล ทางบวกตอสมรรถภาพองคการ
สมมติฐานที่ 3 (H3) : ทีมผูบริหารมีผล ทางบวกตอผลการดําเนินงานของกิจการ
สมมติฐานที่ 4 (H4) : วัฒนธรรมองคการ มีผลทางบวกตอสมรรถภาพองคการ
สมมติฐานที่ 5 (H5) : วัฒนธรรมองคการมีผลทาง บวกตอผลการดําเนินงานของกิจการ
สมมติฐานที่ 6 (H6) : สมรรถภาพ องคการมีผลทางบวกตอผลการดําเนินงานของ กิจการ
กรอบแนวคิดของการวิจัย
ระเบียบวิธีวิจัย
งานวิจัยใชเทคนิคการวิจัยแบบผสมวิธี
ดวยการใชเทคนิคการเก็บขอมูลเชิงปริมาณดวย แบบสอบถามและใชเทคนิคการเก็บขอมูลเชิง คุณภาพดวยการสนทนากลุมในกรอบแนวคิด การวิจัยเดียวกัน (Kabir, 2016) เนื่องจาก กรอบแนวคิดการวิจัยสรางขึ้นจากวรรณกรรม ที่มีความแตกตางในบริบทดานเวลาและสถานที่
จึงทําการสํารวจขอมูลเชิงประจักษเพื่อสนับสนุน กรอบแนวคิด
ประชากรและกลุมตัวอยาง
ประชากรเปนผูบริหารของวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดยอมที่มีมาตรฐานโดยไดรับรางวัลจาก การประกวดรางวัลสุดยอด SME แหงชาติและ
4
H1
H2 H3
H5
H6 H4
ด้านประชากร: เป็นผู้บริหารของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่มีมาตรฐานโดยได้รับรางวัล จากการประกวดรางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ และรางวัล SME Startup จัดโดยส านักงานส่งเสริมวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ปี 2560 และ 2561 จ านวน 285 กิจการ ๆ ละ 5 คน รวม 1,425 คน
สมมติฐานวิจัย
สมมติฐานที่ 1 (H1) : ทีมผู้บริหารมีผลทางบวกต่อวัฒนธรรมองค์การ สมมติฐานที่ 2 (H2) : ทีมผู้บริหารมีผลทางบวกต่อสมรรถภาพองค์การ
สมมติฐานที่ 3 (H3) : ทีมผู้บริหารมีผลทางบวกต่อผลการด าเนินงานของกิจการ สมมติฐานที่ 4 (H4) : วัฒนธรรมองค์การมีผลทางบวกต่อสมรรถภาพองค์การ
สมมติฐานที่ 5 (H5) : วัฒนธรรมองค์การมีผลทางบวกต่อผลการด าเนินงานของกิจการ สมมติฐานที่ 6 (H6) : สมรรถภาพองค์การมีผลทางบวกต่อผลการด าเนินงานของกิจการ
กรอบแนวคิดของการวิจัย
ระเบียบวิธีวิจัย
งานวิจัยใช้เทคนิคการวิจัยแบบผสมวิธีด้วยการใช้เทคนิคการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณด้วย แบบสอบถามและใช้เทคนิคการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการสนทนากลุ่มในกรอบแนวคิดการวิจัย เดียวกัน (Kabir, 2016) เนื่องจากกรอบแนวคิดการวิจัยสร้างขึ้นจากวรรณกรรมที่มีความแตกต่างในบริบท ด้านเวลาและสถานที่จึงท าการส ารวจข้อมูลเชิงประจักษ์เพื่อสนับสนุนกรอบแนวคิด
วัฒนธรรมองค์การ (OCL)
ผลการด าเนินงาน ของกิจการ (FPR) ทีมผู้บริหาร
(MT)
สมรรถภาพองค์การ (OCP)
รางวัล SME Startup ป 2560 และ 2561 จัดโดย สํานักงานสงเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดยอม (สสว.) จํานวน 285 กิจการ ๆ ละ 5 คน รวมทั้งสิ้น 1,425 คน สุมตัวอยางแบบเจาะจงโดย คัดเลือกเฉพาะวิสาหกิจที่จดทะเบียนในรูปบริษัท จํากัดและหางหุนสวน และคัดรายชื่อวิสาหกิจ ที่ไดรับรางวัลซํ้ากัน 2 ป ออก 1 ป คงเหลือกลุม ตัวอยางจํานวน 157 กิจการ ผูบริหารกิจการละ 5 คน รวม 785 คน
การวิจัยเชิงปริมาณ
