ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล
FACTORS HAVING INFLUENCE ON CONDUCTING RESEARCH AMONG PRIVATE SCHOOL TEACHERS, BANGKOK AND VICINITY
วิโรชน หมื่นเทพ Wirote Muenthep
สาขาวิชาประกาศนียบัตรวิชาชีพครู คณะศึกษาศาสตร มหาวิทยาลัยนอรทกรุงเทพ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย Graduate Diploma Program in Teaching Profession, Faculty of Education, North Bangkok University,
Bangkok, Thailand [email protected]
Received: 2019-08-27 Revised: 2019-11-12 Accepted: 2019-12-04
บทคัดยอ
การวิจัยครั้งนี้เปนการวิจัยเพื่อศึกษาปจจัยที่มีอิทธิพลตอการผลิตผลงานวิจัยของครูและ ศึกษาสภาพการผลิตงานวิจัยของครูโรงเรียนเอกชนในเขตกรุงเทพและปริมณฑล กลุมตัวอยางที่ใช
ในการวิจัยเชิงปริมาณ ไดแก ครูโรงเรียนเอกชนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานประเภทสามัญในเขต กรุงเทพฯ และปริมณฑล จํานวน 400 คน สุมตัวอยางแบบหลายขั้นตอน ใชแบบสอบถามในการ เก็บขอมูล สถิติที่ใชวิเคราะหขอมูล คือ คาเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการวิเคราะหถดถอย พหุคูณ กลุมตัวอยางเชิงคุณภาพ ไดแก กลุมที่ 1 ครูโรงเรียนเอกชน กลุมที่ 2 ผูบริหารโรงเรียนหรือครู
ผูดูแลและตรวจสอบการวิจัยของครูในโรงเรียนเอกชน รวมจํานวน 12 คน สุมแบบเจาะจง เก็บรวบรวม ขอมูลโดยการสัมภาษณเชิงลึก ใชการวิเคราะหขอมูลเชิงเนื้อหา
ผลการวิจัย พบวา ปจจัยที่มีอิทธิพลตอการผลิตผลงานวิจัยของครูโรงเรียนเอกชนในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล ไดแก สมรรถนะการวิจัยของครู บริบทของครูและสภาพแวดลอมในโรงเรียน โดยมี
คาสัมประสิทธิ์การพยากรณเทากับ .781 สําหรับสภาพการผลิตผลงานวิจัยของครูโรงเรียนเอกชน ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล โดยภาพรวมอยูในระดับมาก เมื่อพิจารณารายดาน พบวา ดานสมรรถนะ
การวิจัยของครูมีคาเฉลี่ยมากที่สุดซึ่งอยูในระดับมาก รองลงมาไดแก ดานบริบทของครูอยูในระดับมาก ดานที่มีคาเฉลี่ยนอยที่สุด ไดแก ดานสภาพแวดลอมในโรงเรียนซึ่งอยูในระดับปานกลาง ตามลําดับ คําสําคัญ: ปจจัยที่มีอิทธิพล การผลิตผลงานวิจัย ครูโรงเรียนเอกชน
ABSTRACT
This research was to ascertain the factors having influence on conducting research and investigating research conditions among private school teachers, Bangkok and vicinity.
This was quantitative research whereas target group was 400 private school teachers, basic education level, Bangkok and vicinity with multi-stage sampling. In this study, questionnaire was employed as tool for data collection while statistics for data analysis included means, standard deviation and multiple regression analysis. Two groups of participants selected in qualitative research were as follows: the first group – private school teachers and the second group – school directors or supervisors for teacher-researchers, totaling 12 participants with purposive sampling. This step involved data collection through in-depth interview and content analysis.
The research findings suggested that the factors having influence on conducting research among private school teachers, Bangkok and vicinity were research competency of the teachers, roles of teachers, and school environment with the forecast accuracy coefficient of .781. The overall result regarding research conditions among private school teachers, Bangkok and vicinity was at the high level. However, when each section was analyzed, the result revealed that research competency of teachers was at the highest level, roles of teachers was at high level, and school environment was moderate level respectively.
Keywords: factors having influence, conducting research, private school teachers บทนํา
การวิจัยนับเปนเครื่องมือที่มีความสําคัญ กับการพัฒนาประเทศ เนื่องจากการวิจัยเปนการ วิเคราะหปญหาอยางละเอียดรอบคอบโดยใช
วิธีการทางวิทยาศาสตร (Reddy,2019) เปนวิธี
การในการคนหาหรือคนพบองคความรูใหม ๆ ที่ใชในการพัฒนาศาสตรตาง ๆ หรือองคความรู
ที่เกี่ยวของ ซึ่งในประเทศไทยไดใหความสําคัญ กับการวิจัยของประเทศโดยมีการจัดตั้งสํานักงาน
