การศึกษาความต้องการและแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพ ชีวิตผู้สูงอายุ ขององค์การบริหารส่วนตำบลม่วงกลวง
อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง
The Study of Requirements and Guidelines for Promoting and Improving the Quality of Life of the Elderly of Muangkluang Subdistrict Administrative Organization,
Kapoe District, Ranong Province.
ลลิตา หาญโสดา1, อัศว์ศิริ ลาปีอี2, สุพัฒพงศ์ แย้มอิ่ม3 Lalita Hansoda1 , Aussiri Lapi-e2, Supatpong Yamim3
1 สาขาวิชาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
โทร 083-5289157 อีเมล์ [email protected]
2 สาขาวิชาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
โทร 086-2981703 อีเมล์ [email protected]
3 สาขาวิชาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
โทร 081-4999833 อีเมล์ [email protected]
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการของผู้สูงอายุต่อการให้บริการ ด้าน การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตตามมาตรฐานที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนดใน การสงเคราะห์ผู้สูงอายุ 2) เปรียบเทียบปัจจัยที่มีผลต่อความต้องการในการให้บริการด้านการส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ และ 3) เสนอแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ
ภายใต้ภารกิจการให้บริการขององค์การบริการส่วนตำบลม่วงกลวง อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง การวิจัยเป็นแบบผสานวิธี โดยการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล จากผู้สูงอายุที่ได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลม่วงกลวง อำเภอกะเปอร์
จังหวัดระนอง จำนวน 207 คน การวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การสนทนากลุ่ม จากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานที่
เกี่ยวข้องต่อการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลม่วงกลวง จำนวน 5 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการเจาะจง การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย
และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบ ได้แก่ สถิติทดสอบที และการวิเคราะห์ความแปรปรวน ทางเดียว และใช้การวิเคราะห์เนื้อหาสำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพ
ผลการวิจัยพบว่า 1) ผู้สูงอายุมีความต้องการในการให้บริการด้านการส่งเสริมและ พัฒนาคุณภาพชีวิต โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อจำแนกเป็นด้าน พบว่า อยู่ในระดับมาก 4 ด้าน คือ ด้านรายได้ ด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาล ด้านความมั่นคงทางสังคม ครอบครัว ผู้ดูแล และ การคุ้มครอง และด้านนันทนาการ ส่วนระดับปานกลาง ได้แก่ ด้านการสร้างบริการและเครือข่าย การเกื้อหนุน และด้านที่พักอาศัย 2) การเปรียบเทียบปัจจัยที่มีผลต่อความต้องการของผู้สูงอายุ
จำแนกตามคุณลักษณะส่วนบุคคล พบว่า อายุ การอาศัยอยู่ร่วมกันภายในบ้าน การอุปการะเลี้ยงดู
ผู้อื่น การมีผู้อุปการะเลี้ยงดู โรคประจำตัว ระดับการศึกษา และอาชีพ ที่แตกต่างกัน มีความต้องการ ในการให้บริการด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุที่ต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
ที่ระดับ .05 3) แนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ได้แก่ ส่งเสริมการมีส่วน ร่วมของทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน ภาคีเครือข่ายและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการระดมความคิดเห็น โดยให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมตั้งแต่ระดับนโยบาย การ วางแผน และระดับบริหาร เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุ ควรเพิ่มงบประมาณในการจัด โครงการส่งเสริมอาชีพ และควรสำรวจ ความต้องการของผู้สูงอายุหรือครัวเรือนที่มีผู้สูงอายุในการ อบรมฝึกอาชีพ ควรจัดอบรมให้ความรู้ ในการดูแลผู้สูงอายุโดยบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดให้มีรถฉุกเฉินในการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ส่งเสริมให้มีกิจกรรมจิตอาสาในการดูแลผู้สูงอายุที่
อาศัยโดยลำพัง จัดตั้งโรงเรียนและศูนย์สำหรับผู้สูงอายุ ตลอดถึงปรับสภาพที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้สูงอายุ
ที่มีความลำบาก โดยบูรณาการร่วมกันระหว่างองค์การบริหารส่วนตำบลม่วงกลวงกับกรมกิจการ ผู้สูงอายุ
คำสำคัญ : ความต้องการ การส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ
Abstract
The objectives of this research were 1) to study the requirement of elderly for the provision of services for promotion and development of quality of life according to the standards fixed by the Department of Local Administration for serving the elderly, 2) to compare the factors affecting the requirement for services in order to promote and improve the quality of life of the elderly, and 3) to propose
guidelines for promoting the quality of life of the elderly under the services of Muangkluang Subdistrict Administrative Organization, Kapoe District, Ranong Province.
