• Tidak ada hasil yang ditemukan

Solid Waste Management Process by Using Community Participation Baan Khumnangroultai, Kamnamsab Sub-district, Warinchamrab District, Ubonratchathani Province

N/A
N/A
Nguyễn Gia Hào

Academic year: 2023

Membagikan "Solid Waste Management Process by Using Community Participation Baan Khumnangroultai, Kamnamsab Sub-district, Warinchamrab District, Ubonratchathani Province"

Copied!
224
0
0

Teks penuh

(1)

กระบวนการจัดการมูลฝอย โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนบ้านค านางรวยใต้

ต าบลค าน าแซบ อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี

วิทยานิพนธ์

ของ เจนฤทัย เจริญศรี

เสนอต่อมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร

ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต (การจัดการระบบ สุขภาพ)

ตุลาคม 2561

สงวนลิขสิทธิ์เป็นของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

(2)

กระบวนการจัดการมูลฝอย โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนบ้านค านางรวยใต้

ต าบลค าน าแซบ อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี

วิทยานิพนธ์

ของ เจนฤทัย เจริญศรี

เสนอต่อมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร

ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต (การจัดการระบบ สุขภาพ)

ตุลาคม 2561

สงวนลิขสิทธิ์เป็นของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

(3)

Solid Waste Management Process by Using Community Participation Baan Khumnangroultai, Kamnamsab Sub-district, Warinchamrab District,

Ubonratchathani Province

Janruthai Charoensri

A Thesis Submitted in Partial Fulfillment of Requirements

for Master of Public Health (Public Health (Health Systems Management)) October 2018

Copyright of Mahasarakham University

(4)

4

คณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ ได้พิจารณาวิทยานิพนธ์ของนางสาวเจนฤทัย เจริญศรี

แล้วเห็นสมควรรับเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรปริญญา สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต (การจัดการระบบสุขภาพ) ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

คณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์

(รศ. ดร. สงครามชัย ลีทองดี )

ประธานกรรมการ

(อ. ดร. วิศิษฎ์ ทองค า )

อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลัก

(อ. ดร. วิโรจน์ เซมรัมย์ )

อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วม

(ผศ. ดร. วรพจน์ พรหมสัตยพรต )

กรรมการ

(ผศ. ดร. รัชชานันท์ ศรีสุภักดิ์ )

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก

มหาวิทยาลัยอนุมัติให้รับวิทยานิพนธ์ฉบับนี เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร ปริญญา สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต (การจัดการระบบ สุขภาพ) ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

(รศ. ดร. วิทยา อยู่สุข)

คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์

(ผศ. ดร. กริสน์ ชัยมูล ) คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย วัน เดือน ปี

(5)

บทคัดย่อ ภาษาไทย

ชื่อเรื่อง กระบวนการจัดการมูลฝอย โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนบ้านค านางรวยใต้

ต าบลค าน าแซบ อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี

ผู้วิจัย เจนฤทัย เจริญศรี

อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ ดร. วิศิษฎ์ ทองค า อาจารย์ ดร. วิโรจน์ เซมรัมย์

ปริญญา สาธารณสุขศาสตรมหา บัณฑิต

สาขาวิชา สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต (การจัดการระบบสุขภาพ) มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปีการศึกษา 2561

บทคัดย่อ

มูลฝอยจากครัวเรือนเป็นปัญหาของชุมชนที่ส าคัญและมีแนวโน้มเพิ่มขึ นอย่างต่อเนื่อง การวิจัยเชิงปฏิบัติการครั งนี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการจัดการมูลฝอยโดยการมีส่วนร่วม ของชุมชนบ้านค านางรวยใต้ ต าบลค าน าแซบ อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี ท าการศึกษา โดยการคัดเลือกกลุ่มผู้น าชุมชนและตัวแทนครัวเรือน จ านวน 40 คน เก็บรวบรวมข้อมูลทั งเชิง ปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยใช้แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์อย่างไม่เป็นทางการ และแบบสังเกต วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน คือ Paired sample t-test และการวิเคราะห์เชิงเนื อหาส าหรับ ข้อมูลเชิงคุณภาพ ผลการศึกษาพบว่า มีการจัดการมูลฝอยที่ไม่เป็นระบบและขาดการมีส่วนร่วมของ ชุมชน จึงได้ร่วมมือกับชุมชนในการจัดการ 5 ขั นตอนดังนี 1) วิเคราะห์และเก็บรวมรวมข้อมูล 2) ประชุมจัดท าแผนในชุมชน 3) ด าเนินงานตามแผน 4) สังเกตการณ์ และ 5) ถอดบทเรียนสะท้อนผล ผลการด าเนินงานภายหลังการด าเนินการ พบว่า ความรู้ การปฏิบัติ และการมีส่วนร่วมของ กลุ่มเป้าหมายเปลี่ยนแปลงดีขึ นอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ (p-value< 0.05) กระบวนการด าเนินงาน ครั งนี ส่งผลให้จ านวนมูลฝอยในชุมชนลดลง ร้อยละ 60 และมีระบบการจัดการที่ดีที่เกิดจากชุมชน ร่วมมือและเป็นเจ้าของในการด าเนินงานทั งหมดโดยสรุปปัจจัยแห่งความส าเร็จในครั งนี คือ 1) การ สร้างการมีส่วนร่วมที่เน้นการจัดการโดยชุมชนตั งแต่เริ่มต้น ตั งแต่การรับรู้และเข้าใจปัญหา ร่วมกัน ก าหนดแนวทางและวิธีการจัดการร่วมกัน และ 2) การพัฒนาความยั่งยืนด้วยการจัดตั งศูนย์สาธิต และการเรียนรู้ในพื นที่เพื่อเป็นเวทีและศูนย์กลางของชุมชนในการพัฒนาความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ต่อไป

(6)

จ ค าส าคัญ : การวิจัยเชิงปฏิบัติการ, การมีส่วนร่วมกับชุมชน, กระบวนการจัดการมูลฝอย

(7)

บทคัดย่อ ภาษาอังกฤษ

TITLE Solid Waste Management Process by Using Community Participation Baan Khumnangroultai, Kamnamsab Sub-district, Warinchamrab District, Ubonratchathani Province

AUTHOR Janruthai Charoensri ADVISORS Wisit Thongkum , Ph.D.