คณะกรรมการวิจัยแหงชาติ (วช.) เพื่อกําหนด ประเด็นยุทธศาสตรในหลายมิติ (National Research Council of Thailand, 2019) นอกจากนั้น ในเชิงของบริบททางสังคม การวิจัยทําใหคนพบ พฤติกรรมของมนุษยและปรากฏการณตาง ๆ เพื่อนํามาแกไขปรับปรุงและพัฒนาระบบและ กลไกของสังคมไดอยางมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะ ระบบการศึกษาที่เปนหัวใจของการพัฒนาประเทศ สําหรับกลไกในการพัฒนาระบบการ ศึกษาของประเทศไทย การวิจัยนับเปนองค
ประกอบที่มีความสําคัญเปนอยางมากตอการ พัฒนาระบบการศึกษา เนื่องจากการวิจัยเปน สวนหนึ่งในการคิดคนนวัตกรรมในการเรียนรู
ใหกับผูเรียนไดอยางมีประสิทธิภาพ (Zarah, 2019 & Reddy, 2019) โดยนําการวิจัยเขามาใช
ในระบบการศึกษานับเปนการคนหาและพัฒนา การศึกษาที่สําคัญการวิจัยทางการศึกษาจะสงผล ใหบุคลากรทางการศึกษาเกิดการพัฒนาศักยภาพ และเกิดการเรียนรูเทคนิควิธีการจัดการศึกษา ใหเกิดประสิทธิภาพสูงสุด สําหรับการนําการ วิจัยมาใชในระบบการศึกษา มีองคประกอบที่
หลากหลายโดยองคประกอบที่มีความสําคัญ มากที่สุดในการนําวิจัยมาใชก็คือ ครู หรือผูจัด ประสบการณการเรียนรูใหกับผูเรียน สําหรับ การวิจัยที่ครูนํามาใชในการพัฒนาการเรียนรู
ของผูเรียนจะเปนงานวิจัยที่มีความสําคัญมาก ที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนของครูหรือในหองเรียน ของครู เนื่องจากในชั้นเรียนนับเปนกลไกหรือ ฟนเฟองแรกในการพัฒนาระบบการศึกษา โดยครู
ใชกระบวนการวิจัยในชั้นเรียนหรือวิจัยเพื่อการ พัฒนาการเรียนรูเปนสวนหนึ่งในการทําวิจัยแลว
สงผลใหหองเรียนเกิดประสิทธิภาพ ผูเรียนเกิดการ เรียนรูเต็มศักยภาพ นําไปสูการพัฒนาระบบการ ศึกษาในภาพรวมไดอยางมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนของครู (classroom action research) เพื่อพัฒนาการเรียนรูของ ผูเรียนจึงนับเปนการวิจัยที่มีความสําคัญตอการ พัฒนาคุณภาพผูเรียนเปนอยางมาก ในระหวาง ที่ครูจัดประสบการณการเรียนรูใหกับผูเรียน ครูตองมีการวัดและประเมินผลการเรียนรูของ ผูเรียนอยางสมํ่าเสมอทั้งระหวางเรียน (formative evaluation) และหลังเรียน (summative evaluation) เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพและ ประสบการณการจัดการเรียนรูใหกับผูเรียน (Polphasert, 2009) ดังนั้นหากครูผูสอนนําการ วิจัยมาเปนสวนหนึ่งของการจัดกิจกรรมการเรียนรู
ใหกับผูเรียนจะทําใหการเรียนรูในชั้นเรียนนั้น เกิดประสิทธิภาพไดเปนอยางดีและเกิดความ ยั่งยืนในตัวผูเรียนเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู
ระหวางเพื่อนครูจนเกิดเปนสังคมแหงการ เรียนรูขึ้นในโรงเรียน หากครูทุกคนในโรงเรียน ใชการวิจัยเปนสวนหนึ่งในการพัฒนาการเรียนรู
หรือแกปญหาใหกับผูเรียนจนทําใหผูเรียนเกิด การพัฒนาไดอยางมีประสิทธิภาพและสามารถ ขับเคลื่อนนวัตกรรมในการเรียนรูอยางมากมาย (Cormack & Nichols, 2019) เพราะการวิจัย ในชั้นเรียนของครูเปนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ที่ครูทํางานรวมกันในการประเมินการปฏิบัติ
ในระหวางการจัดประสบการณการเรียนรูใหกับ ผูเรียนอยางชัดเจนโดยใชการวิจัยการปฏิบัติ
แบบมีสวนรวมระหวางครูผูสอนและตัวผูเรียน (Elliott, 2019)
แตในสถานการณปจจุบัน พบวา การทํา วิจัยของครูเกิดปญหาขึ้นอยางมาก เชน ครู
มักจะแยกงานวิจัยออกจากงานประจําของตัวเอง ทําใหครูมองการวิจัยวาเปนภาระที่นอกเหนือ จากการสอน ปจจุบันมีความพยายามผลักดัน องคความรูหรือวิธีการทําวิจัยในชั้นเรียนใหกับครู
แตยังพบวา การนําวิจัยเขาไปใชในการพัฒนา การเรียนรูใหกับผูเรียนยังอยูในลักษณะที่จํากัด ในบางครั้งยังเกิดความคลาดเคลื่อนในเรื่องของ หลักการทําวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู
ของผูเรียนเนื่องมาจากหลาย ๆ สาเหตุ เชน ครู
บางทานมองวาการวิจัยเปนภาระที่นอกเหนือ แคในเรื่องของการสอนก็หมดเวลาไปกับการ จัดกิจกรรมใหกับผูเรียน หรือครูบางทานยังมอง วาการวิจัยเปนเรื่องที่ยุงยากและลําบาก เนื่องจากมีระเบียบวิธีวิจัยเขามาเกี่ยวของ มากมาย ทําใหครูสวนใหญไมทําการวิจัยหรือ ทําเฉพาะเวลาที่จําเปนเทานั้น เชน ทําเพื่อ นําไปเปนสวนหนึ่งในการขอผลงานหรือใช
ในการปรับเงินเดือนเทานั้น (Phusee-orn, 2015; Sopakayong, 2013; Wongwanich, 2010 & Muenthep, 2017) นอกจากนั้น ปญหาที่สงผลตอการผลิตงานวิจัยของครู คือ ครูมีงานพิเศษนอกเหนือจากภาระของการ จัดการเรียนการสอน โดยเฉพาะครูในโรงเรียน เอกชนจะเนนจัดกิจกรรมการเรียนรูใหกับผูเรียน และการบริการผูปกครองเปนหลัก ประกอบกับ ปญหาของโรงเรียนเอกชนที่สําคัญ ประการหนึ่ง คือครูมีอัตราการคงอยูที่ไมแนนอนในบางที่มีการ เขาออกของครูอยูบอยครั้งทําใหกระบวนการวิจัย ในการพัฒนาการเรียนรูของผูเรียนไมตอเนื่อง