เครื่องมือ: งานวิจัยใชแบบสอบถาม เปนเครื่องมือในการเก็บขอมูลแบงขั้นตอน การจัดทําออกเปน 3 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 สราง แบบสอบถามจากการทบทวนวรรณกรรม ขั้นที่ 2 เกณฑการใหคะแนนขอคําถามที่มีลักษณะ เปนคําถามมาตราสวนประมาณคา 5 ระดับ แบบลิเคิทสเกลและเลือกตอบไดเพียงคําตอบเดียว การแปลความหมายมาตรวัดแบบลิเคิทสเกล มีหลายวิธี (Best & Kahn, 1995) งานวิจัยนี้
ใชวิธีหาคาเฉลี่ย (mean) ของคะแนนรวมเรียง ตามลําดับ (rank) และขั้นที่ 3 ตรวจสอบคุณภาพ ของเครื่องมือโดย 1) วัดความตรงเชิงเนื้อหา (content validity) จากความเห็นของผูเชี่ยวชาญ และนักวิชาการจํานวน 5 ทาน ยอมรับขอคําถาม ที่มีคาความสอดคลองตั้งแต 0.5 (Rovinelli &
Hambleton, 1977) 2) หาคาความเที่ยง (reliability) โดยใชสูตรสัมประสิทธิ์แอลฟาของคอนบัค โดย นําแบบสอบถามที่ปรับปรุงแลวไปทดสอบกับ กลุมประชากรที่ใกลเคียงกับกลุมตัวอยางจํานวน 40 ชุด ยอมรับคาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธที่
ไมตํ่ากวา 0.3 (Tsao & Chang, 2010) และ 3) ทดสอบอํานาจจําแนก (discrimination) โดยการหาคาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธระหวาง คะแนนของขอคําถามขอนั้นกับคะแนนรวมของ ขอที่เหลือ (corrected item-total correlation) โดยจะตัดออกหรือปรับปรุงขอคําถามที่มีคา ตํ่ากวา 0.30 (Hair, Black, Babin & Anderson, 2006 as cited in Petchroj, Angsuchoti &
Chamniprasar, 2012)
การเก็บรวบรวมขอมูล: จัดสงแบบสอบถาม ทางไปรษณียจํานวน 153 กิจการ ทางจดหมาย อิเล็กทรอนิกสจํานวน 4 กิจการ รวม 157 กิจการ ๆ ละ 5 ชุด รวม 785 ชุด ติดตามแบบสอบถาม ทางโทรศัพทและจดหมายอิเล็กทรอนิกส ไดรับ แบบสอบถามสงกลับคืนจํานวน 80 กิจการ คิดเปน รอยละ 51 ของจํานวนวิสาหกิจกลุมตัวอยาง แบบสอบถามจํานวน 379 ชุด คิดเปนรอยละ 48.28 ของจํานวนแบบสอบถาม แบบสอบถามมีความ สมบูรณใชในการวิเคราะหขอมูลจํานวน 370 ชุด โดยการตอบกลับแบบสอบถามของกลุมตัวอยาง ในการวิจัยครั้งนี้มีอัตราสูงกวาการศึกษาของ Baruch (1999) ที่พบวาทีมผูบริหารมีอัตราการ ตอบกลับโดยเฉลี่ยรอยละ 36.10 มีผลทางบวก ตอคุณภาพขอมูล
การวิเคราะหขอมูล: ใชโปรแกรม สําเร็จรูปนําเสนอผลการวิเคราะหดวยสถิติ
เชิงพรรณนาและทําการตรวจสอบสมมติฐาน ดวยการวิเคราะหตัวแบบสมการโครงสราง (Structural Equation Modeling: SEM) โดยใช
โปรแกรมสําเร็จรูป
220 วารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตรและสังคมศาสตร
ปที่ 15 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2563)
สรุปผลการวิจัยและอภิปรายผลการวิจัย สรุปผลการวิจัย
ขอมูลทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม จํานวน 370 คน พบวา เปนผูบริหารในวิสาหกิจ ขนาดยอม คิดเปนรอยละ 67.60 ประเภทกิจการ การผลิต คิดเปนรอยละ 69.20 เปดดําเนินงาน ไมเกิน 5 ป คิดเปน รอยละ 58.10 มีตําแหนงเปน กรรมการ/ผูบริหารสูงสุด คิดเปนรอยละ 34.30 ทีมผูบริหารมีสมาชิกไมเกิน 3 คน คิดเปนรอยละ 39.48 และมีอายุงานไมเกิน 5 ป คิดเปนรอยละ 73.20
ขอมูลทั่วไปของตัวแปรที่ใชในการ ศึกษา
ผลการวิเคราะหคาเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบน มาตรฐานของตัวแปรแฝง พบวา วัฒนธรรม องคการ (OCL) คาเฉลี่ยโดยรวมอยูในระดับ มากที่สุด (M=4.42) รองลงมา ทีมผูบริหาร (MT) (M=4.32) สมรรถภาพองคการ (OCP) (M=4.30) และผลการดําเนินงานของกิจการ (FPR) (M=4.08) ตามลําดับ
พิจารณารายตัวแปรตามระดับของ คาเฉลี่ย พบวาวัฒนธรรมองคการ (OCL) วิสาหกิจใหความสําคัญกับบทบาทของผูบริหาร มากที่สุด โดยการเปนแบบอยางดานวัฒนธรรม องคการของผูบริหารทําใหวัฒนธรรมองคการ เขมแข็งโดยบุคลากรในองคการจะยึดถือและ
ปฏิบัติตามพฤติกรรมของผูบริหาร จนฝงลึก เขาไปในระดับจิตใจทําใหวิถีการดําเนินงาน ไปสูความสําเร็จมีเสถียรภาพครอบคลุมทั่วทั้ง องคการ สอดคลองกับสุภาษิตไทยที่วา ตัวอยาง ที่ดี ดีกวาคําสอน รองลงมา ทีมผูบริหาร (MT) วิสาหกิจใหความสําคัญกับประสบการณทํางาน มากที่สุด ประสบการณทํางานของผูบริหาร กอใหเกิดการเติบโตอยางกาวกระโดดดาน การตลาดทั้งในประเทศและตางประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพในการดําเนินงาน สงเสริม ความรูในการดําเนินกิจการและการตลาด ชวยลดความเสี่ยงในการดําเนินธุรกิจ
สมรรถภาพองคการ (OCP) วิสาหกิจ ใหความสําคัญกับการสรางนวัตกรรมมากที่สุด โดยการสรางนวัตกรรมกอใหเกิดโอกาสทาง การตลาด เพิ่มงาน เพิ่มรายไดทําใหสมรรถภาพ องคการดานอื่นทํางานไดดีขึ้น และผลการ ดําเนินงานของกิจการ (FPR) วิสาหกิจใหความ สําคัญกับมุมมองดานการเงินมากที่สุด โดยการ บอกตอของลูกคาเปนพฤติกรรมที่แสดงใหเห็นวา ลูกคามีความผูกพันกับสินคาหรือบริการ บงบอก ถึงความสําเร็จในงานดานการสรางนวัตกรรม งานดานการผลิต และงานดานการตลาดโดย ทรัพยากรบุคคลเปนหนึ่งในปจจัยที่มีความสําคัญ ในการดําเนินงาน ดังตารางที่ 1
ตารางที่ 1 ผลการวิเคราะหคาเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของตัวแปรแฝงและตัวแปรมาตรวัด
ตัวแปรแฝง/ตัวแปรมาตรวัด ทีมผูบริหาร (MT)
ประสบการณสั่งสมมีสวนสงเสริมใหผูบริหารมีความเขาใจสถานการณ ทั้งในอดีต ปจจุบัน และสามารถประมาณการเหตุการณในอนาคตไดดี (WEX3)
ความพรอมยอมรับการเปลี่ยนแปลงลดความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งเดิม เสริมสราง บรรยากาศการคิดสรางสรรค การสรางสิ่งใหมที่สรางคุณคาใหแกองคการ (EDU2) การศึกษาเลาเรียน การฝกอบรมอยางตอเนื่องทําใหเกิดการเรียนรู เปนแนวทาง พื้นฐานเพื่อเพิ่มโอกาสในการสรางนวัตกรรมของกิจการ (EDU3)
วัฒนธรรมองคการ (OCL)
ผูบริหารเปนแบบอยางในการทํางานจริงจัง แข็งขัน มุงความสําเร็จตามเปาหมาย (MC1)
ผูบริหารมีบทบาทในการพัฒนาธุรกิจ การสรางนวัตกรรม (AC1)
ผูบริหารใหความสําคัญกับการควบคุม การประสานงานเพื่อใหงานดําเนินไป อยางราบรื่น มีประสิทธิภาพ (HC1)
สมรรถภาพองคการ (OCP)
องคการมีสวนงานที่เปดโอกาสใหบุคลากรกลาคิด กลาพูด กลาแสดงออก กลาเสนอการสรางสรรค การพัฒนาสิ่งใหมเพื่อสรางคุณคาแกองคการ (OIN1) องคการมีการปรับปรุงคุณภาพงานอยางตอเนื่องเพื่อเพิ่มคุณภาพและลดตนทุน ในการดําเนินงาน (OIM)
องคการนําเสนอสินคาหรือบริการสอดคลองกับความตองการของกลุมลูกคา (OCU2)
ผลการดําเนินงานของกิจการ (FPR)