Wirote Semrum , Ph.D.

DEGREE Master of Public Health

MAJOR Public Health (Health Systems Management) UNIVERSITY Mahasarakham

University

YEAR 2018

ABSTRACT

Household waste is a significant community problem, and there is a tendency to increase. The action research aimed to study the solid waste management process by using community participation in Baan Khumnangroultai, Kamnamsab Sub- district, Warinchamrab District, Ubonratchathani Province. Study by a selection of community leaders and household representatives of 40 people. The data collected was both quantitatively and qualitatively. Using the questionnaire, informal interview and observation. The analysis of quantitative data using descriptive statistics, the frequency, percentage, mean, standard deviation and Inferential statistics are paired simple t-test and content analysis for qualitative data. The study results found unsystematic waste management and lack of community participation. Cooperation with the community to manage 5 steps thus 1) Analyze and collection of data 2) Operation plan meeting 3) Perform planned operations 4) Observations and 5) Reflecting lessons learned. Operating results after implementation that knowledge, practical and participation of targets group change for the better statistically significant (p-value<0.05). This process resulted in a decrease of community solid waste of 60 percent, and has a good management system which caused the community to cooperate in all operations. In summary, the key success factor in this is 1) Creating a participation focused by the community management from the start. Since the

(8)

ช Recognition and understanding of problems, jointly define common guidelines and methods of management and 2) Sustainable development by establishing a demonstration and learning center in the area to provide a forum and community center for continuous improvement.

Keyword : Action research, Community Participation, Solid Waste Management Process

(9)

กิตติกรรมประกาศ

กิตติกรรมประกาศ

วิทยานิพนธ์ฉบับนี ส าเร็จสมบูรณ์ได้ด้วยความกรุณาและความช่วยเหลืออย่างดียิ่งจากอาจารย์

ดร.วิศิษฎ์ ทองค า อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลัก อาจารย์ ดร.วิโรจน์ เซมรัมย์ อาจารย์ที่ปรึกษา วิทยานิพนธ์ร่วม รวมทั งรองศาสตราจารย์ ดร.สงครามชัย ลีทองดี ประธานกรรมการสอบ ผู้ช่วย ศาสตราจารย์ ดร.วรพจน์ พรหมสัตยพรต คณะกรรมการสอบ อาจารย์ ดร.รัชชานันท์ ศรีสุภักดิ์

คณะกรรมการสอบ ที่กรุณาช่วยแนะน าแนวทางและตรวจสอบรายละเอียด ตลอดจนชี แนะในการแก้ไข ข้อบกพร่องของวิทยานิพนธ์ฉบับนี จนส าเร็จสมบูรณ์ ผู้วิจัยขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

ขอขอบพระคุณ ดร.อรุณ บุญสร้าง เจ้าพนักงานสาธารณสุขช านาญงาน ส านักงานสาธารณสุข จังหวัดอุบลราชธานี นายปรีชา ทองมูล หัวหน้ากลุ่มงานอนามัยสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย ส านักงาน สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี ดร.เสฐียรพงษ์ ศิวินา หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาระบบปฐมภูมิ โรงพยาบาล เกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ที่ได้ให้ความอนุเคราะห์เป็นผู้เชี่ยวชาญในการพิจารณา ตรวจสอบคุณภาพ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล และให้ค าแนะน าที่ดีในการจัดท าเครื่องมือในการวิจัย

ขอขอบพระคุณ คณะผู้บริหารและบุคลากร ส านักงานเทศบาลต าบลค าน าแซบ ที่ได้ให้การ สนับสนุนด าเนินโครงการและการจัดท างานวิจัย นายสิริรัฐ ธิมา เลขานุการนายกเทศมนตรีต าบลค าน า แซบ ที่ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนการท าวิจัยในพื นที่ วิทยากรกระบวนการ ที่ได้ให้ความรู้และร่วม ศึกษารูปแบบการพัฒนาชุมชน ผู้น าชุมชน ตัวแทนครัวเรือน ชุมชนบ้านค านางรวยใต้ ที่เข้าร่วมและ สนับสนุนการด าเนินการวิจัยในครั งนี รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ไม่ได้เอ่ยนาม ที่ได้มีส่วนร่วมให้

วิทยานิพนธ์ฉบับนี เสร็จสมบูรณ์

ขอขอบพระคุณ คณาจารย์มหาวิทยาลัยมหาสารคามทุกท่าน ที่ได้ประสิทธิประสาทความรู้

ความเข้าใจด้านวิชาการ เพื่อนนิสิตหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต รุ่นที่ 14 คณะสาธารณสุข ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และที่ส าคัญคือ ครอบครัวที่ได้ให้โอกาส สนับสนุนให้ได้เข้ามาศึกษา ปริญญาโท คอยให้ก าลังใจช่วยเหลือทุกด้านในระหว่างที่ศึกษา

สุดท้ายนี ผู้วิจัยขอน้อมน าคุณค่าและประโยชน์ที่ได้จากการศึกษาวิจัยในครั งนี บูชาพระคุณ บุพการี บูรพาจารย์ และผู้มีพระคุณทุกท่านที่อบรมสั่งสอน ให้มีคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อให้ผู้วิจัยได้

น าไปพัฒนาตนเองต่อไป

เจนฤทัย เจริญศรี

(10)

สารบัญ

หน้า บทคัดย่อภาษาไทย ... ง บทคัดย่อภาษาอังกฤษ ... ฉ กิตติกรรมประกาศ... ซ สารบัญ ... ฌ สารบัญตาราง ... ฏ สารบัญภาพประกอบ... ฑ

บทที่ 1 บทน า ... 1

1.1 ภูมิหลัง... 1

1.2 ค าถามการวิจัย... 4

1.3 วัตถุประสงค์ของการวิจัย ... 4

1.4 ความส าคัญของการวิจัย ... 5

1.5 ขอบเขตการวิจัย ... 5

1.6 นิยามศัพท์เฉพาะ ... 6

บทที่ 2 ปริทัศน์เอกสารข้อมูล ... 7

2.1 แนวคิดเกี่ยวกับมูลฝอย ... 7

2.2 แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการมูลฝอย ... 15

2.3 แนวคิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วม ... 28

2.4 การวิจัยเชิงปฏิบัติการ ... 33

2.5 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง... 44

2.6 กรอบแนวคิดในการวิจัย ... 49

บทที่ 3 วิธีการด าเนินงานวิจัย ... 50

(11)