และขาดการแลกเปลี่ยนการเรียนรูดังกลาว จนไมสามารถทําใหโรงเรียนกลายเปนสังคม แหงการเรียนรูโดยใชกระบวนการวิจัยเพื่อพัฒนา การเรียนรูของผูเรียนมาเปนฐานในการพัฒนา โรงเรียนได และจากการศึกษาเพิ่มเติม พบวา การทําวิจัยของครูยังทําเพื่อใหมีสงเพียงเทานั้น เนื่องจากในระบบของโรงเรียนเอกชนบางแหง ไมไดนําการวิจัยเปนสวนหนึ่งของการปรับขึ้น เงินเดือนหรือเปนเกณฑในการพัฒนาวิชาชีพ ในสายงานของครูเปนตน (OPEC, 2013 &
Muenthep, 2017)
จากความสําคัญของการนําวิจัยไปใช
ในการพัฒนาการเรียนรูในหองเรียนของครู
ที่มีตอผูเรียนและสถานการณในปจจุบันที่เกิด ปญหาในการนําวิจัยไปใชในชั้นเรียน ผูวิจัย ไดวิเคราะหและ สังเคราะหทฤษฎีและงานวิจัย พบวา ปจจัยที่มีอิทธิพลตอการผลิตผลงานวิจัย ของครูโรงเรียนเอกชนและศึกษาสภาพการผลิต งานวิจัยของครูโรงเรียนเอกชน ประกอบดวย 1. ดานการบริหารงานของโรงเรียน ไดแก
นโยบายของโรงเรียน การสรางขวัญและกําลังใจ ใหกับครู 2. ดานสมรรถนะการวิจัยของครู
ไดแก ความรูดานการวิจัย เจตคติตอการ วิจัย ทักษะการทําวิจัย 3.ดานบริบทของครู
ไดแก ความตั้งใจและทุมเทของครู ประสบการณ
ในการทําวิจัย เวลาและภาระงานของครู 4. ดาน สภาพแวดลอมในโรงเรียน ไดแก เพื่อนครู
แหลงเรียนและที่ปรึกษางานวิจัย ดังนั้นผูวิจัย เห็นถึงความจําเปนในการศึกษาวิจัยประเด็น ปจจัยที่มีอิทธิพลตอการผลิตผลงานวิจัยของครู
โรงเรียนเอกชนเพื่อนํามาเปนแนวทางและ
กําหนดเปนนโยบายสําหรับหนวยงานที่เกี่ยวของ กับการพัฒนาระบบการศึกษาของโรงเรียน เอกชน ตลอดจนโรงเรียนเอกชนสามารถนําไป เปนกลยุทธในการพัฒนา สงเสริมศักยภาพ การทําวิจัยใหกับครูจนเกิดโรงเรียนแหงการ เรียนรูโดยใชการวิจัยเปนฐานเพื่อพัฒนาไปสู
การแกปญหาและพัฒนาการเรียนรูของผูเรียน ในชั้นเรียนไดอยางมีประสิทธิภาพและยั่งยืนตอไป วัตถุประสงคของการวิจัย
1. เพื่อศึกษาปจจัยที่มีอิทธิพลตอการ ผลิตผลงานวิจัยของครูโรงเรียนเอกชนในเขต กรุงเทพและปริมณฑล
2. เพื่อศึกษาสภาพการผลิตงานวิจัย ของครูโรงเรียนเอกชนในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ขอบเขตการวิจัย
1. ขอบเขตดานประชากร การศึกษา เชิงปริมาณ ประชากรที่ใชในการเก็บรวบรวม ขอมูล คือ ครูโรงเรียนเอกชนระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐานประเภทสามัญ ในเขตกรุงเทพฯ
และปริมณฑล ประจําปการศึกษา 2561 จํานวน 400 คน การศึกษาเชิงคุณภาพ ผูใหขอมูลหลัก ที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูล คือ ครูโรงเรียน เอกชนและผูดูแลการผลิตผลงานวิจัยของครู
จํานวน 12 คน
2. ขอบเขตดานเนื้อหา ผูวิจัยศึกษา เนื้อหา 2 ประเด็นหลัก คือ ปจจัยที่มีอิทธิพล ตอการผลิตผลงานวิจัยของครูและ สภาพการ ผลิตผลงานวิจัยของครูโรงเรียนเอกชนในเขต กรุงเทพฯ และปริมณฑล
3. ขอบเขตดานพื้นที่การศึกษา ไดแก
โรงเรียนเอกชนในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล 4. ขอบเขตดานระยะเวลา เก็บขอมูล ชวงเดือนเมษายน ถึงเดือนมิถุนายน ป พ.ศ. 2562 กรอบแนวคิดของการวิจัย
จากการศึกษาโดยการวิเคราะหและ สังเคราะหเอกสารทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวของ กับปจจัยที่มีอิทธิพลตอการผลิตผลงานวิจัยของ ครูและสภาพการผลิตผลงานวิจัยของครูโรงเรียน เอกชนของนักวิชาการตาง ๆ ไดดังภาพที่ 1
ภาพที่ 1 กรอบแนวคิดของการวิจัย
ดานการบริหารงานของโรงเรียน 1. นโยบายของโรงเรียน
2. การสรางขวัญและกําลังใจใหกับครู
ดานสมรรถนะการวิจัยของครู
1. ความรูดานการวิจัย 2. เจตคติตอการวิจัย 3. ทักษะการทําวิจัย
การผลิตผลงานวิจัยของครูโรงเรียนเอกชน ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ไดแก
1. การวิเคราะหสภาพปญหาที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน 2. การวางแผนและกําหนดประเด็นปญหา ที่ตองการแกไข
3. การปฏิบัติตามแผนที่กําหนด 4. การสังเกตผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติ
5. การสะทอนผลจากการปฏิบัติเพื่อนําไปสูการ ปรับปรุงแกไข
6. การนําผลการวิจัยไปใช
ดานบริบทของครู
1. ความตั้งใจและทุมเทของครู
2. ประสบการณในการทําวิจัย 3. เวลาและภาระงานของครู
ดานสภาพแวดลอมในโรงเรียน 1. เพื่อนครู
2. แหลงเรียนและปรึกษางานวิจัย