การบอกตอของลูกคาปจจุบันทําใหกิจการมียอดขายและผลกําไรเพิ่มขึ้น (IPR2) สวนครองตลาดที่เพิ่มขึ้นเปนผลมาจากการบอกตอของลูกคาเดิมของกิจการ (CST2)
กิจการมีระบบสารสนเทศแสดงขอมูลดานการตลาด การเงิน การบัญชี การผลิต มีสวนชวยในการตัดสินใจในการวางแผนและดําเนินงาน (IFC)
4.32 4.42 4.41 4.40 4.42 4.53 4.51 4.50 4.30 4.45 4.42 4.41 4.08 4.20 4.16 4.14
0.72 0.63 0.73 0.67 0.74 0.71 0.76 0.68 0.75 0.72 0.73 0.72 0.81 0.76 0.80 0.73
1 2 3
1 2 3
1 2 3
1 2 3 คาเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน ลําดับ
222 วารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตรและสังคมศาสตร
ปที่ 15 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2563)
ขอมูลผลการวิเคราะหตัวแบบสมการ โครงสราง
ผลการวิเคราะหตัวแบบสมการ โครงสรางของงานวิจัยตามขอมูลเชิงประจักษ
จากแบบสอบถามจํานวน 370 ชุด โดยใช
โปรแกรมสําเร็จรูป ดังภาพที่ 1 และตารางที่ 2
จากตารางที่ 2 ผลการวิเคราะหความ สอดคลองของตัวแบบสมการโครงสรางกับขอมูล เชิงประจักษที่ปรับแกแลว พบวา สอดคลอง กลมกลืนดี พิจารณาจากคาตามเกณฑ พบวา คา X2-test = 30.57 df = 57 p = 0.99 (p<0.05) X2/ df = 0.53 (<2.00) RMSEA = 0.00 (<0.05)
ภาพที่ 1 ผลการวิเคราะหตัวแบบสมการโครงสราง
8
0.58**
0.15* H1
H2
H3
H5
H6 H4
0.55
0.87 0.86 0.73 0.86
0.75 0.76 0.77
0.73 0.81
0.80 0.87 0.70
0.84
0.84
0.75
0.85 0.76
0.64 0.78 0.66**
0.14* 0.76**
0.22* 0.84
ส่วนครองตลาดที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการบอกต่อของลูกค้าเดิมของกิจการ (CST2) 4.16 0.80 2 กิจการมีระบบสารสนเทศแสดงข้อมูลด้านการตลาด การเงิน การบัญชี การผลิต มีส่วน
ช่วยในการตัดสินใจในการวางแผนและด าเนินงาน (IFC)
4.14 0.73 3
ข้อมูลผลการวิเคราะห์ตัวแบบสมการโครงสร้าง
ผลการวิเคราะห์ตัวแบบสมการโครงสร้างของงานวิจัยตามข้อมูลเชิงประจักษ์จากแบบสอบถาม จ านวน 370 ชุด โดยใช้โปรแกรมส าเร็จรูป ดังภาพที่ 1 และตารางที่ 2
2=30.57, df=57, P-value=0.998, RMSEA=0.00, CFI=1.0, SRMR=0.01, GFI=1.00, AGFI=0.95 ภาพที่ 1 ผลการวิเคราะห์ตัวแบบสมการโครงสร้าง
ตารางที่ 2 ผลการวิเคราะห์ตัวแบบสมการโครงสร้าง
0.64
0.79 0.63 0.68 0.77 0.55 0.68
0.63
0.72 0.75
0.49 0.60
0.53 0.69 0.40 0.59
0.38 0.60
0.54 0.44
วัฒนธรรม องค์การ
ผลการด า เนินงานของ กิจการ (FPR) ทีมผู้บริหาร
(MT)
สมรรถภาพ องค์การ
(OCP)
MC2 AC2
WEX2 WEX3
HC1 HC2
TEN2 TEN1 EDU2
EDU1 CC1 CC2
MC1 AC1
OCO2 ORES OREC
OCU1 OIN2 0.82
0.79
0.89
0.87
0.28
0.39 0.58 0.42 0.21 0.29
0.38 0.30 0.44 0.70
0.29 0.50 0.32 0.23 0.27 0.47 0.26
0.25
0.46 0.40 0.42 0.43
0.35 0.36 0.24 0.52
TEN3
OCO1 OCU2
0.71 WEX1 EDU3
OIN1 OIM
ISA2 IPR1 IPR2 ISA1
CST1
RS1 CST2
IFC HMC
RS2
X2 = 30.57, df = 57, P-value = 0.998, RMSEA = 0.00, CFI = 1.0, SRMR = 0.01, GFI = 1.00, AGFI = 0.95
ตารางที่ 2 ผลการวิเคราะหตัวแบบสมการโครงสราง
ตัวแปรบุพปจจัย ตัวแปรตาม
วัฒนธรรมองคการ (OCL) สมรรถภาพองคการ OCP) ผลการดําเนินงาน ของกิจการ (FPR) คาสถิติ