3.1 รูปแบบการวิจัย ... 50

3.2 กลุ่มเป้าหมาย ... 51

3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ... 52

3.4 การหาคุณภาพเครื่องมือในการวิจัย ... 56

3.5 การด าเนินการวิจัยและการเก็บรวบรวมข้อมูล ... 58

3.6 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ... 60

3.7 จริยธรรมในการวิจัย ... 60

บทที่ 4 ผลการศึกษา ... 62

4.1 สัญลักษณ์ที่ใช้ในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ... 62

4.2 ล าดับขั นตอนในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ... 63

4.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ... 63

บทที่ 5 สรุปและอภิปรายผล ... 125

5.1 วัตถุประสงค์ของการวิจัย ... 125

5.2 สรุปผล ... 126

5.3 อภิปรายผล ... 137

5.4 ข้อเสนอแนะ ... 140

5.4.1 ข้อเสนอแนะจากการวิจัยครั งนี ... 140

5.4.2 ข้อเสนอแนะในการท าวิจัยครั งต่อไป ... 141

บรรณานุกรม ... 142

ภาคผนวก... 146

ภาคผนวก ก เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย ... 147

ภาคผนวก ข แผนปฏิบัติการวิจัย ... 157

ภาคผนวก ค การตรวจคุณภาพเครื่องมือการวิจัย ... 166

ภาคผนวก ง ใบลงทะเบียน ... 183

(12)

ภาคผนวก จ หนังสือขอความร่วมมือ ... 187

ภาคผนวก ฉ ใบรับรองการอนุมัติจริยธรรมในมนุษย์ ... 195

ภาคผนวก ช ตัวอย่างภาพกิจกรรม ... 197

ประวัติผู้เขียน ... 209

(13)

สารบัญตาราง

หน้า

ตาราง 1 ข้อมูลองค์ประกอบทางกายภาพของมูลฝอย ... 66

ตาราง 2 จ านวน ร้อยละ ข้อมูลทั่วไป ... 69

ตาราง 3 ความรู้เกี่ยวกับการจัดการมูลฝอย รายข้อ ก่อนการศึกษา ... 71

ตาราง 4 ระดับความรู้เกี่ยวกับการจัดการมูลฝอย ภาพรวม ก่อนการศึกษา ... 74

ตาราง 5 ระดับการปฏิบัติในการจัดการมูลฝอย รายข้อ ก่อนการศึกษา ... 74

ตาราง 6 ระดับการปฏิบัติในการจัดการมูลฝอย ภาพรวม ก่อนการศึกษา ... 76

ตาราง 7 ระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการมูลฝอย รายข้อ ก่อนการศึกษา ... 78

ตาราง 8 ระดับการมีส่วนร่วมในการจัดการมูลฝอยภาพรวมก่อนการศึกษา ... 80

ตาราง 9 แผนปฏิบัติการพัฒนาชุมชน ... 87

ตาราง 10 ผลการปฏิบัติงานตามแผนพัฒนาชุมชน ... 95

ตาราง 11 เปรียบเทียบด าเนินงานการจัดการมูลฝอยในชุมชนบ้านค านางรวยใต้... 96

ตาราง 12 เปรียบเทียบการได้รับข้อมูลข่าวสาร การจัดการมูลฝอยและปริมาณมูลฝอยแยกประเภท ต่อครัวเรือนใน 7 วัน ก่อนและหลังการศึกษาของกลุ่มเป้าหมาย ... 98

ตาราง 13 เปรียบเทียบความรู้เกี่ยวกับการจัดการมูลฝอย รายข้อ ก่อนการศึกษาของ กลุ่มเป้าหมาย ... 100

ตาราง 14 เปรียบเทียบระดับความรู้เกี่ยวกับการจัดการมูลฝอย ภาพรวม ก่อนและหลังการศึกษา ของกลุ่มเป้าหมาย ... 103

ตาราง 15 เปรียบเทียบระดับการปฏิบัติในการจัดการมูลฝอย รายข้อ ก่อนและหลังการศึกษา ของกลุ่มเป้าหมาย ... 104

ตาราง 16 ระดับการปฏิบัติในการจัดการมูลฝอย ภาพรวม ก่อนการศึกษาของกลุ่มเป้าหมาย ... 106

ตาราง 17 ระดับการปฏิบัติในการจัดการมูลฝอย ภาพรวม หลังการศึกษาของกลุ่มเป้าหมาย ... 107

(14)

ฐ ตาราง 18 เปรียบเทียบระดับการมีส่วนร่วมในการจัดการมูลฝอย รายข้อ ก่อนและหลังการศึกษา ของกลุ่มเป้าหมาย ... 109 ตาราง 19 ระดับการมีส่วนร่วมในการจัดการมูลฝอย ภาพรวม ก่อนการศึกษาของกลุ่มเป้าหมาย .. 113 ตาราง 20 ระดับการมีส่วนร่วมในการจัดการมูลฝอย ภาพรวม หลังการศึกษาของกลุ่มเป้าหมาย .. 114 ตาราง 21 การเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของตัวแปร ก่อนและหลังการศึกษาของกลุ่มเป้าหมาย ... 114

(15)

สารบัญภาพประกอบ

หน้า ภาพประกอบ 1 วงจรของการวิจัยเชิงปฏิบัติการตามแนวคิดของ Kemmis & McTaggart ... 40 ภาพประกอบ 2 กรอบแนวคิดการวิจัย ... 49 ภาพประกอบ 3 แผนที่ชุมชนบ้านค านางรวยใต้ ต าบลค าน าแซบ อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี ... 64 ภาพประกอบ 4 การวิเคราะห์สภาพปัญหาชุมชนโดยแผนภูมิก้างปลา FISH-BONE DIAGRAM ... 83