ระเบียบวิธีวิจัย
การวิจัยครั้งนี้เปนการวิจัยแบบผสม (mixed method research) เพื่อศึกษาปจจัย ที่มีอิทธิพลตอการผลิตผลงานวิจัยของครูโรงเรียน เอกชนในเขตกรุงเทพและปริมณฑลและศึกษา สภาพการผลิตงานวิจัยของครูโรงเรียนเอกชน ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล โดยมีขั้นตอน ในการดําเนินการวิจัย ดังนี้
1. ประชากรและกลุมตัวอยางการศึกษา ในครั้งนี้ เชิงปริมาณ ประชากรที่ใชในการเก็บ รวบรวมขอมูล คือ ครูโรงเรียนเอกชนระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐานประเภทสามัญ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ไดแก ครูโรงเรียนเอกชนในจังหวัด
กรุงเทพมหานคร จังหวัดนครปฐม จังหวัดนนทบุรี
จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรปราการ และ จังหวัดสมุทรสาคร ประจําปการศึกษา 2561 จํานวนทั้งหมด 1,023 โรงเรียน (OPEC, 2018) สุมกลุมตัวอยาง ไดแก ครูโรงเรียนเอกชนใน จังหวัดกรุงเทพมหานคร จังหวัดนครปฐม จังหวัด นนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดสมุทรสาคร โดยวิธีการสุมแบบ หลายขั้นตอน (multi-stage sampling) จํานวน 400 คน ใชสูตรของ ใชสูตรของ W.G.cochran (Cochran, 1977) ในกรณีไมทราบสัดสวนของ ประชากร กําหนดคาความเชื่อมั่นที่ระดับ 95%
และความคลาดเคลื่อน 5% เชิงคุณภาพ ผูให
ขอมูลหลักในการเก็บรวบรวมขอมูล จํานวน 12 คน ไดแก กลุมที่ 1 ครูโรงเรียนเอกชนที่มี
ประสบการณในการทําวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน เพื่อพัฒนาการเรียนรูของผูเรียนอยางนอย 3 ป
จํานวน 6 คนและกลุมที่ 2 ตัวแทนผูบริหาร โรงเรียนหรือผูดูแลการผลิตผลงานวิจัยของครู
ที่มีประสบการณอยางนอย 5 ป ในการกํากับ ดูแล สงเสริม และตรวจสอบการวิจัยของครูในโรงเรียน เอกชน จํานวน 6 คน
2. เครื่องมือที่ใชในการวิจัย การศึกษา ปจจัยที่มีอิทธิพลตอการผลิตผลงานวิจัยของ ครูโรงเรียนเอกชนและศึกษาสภาพการผลิต งานวิจัยของครูโรงเรียนเอกชน เครื่องมือที่ใช
เปนแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ โดย แบบสอบถาม มี 4 ตอน ดังนี้
ตอนที่ 1 เปนขอมูลพื้นฐานของผูตอบ แบบสอบถามเกี่ยวกับเพศ อายุ ประสบการณ
สอน ประสบการณการทําวิจัย ระดับชั้นที่สอน จํานวนชั่วโมงสอนตอสัปดาห คุณวุฒิการศึกษา สาขาที่จบการศึกษา ใบประกอบวิชาชีพครู ภาระ งานอื่นที่นอกเหนือจากการสอน จํานวนงานวิจัย ที่ทําและลักษณะงานวิจัยที่ทําจํานวน 12 ขอ
ตอนที่ 2 เปนขอคําถามเกี่ยวกับปจจัย ที่มีอิทธิพลตอการผลิตผลงานวิจัยของครูโรงเรียน เอกชนในเขตกรุงเทพและปริมณฑลในดาน 1. ดานการบริหารงานของโรงเรียน ไดแก นโยบาย ของโรงเรียน การสรางขวัญและกําลังใจใหกับครู
2. ดานสมรรถนะการวิจัยของครู ไดแก ความรู
ดานการวิจัย เจตคติตอการวิจัย ทักษะการทํา วิจัย 3. ดานบริบทของครู ไดแก ความตั้งใจและ
ทุมเทของครู ประสบการณในการทําวิจัย เวลา และภาระงานของครู 4. ดานสภาพแวดลอม ในโรงเรียน ไดแก เพื่อนครู แหลงเรียนและปรึกษา งานวิจัย จํานวน 62 ขอ โดยมีคาความนาเชื่อถือ อยูที่ .978
ตอนที่ 3 เปนขอคําถามเกี่ยวกับสภาพ การผลิตผลงานวิจัยของครูโรงเรียนเอกชนในเขต กรุงเทพและปริมณฑลในดาน 1. การวิเคราะห
สภาพปญหาที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน 2. การวางแผน และกําหนดประเด็นปญหาที่ตองการแกไข 3. การปฏิบัติตามแผนที่กําหนดการสังเกตผล ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติ 4. การสะทอนผลจาก การปฏิบัติเพื่อนําไปสูการปรับปรุงแกไข 5. การนํา ผลการวิจัยไปใชประโยชน หมายถึง จํานวน 46 ขอ โดยมีคาความนาเชื่อถืออยูที่ .931
ตอนที่ 4 เปนขอเสนอแนะอื่น ๆ เพิ่มเติม แบบสัมถาษณ เปนแบบสัมภาษณที่
ไมมีโครงสราง ใชในการสัมภาษณแบบเจาะลึก รายบุคคล ประกอบดวยคําถามที่เกี่ยวของกับ ปจจัยที่มีอิทธิพลตอการผลิตผลงานวิจัยของครู
โรงเรียนเอกชนและศึกษาสภาพการผลิตงานวิจัย ของครูโรงเรียนเอกชน จํานวน 10 ขอ
3. การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ ทั้งแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ ใชการ วิเคราะหหาคาดัชนีความสอดคลองระหวาง ขอคําถามกับวัตถุประสงคการวิจัย โดยผู
เชี่ยวชาญ 5 ทาน หาความเที่ยงของแบบสอบถาม โดยนําไปทดลองใชจํานวน 30 ชุด กับกลุมที่ไมใช
กลุมตัวอยางในงานวิจัยโดยใชสูตรสัมประสิทธิ์
แอลฟาครอนบาค มีคาความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เทากับ .98