0.66**
0.65**
0.66**
0.50**--
0.52**
0.66**
0.15*
0.14*
0.76**--
0.66**
----
0.44**
0.76**--
0.22*
----
0.58**
----
--
----
0.58**
ทีมผูบริหาร (MT)
TE IE DE TE IE DE TE IE DE
วัฒนธรรมองคการ (OCL) สมรรถภาพองคการ (OCP)
X2 = 30.57 df = 57 P = 0.99 X2/df = 0.53 RMSEA = 0.00 CFI = 1.00 SRMR = 0.01 GFI = 1.00 AGFI = 0.95 คาสัมประสิทธิ์เสนทางมาตรฐาน EDU1 - IFC มีคาระหวาง 0.55**- 0.89**
หมายเหตุ: 1. TE = อิทธิพลรวม, IE = อิทธิพลทางออม, DE = อิทธิพลทางตรง 2. *p<.05 (1.960≤t value≤2.576), **p<.01 (t value≥2.576)
สมการโครงสรางของตัวแปร OCL OCP FPR
R-SQUARE 0.44 0.74 0.76
เมทริกซสหสัมพันธระหวางตัวแปร
ตัวแปรแฝง OCL OCP FPR MT
OCL 1.00
OCP 0.86 1.00
FPR 0.80 0.85 1.00
MT 0.66 0.65 0.66 1.00
CFI = 1.00 (≥ 0.95) SRMR =0.01 (<0.05) GFI = 1.00 (≥ 0.95) AGFI = 0.95 (≥ 0.95) (Diamantopoulos and Siguaw, 2000) และ ความเที่ยงของตัวแปรสังเกตไดมีคานํ้าหนักองค
ประกอบมาตรฐานอยูระหวาง 0.55 - 0.89 และ มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทุกคา
พิจารณาคาอิทธิพล พบวา ตัวแปร ผลการดําเนินงานของกิจการ (FPR) ไดรับอิทธิพล ทางตรง (DE) จากตัวแปรสมรรถภาพองคการ (OCP) วัฒนธรรมองคการ (OCL) และทีม ผูบริหาร (MT) โดยมีขนาดอิทธิพลเทากับ 0.58**, 0.22* และ 0.14* ตามลําดับ และตัวแปร ผลการ
ดําเนินงานของกิจการ (FPR) ยังไดรับอิทธิพล ทางออม (IE) จากตัวแปรทีมผูบริหาร (MT) และ วัฒนธรรมองคการ (OCL) โดยมีขนาดอิทธิพล เทากับ 0.52** และ 0.44** ตามลําดับ นอกจากนี้
ตัวแปรสมรรถภาพองคการ (OCP) ยังไดรับ อิทธิพลทางตรง (DE) จากตัวแปรวัฒนธรรม องคการ (OCL) และทีมผูบริหาร (MT) โดยมีขนาด อิทธิพลเทากับ 0.76** และ 0.15* ตามลําดับ และ ตัวแปรสมรรถภาพองคการ (OCP) ยังไดรับ อิทธิพลทางออม (IE) จากตัวแปรทีมผูบริหาร (MT) โดยมีขนาดอิทธิพลเทากับ .50**
224 วารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตรและสังคมศาสตร
ปที่ 15 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2563)
คาสัมประสิทธิ์การพยากรณ (R2) ของ ตัวแบบสมการโครงสรางตัวแปรแฝงภายใน มีคา เทากับ 0.76 (R2 ของ FPR = 0.76) แสดงวา ตัวแปรในตัวแบบสมการโครงสรางสามารถ อธิบายความแปรปรวนของผลกระทบของ สมรรถภาพองคการและบุพปจจัยตอผลการ ดําเนินงานของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาด ยอมของประเทศไทยไดรอยละ 76 สําหรับคา เมทริกซสหสัมพันธระหวางตัวแปรแฝง พบวา มีคาอยูระหวาง 0.65 - 0.86 โดยตัวแปรทุกคู
เปนความสัมพันธแบบมีทิศทางเดียวกัน คือ เปนบวก ตัวแปรที่มีคาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ
มากที่สุด เทากับ 0.86 คือ ตัวแปรสมรรถภาพ องคการ (OCP) และวัฒนธรรมองคการ (OCL)
จากผลการพัฒนาตัวแบบสมการ โครงสราง พบวา ทีมผูบริหาร (MT) และวัฒนธรรม องคการ (OCL) เปนปจจัยที่มีผลกระทบตอ ผลการดําเนินงานของวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดยอมมากที่สุด โดยมีคาอิทธิพลรวม (TE) เทากัน เทากับ 0.66** รองลงมา สมรรถภาพ องคการ (OCP) มีคาอิทธิพลรวม (TE) เทากับ 0.58** และผลการตรวจสอบสมมติฐานทั้ง 6 สมมติฐาน พบวา สนับสนุน อยางมีนัยสําคัญทาง สถิติทุกคา ดังตารางที่ 3