ภาพประกอบ 5 ปัจจัยแห่งความส าเร็จของกระบวนการจัดการมูลฝอย โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ในบ้านค านางรวยใต้ ต าบลค าน าแซบ อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี ... 120

ภาพประกอบ 6 ขั นตอนกระบวนการจัดการมูลฝอยในชุมชนบ้านค านางรวยใต้ ต าบลค าน าแซบ อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี ... 122

ภาพประกอบ 7 กระบวนการการจัดการมูลฝอยในชุมชนบ้านค านางรวยใต้ ต าบลค าน าแซบ อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี ... 123

(16)

1

บทที่ 1 บทน า

1.1 ภูมิหลัง

มูลฝอยที่มาจากสิ่งของเหลือกินเหลือใช้ของคนเมือง จะมีปริมาณเพิ่มขึ นอย่างมากในช่วง สองทศวรรษข้างหน้า เพราะการขยายตัวอย่างรวดเร็วของชุมชนเมืองในประเทศก าลังพัฒนา หาก ย้อนมองไปเมื่อ 10 ปีก่อน มีคนที่พักอาศัยอยู่ในเขตเมืองเพียง 2,900 ล้านคน และโดยเฉลี่ยแล้วจะ พบว่าคนหนึ่งคนจะสร้างมูลฝอยประมาณวันละ 0.64 กิโลกรัม รวมแล้วคนเมืองจะท าให้เกิดมูลฝอย ปีละ 680 ล้านตัน แต่ปัจจุบันมีคนอาศัยอยู่ในเขตเมืองประมาณ 3,000 ล้านคนทั่วโลก และแต่ละคน ท าให้เกิดมูลฝอยประมาณวันละ 1.2 กิโลกรัม ดังนั นเมื่อน ามูลฝอยมารวมแล้วจะสร้างมูลฝอยปีละ 1,300 ล้านตันต่อปี และในปี 2025 ธนาคารโลกมีการประเมินว่า จ านวนประชากรเมืองน่าจะเพิ่มขึ น ประมาณ 4,300 ล้านคน และแต่ละคนจะสร้างมูลฝอยในแต่ละวันประมาณวันละ 1.42 กิโลกรัม หรือ รวมแล้วประมาณ 2,200 ล้านตันต่อปี มีปริมาณมูลฝอยเพิ่มขึ นอย่างรวดเร็วในแถบเอเชียตะวันออก รวมถึงบางประเทศในยุโรปตะวันออกและภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งมีอัตราการเพิ่มขึ นของปริมาณ มูลฝอยในพื นที่เหล่านี สอดคล้องกับการขยายตัวของเขตเมือง และผลิตภัณฑ์มวลรวมแต่ละประเทศ (Daniel Hoornweg and Perinaz Bhada-Tata, 2012)

ปัจจุบันมูลฝอยเป็นปัญหาส าคัญในระดับโลกเกิดขึ นหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยที่

ต้องประสบปัญหาเนื่องจากการเพิ่มขึ นของประชากร การขยายตัวทางเศรษฐกิจ และความก้าวหน้า ทางด้านเทคโนโลยี จึงมีการประดิษฐ์และพัฒนาเทคโนโลยีมาใช้อ านวยประโยชน์ต่อมนุษย์มากขึ น เป็นสาเหตุก่อให้เกิดจ านวนมูลฝอยเพิ่มขึ นและมีแนวโน้มเพิ่มขึ นทุกปี ซึ่งมีทั งมูลฝอยจาก ภาคอุตสาหกรรมภาคการเกษตร ครัวเรือน และสารเคมีอันตราย เป็นเหตุให้เกิดมูลฝอยเศษสิ่งของ เหลือใช้มีปริมาณมากขึ น เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาแก้ไขปัญหาประเทศ จึงได้

ตระหนักถึงความส าคัญของการปฏิรูปสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นให้มีการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ

การส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เนื่องจาก ปัญหามูลฝอยเป็นปัญหาส าคัญระดับประเทศที่ก่อให้เกิดความเสียหายด้านต่างๆ เช่น มลพิษทาง อากาศ เกิดจากการเผามูลฝอยกลางแจ้งท าให้เกิดควันและสารพิษทางอากาศ มลพิษทางน า ที่เกิด จากการกอง มูลฝอยบนพื น เมื่อฝนตกลงมาบนกองมูลฝอยสารพิษจะไหลลงสู่แหล่งน าจะท าให้เกิดน าเสีย และเป็นแหล่งพาหะน าโรค ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพอนามัยของประชาชน ดังนั นจึง

(17)

2 ต้องมีการบริหารจัดการอย่างถูกวิธีและเร่งด่วน (อัจฉราวรรณ มุสิกะสันติ, 2557)

สถานการณ์มูลฝอยของประเทศไทย ปี พ.ศ.2557 จากสถานการณ์ที่ผ่านมา พบว่าปริมาณ มูลฝอยที่เกิดขึ นทั่วประเทศ มีปริมาณเพิ่มสูงขึ นทุกปี รวมทั งอัตราการเกิดมูลฝอยที่มีแนวโน้มเพิ่ม สูงขึ นจากปี 2551 ซึ่งมีปริมาณมูลฝอยที่เกิดขึ นเป็น 23.93 ล้านตัน คิดเป็นอัตราการเกิดมูลฝอย 1.03 กิโลกรัม/คน/วัน ในปีพ.ศ.2557 ที่ผ่านมาพบว่า มีปริมาณมูลฝอยที่เกิดขึ นเป็น 26.19 ล้านตัน ได้คิด เป็นอัตราการเกิดมูลฝอย 1.11 กิโลกรัม/คน/วัน ในปี พ.ศ. 2558 มีปริมาณมูลฝอยที่เกิดขึ นเพิ่มเป็น 26.85 ล้านตัน และมีอัตราการเกิดมูลฝอย 1.13 กิโลกรัม/คน/วัน ถ้าหากพิจารณาถึงอัตราการเกิด มูลฝอยของประเทศมีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ น ทั งนี ในปี พ.ศ. 2559 พบว่า มีปริมาณมูลฝอยที่เกิดขึ นใน ประเทศไทย 27.06 ล้านตัน ซึ่งคิดเป็นอัตราการเกิดมูลฝอยมูลฝอยที่ 1.14 กิโลกรัม/คน/วัน ซึ่งเมื่อ พิจารณาถึงกระบวนการการจัดการมูลฝอยแล้ว พบว่า อัตรามูลฝอยที่ถูกน าไปก าจัดอย่างถูกต้องมี