4. การเก็บรวบรวมขอมูล ผูวิจัยทํา หนังสือจากมหาวิทยาลัยสงไปยังกลุมตัวอยาง โดยสงหนังสือพรอมกับแบบสอบถามที่ลงรหัส เรียบรอยแลว ขอความอนุเคราะหใหทางโรงเรียน กลุมตัวอยางเก็บขอมูลงานใหในชวงเดือน เมษายน ถึงเดือนพฤษภาคม ป พ.ศ. 2562 และสงคืนทางไปรษณีย แลวผูวิจัยนําผลมา วิเคราะหเชิงปริมาณ หลังจากนั้นติดตอไปยัง ผูใหขอมูลหลักเพื่อเก็บขอมูลเชิงคุณภาพโดยการ สัมภาษณแบบเจาะลึกรายบุคคล เพื่อนําผล มาวิเคราะหรวมกันในการรายงานผลการวิจัย
5. สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล ผูวิจัยใชสถิติเชิงพรรณนา ไดแก คาความถี่
คารอยละ คาเฉลี่ย คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน ในการวิเคราะหขอมูลพื้นฐานและสภาพการผลิต งานวิจัยของครูโรงเรียนเอกชนในเขตกรุงเทพ และปริมณฑลและใชการวิเคราะหการถดถอย พหุคูณ ดวยวิธี ENTER ในการวิเคราะหปจจัย ที่มีอิทธิพลตอการผลิตผลงานวิจัยของครูโรงเรียน
เอกชนในเขตกรุงเทพและปริมณฑล โดยกําหนด ระดับนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05
สรุปผลการวิจัยและอภิปรายผลการวิจัย สรุปผลการวิจัย
1. ขอมูลพื้นฐานของครู สวนใหญเปน เพศหญิง มีอายุมากกวา 50 ปขึ้น มีระยะเวลา ในการทํางานมากกวา 15 ปขึ้นไป มีประสบการณ
การทําวิจัย มากกวา 10 ปขึ้นไป สอนในระดับ ประถมศึกษา สอนตั้งแต 16-20 ชั่วโมง โดยมี
คุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี จบสาขา ทางการศึกษา และมีใบประกอบวิชาชีพครู
โดยครู สวนใหญไมมีภาระงานอื่นที่นอกเหนือ จากการสอน และทํา 1 เรื่องตอป ซึ่งสวนใหญ
ทําวิจัยแบบกึ่งทางการ (วิจัย 5-10 หนา) 2. ปจจัยที่มีอิทธิพลตอการผลิตผลงาน วิจัยของครูโรงเรียนเอกชนในเขตกรุงเทพและ ปริมณฑล
จากผลการวิเคราะหการถดถอยพหุคูณ ปจจัยที่มีอิทธิพลตอการผลิตงานวิจัยของครู
โรงเรียนเอกชนในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล พบวา ปจจัยที่มีอิทธิพลตอการผลิตงานวิจัยของ ครูโรงเรียนเอกชนมากที่สุด ไดแก บริบทของครู
(.394) รองลงมาไดแก สมรรถนะการวิจัยของครู
(.334) และสภาพแวดลอมในโรงเรียน (.231) ตามลําดับ อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ (p<.05) สัมประสิทธิ์สหสัมพันธพหุ (R) ระหวางชุดตัวแปร อิสระ (ไดแก การบริหารงานของโรงเรียน สมรรถนะ การวิจัยของครู บริบทของครูและสภาพแวดลอม ในโรงเรียน) กับตัวแปรตาม (การผลิตงาน วิจัยของครูโรงเรียนเอกชน) เทากับ .885 สัมประสิทธิ์การตัดสินใจ (R2) เทากับ .783 และสัมประสิทธิ์การอธิบาย (Adjusted R2)
เทากับ .781 โดยมีประสิทธิภาพรวมกันในการ ทํานายปจจัยที่มีอิทธิพลตอการผลิตผลงานวิจัย ของครูโรงเรียนเอกชนในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ไดรอยละ 78.1 อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยเขียนเปนสมการพยากรณ (คะแนนดิบ) และ สมการพยากรณ (คะแนนมาตรฐาน) ไดดังนี้
Y^ = 1.64 + .359 X2 +.418 X3 + .171 X4 (คะแนนดิบ)
Z^
y = .334Z X2 +.394Z X3 + .231Z X4 (คะแนนมาตรฐาน)
เชิงคุณภาพ ปจจัยที่มีอิทธิพลตอการผลิต ผลงานวิจัยของครูโรงเรียนเอกชนในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล พบวา ตัวแปรที่มีอิทธิพลมากที่สุด ไดแก บริบทของครู คือ ครูทุกภาคสวนในโรงเรียน ตระหนักและเห็นคุณคาของการวิจัยเพื่อพัฒนา ตารางที่ 1 การวิเคราะหการถดถอยพหุคูณของปจจัยที่มีอิทธิพลตอการผลิตผลงานวิจัยของครู
โรงเรียนเอกชนในเขตกรุงเทพและปริมณฑล
ปจจัยที่มีอิทธิพล ตอการผลิตผลงานวิจัย ของครูโรงเรียนเอกชน Constant
1. ดานการบริหารงานของโรงเรียน (X1) 2. ดานสมรรถนะการวิจัยของครู (X2) 3. ดานบริบทของครู (X3)
4. ดานสภาพแวดลอมในโรงเรียน (X4)
R = .885 R2 = .783 Adjusted R2 = .781 F = 355.418 Sig = .000*
*นัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05
unstandardized coefficients
standardized coefficients
t b
.164.008 .359 .418.171
.106.032 .046 .052.030
.009.334 .394.231
1.546 .237 7.879 8.001 5.725
.123.813 .000*
.000*
.000*
Std. Error Beta p
การเรียนรูใหกับผูเรียน โดยปจจัยที่สําคัญในการ ผลิตงานวิจัยของครูเกิดมาจากภายในตัวครูที่
ตองการแกปญหาใหกับผูเรียน โดยเฉพาะปจจัย ดานสมรรถนะการวิจัยของครู ไดแก ความรู
ดานการวิจัย เจตคติตอการวิจัย และทักษะการ วิจัย เพราะเปนปจจัยที่เกิดขึ้นจากภายในของ ตัวครูที่เห็นคุณคาของการทําวิจัยเพื่อแกปญหา หรือพัฒนาการเรียนรูใหกับผูเรียน ซึ่งเจตคติ
ตอการวิจัยนับเปนปจจัยที่สงผลใหครูผลิต ผลงานวิจัยมากที่สุด ไดแก วิจัยโดยคํานึงถึง