สมมติฐาน
H1 ทีมผูบริหารมีผลทางบวกตอวัฒนธรรมองคการ H2 ทีมผูบริหารมีผลทางบวกตอสมรรถภาพองคการ H3 ทีมผูบริหารมีผลทางบวกตอผลการดําเนินงานของกิจการ H4 วัฒนธรรมองคการมีผลทางบวกตอสมรรถภาพองคการ H5 วัฒนธรรมองคการมีผลทางบวกตอผลการดําเนินงาน ของกิจการ
H6 สมรรถภาพองคการมีผลทางบวกตอผลการดําเนินงาน ของกิจการ
0.66**
0.15*
0.14*
0.76**
0.22*
0.58**
7.33 2.54 2.15 8.76 2.06 5.40
สนับสนุน สนับสนุน สนับสนุน สนับสนุน สนับสนุน สนับสนุน เสนอิทธิพลสัมประสิทธิ์
เสนทาง t value ผลการ
ตรวจสอบ
หมายเหตุ: *p<.05 (1.960≤t value≤2.576), **p<.01 (t value≥2.576)
ตารางที่ 3 ผลการตรวจสอบสมมติฐาน
อภิปรายผลการวิจัย
สมมติฐานที่ 1 ทีมผูบริหารมีผลทางบวก ตอวัฒนธรรมองคการจริงในระดับสูง อาจเนื่อง มาจาก ความรูจากการศึกษาเลาเรียน การฝกอบรม ทําใหผูบริหารเกิดทัศนคติพรอมยอมรับการ เปลี่ยนแปลง เสริมสรางบรรยากาศในการสราง นวัตกรรมดานวัฒนธรรมองคการ ประสบการณ
ทํางานสงเสริมการตัดสินใจในการแกปญหา และการดําเนินงานดานวัฒนธรรมองคการ และ อายุงานเปนปจจัยสงเสริมการสั่งสมประสบการณ
การถายทอดองคความรู สงเสริมใหวัฒนธรรม องคการเขมแข็ง สอดคลองกับงานวิจัยเรื่อง ผลการดําเนินงานและวัฒนธรรม ของ Deborah, Mayowa & Grace (2015) ที่พบวา วัฒนธรรม ไดรับผลมาจากผูบริหาร ในการทําความเขาใจ วัฒนธรรมองคการจึงตองศึกษาคุณลักษณะของ ผูบริหารที่มีผลตอวัฒนธรรมองคการ
สมมติฐานที่ 2 ทีมผูบริหารมีผลทางบวก ตอสมรรถภาพองคการจริงในระดับตํ่า แตมีผล กระทบรวมในระดับสูง อาจเนื่องมาจาก ผูบริหาร ทําหนาที่ในการตัดสินใจดานกลยุทธ การนํา กลยุทธไปสูการปฏิบัติโดยความรูจากการศึกษา เลาเรียน การฝกอบรมของผูบริหารเพิ่มโอกาส ในการสรางผลิตภัณฑใหม การบูรณาการ ผลิตภัณฑกับเทคโนโลยีใหสอดคลองกับความ ตองการของตลาด การวิจัยตลาด การหาชองวาง ทางการตลาด รวมถึงการแบงกลุมลูกคาและ การคัดเลือกกลุมลูกคาเปาหมาย ประสบการณ
ทํางานสงเสริมใหกิจการเติบโตอยางกาวกระโดด ดานการตลาดทั้งในประเทศและตางประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพในการดําเนินงาน ลดความเสี่ยง
ในการดําเนินธุรกิจ และอายุงานของผูบริหาร สงเสริมใหงานเปนระบบตามมาตรฐาน สินคา หรือบริการของกิจการสรางคุณคาแกลูกคา เปนมิตร กับสังคมและสิ่งแวดลอม เกิดการสรางนวัตกรรม อยางตอเนื่องเปนปจจัยพื้นฐานในการดําเนินงาน ในระยะยาวขององคการ สอดคลองกับงานวิจัย เรื่องผลของคุณลักษณะทีมผูบริหารไปสูผลการ ดําเนินงานดานการสงออกของวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดยอม ของ Acar (2016) ที่พบวา ความ หลากหลายดานคุณลักษณะของทีมผูบริหาร ชวยเพิ่มประสิทธิภาพงานและผลการดําเนินงาน ของกิจการ
สมมติฐานที่ 3 ทีมผูบริหารมีผลทางบวก ตอผลการดําเนินงานของกิจการจริงในระดับตํ่า แตมีผลกระทบรวมในระดับสูง อาจเนื่องมาจาก ผูบริหารทําหนาที่ในการตัดสินใจดานกลยุทธ