อัตราเพิ่มขึ นเพียงเล็กน้อยเท่านั น และกระบวนการในการคัดแยก การจัดเก็บ การรวบรวมและการ เก็บขนยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ท าให้เกิดปัญหามูลฝอยตกค้าง ซึ่งเกิดจากประชากรที่เพิ่มมากขึ น การขาดจิตส านึกของประชาชน การพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี

และแนวโน้มการบริโภคของประชากรเพิ่มสูงขึ น จึงจ าเป็นที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน (กรมควบคุมมลพิษ, 2560)

จังหวัดอุบลราชธานีมีพื นที่ 15,744.6 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 1,836,523 คน ซึ่งมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั งสิ น 239 แห่ง ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาลนคร 1 แห่ง เทศบาลเมือง 4 แห่ง เทศบาลต าบล 40 แห่ง และองค์การบริหารส่วนต าบล 193 แห่ง สถานการณ์มูลฝอยในภาพรวมของจังหวัดอุบลราชธานี ในปี พ.ศ. 2559 มีปริมาณมูลฝอย มากเป็นอันดับที่ 15 ของประเทศ มีมูลฝอยเกิดขึ นประมาณ 540,827 ตัน หรือ 1,481.72 ตันต่อวัน ได้รับการก าจัดอย่างถูกต้อง 870 ตันต่อวัน มีปริมาณมูลฝอยถูกน าไปใช้ประโยชน์ 384.46 ตันต่อวัน มีปริมาณมูลฝอยสะสม 227.26 ตันต่อวัน ทังนี จังหวัดอุบลราชธานีมีระบบก าจัดมูลฝอยแบบถูกหลัก วิชาการจ านวน 3 แห่ง คือ ระบบก าจัดมูลฝอยเทศบาลเมืองวารินช าราบ เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร ในชุมชนระดับเทศบาล ได้แก่ เขตเทศบาลนครอุบลราชธานีและเทศบาลเมืองวารินช าราบ ได้มีระบบ ก าจัดมูลฝอยที่ถูกหลักสุขาภิบาล แต่มีเพียงเทศบาลเมืองวารินช าราบเท่านั นที่ด าเนินการก าจัดได้

อย่างถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล ส าหรับเทศบาลนครอุบลราชธานีถึงแม้จะมีการก่อสร้างระบบก าจัด มูลฝอยเรียบร้อยแล้วแต่ไม่สามารถเปิดด าเนินการใช้ได้เนื่องจากปัญหาการคัดค้านจากประชาชนที่

อาศัยอยู่ใกล้บริเวณสถานที่ที่ใช้เป็นที่ฝังกลบมูลฝอย ชุมชนระดับองค์การบริหารส่วนต าบล ในจังหวัด อุบลราชธานี มีองค์การบริหารส่วนต าบล 216 แห่ง มีปริมาณมูลฝอยที่เกิดขึ น 470 ตัน/วัน ส่วนการ ก าจัดมูลฝอยในชุมชนจะด าเนินการใน 2 ลักษณะ คือ 1) วิธีก าจัดเองในครัวเรือน โดยการขุดหลุมฝัง หรือเผาในพื นที่ของแต่ละครอบครัวซึ่งเกือบทุกพื นที่มีการก าจัด โดยวิธีดังกล่าว แต่มีบางแห่งที่มี

(18)

3 การเก็บขน แต่น าไปก าจัดในพื นที่ที่มีระบบก าจัดที่ไม่ถูกหลักสุขาภิบาล ก็จะเป็นการขุดหลุมฝังและ เผา ซึ่งการจัดการแบบนี มีถึงร้อยละ 99 ท าให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น กลิ่นเหม็น แมลงวัน ควันไฟที่เกิดจากการเผากองมูลฝอย น าชะมูลฝอย เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม ปริมาณมูลฝอยที่เกิดขึ น ในชุมชนระดับองค์การบริหารส่วนต าบล แต่ละแห่งมีปริมาณที่ยังไม่มากนัก โดยอุปสรรคที่พบในพื นที่

ชุมชนระดับองค์การบริหารส่วนต าบลที่ส าคัญ ได้แก่ การขาดแคลนงบประมาณ และบุคลากร 2) การ น าไปก าจัดร่วมกับสถานที่ก าจัดอย่างถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล เช่น องค์การบริหารส่วนต าบลแจ ระแม องค์การบริหารส่วนต าบล บุ่งหวาย องค์การบริหารส่วนต าบลเมืองศรีไค แล้วได้น าไปก าจัด ร่วมกับเทศบาลเมืองวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี (ส านักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดอุบลราชธานี, 2560)

จากปัญหาของปริมาณมูลฝอยที่เกิดขึ น พบว่าส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและต่อสุขภาพ อนามัยของประชาชนโดยตรง ท าให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีความตระหนักในการบริหารจัดการ มูลฝอย โดยอาศัยความร่วมมือของหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่นในการจัดการมูลฝอย และการ ปลูกฝังจิตส านึก ในการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนในแต่ละชุมชนเข้ามามีส่วน ร่วมในการด าเนินการจัดการมูลฝอย เพื่อให้ประชาชนเกิดการเรียนรู้ มีความคิดปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ในการจัดการมูลฝอย ซึ่งประชาชนในชุมชนมีอิทธิพลในการกระตุ้นจิตส านึกที่ส่งผลต่อความ รับผิดชอบร่วมกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมเรื่องมูลฝอยของชุมชน โดยเริ่มจากการให้ประชาชนใน ชุมชนได้มาเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการมูลฝอยอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาจากแหล่งก าเนิด เพื่อรองรับปัญหา มูลฝอยที่เพิ่มมากขึ นทุกวันอย่างต่อเนื่อง