ผลที่เกิดขึ้นกับผูเรียนเปนหลัก และความตั้งใจ และทุมเทของครู ไดแก การเห็นคุณคาและ ความสําคัญของการทําวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู
และผูเรียนและพัฒนาความเปนครูมืออาชีพมาก ยิ่งขึ้น และสุดทายในประเด็นของสภาพแวดลอม ในโรงเรียนที่สงเสริมใหครูทํางานทํางานวิจัย แบบเรียนรูรวมกัน มีระบบพี่เลี้ยงและสิ่งอํานวย ความสะดวกเพื่อสงเสริม
3. สภาพการผลิตผลงานวิจัยของครู
โรงเรียนเอกชนในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ตารางที่ 2 คาเฉลี่ย ( ) และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) สภาพการผลิตผลงานวิจัยของครูโรงเรียน
เอกชนในเขตกรุงเทพและปริมณฑล
รายการสภาพการผลิตผลงานวิจัยของครูโรงเรียนเอกชน ในภาพรวม
1. การวิเคราะหสภาพปญหาที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน
2. การวางแผนและกําหนดประเด็นปญหาที่ตองการแกไข 3. การปฏิบัติตามแผนที่กําหนด
4. การสังเกตผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติ
5. การสะทอนผลจากการปฏิบัติเพื่อนําไปสูการปรับปรุงแกไข 6. การนําผลการวิจัยไปใชประโยชน
รวม
3.903.88 3.743.88 3.793.64 3.81
.658.635 .622 .629.663 .696 .592
มากมาก มาก มากมาก มาก มาก ระดับความคิดเห็น
S.D. แปลความ
สภาพการผลิตผลงานวิจัยของครู
โรงเรียนเอกชนในเขตกรุงเทพและปริมณฑล โดยภาพรวม อยูในระดับมาก ( = 4.81, S.D. = .592) เมื่อพิจารณารายดาน การวิเคราะห
สภาพปญหาที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนมีคามากที่สุด อยูในระดับมาก ( = 3.90, S.D. = .658) รองลงมา ไดแก การวางแผนและกําหนดประเด็น ปญหาที่ตองการแกไข อยูในระดับมาก ( = 3.88, S.D.= .635) และการสังเกตผลที่เกิดขึ้นจากการ ปฏิบัติอยูในระดับมาก ( = 3.88, S.D. = .629) ดานที่มีคาเฉลี่ยนอยที่สุด ไดแก การนําผลการ วิจัยไปใชประโยชนอยูในระดับมาก ( = 3.64, S.D. = .696) ตามลําดับ
เชิงคุณภาพ การผลิตผลงานวิจัย ของครูโรงเรียนเอกชนมีการดําเนินการอยูแลว ในระหวางการจัดการเรียนรูใหกับผูเรียนตาม รูปแบบการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน (classroom action research) โดยเฉพาะในประเด็นของ การวิเคราะหสภาพปญหาที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน การวางแผนและกําหนดประเด็นปญหาที่
ตองการแกไข การปฏิบัติตามแผนที่กําหนด การสังเกตผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติ การสะทอน ผลจากการปฏิบัติเพื่อนําไปสูการปรับปรุงแกไข และการนําผลการวิจัยไปใชประโยชนเพื่อแก
ปญหาและพัฒนาการเรียนรูใหกับผูเรียนอยาง ตอเนื่อง โดยมีทั้งที่เปนแบบไมเปนทางการ (วิจัย หนาเดียว) แบบกึ่งทางการ (วิจัย 5-10 หนา) และแบบเปนทางการ (วิจัย 5 บท) โดยครูจะให
ความสําคัญกับทุกประเด็นที่เปนแนวทางในการ ทําวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรูของผูเรียน ไดแก
การวิเคราะหสภาพปญหาที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน
รองลงมาไดแก การวางแผนและกําหนดประเด็น ปญหาที่ตองการแกไข การสังเกตผลที่เกิดขึ้น จากการปฏิบัติอยู การปฏิบัติตามแผนที่กําหนด การสังเกตผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติ การสะทอน ผลจากการปฏิบัติเพื่อนําไปสูการปรับปรุงแกไข และการนําผลการวิจัยไปใชประโยชน ซึ่งประเด็น ที่ครูใหความสําคัญมากที่สุด คือ การวิเคราะห
สภาพปญหาที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน โดยเฉพาะ ประเด็นนําผลการพัฒนาผูเรียน ผลการสอน และขอมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวของมาใชในการวิเคราะห
หาปญหาและการจัดลําดับความสําคัญของ ปญหาที่เกิดขึ้นกับผูเรียน
อภิปรายผลการวิจัย
ผลการศึกษาปจจัยที่มีอิทธิพลตอการ ผลิตผลงานวิจัยของครูโรงเรียนเอกชนในเขต กรุงเทพและปริมณฑล พบวา ปจจัยที่สําคัญ ในการผลิตงานวิจัยของครูเกิดมาจากภายใน ตัวครูที่ตองการแกปญหาใหกับผูเรียนโดยเฉพาะ ปจจัยดานสมรรถนะการวิจัยของครู ไดแก
เจตคติตอการวิจัย รวมทั้งดานบริบทของครู ไดแก
ความตั้งใจและทุมเทของครู ที่เปนปจจัยหลัก ทําใหครูประสบความสําเร็จในการทําวิจัย เพราะเปนปจจัยที่เกิดขึ้นจากภายในของตัวครู
ที่เห็นคุณคาของการทําวิจัยเพื่อแกปญหาหรือ พัฒนาการเรียนรูใหกับผูเรียน โดยเฉพาะเจตคติ
