• Tidak ada hasil yang ditemukan

Prevalence and Model Development for Management of Amlodipine Induced Gingival Overgrowth in Patients with Hypertensive

N/A
N/A
Nguyễn Gia Hào

Academic year: 2023

Membagikan "Prevalence and Model Development for Management of Amlodipine Induced Gingival Overgrowth in Patients with Hypertensive "

Copied!
208
0
0

Teks penuh

Prevalence and model development for the treatment of amlodipine-induced gingival overgrowth in hypertensive patients. TITLE Prevalence and model development for the treatment of amlodipine-induced gingival overgrowth in hypertensive patients.

ความเป็นมาและความส าคัญของปัญหา

แอมโลดิพีนเป็นตัวป้องกันช่องแคลเซียมไดไฮโดรไพริดีนชนิดใหม่ที่ใช้รักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ เช่น ความดันโลหิตสูง สำหรับอาการปวดหัวใจ (โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ) และโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายมีการสั่งจ่ายแอมโลดิพีนอย่างกว้างขวางและมีผลข้างเคียงที่พบบ่อย (19,20) พ.ศ. 2526 โดยมีเหงือกขยายใหญ่ขึ้นอย่างน้อย 3 เดือนหลังการให้ยา ลักษณะของรอยโรคจะคล้ายกับรอยโรคที่เกิดจากฟีนิโทอินมาก อุบัติการณ์คือประมาณร้อยละ 30 ของผู้ป่วยที่ใช้ยานี้ (24) ยาเหล่านี้จะเพิ่ม Matrix ของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันนอกเซลล์ (connectiveเนื้อเยื่อนอกเซลล์เมทริกซ์) โดยรบกวนการผลิตเนื้อเยื่อยับยั้งเอนไซม์ metalloproteinase (TIMP) ซึ่งส่งผลให้การสลายเส้นใยคอลลาเจนลดลงเนื่องจากระดับและการทำงานของ เอนไซม์เมทริกซ์เมทัลโลโปรตีนเนส (MMP) ทำให้เหงือกบวมขึ้น (25,26,27)

ค าถามการวิจัย

กรอบแนวคิดที่ใช้ในการวิจัย

วัตถุประสงค์การวิจัย

ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

โรคความดันโลหิตสูง (47)

ยา Amlodipine (50)

ภาวะเหงือกโต (51)

อาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา

8 1) กลไกของผลข้างเคียงประเภท ก 1) สาเหตุทางเภสัชกรรม (2) สาเหตุทางเภสัชจลนศาสตร์ (3) สาเหตุทางเภสัชพลศาสตร์

การประเมินระดับความสัมพันธ์ของอาการไม่พึงประสงค์กับยาที่สงสัย (Causality

การวิเคราะห์ข้อมูลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพโดยใช้การถดถอยโลจีสติค (64)

ผังกราฟิก (63)

แผนที่มโนทัศน์ (64)

Author Definitions of Adverse Drug Effects Cluff, 1964 "Any unintended or unwanted consequence of drug treatment". Karch, 1975 "Any response to a drug which is harmful and unintended and occurs at doses used in humans for prophylaxis, diagnosis or therapy, other than failure to achieve its intended purpose".

การศึกษาวิจัยระยะที่ 1 : ปัญหาการจัดการภาวะเหงือกโตหลังการใช้ยา amlodipine

การศึกษาวิจัยระยะที่ 2 : อุบัติการณ์ของการเกิดเหงือกโตหลังการใช้ยา amlodipine

การศึกษาวิจัยระยะที่ 3 : ก าหนดแนวทางติดตาม เฝ้าระวัง ป้องกัน และจัดการ กับภาวะ

ในการวิเคราะห์ประเภทนี้ สามารถกำหนดมิติข้อมูลตั้งแต่หนึ่งมิติขึ้นไปได้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของข้อมูลกับจำนวนมิติในกระบวนการจัดทำแผนที่แนวคิด การวิเคราะห์คลัสเตอร์แบบลำดับชั้น: โครงร่างจะปรากฏขึ้น (รูปที่ 43) เลือก Dendrogram และเลือกไม่มีใต้กล่องน้ำแข็ง จากนั้นกดปุ่ม Continue