The research methodology was a mixed method, quantitative research using a questionnaire to collect data from 207 elderly people who received a living allowance in Muang Kluang Sub-district Administrative Organization, Kaper District, Ranong Province, totaling 207 respondents. For qualitative research, the group discussion was used consisted of 5 officers who involved in the promotion of the quality of life of the elderly in the Muangkluang Subdistrict Administrative Organization. The data were analyzed by basic statistics included percentage, mean and standard deviation, t-test and One way ANOVA. And using content analysis for qualitative data.
The research results showed that: 1) The requirements for promote and develop the quality of elderly was at a high level in overall. When classified by aspect, it was found that at a high level, 4 areas were income, health and medical care, social security, family care and protection and recreation respectively. The moderate level was service building and mobility network, and housing respectively. 2) The requirements of the elderly classified by personal characteristics regarding the different age, living together in the same house, caring for other, having a foster caretakers, congenital disease, educational level and occupation were different with a statically significant level of 0.05. 3) The guidelines for promoting and improving the quality of life for elderly included promoting participation of communities from all sectors, whether they are the elderly, Local Administrative Organizations, networks and agencies involved in brainstorming, allowing the elderly to participate from the policy, planning and management to meet the needs of the elderly, the budget should be increased for organizing career promotion projects, and should survey the needs of the elderly or in households elderly people for vocational training, should provide training and knowledge on elderly
care by integrating with relevant and provide emergency vehicles to help in a timely manner, encourage volunteer activities to care for the elderly who live alone, establish a school and center for the elderly as well as adjusting housing conditions for the elderly who are in difficulty by integrating between the Muangkluang Subdistrict Administrative Organization and the Department of Elderly Affairs.
Keywords: Requirements, Promoting and Improving, Quality of Life of the Elderly
ความสำคัญของปัญหา
ในปัจจุบันโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่สังคมผู้สูงอายุ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หลายประเทศเริ่มประสบ ปัญหาจากการที่มีจำนวนประชากรผู้สูงอายุและเด็ก มากกว่าวัยแรงงาน โดยในปี 2564 ที่ผ่านมา ประเทศไทยถือได้ว่าเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” เนื่องจากมีสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป สูงถึงร้อยละ 20 ของจำนวนประชากรทั้งหมด ขณะที่ประชากรในวัยแรงงานมีแนวโน้มลดลง (สำนักงานสถิติแห่งชาติ, 2561) รัฐบาลต้องสนับสนุนงบประมาณด้านสวัสดิการให้แก่ผู้สูงอายุมาก ขึ้น เป็นเหตุผลหนึ่งที่ผู้สูงอายุมีความต้องการในการได้รับสวัสดิการสังคมจากรัฐหรือจากภาคส่วน อื่น ๆ เพื่อต้องการให้ตนเองมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขและมีศักดิ์ศรี