ตอการวิจัยนับเปนปจจัยที่สงผลใหครูผลิต ผลงานวิจัยมากที่สุด ไดแก วิจัยโดยคํานึงถึง ผลที่เกิดขึ้นกับผูเรียนเปนหลัก และความตั้งใจ และทุมเทของครู ไดแก การเห็นคุณคาและความ สําคัญของการทําวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู
และผูเรียนและพัฒนาความเปนครูมืออาชีพ
มากยิ่งขึ้น ซึ่งสอดคลองกับงานวิจัยของ มณฑา วิชัยวุฒิ สุธาภรณ วรกาญจนกุล และ วิโรชน
หมื่นเทพ (Wichaiwul, 2010; Worakanjanakul, 2013 & Muenthep, 2017) ที่พบวา ครู
มีความเขาใจวาการทําวิจัยในชั้นเรียนเปนสิ่งที่
มีความสําคัญและสามารถชวยแกปญหาหรือ พัฒนาการเรียนรูของผูเรียนไดอยางเต็มตาม ศักยภาพของผูเรียนแตละคนนอกจากนั้นยังพบ ปจจัยที่ชวยสนับสนุนใหครูสามารถพัฒนา สมรรถนะการวิจัยของตัวเองไดแก 1. การให
ความสําคัญของผูบริหารเกี่ยวกับการพัฒนา งานวิจัย 2. การปลุกจิตวิญญาณของความ เปนครู ใหครูมีหัวใจของการเปนนักแกปญหา และนักพัฒนางานวิจัย 3. ประสบการณในการ ทํางานของครูจะสงผลใหครูเกิดสมรรถนะในการ ทําวิจัยที่ดีตลอดจนทักษะในการนําเสนอทั้งทักษะ ในการเขียนและทักษะในการนําเสนองานวิจัย ซึ่งรูปแบบที่เหมาะสมที่จะทําใหครูทําวิจัยได
คือรูปแบบการทําวิจัยที่ไมเปนทางการมากเกินไป และเปนไปตามบริบทของโรงเรียนเอกชน ซึ่งเกี่ยวของกับภาระงานในการทํางานประจํา และงานวิจัยของครู โดยการจะทําใหงานวิจัย ในชั้นเรียนของครูเกิดความยั่งยืนจะตองนํา กระบวนการวิจัยเขามารวมกับการจัดการเรียน การสอนของครูโดยไมยึดรูปแบบที่เครงครัด มากจนเกินไปจะทําใหครูสามารถพัฒนางานวิจัย เปนงานประจําได นอกจากนั้นการทํางานวิจัย ของครูยังสงผลใหครูไดรับการยอมรับนับถือ และสงเสริมความกาวหนาในหนาที่การงาน ของครูไดอยางตอเนื่อง ในสวนของการผลิต ผลงานวิจัยของครูโรงเรียนเอกชนมีการ
ดําเนินการอยูแลวในระหวางการจัดการเรียนรู
ใหกับผูเรียนตามรูปแบบการวิจัยปฏิบัติการ ในชั้นเรียน (classroom action research) ในประเด็นของการวิเคราะหสภาพปญหาที่เกิดขึ้น ในชั้นเรียน การวางแผนและกําหนดประเด็น ปญหาที่ตองการแกไข การปฏิบัติตามแผนที่
กําหนด การสังเกตผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติ
การสะทอนผลจากการปฏิบัติเพื่อนําไปสูการ ปรับปรุงแกไข และการนําผลการวิจัยไปใชประโยชน
เพื่อแกปญหาและพัฒนาการเรียนรูใหกับผูเรียน อยางตอเนื่อง โดยครูจะใหความสําคัญกับ ทุกประเด็นที่เปนแนวทางในการทําวิจัย เพื่อพัฒนาการเรียนรูของผูเรียน ซึ่งประเด็น ที่ครูใหความสําคัญมากที่สุดคือการวิเคราะห
สภาพปญหาที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน โดยเฉพาะ ประเด็นนําผลการพัฒนาผูเรียน ผลการสอน และขอมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวของมาใชในการวิเคราะห
หาปญหาและการจัดลําดับความสําคัญของ ปญหาที่เกิดขึ้นกับผูเรียน ซึ่งสอดคลองกับงาน วิจัยของ เศรษฐวิชญ ชโนวรรณ (Chanowan, 2009) ไดศึกษาการวิเคราะหความคิดเห็นของครู
ที่มีตอการทําวิจัยในชั้นเรียนดวยวิธีวิทยาคิว พบวา ความคิดเห็นของครูจําแนกได 6 ประเด็น คือ 1) ความตระหนักในความสําคัญของการทํา วิจัยในชั้นเรียน 2) ความมุงหมายหรือเหตุผล ของการทําวิจัยในชั้นเรียน 3) กระบวนการ ปฏิบัติการทําวิจัยในชั้นเรียน 4) ประโยชนที่จะ ไดรับจากการทําวิจัยในชั้นเรียน 5) ผลกระทบ ที่จะเกิดขึ้นจากการทําวิจัยในชั้นเรียน และ 6) ปญหาและอุปสรรคของการทําวิจัยในชั้นเรียน โดยเฉพาะความตระหนักในความสําคัญของการ
ทําวิจัยในชั้นเรียน และสอดคลองกับ รัตติมา โสภาคะยัง (Sopakayong, 2013) ไดศึกษาการ พัฒนาศักยภาพครูดานการทําวิจัยในชั้นเรียน โรงเรียนบานหวยกอก 1 สังกัดสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร ผลการวิจัยพบวาโรงเรียน มีการนิเทศติดตาม ผลการดําเนินการทําวิจัยในชั้นเรียนใหคําปรึกษา แนะนําและแลกเปลี่ยนเรียนรูแกผูรวมวิจัย ใน 5 ขั้นตอนประกอบดวยการสํารวจและ วิเคราะหปญหาการกําหนดวิธีการแกปญหาการ พัฒนาวิธีการหรือนวัตกรรมการนําวิธีการหรือ นวัตกรรมไปใชและการสรุปผลและรายงานผล โดยมีวิทยากรเปนผูเชี่ยวชาญดานการวิจัยใน ชั้นเรียนคอยชวยเหลือ
ขอเสนอแนะ
ขอเสนอแนะในการนําผลการวิจัย ไปใช
1. ผูบริหารสถานศึกษาควรนําไปเปน แนวทางในการสงเสริมใหครูทําวิจัยตอไปได
โดยทําเปนงานวิจัยกึ่งทางการ (5-10 หนา) 2. ผูบริหารสถานศึกษาควรนําไปกําหนด รูปแบบระบบพี่เลี้ยง เพื่อเปนตนแบบในการผลิต งานวิจัยของครูคนอื่น ๆ โดยเฉพาะในประเด็น
ของนําผลการวิจัยไปใชประโยชนเพื่อพัฒนา ใหเปนโรงเรียนสังคมแหงการแลกเปลี่ยนเรียนรู
มากยิ่งขึ้น
3. ผูบริหารสถานศึกษาควรมีนโยบาย สงเสริมใหครูนําผลวิจัยไปใชประโยชนให