ผลการศึกษาวิจัยระยะที่ 1 : ปัญหาการจัดการภาวะเหงือกโตหลังการใช้ยา amlodipine . 117

147 (8) เลือกและคัดลอกพิกัดในรูปที่ 39 ลงในตาราง Excel (รูปที่ 40) จากนั้นคัดลอกและวางลงในตารางข้อมูล SPSS (รูปที่ 41) และเลือกไม่มีใต้ช่องน้ำแข็ง จากนั้นกดปุ่มดำเนินการต่อ

การศึกษาวิจัยระยะที่ 1

การศึกษาวิจัยระยะที่ 2

การศึกษาวิจัยระยะที่ 3

สรุปผลการศึกษา

ประสิทธิภาพของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรักษาโรคความดันโลหิตสูง

BMI = body mass index; BW = body weight; SBP = systolic blood pressure; DASH = Dietary Approaches to Stop Hypertension; DBP = diastolic blood pressure.

การประเมินความเสี่ยงโดยรวมต่อการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดใน 10 ปี

แนวทางการรักษาความดันโลหิตสูงด้วยวิธีการปรับพฤติกรรมและการให้ยาลดความดัน

กลุ่มยาลดความดันโลหิตที่ควรเลือกใช้ในสภาวะจ าเพาะ

ข้อห้ามใช้และข้อควรระวังในการใช้ยาลดความดันโลหิตกลุ่มต่าง ๆ

เภสัชจลนศาสตร์ของยากลุ่มป้องกันแคลเซียมอิออนซึมผ่านเยื่อหุ้มเซลล์

กลไกการเกิดผลข้างเคียงของยา แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ อาการที่เกิดจากฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของยา อาการจะรุนแรงหรือไม่? 3) อาการง่วงซึมเนื่องจากยาละลายเบนโซไดอะซีพีน 1) กลไกของผลข้างเคียงของยาชนิด A การประเมินสาเหตุของผลข้างเคียงของยา: การเปรียบเทียบผลลัพธ์ที่ได้จากอัลกอริธึมการตัดสินใจที่ตีพิมพ์และจากการประเมินของคณะผู้เชี่ยวชาญ

Vascular selectivity ข้อบ่งชี้ และผลข้างเคียงของยากลุ่มป้องกันแคลเซียมอิออนซึมผ่าน

ปฏิกิริยาระหว่างยา Amlodipine

กลุ่มยาที่ท าให้เกิดภาวะเหงือกโต

Phenytoin ทำให้เกิดเหงือกขยาย ในขณะที่ Nifedipine และ Cyclosporin A พบว่าอยู่ที่ 30% และ 25% ตามลำดับ สาเหตุของเหงือกขยายใหญ่ยังไม่สามารถสรุปได้ ผลการศึกษาพบว่าความเข้มข้นของนิเฟดิพีนในน้ำเหงือกเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อปัจจัยสำคัญของการขยายตัวของเหงือก ในขณะที่ระดับของนิเฟดิพีนในน้ำลายไม่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาของเหงือกที่ขยายใหญ่ขึ้น การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มข้นของฟีนิโทอินและไซโคลสปอริน เอ ในน้ำลายกับความรุนแรงของพยาธิสภาพในการพัฒนาเหงือกขยายใหญ่อย่างไม่มีข้อสรุปกับระดับความเข้มข้นของฟีนิโทอินในน้ำเหงือกไม่เกี่ยวข้องกัน