ในการจัดระบบบริการสาธารณะแก่ประชาชน ได้มีพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอน การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 เพื่อให้มีอำนาจในการดำเนิน ภารกิจดังกล่าว โดยได้มีการถ่ายโอนภารกิจ อำนาจหน้าที่ งบประมาณ และบุคคลากรบางส่วนจาก ส่วนกลางและส่วนภูมิภาคไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการดำเนินการในด้านการศึกษาทั้งใน และนอกระบบ การสังคมสงเคราะห์เด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาส มีการจัดกิจกรรม นันทนาการ การกีฬา และบริการด้านสุขภาพ อีกทั้งการบัญญัติเกี่ยวกับการปกครองส่วนท้องถิ่นไว้
เป็นการเฉพาะในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่กล่าวถึงการ กระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการจัดสวัสดิการผู้สูงอายุ
ด้วยเหตุผลและสภาพการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรดังกล่าว มีส่วนต่อการ เปลี่ยนแปลงรูปแบบการเกื้อหนุนต่อผู้สูงอายุ อีกทั้งท้องถิ่นแต่ละที่มีความแตกต่างกัน ดังนั้นปัญหา ก็ย่อมแตกต่างตามไปด้วย หากผู้บริหารงานทราบถึงปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของ ประชาชนและบริหารงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพก็จะเป็นการดีต่อท้องถิ่นนั้น
เพราะฉะนั้นการจัดสวัสดิการให้กับผู้สูงอายุที่จะเพิ่มต่อไปในอนาคต ซึ่งจะต้องคำนึงถึงคุณลักษณะ ของผู้สูงอายุที่มีความแตกต่างกันด้วย ผู้วิจัยจึงต้องการศึกษาความต้องการและแนวทางในการ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ขององค์การบริการส่วนตำบลม่วงกลวง อำเภอกะเปอร์
จังหวัดระนอง โดยนำตัวชี้วัดตามมาตรฐานที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนดในการ สงเคราะห์ผู้สูงอายุมาใช้ในการศึกษาความต้องของผู้สูงอายุในด้านต่างๆ
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1. เพื่อศึกษาความต้องการของผู้สูงอายุ ต่อการให้บริการด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพ ชีวิตผู้สูงอายุ ตามมาตรฐานที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนดในการสงเคราะห์ผู้สูงอายุ
2. เพื่อเปรียบเทียบปัจจัยที่มีผลต่อความต้องการในการให้บริการด้านการส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ
3. เพื่อเสนอแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ภายใต้ภารกิจการให้บริการ ขององค์การบริการส่วนตำบลม่วงกลวง อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง
สมมติฐานการวิจัย
ผู้สูงอายุในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลม่วงกลวง อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง ที่มี
เพศ อายุ สถานภาพ การมีบุตร ผู้อาศัยภายในบ้าน กรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย การอุปการะผู้อื่น การ มีผู้อุปการะ โรคประจำตัว ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือนที่แตกต่างกัน มีความ ต้องการต่อการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ต่างกัน
ขอบเขตการวิจัย
ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้กำหนดขอบเขตในการศึกษาไว้ 4 ประการ 1. ขอบเขตด้านเนื้อหา
ศึกษาความต้องการของผู้สูงอายุ ต่อการให้บริการด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ ตามมาตรฐานที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนดในการสงเคราะห์ผู้สูงอายุ
ได้แบ่งออกเป็น 6 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านนันทนาการ 2. ด้านที่พักอาศัย 3. ด้านรายได้ 4. ด้านสุขภาพ และการรักษาพยาบาล 5. ด้านความมั่นคงทางสังคม ครอบครัว ผู้ดูแลและการคุ้มครอง และ 6. ด้านการสร้างบริการและเครือข่ายการเกื้อหนุน
2. ขอบเขตด้านพื้นที่
ผู้ศึกษาได้เลือกเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลม่วงกลวง อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง จำนวน 4 หมู่บ้าน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ท้าทายต่อการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุตาม มาตรฐานกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกำหนด อีกทั้งเป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรม
1.3 ขอบเขตด้านประชากร
โดยการวิจัยเชิงปริมาณ ได้เลือกประชากรผู้สูงอายุในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบล ม่วงกลวง อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง ซึ่งจะใช้การสุ่มอย่างง่ายจากสูตร ทาโร่ ยามาเน่ จำนวน 207 คน สำหรับการวิจัยเชิงคุณภาพจะใช้การจัดสนทนากลุ่ม ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ในองค์การ บริหารส่วนตำบลม่วงกลวง อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง จำนวน 5 คน
1.4 ขอบเขตด้านเวลา
ผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนธันวาคม 2564 - เดือนเมษายน 2565
วิธีดำเนินการวิจัย
ระเบียบวิจัยใช้เป็นแบบผสานวิธี (Mix Method) เป็นการศึกษาจากตำรา เอกสารและงานวิจัย ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นแนวทางในการสร้างเครื่องมือวิจัยให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และ กรอบแนวคิดของการวิจัย ซึ่งจะใช้แบบสอบถามและการจัดสนทนากลุ่มเป็นเครื่องมือวิจัย เมื่อได้
แบบสอบถามฉบับร่างแล้ว จึงเสนออาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อตรวจสอบความถูกต้องและความ ครอบคลุมของเนื้อหา แล้วให้ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน ตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือความ เที่ยงตรงของเนื้อหาและความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ โดยผลการตรวจสอบค่า IOC จากนั้นจึง นำแบบสอบถามไปทดลองใช้ (Tyr-out) กับประชากรในพื้นที่ข้างเคียง จำนวน 30 ชุด ผลการหา ค่า Reliability ผลปรากฏว่าได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.90
เครื่องมือการวิจัย
การวิจัยเชิงปริมาณ ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัย ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยการประมวล แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ สำหรับการวิจัยเชิง คุณภาพ ผู้วิจัยใช้การจัดสนทนากลุ่มเพื่อหาแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ
ในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลม่วงกลวง อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง
การเก็บรวบรวมข้อมูล
ผู้วิจัยดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล 2 ส่วนคือ การเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถามและ จากการสนทนากลุ่ม ผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยแจกแบบสอบถามแก่กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 207 ชุด โดยรับกลับคืนมาทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 100นำแบบสอบถามดังกล่าวมา ตรวจสอบความถูกต้องและดำเนินการทางสถิติต่อไป ในส่วนการจัดสนทนากลุ่ม ได้ทำการเลือก เจ้าที่หน้าขององค์การบริหารส่วนตำบลม่วงกลวง ที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ จำนวน 5 คน โดยนำประเด็นที่ได้จากการสรุปข้อเสนอแนะในแบบสอบถาม
การวิเคราะห์ข้อมูล
การวิจัยเชิงปริมาณผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ได้แก่ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่า ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สำหรับการทดสอบสมมติฐานการวิจัย ได้แก่ การทดสอบค่าที (t-test) ใน กรณีที่ตัวแปรต้นมีกลุ่ม 2 กลุ่มประชากร และการวิเคราะห์ค่าความแปรปรวนทางเดียว (One way ANOVA) ในกรณีที่ตัวแปรต้นมีมากกว่า 2 กลุ่มประชากร ที่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 การวิจัยเชิงคุณภาพ ข้อมูลที่ได้จากการจัดสนทนากลุ่ม ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลแบบอุปนัย นำข้อมูลมาเรียบเรียง แล้ววิเคราะห์ในประเด็นต่าง ๆ เพื่อหาความเชื่อมโยง
สรุปผลการวิจัย
1. ความต้องการของผู้สูงอายุ ต่อการให้บริการด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามมาตรฐานที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนดในการสงเคราะห์ผู้สูงอายุในเขต พื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลม่วงกลวง อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง
1.1 ผู้สูงอายุในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลม่วงกลวง จำนวน 207 คน ที่เป็นกลุ่ม ตัวอย่างเป็นเพศชายและเพศหญิง จำนวนใกล้เคียงกัน ส่วนใหญ่มีอยู่ในช่วงระหว่าง 60-69 ปี
มีสถานภาพสมรส ปัจจุบันอาศัยอยู่กับบุตร หลาน ในส่วนของกรรมสิทธิ์ของที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่
เป็นของตนเองและ/หรือคู่สมรส ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ไม่ต้องอุปการะเลี้ยงดผู้อื่น แต่ได้รับการอุปการะ จากผู้อื่น ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว มีระดับการศึกษาต่ำกว่าระดับมัธยมศึกษา ไม่ได้
ประกอบอาชีพ มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท
1.2 ผู้สูงอายุ มีความต้องการด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต ภาพรวมอยู่ในระดับ มาก โดยด้านรายได้มีความต้องการมากที่สุด รองลงมาได้แก่ ด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาล ด้านความมั่นคงทางสังคม ครอบครัว ผู้ดูแล และการคุ้มครอง และด้านนันทนาการ ตามลำดับ ส่วนความต้องการในระดับปานกลาง ได้แก่ ด้านการสร้างบริการและเครือข่ายการเกื้อหนุน และด้านที่พักอาศัย
2. ปัจจัยที่มีผลต่อความต้องการในการให้บริการด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ
จากการเปรียบเทียบปัจจัยที่มีผลต่อความต้องการของผู้สูงอายุ จำแนกตามลักษณะส่วน บุคคล พบว่า อายุ การอาศัยอยู่ร่วมกันภายในบ้าน การอุปการะเลี้ยงดูผู้อื่น การมีผู้อุปการะเลี้ยงดู
โรคประจำตัว ระดับการศึกษา และ อาชีพ ที่แตกต่างกัน มีความต้องการในการให้บริการด้านการ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุที่ต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สำหรับ ปัจจัยด้านเพศ สถานภาพ การมีบุตร กรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย และรายได้ต่อเดือน ที่แตกต่างกัน มี
ความต้องการที่ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. การวิเคราะห์แนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ขององค์การ บริหารส่วนตำบล ม่วงกลวง อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง
ควรส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น ชุมชน ภาคีเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการระดมความคิดเห็น จัดวางแนวทาง ในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วม ตั้งแต่ระดับนโยบาย การ วางแผน และระดับบริหาร เพื่อตรงกับความต้องการของผู้สูงอายุในพื้นที่ ควรเพิ่มงบประมาณและ สำรวจความต้องการในการจัดโครงการส่งเสริมอาชีพ ควรจัดอบรมให้ความรู้ในการดูแลผู้สูงอายุ
โดยบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ และจัดให้มีรถฉุกเฉินในการช่วยเหลือประชาชน ควรส่งเสริมให้มีกิจกรรมจิตอาสาในการดูแลผู้สูงอายุที่อาศัยโดยลำพัง ควรจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ
และศูนย์บริการผู้สูงอายุ ควรปรับสภาพที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้สูงอายุที่มีความลำบาก โดยบูรณาการ ร่วมกับกรมกิจการผู้สูงอายุ
อภิปรายผล
1. ผลการศึกษาความต้องการของผู้สูงอายุ ต่อการให้บริการด้านการส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ตามมาตรฐานที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนดในการสงเคราะห์
ผู้สูงอายุ ในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลม่วงกลวง อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง ในภาพรวม อยู่ในระดับมาก ( = 3.75, S.D. = 0.83) สอดคล้องกับงานวิจัยของ ไพสิฐ อภิชาโน และปิยะ ธิดา อภัยภักดิ์ (2563) ที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการสังคมให้กับผู้สูงอายุของเทศบาล ตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ผลการวิจัยพบว่า การจัดสวัสดิการสังคมให้กับ ผู้สูงอายุ ภาพรวมมีการจัดสวัสดิการอยู่ในระดับมาก ด้านที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือด้านการส่งเสริมรายได้