มากยิ่งขึ้นโดยการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียน รูรวมกันเพื่อเปนแนวทางในการนําผลการวิจัย ไปใชพัฒนาการจัดการเรียนรูใหกับผูเรียน
4. สํานักงานคณะกรรมการสงเสริม การศึกษาเอกชนนําไปใชเปนขอมูลในการกําหนด นโยบายเพื่อพัฒนาความสามารถในการผลิต งานวิจัยของครูโรงเรียนเอกชน
ขอเสนอแนะในการทําวิจัยครั้งตอไป 1. การวิจัยในครั้งนี้เปนการศึกษาเฉพาะ ปจจัยที่มีอิทธิพลตอการผลิตผลงานวิจัยของครู
ดังนั้นจึงควรมีการศึกษาเพื่อพัฒนาแนวทาง ในการสงเสริมใหครูโรงเรียนเอกชนสามารถผลิต ผลงานวิจัยไดอยางมีประสิทธิภาพ
2. การวิจัยในครั้งนี้เปนการศึกษาเฉพาะ ในบริบทของครูโรงเรียนเอกชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ดังนั้นจึงควรศึกษาโรงเรียนเอกชน ในพื้นที่ทั่วประเทศไทยเพื่อนํามาเปนขอมูล ในการสงเสริมใหเกิดรูปแบบการทําวิจัยของครู
โรงเรียนเอกชนที่เหมาะสมตอไป
REFERENCES
Chanowan, S. (2009). An analysis of teachers’ opinions towards classroom action research using Q methodology. Master of Educational Research Program. Faculty of Education, Chulalongkorn University. (in Thai)
Cormack, P. & Nichols, S. (2019). Teacher research and why it is more important than ever for our schools. Retrieved January 7, 2019, from https://www.aare.edu.au/
blog/?p=1838.
Elliott, J. (2019). Classroom Action Research. Retrieved January 7, 2019, from https://
pd.madison.k12.wi.us/node/232
Muenthep, W. (2017). The Development of Teacher’s Research Competencies for Improving Learning in Private Schools Through Formative Research Approach. Ph.D. Program in Educational Research, Measurement and Statistics. Faculty of Education, Burapa University. (in Thai)
National Research coun cil of Thailand. (2019). Vision, Mission, Strategies and other Main Features of NRCT. Retrieved January 7, 2019, from https://www.nrct.go.th/en/nrct/
Vision-Mission-Strategies. (in Thai)
Office of the Private Education Commission (OPEC). (2013). Strategic Plan for Education Promotion private. Bangkok: Office of the Private Education Commission. (in Thai) Office of the Private Education Commission (OPEC). (2018). Information system to support
private education promotion. Retrieved September 20, 2018, from https://psds.opec.
go.th/psds/SchoolPublic.htm (in Thai)
Phusee-orn, S. (2015). Research Exploitation for Learning Management: Academician Perspective by teacher experience. Retrieved January 7, 2019, from http://www.edu.tsu.
ac.th/major/eva/files/journal/ResearchExploitation.pdf (in Thai)
Polphasert, W. (2009). Why do research. Retrieved January 7, 2019, from https://www.stou.
ac.th/Schools/Shs/booklet/2_2552/Research.htm. (in Thai)
Reddy, C. (2019). Why Research is Important for Students, Humans, Education. Retrieved January 7, 2019, from https://content.wisestep.com/research-important-students- humans-education/
Sopakayong, R. (2013). Development of The Teachers’ Potential in Conducting Classroom Researches at Ban Huai Kok 1 School under The Office of Mukdahan Primary
Educational Service Area. Graduate Studies Journal. 10(49), 27-33. (in Thai) Wichaiwul, M. (2010). Factors In fluencing Achievement in Classroom Action Research Among
Teachers in the Three Southern Bordcr Provinces. Master of Educational in Research and Evaluation, Thaksin University. (in Thai)
Wongwanich, S. (2010). Classroom Action Research. (9th edition). Bangkok: Chulalongkorn University Printing House. (in Thai)
Worakanjanakul, S. (2013). Process Promoting in Classroom Action Research at Secondarykamphaengsan in Nakhonpathom Province. Master of Arts in Educational Administration. Graduate School, Mahachulalongkornrajavidyalaya University.
(in Thai)
Zarah, L. (2019). 7 Reasons Why Research Is Important. Retrieved January 7, 2019, fromhttps://owlcation.com/academia/Why-Research-is-Important-Within-and- Beyond- the-Academe