ค าจ ากัดความของเหตุการณ์อันไม่พึงประสงค์

ค าจ ากัดความของปฏิกิริยาอันไมพึงประสงค์จากการใช้ยา

การพักผ่อนรวมถึงการนอนด้วย การรักษาสภาวะทางอารมณ์ให้เป็นปกติ หมายเหตุ: * n=จำนวนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกลุ่มศึกษาหรือกลุ่มเปรียบเทียบ ถือเป็นขั้นตอนในการพัฒนาแนวปฏิบัติ มีการดำเนินการเพื่อติดตาม ป้องกัน ติดตาม และจัดการเหงือกเจริญเติบโตมากเกินไปหลังการใช้แอมโลดิพีนโดยใช้การทำแผนที่แนวคิด การประเมินสาเหตุของผลกระทบของยาที่ไม่พึงประสงค์: การเปรียบเทียบผลลัพธ์ที่ได้รับจากอัลกอริธึมการตัดสินใจที่เผยแพร่และจากการประเมินของคณะผู้เชี่ยวชาญ ตามระดับต่างๆ ของการระบุแหล่งที่มา .

Naranjo’s algorithm

การเปรียบเทียบความแตกต่างของกระบวนการสร้างแผนที่มโนทัศน์ของ Novak และ

เกณฑ์การประเมินเหงือกโต (gingival hyperplasia) (52)

เกณฑ์การประเมินดัชนีคราบอ่อน (Debris Index : DI) (52)

เกณฑ์การประเมินคราบหินปูน (Calculus Index : CI) (52)

เกณฑ์การประเมินเหงือกอักเสบ (Gingival Index : GI) (52)

ข้อมูลพื้นฐานของผู้เข้าร่วมการศึกษา

การเกิดเหงือกโต

ความสัมพันธ์ของการเกิดเหงือกโตระหว่างกลุ่มศึกษาและกลุ่มเปรียบเทียบ

การก าหนดตัวแปรที่ใช้ในการเก็บข้อมูล

ข้อมูลความเกี่ยวข้องของปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดเหงือกโต

Management of periodontal disease in patients using calcium channel blockers – gingival overgrowth, prescribed medications, treatment responses and additional treatment costs. Prevalence of gingival overgrowth among elderly patients under amlodipine therapy at a large Indian teaching hospital.

ข้อมูลผู้ป่วยที่เกิดเหงือกโตหลังจากใช้ยา amlodipine ประเมินด้วย Naranjo’s

ผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในมิติสุขภาพช่องปากของผู้ที่เกิดเหงือกโต

รายการความคิด

มาตราส่วนหลายมิติ (สร้างความใกล้ชิดจากข้อมูล (รูปที่ 35) กดปุ่มวัด

รายการความคิด (หลังปรับ)

กรอบแนวคิดงานวิจัย

ความดันโลหิตสูง (Hypertension) หมายถึง ความดันโลหิตตัวบน (SBP)  140 มม. ปรอท และ/หรือ ความดันโลหิตตัวล่าง (DBP)  90 มม. .Hg สามารถลด SBP ได้ การรับประทานอาหารแบบ DASH จะช่วยลด SBP ได้ 8-14 mmHg การจำกัดโซเดียมในอาหารให้น้อยลง SBP ลดลง 2-8 mm.Hg เมื่อออกกำลังกายแบบแอโรบิค BMI = ดัชนีมวลกาย; BW = น้ำหนักตัว; SBP = ความดันโลหิตซิสโตลิก; DASH = แนวทางการบริโภคอาหารเพื่อหยุดความดันโลหิตสูง DBP = ความดันโลหิตตัวล่าง