บ้านค านางรวยใต้ เป็นชุมชนที่อยู่ในเขตการปกครองของต าบลค าน าแซบ อ าเภอวารินช า ราบ จังหวัดอุบลราชธานี มีเนื อที่ 750 ไร่ มีจ านวนครัวเรือน 111 ครัวเรือน มีจ านวนประชากร 360 คน โดยแยกเป็นชาย 161 คน หญิง 199 คน จากการศึกษาข้อมูลการด าเนินงานจัดการมูลฝอยบ้าน ค านางรวยใต้ ข้อมูลจากส านักงานเทศบาลต าบลค าน าแซบและผู้น าชุมชนในพื นที่ต าบลค าน าแซบ การจัดการมูลฝอยมีปริมาณมูลฝอยของต าบลค าน าแซบ มีมูลฝอยที่เกิดขึ นจริงเฉลี่ยประมาณ 5-7 ตัน/วัน มูลฝอยที่เก็บขนได้ จ านวน 4-5 ตัน/อาทิตย์ เป็นปัญหาให้มีมูลฝอยสะสมตกค้างในชุมชน อย่างต่อเนื่อง หากคิดเฉลี่ยอัตราการเกิดมูลฝอยเฉลี่ยต่อคน ในหมู่บ้านค านางรวยใต้ มีอัตรามูลฝอย เฉลี่ยประมาณ 0.9 กก./คน/วัน และรถที่ใช้เก็บมูลฝอยจ านวน 1 คัน เป็นของส านักงานเทศบาล ต าบลค าน าแซบ ได้น ามูลฝอยไปก าจัดร่วมกับสถานที่ก าจัดมูลฝอยเทศบาลเมืองวารินช าราบ จังหวัด อุบลราชธานี ผู้วิจัยได้ท าการสอบถามเพิ่มเติมจากผู้น าชุมชน พบว่า ชาวบ้านในหมู่บ้านค านางรวยใต้

ประชากรเพิ่มขึ น ท าให้มีมูลฝอยเพิ่มจ านวนมากขึ น ทิ งมูลฝอยไม่ถูกที่ มีวิธีการจัดการมูลฝอยโดยการ เผา ฝังกลบ ถังจัดเก็บมูลฝอยไม่เพียงพอ คนในชุมชนยังขาดการมีส่วนร่วมกับทางชุมชน ขาดความ

(19)

4 ตระหนัก และขาดความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องของปัญหามูลฝอยที่เกิดขึ นในชุมชน (ส านักงานเทศบาล ต าบลค าน าแซบ, 2559)

ผู้ศึกษาวิจัยจึงมีแนวคิดเพื่อแก้ไขในส่วนที่เป็นสาเหตุของปัญหาเกี่ยวกับการจัดการมูลฝอย และการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน โดยกระบวนการมีส่วนร่วมในการจัดการมูลฝอย ชุมชนมีส่วนร่วม ที่จะน าเอากระบวนการจัดการมูลฝอยไปด าเนินการต่อเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชีวิตและ สิ่งแวดล้อมตลอดจนเทคนิคการจัดการมูลฝอยจากนั นให้ประชาชนน าไปปฏิบัติในชุมชนตามความ เหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการจัดการมูลฝอยของชุมชนบ้านค านางรวยใต้ จังหวัดอุบลราชธานี

ซึ่งมีการด าเนินการโดยยึดหลักการมีส่วนร่วมในการจัดการมูลฝอยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ ประชาชนทุกคนในฐานะที่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดการมูลฝอยที่เกิดขึ น เพื่อที่จะให้สอดคล้อง กับมาตรการที่ก าหนดไว้ในทิศทางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564) ที่ให้ความส าคัญเร่งรัดการแก้ไขปัญหาการจัดการมูลฝอยเป็นอันดับแรก โดยส่งเสริมให้เกิด กลไกการคัดแยกมูลฝอยเพื่อน ากลับมาใช้ใหม่ให้มากที่สุด เร่งก าจัดมูลฝอยตกค้างสะสมในสถานที่

ก าจัดในพื นที่วิกฤต สร้างรูปแบบการจัดการมูลฝอยและของเสียอันตรายที่เหมาะสม เน้นการแปรรูป เป็นพลังงาน สร้างวินัยของคนในชาติ มุ่งสู่การจัดการที่ยั่งยืน โดยให้ความรู้แก่ประชาชน และการ บังคับใช้กฎหมาย

1.2 ค าถามการวิจัย

กระบวนการจัดการมูลฝอย โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในบ้านค านางรวยใต้ ต าบลค าน า แซบ อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นอย่างไร

1.3 วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1.3.1 วัตถุประสงค์ทั่วไป

เพื่อศึกษากระบวนการจัดการมูลฝอย โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในบ้านค านางรวยใต้

ต าบลค าน าแซบ อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี

1.3.2 วัตถุประสงค์เฉพาะ

1.3.2.1 เพื่อศึกษาบริบทของชุมชนในบ้านค านางรวยใต้ ต าบลค าน าแซบ อ าเภอวาริน ช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี

1.3.2.2 เพื่อศึกษากระบวนการด าเนินงานรูปแบบการจัดการมูลฝอย โดยการมีส่วนร่วม ของชุมชนในบ้านค านางรวยใต้ ต าบลค าน าแซบ อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี

(20)

5 1.3.2.3 เพื่อศึกษาผลการด าเนินงานรูปแบบการจัดการมูลฝอย โดยการมีส่วนร่วมของ ชุมชนในบ้านค านางรวยใต้ ต าบลค าน าแซบ อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี

1.3.2.4 เพื่อศึกษาปัจจัยแห่งความส าเร็จของรูปแบบการจัดการมูลฝอย โดยการมีส่วน ร่วมของชุมชนในบ้านค านางรวยใต้ ต าบลค าน าแซบ อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี

1.4 ความส าคัญของการวิจัย

1.4.1 เพื่อให้คนในชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมการจัดการมูลฝอยในชุมชนโดยเริ่มต้นก าจัดที่

แหล่งก าเนิด

1.4.2 คนในชุมชนเล็งเห็นความส าคัญของปัญหาและร่วมมือกับชุมชนในการแก้ไขปัญหา ของพื นที่