การนํากลยุทธไปสูการปฏิบัติ รวมถึงรับผิดชอบ ผลการดําเนินงานทั้งหมดขององคการ พิจารณา ใหลึกลงไปจะเห็นวาผลการดําเนินงานของ กิจการเปนภาพสะทอนมาจากการทําหนาที่
ในการตัดสินใจคัดเลือกกลยุทธ การดําเนินกลยุทธ
รวมถึงการติดตามประเมินผลและการปรับปรุง กลยุทธของผูบริหาร โดยความรูจากการศึกษา เลาเรียน การฝกอบรมเพิ่มโอกาสในการสราง นวัตกรรมดานกลยุทธ ประสบการณทํางาน ชวยสงเสริมการตัดสินใจดานกลยุทธและ การดําเนินกลยุทธ และอายุงานทําใหเกิด การสั่งสมประสบการณทางตรงและทางออม สามารถถายทอดความรูและประสบการณ
ที่มีคุณคาใหแกบุคลากรเปนพื้นฐานในการ ดําเนินงานในระยะยาวขององคการ สอดคลองกับ
226 วารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตรและสังคมศาสตร
ปที่ 15 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2563)
งานวิจัยเรื่องทุนทางปญญาของทีมผูบริหารและ ผลการดําเนินงานของกิจการ ของ Fernandez et al. (2015) ที่พบวา ความหลากหลายดาน คุณลักษณะของทีมผูบริหารชวยเพิ่มประสิทธิภาพ งานและผลการดําเนินงานของกิจการ
สมมติฐานที่ 4 วัฒนธรรมองคการมีผล ทางบวกตอสมรรถภาพองคการจริงในระดับสูง อาจเนื่องมาจาก วัฒนธรรมเปนสิ่งที่ไมมีตัวตน การกําหนดบทบาทของผูบริหารและคุณลักษณะ ของวัฒนธรรมองคการ 4 ประเภทจากมุมมอง ความขัดแยงดานสิ่งแวดลอมและการดําเนินงาน ตามแบบจําลองการสรางคุณคาจากความขัดแยง ไดแก วัฒนธรรมแบบเครือญาติ วัฒนธรรม แบบปรับเปลี่ยน วัฒนธรรมแบบการตลาด และวัฒนธรรมแบบลําดับชั้นทําใหวิถีในการ ดําเนินกิจกรรมไปสูความสําเร็จขององคการ มีความชัดเจน และรูปแบบของวัฒนธรรม มีความสอดคลองกับสิ่งแวดลอมและการ ดําเนินงานดานตาง ๆ ชวยสงเสริมสมรรถภาพ ดานการเปลี่ยนแปลงและสมรรถภาพดานการ ดําเนินงานขององคการ สอดคลองกับงานวิจัย เรื่องความสัมพันธระหวางวัฒนธรรมองคการและ การนํากลยุทธไปสูการปฏิบัติ ของ Ahmadi, Salamzadeh, Daraei & Akbari (2012) ที่พบวา แบบจําลองการสรางคุณคาจากความขัดแยง เปนหนึ่งในแบบจําลองที่ไดรับความนิยมในการ ศึกษาอยางกวางขวาง เปนรูปแบบที่ไดรับการ พิสูจนแลววามีผลตอความสําเร็จขององคการ สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลง
สมมติฐานที่ 5 วัฒนธรรมองคการมีผล ทางบวกตอผลการดําเนินงานของกิจการจริง
ในระดับตํ่า แตมีผลกระทบรวมในระดับสูง อาจเนื่องมาจากวัฒนธรรมองคการเปนสิ่งที่
เปนนามธรรมพิจารณาใหลึกลงไปจะเห็นวา การกําหนดบทบาทของผูบริหารและคุณลักษณะ ของวัฒนธรรมองคการที่ชัดเจนของวัฒนธรรม องคการ 4 ประเภท ตามแบบจําลองการสราง คุณคาจากความขัดแยง ไดแก วัฒนธรรมแบบ เครือญาติ วัฒนธรรมแบบปรับเปลี่ยน วัฒนธรรม แบบการตลาด และวัฒนธรรมแบบลําดับชั้น สงเสริมใหผูมีสวนไดเสียในองคการมีความ เขาใจในวิถีการดําเนินงานและบทบาทหนาที่
ของตนเองชวยใหวัฒนธรรมองคการเขมแข็ง สงผลทางบวกตอผลการดําเนินงานของกิจการ สอดคลองกับงานวิจัยเรื่องความสัมพันธระหวาง วัฒนธรรมองคการและผลการดําเนินงาน ของ Ehtesham, Muhammad & Muhammad (2011) ที่พบวา การดําเนินงานโดยปราศจากผลของ วัฒนธรรมองคการอาจสงผลใหการดําเนินงาน ไมบรรลุความสําเร็จตามเปาหมายของกิจการ เนื่องจากวัฒนธรรมองคการและผลการดําเนินงาน ของกิจการเปนสิ่งที่พึ่งพิงอาศัยกัน