แนวทางการเริ่มต้นรักษาและการปรับขนาดยาลดความดันโลหิต

การเลือกใช้ยาลดความดันโลหิตที่สามารถเสริมฤทธิ์กัน

ระหว่างค่าเฉลี่ยของคะแนนความเป็นไปได้และความสำคัญ ดังแสดงในรูปที่ 17 รูปที่ 16 คะแนนความคิดเฉลี่ย แบ่งตามแนวคิดกลุ่มย่อย ขั้นตอนแรกคือกระบวนการสร้างแผนที่ การใช้ตาราง Excel ที่ได้จากขั้นตอน จัดระเบียบความคิด มาวิเคราะห์โดยใช้สถิติกันดีกว่า การวิเคราะห์แบบสองมิติ ไม่ใช่เมตริก แบบหลายมิติ การวิเคราะห์ประเภทนี้สามารถเปรียบเทียบได้กับการสร้างแผนที่ของประเทศต่างๆ ในการวิเคราะห์ประเภทนี้ เราสามารถระบุได้ตั้งแต่ 1 มิติขึ้นไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของข้อมูลสำหรับจำนวนมิติในกระบวนการสร้างแผนผังแนวคิด Trochim สำเร็จแล้ว 92 การตีความแนวคิดผลลัพธ์ เป็นกระบวนการแผนผังที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ จัดเรียงตัวเลขตามลำดับ 5.4) แผนที่คลัสเตอร์เป็นแผนที่ที่แสดงการจัดกลุ่มความคิดผ่านการวิเคราะห์คลัสเตอร์

แนวทางในการเลือกใช้ยาจากข้อมูลของ NICE/British Hypertension Society

สูตรโครงสร้างของ Amlodipine ((RS)-3-ethyl 5-methyl 2-[(2-

แผนที่มโนทัศน์ (Concept Map) เกี่ยวกับคุณลักษณะเฉพาะของแผนที่มโนทัศน์,

แผนที่มโนทัศน์แบบที่ 2

การสร้างแผนที่มโนทัศน์ที่ดี

แผนที่มโนทัศน์แบบที่ 1 ที่ตอบค าถามเจาะจงว่า “เหตุใดจึงมีฤดูกาล”

ขั้นตอนการสร้างแผนที่มโนทัศน์แบบบูรณาการ

หลังจากการระดมความคิดจะให้ชุดแนวคิดตาม 'คำถามเฉพาะเจาะจง' แก่คุณ ขั้นตอนต่อไปคือการค้นหา ความสัมพันธ์ของแต่ละแนวคิดที่ได้รับ โดยทั่วไปจะใช้เพื่อจัดกลุ่มและให้คะแนนแนวคิดตามเกณฑ์ รูปที่ 13 แสดงการจัดกลุ่มความคิดและแนวคิด ใส่ข้อมูลการจัดกลุ่มในตาราง Excel รูปที่ 14: สมุดงาน Excel ที่มีผลรวมของสมุดงานทั้งหมด รูปที่ 15: การวางข้อมูลคะแนนในตาราง Excel 90 คะแนนความคิดเฉลี่ยของแต่ละแนวคิดสามารถจัดกลุ่มออกเป็นกลุ่มย่อยและกลายเป็นคะแนนเฉลี่ยของกลุ่มได้ ดังแสดงในรูปที่ 16 Marquart, Pollak และ Bickman (66) ใช้แผนที่แนวคิด เพื่อประเมินคุณภาพการบริการ หนึ่งในการศึกษาจำนวนมากคือ Ft