1.5 ขอบเขตการวิจัย

1.5.1 ด้านเนื อหา การศึกษาครั งนี เป็นการศึกษาเพื่อหากระบวนการให้ชุมชนมีส่วนร่วมใน การแก้ไขปัญหามูลฝอยในชุมชน โดยได้รวบรวมข้อมูลปัญหามูลฝอย ปริมาณและประเภทมูลฝอย ความต้องการของชุมชนในการจัดการปัญหามูลฝอย รวมถึงวิเคราะห์การจัดการมูลฝอยของชุมชนใน ต าบลค าน าแซบ อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี

1.5.2 ด้านพื นที่ การศึกษาครั งนี เลือกศึกษาพื นที่ชุมชนในเขตต าบลค าน าแซบ อ าเภอวาริน ช าราบจังหวัดอุบลราชธานี ที่มีปัญหาด้านการจัดการมูลฝอย ซึ่งจากการสอบถามหมู่บ้านที่มีปัญหา การจัดการมูลฝอยและสมัครใจเข้าร่วมการวิจัยครั งนี คือ บ้านค านางรวยใต้ ต าบลค าน าแซบ อ าเภอ วารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี

1.5.3 ด้านประชากร กลุ่มเป้าหมายที่วิจัยในครั งนี ได้แก่ ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน สมาชิกเทศมนตรีต าบล อาสาสมัครสาธารณสุข ผู้น าคุ้ม และตัวแทนครอบครัว หรือบุคคลใน ครอบครัวที่มีหน้าที่ในการจัดการมูลฝอย ครัวเรือนละ 1 คน ที่สนใจเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการ มูลฝอยในชุมชนบ้านค านางรวยใต้ ต าบลค าน าแซบ อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี จ านวน 40 คน

1.5.4 ด้านระยะเวลา ระยะเวลาศึกษาและเก็บข้อมูลในการด าเนินการวิจัย เริ่มตั งแต่เดือน กันยายน พ.ศ. 2559 ถึง เดือนธันวาคม พ.ศ. 2560

(21)

6 1.6 นิยามศัพท์เฉพาะ

1.6.1 มูลฝอย หมายถึง มูลฝอยที่ทิ งแล้ว เหลือใช้จากการบริโภคจากกิจกรรมต่างๆ ของคน ในชุมชนบ้านค านางรวยใต้ ต าบลค าน าแซบ อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี อาจมีประโยชน์

หรือไม่มีประโยชน์ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชน

1.6.2 การจัดการมูลฝอย หมายถึง วิธีการจัดการมูลฝอยที่ต้นทางโดยการคัดแยกมูลฝอยใน ครัวเรือนด้วยหลัก 3R1C ของคนในชุมชน บ้านค านางรวยใต้ ต าบลค าน าแซบ อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี

1.6.3 การจัดการมูลฝอย ณ แหล่งก าเนิด หมายถึง การคัดแยกประเภทมูลฝอยในครัวเรือน เช่น มูลฝอยอินทรีย์ มูลฝอยรีไซเคิล มูลฝอยอันตราย และมูลฝอยทั่วไป ด้วยตนเองของคนในชุมชน บ้านค านางรวยใต้ ต าบลค าน าแซบ อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี

1.6.4 การมีส่วนร่วม หมายถึง กระบวนการที่ชุมชนบ้านค านางรวยใต้ ต าบลค าน าแซบ อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี เข้ามาร่วมด าเนินการพัฒนา ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจแก้ปัญหา ชุมชนนั่น คือการค้นหาปัญหาและสาเหตุของปัญหา หาแนวทางแก้ไขปัญหา การวางแผนด าเนิน กิจกรรมการปฏิบัติงาน การติดตามและประเมินผล

1.6.5 ชุมชน หมายถึง หมู่บ้านค านางรวยใต้ ต าบลค าน าแซบ อ าเภอวารินช าราบ จังหวัด อุบลราชธานี ที่มีปัญหาและสมัครใจเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการมูลฝอย

1.6.6 ผู้น าชุมชน หมายถึง ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุข ผู้น าคุ้ม สมาชิกเทศมนตรีต าบล ผู้ที่ด าเนินการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของชุมชนให้บรรลุจุดมุ่งหมาย ที่ตั งไว้ ในการวิจัยในครั งนี ในบ้านค านางรวยใต้ ต าบลค าน าแซบ อ าเภอวารินช าราบ จังหวัด อุบลราชธานี

1.6.7 หลัก 3R1C หมายถึง หลักการจัดการมูลฝอยตั งแต่แหล่งก าเนิดของต าบลค าน าแซบ น ามาประยุกต์ใช้โดยคัดแยกมูลฝอยในครัวเรือน (ใช้น้อย ใช้ซ า น ากลับมาใช้ใหม่ และการท าปุ๋ยหมัก) ให้เหลือมูลฝอยของชุมชนในบ้านค านางรวยใต้ ต าบลค าน าแซบ อ าเภอวารินช าราบ จังหวัด อุบลราชธานีน้อยที่สุด

(22)

7

บทที่ 2

ปริทัศน์เอกสารข้อมูล

การวิจัยครั งนี เป็นกระบวนการจัดการมูลฝอยโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนบ้านค านางรวย ใต้ ต าบลค าน าแซบ อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี และผู้วิจัยได้ทบทวนเอกสารและ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง มีรายละเอียดดังนี

2.1 แนวคิดเกี่ยวกับมูลฝอย 2.2 แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการมูลฝอย 2.3 แนวคิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วม 2.4 การวิจัยเชิงปฏิบัติการ 2.5 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.6 กรอบแนวคิดในการวิจัย 2.1 แนวคิดเกี่ยวกับมูลฝอย

2.1.1 ความหมายของมูลฝอย

มีผู้ให้ความหมายของ “มูลฝอย” ไว้ดังนี

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถานฉบับ พ.ศ. 2525 ได้ให้ค าจ ากัดความของค าว่า มูลฝอย หมายถึง เศษสิ่งของที่ทิ งแล้ว และ มูลฝอย หมายถึง หยากเยื่อมูลฝอย