สมมติฐานที่ 6 สมรรถภาพองคการมีผล ทางบวกตอผลการดําเนินงานของกิจการจริง ในระดับสูง อาจเนื่องมาจาก สมรรถภาพดาน การปรับปรุงการดําเนินงาน ดานนวัตกรรม การดําเนินงาน ดานการดําเนินงานตามความ ตองการเฉพาะ ดานการสรางความรวมมือในการ ดําเนินงาน ดานการตอบสนองการดําเนินงาน และดานการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดําเนินงาน ขับเคลื่อนความสําเร็จตามวัตถุประสงคและ เปาหมายขององคการสงเสริมผลการดําเนินงาน
ของกิจการ โดยสมรรถภาพดานนวัตกรรมการ ดําเนินงานถือเปนหัวใจของวิสาหกิจ เนื่องจาก กอใหเกิดโอกาสในการสรางสินคาใหม การขยาย ตลาด การจดทะเบียนจัดตั้งวิสาหกิจแหงใหม
การขยายกิจการ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการ ดําเนินธุรกิจ และสงเสริมใหสมรรถภาพองคการ ดานอื่นทํางานไดดีขึ้น สอดคลองกับงานวิจัย เรื่องผลของสมรรถภาพดานการเปลี่ยนแปลง ไปสูผลการการดําเนินงานของวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดยอม ของ Nedzinskas, Pundziene, Rafanaviciene & Pilkiene (2013) ที่พบวา สมรรถภาพองคการดานการเปลี่ยนแปลงมีผล ทางบวกตอผลการดําเนินงานที่ไมใชตัวเงินของ กิจการ
ขอเสนอแนะ
1. วิสาหกิจควรสงเสริมวัฒนธรรม องคการดวยการยกระดับคุณลักษณะของ ผูบริหาร ไดแก การสงเสริมการศึกษา การฝก อบรม การดูงานที่สอดคลองกับกลยุทธของ องคการ การสรรหาผูบริหารที่มีประสบการณ
เขามารวมทีมเพื่อเพิ่มความสําเร็จในการดําเนินงาน
และใหความสําคัญกับการสรางความผูกพันกับ ผูบริหารเพื่อใหทํางานในองคการอยางตอเนื่อง ทําใหเกิดการสั่งสมประสบการณ การถายทอด องคความรูภายในองคการเปนปจจัยพื้นฐาน ในการสรางวัฒนธรรมองคการที่เขมแข็ง
2. วิสาหกิจควรเลือกใชรูปแบบของ วัฒนธรรมองคการใหสอดคลองกับสิ่งแวดลอม การดําเนินงานและเปาหมายในแตละกิจกรรม ไดแก ใชวัฒนธรรมแบบเครือญาติเปนวิถีในการ บริหารทรัพยากรบุคคล ใชวัฒนธรรมแบบ ปรับเปลี่ยนเปนวิถีในการเผชิญการเปลี่ยนแปลง และสรางนวัตกรรม ใชวัฒนธรรมแบบการตลาด เปนวิถีในการมุงไปสูความสําเร็จตามเปาหมาย ทั้งดานการเงินและมิใชการเงิน และใชวัฒนธรรม แบบลําดับชั้นเปนวิถีในการรักษามาตรฐาน
3. วิสาหกิจควรใหความสําคัญอยางยิ่ง กับสมรรถภาพดานนวัตกรรมการดําเนินงาน เพื่อกอใหเกิดโอกาสในการสรางสินคาใหม
การขยายตลาด การจดทะเบียนจัดตั้งวิสาหกิจ แหงใหม การขยายกิจการ การเปลี่ยนแปลง รูปแบบการดําเนินธุรกิจ สงเสริมใหสมรรถภาพ องคการดานอื่นทํางานไดดีขึ้น
REFERENCES
Acar, F.P. (2016). The effects of top management team composition on SME export performance : an upper echelons perspective. Central European Journal of Operations Research, 24(4), 833-852.
Ahmadi, S.A.A., Salamzadeh, Y., Daraei, M. & Akbari, J. (2012). Relationship between organizational culture and strategy implementation: typologies and dimensions.
Global Business and Management Research: an International Journal, 4(3), 286-299.