Logic model

แผนที่มโนทัศน์แสดงถึงกระบวนการจัดการผู้ป่วยสมองเสื่อมซึ่งใช้ กระบวนการ

แสดงการจัดกลุ่มความคิดและน าข้อมูลการจัดกลุ่มลงในตารางเอกซ์เซล

สมุดงานเอ็กซ์เซลที่เป็นผลบวกของทุกสมุดงาน

การน าข้อมูลการให้คะแนนมาใส่ในตารางเอ็กซ์เซล

คะแนนความคิดเฉลี่ย แบ่งตามกลุ่มย่อยความคิด

การน าคะแนนเฉลี่ยของความเป็นไปได้และความส าคัญของแต่ละบัตรความคิดมา

ระหว่างค่าเฉลี่ยของคะแนนความน่าจะเป็นและความสำคัญ ดังแสดงในรูปที่ 17 ขั้นตอนแรกคือกระบวนการสร้างแผนที่ ใช้ตาราง Excel ที่ได้จากขั้นตอน จัดเรียงความคิด มาวิเคราะห์โดยใช้สถิติกัน การปรับขนาดหลายมิติแบบไม่ใช่เมตริกแบบสองมิติ การวิเคราะห์ประเภทนี้ สามารถเปรียบเทียบได้กับการสร้างแผนที่ของประเทศต่างๆ ในการวิเคราะห์ประเภทนี้ เราสามารถระบุได้ตั้งแต่ 1 มิติขึ้นไป ขึ้นอยู่กับความสามารถในการบังคับใช้ข้อมูลสำหรับจำนวนมิติในกระบวนการสร้างแผนที่แนวคิดของ Trochim สำเร็จได้ 92 การตีความแนวคิดที่เป็นผลลัพธ์ เป็นกระบวนการไดอะแกรมที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ ตัวเลขเรียงตามลำดับ 5.4) แผนที่กลุ่มเป็นแผนที่ที่แสดงการจัดกลุ่มความคิดผ่านการวิเคราะห์กลุ่ม

ขั้นตอนการวิจัย

เกณฑ์การให้คะแนนของดัชนีคราบอ่อน

แสดงบริเวณ (Segment) ที่ท าการตรวจตามดัชนีคราบอ่อน (Debris index)

ผลการวิเคราะห์ด้วยโปรแกรม STATA

Wald Test (Zj)= βj se(β) จากภาพประกอบที่ 22 สรุปได้ว่า

ผลการวิเคราะห์ด้วยโปรแกรม STATA

ในการศึกษานี้จะใช้วิธีการถดถอยโลจิสติกแบบขั้นตอนตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

ผลการค านวณค่าสถิติของตัวแปร smoke

ผลการค านวณค่าสถิติของตัวแปร smoke และ CI

ผลการตรวจสอบความเหมาะสมของสมการถดถอยโลจิสติคด้วย Hosmer-

แสดงการจัดกลุ่มความคิดและน าข้อมูลการจัดกลุ่มลงในตารางเอกซ์เซล

สมุดงานเอ็กซ์เซลที่เป็นผลบวกของทุกสมุดงาน

การน าข้อมูลการให้คะแนนมาใส่ในตารางเอ็กซ์เซล

น าคะแนนเฉลี่ยของความเป็นไปได้และความส าคัญของแต่ละบัตรความคิดมาใส่ใน

ผลรวมของการจัดกลุ่มความคิดที่น ามาจากตารางเอ็กซ์เซลถ่ายลงในตารางการ

การเลือกค าสั่งเพื่อจะวิเคราะห์ Multidimensional scaling

กล่องตอบโต้ที่ 1 Data Format และ Number of Sources

การคัดเลือกตัวแปรเพื่อวิเคราะห์

การเลือก Model

การเลือกวิธีการวัด

แผนที่จุด (point map) ที่ได้จากการวิเคราะห์ และค่าสถิติที่ได้

ค่าพิกัดของแต่ละจุดบนแผนที่จุด (Final Coordinates)

ค่าพิกัดของแต่ละจุดบนแผนที่จุด (Final Coordinates) ในโปรแกรม excel

ค่าพิกัดของแต่ละจุดบนแผนที่จุด (Final Coordinates) ในโปรแกรม SPSS

การวิเคราะห์ด้วย Hierarchical Cluster Analysis

การเลือกรายละเอียดเพื่อการวิเคราะห์ด้วย Hierarchical Cluster Analysis

การเลือกสถิติในเมนู Hierarchical Cluster Analysis: Statistics

การเลือกการแสดงผลข้อมูลในเมนู Hierarchical Cluster Analysis: Plots

การเลือกวิธีการทดสอบในเมนู Hierarchical Cluster Analysis: Method

ผลการวิเคราะห์ข้อมูล

Dendrogram

Cluster map (ก่อนปรับ)

Cluster map (หลังปรับ)

แผนที่มโนทัศน์แสดงถึงรูปแบบการดูแลผู้ป่วยภาวะเหงือกโตจากการใช้ยา

Referensi

Dokumen terkait

Attachments: i Authorization Letter duly signed by the Vice Chancellor/Rector/CEO ii Detail CV of the Team Leader/Principal Investigator Selection Criteria  Innovation 