พระราชบัญญัติสาธารณสุข พ.ศ. 2550 ให้ค าจ ากัดความของค าว่า มูลฝอย ไว้ดังนี

มูลฝอย หมายความว่า เศษกระดาษ เศษผ้า เศษอาหาร เศษสินค้า เศษวัตถุ

ถุงพลาสติก ภาชนะที่ใส่อาหาร เถ้า มูลสัตว์ ซากสัตว์ หรือสิ่งอื่นใดที่เก็บกวาดจากถนน ตลาด ที่เลี ยง สัตว์หรือที่อื่น และหมายความรวมถึงมูลฝอยติดเชื อ มูลฝอยที่เป็นพิษหรืออันตรายจากชุมชน

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (2550) ได้ให้ค าจ ากัดความของค าว่า มูลฝอย หมายถึง สิ่งเหลือใช้และสิ่งปฏิกูลที่อยู่ในรูปของแข็ง ซึ่งเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์และสัตว์ ทั งจาก การบริโภค การผลิต การขับถ่าย การด ารงชีวิตและอื่น ๆ

สิ่งปฏิกูล หมายถึง สิ่งสกปรก ของสกปรก ของเน่าเปื่อย อุจจาระหรือปัสสาวะ และหมายความรวมถึงสิ่งอื่นใดซึ่งเป็นสิ่งโสโครกหรือมีกลิ่นเหม็น

(23)

8 กรมควบคุมมลพิษ พ.ศ.2558 ให้ค าจ ากัดความของค าว่า มูลฝอย หมายถึง มูลฝอย อินทรีย์ มูลฝอยรีไซเคิล มูลฝอยอันตราย มูลฝอยทั่วไป

1) มูลฝอยอินทรีย์ หมายถึง มูลฝอยที่สามารถย่อยสลายง่ายตามธรรมชาติ เช่น เศษอาหาร เศษพืช ผัก ผลไม้ ฯลฯ

2) มูลฝอยรีไซเคิล หมายถึง มูลฝอยที่สามารถน าไปแปรรูปเพื่อใช้ประโยชน์ใหม่

ได้ เช่น แก้ว กระดาษ พลาสติก โลหะ ยาง ฯลฯ

3) มูลฝอยอันตราย หมายถึง มูลฝอยที่เป็นอันตรายหรือมีส่วนประกอบเป็นสารที่

มีอันตราย เช่น ซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่ กระป๋อง สเปรย์บรรจุสารเคมี ตลับหมึก หลอดไฟ ฯลฯ มูลฝอยประเภทนี ต้องมีการแยกทิ งจากมูลฝอยประเภท อื่นๆ เนื่องจากต้องน าไปก าจัดหรือบ าบัดด้วยวิธีเฉพาะเพื่อป้องกันความเป็นพิษปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม

4) มูลฝอยทั่วไป หมายถึง มูลฝอยที่สามารถย่อยสลายตามธรรมชาติได้ยาก หรือ น าไปรีไซเคิลไม่ได้หรือน าไปรีไซเคิลแล้วไม่คุ้มทุน เช่น ซอง/ถุงขนมขบเคี ยว ซองบะหมี่กึ่งส าเร็จรูป กระดาษห่ออาหาร ถุงพลาสติก/กล่องโฟม หลอดกาแฟ ซองกาแฟ ซองครีมเทียม ซองน าตาล ฯลฯ

มูลฝอย หมายถึง เศษสิ่งของต่างๆ ที่เหลือใช้จากกิจกรรม หรือหมดความจ าเป็นใน การอุปโภค บริโภคของมนุษย์ในขณะนั น หรือเศษซากต่างๆ ที่เกิดขึ นตามธรรมชาติหรือที่มนุษย์สร้าง ขึ นและไม่มีผู้ใดต้องการ มีลักษณะต่างกันตามแหล่งก าเนิด (เรือเอกวิทวัฒน์ สิงห์นาครอง, 2557)

มูลฝอย หมายถึง เศษผ้า เศษกระดาษ เศษอาหาร เศษสินค้า ถุงพลาสติก ภาชนะที่

ใส่อาหาร เถ้า มูลสัตว์หรือซากสัตว์ รวมตลอดถึงสิ่งอื่นใดที่เก็บกวาดจากถนน ตลาด ที่เลี ยงสัตว์หรือ ที่อื่น (วิมาลา พุทธวัน, 2556)

มูลฝอยชุมชน หมายถึง เศษกระดาษ เศษผ้า เศษอาหาร เศษสินค้า เศษวัตถุ

ถุงพลาสติก ภาชนะที่ใส่อาหาร เถ้ามูลสัตว์ ซากสัตว์หรือสิ่งอื่นใดที่เก็บกวาดจากถนน ตลาด ที่เลี ยง สัตว์หรือที่อื่น รวมถึงมูลฝอยติดเชื อ มูลฝอยที่เป็นพิษ อันตรายจากชุมชนหรือครัวเรือน (ปิยชาติ

ศิลปสุวรรณ, 2557)

ผู้วิจัยสรุปได้ว่า มูลฝอย หมายถึง สิ่งของต่างๆ ที่ทิ งแล้ว เหลือใช้จากขบวนการผลิต การใช้การบริโภคจากกิจกรรมของมนุษย์และสัตว์ หรือจากแหล่งธรรมชาติ มีความชื นหรือไม่มีความชื น อาจมีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์ ก่อให้เกิดผลกระทบที่ส่งผลต่อสุขภาพกายและจิตใจ

2.1.2 แหล่งก าเนิดของมูลฝอย (วิมาลา พุทธวัน, 2556)

2.1.2.1 มูลฝอยจากบ้านพักอาศัย (Residential Waste) เป็นมูลฝอยที่เกิดจากกิจกรรม การด ารงชีพของคนที่อาศัยอยู่ในบ้านพักอาศัยหรืออาคารชุดหรืออพาทเมนท์ ได้แก่ เศษอาหารจาก การเตรียมอาหารหรือจากการเหลือใช้ เศษกระดาษเศษพืชผัก ถุงพลาสติก ขวดพลาสติก ใบไม้ใบ หญ้า ภาชนะหรืออุปกรณ์ที่ช ารุดหรือเสื่อมคุณภาพเฟอร์นิเจอร์เก่าที่ช ารุด เศษแก้ว ฯลฯ

Referensi

Dokumen terkait

Expand types of pop-up vaccine centres Localhttps://www.thesundaily.my/local ASYRAF RASID/THESUN /   https://taongafarm.com/en/landings/gp/26?ref=W_030621_WW_35-