2. ผลการเปรียบเทียบปัจจัยที่มีผลต่อความต้องการในการให้บริการด้านการส่งเสริมและ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ตามมาตรฐานที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนดในการ สงเคราะห์ผู้สูงอายุ อภิปรายได้ดังนี้
2.1 ผู้สูงอายุที่มีเพศที่แตกต่างกัน มีความต้องการต่อการให้บริการด้านการส่งเสริมและ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ไม่แตกต่างกันทางสถิติที่ระดับ .05 สอดคล้องกับงานวิจัยของ ประ ยุทธ ทองอยู่ (2560) ที่พบว่าเพศที่ต่างกัน มีทัศนคติต่อการจัดการสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุในเขต พื้นที่ตำบลคลองตำหรุ ไม่แตกต่างกัน
2.2 ผู้สูงอายุที่มีอายุที่แตกต่างกัน มีความต้องการต่อการให้บริการด้านการส่งเสริมและ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 สอดคล้องกับ งานวิจัยเรื่อง การจัดสวัสดิการที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุในแต่ละช่วงวัย พบว่า การจัดสวัสดิการ จำเป็นต้องจัดให้ครอบคลุมทุกด้านและจัดให้เหมาะสมสำหรับแต่ละช่วงวัย โดยคำนึงถึงสมรรถนะ ทางร่างกายและความจำเป็นในการดำรงชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุ
2.3 ผู้สูงอายุที่มีสถานภาพแตกต่างกัน มีความต้องการต่อการให้บริการด้านการส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ไม่แตกต่างกันทางสถิติที่ระดับ .05 สอดคล้องกับงานวิจัยของ ภัทรภร จันหนองหว้า (2562) ที่ได้ทำการศึกษาความต้องการในการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุใน เขตเทศบาลตำบลแวงน่าง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม พบว่ามีความต้องการในการจัด สวัสดิการสังคมของผู้สูงอายุไม่แตกต่างกันทางสถิติที่ระดับ .05
2.4 ผู้สูงอายุที่ไม่มีบุตรกับผู้สูงอายุที่มีบุตร มีความต้องการต่อการให้บริการด้านการ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ไม่แตกต่างกันทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนใหญ่ผู้สูงอายุใน พื้นที่ตำบลม่วงกลวง จะมีบุตร สูงถึงร้อยละ 93.2 แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีความต้องการที่ไม่แตกต่าง กับผู้สูงอายุที่ไม่มีบุตร
2.5 ผู้สูงอายุที่มีผู้อยู่อาศัยในบ้านแตกต่างกัน มีความต้องการต่อการให้บริการด้านการ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ที่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และ 0.01 สอดคล้องกับงานวิจัยของ ประยุทธ ทองอยู่ (2560) ที่พบว่าลักษณะการอยู่อาศัยในครอบครัวที่
ต่างกัน มีทัศนคติต่อการจัดการสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุในเขตพื้นที่ตำบลคลองตำหรุ แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2.6 กรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย มีความต้องการต่อการให้บริการด้านการส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ไม่แตกต่างกันทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนใหญ่ผู้สูงอายุในตำบลม่วงกลวงจะมี
กรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองหรือคู่สมรส ร้อยละ 89.4
2.7 การอุปการะเลี้ยงดูผู้อื่น มีความต้องการต่อการให้บริการด้านการส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ถึงแม้ว่าผู้สูงอายุส่วนใหญ่
ในพื้นที่ตำบลม่วงกลวง ไม่ต้องอุปการะเลี้ยงดูผู้อื่นสูงถึง ร้อยละ 80.2 แต่ก็ยังคงมีความต้องการที่
ไม่แตกต่างกันกับผู้ที่ต้องอุปการะผู้อื่น
2.8 การมีผู้อุปการะเลี้ยงดู มีความต้องการต่อการให้บริการด้านการส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ถึงแม้ว่าผู้สูงอายุในพื้นที่
ตำบลม่วงกลวงจะมีผู้อุปการะ ร้อยละ 52.7 แต่ก็ยังมีความต้องการที่ไม่แตกต่างกับผู้ที่ไม่มีคนอุปการะเลี้ยงดู
2.9 ผู้สูงอายุที่ไม่มีโรคประจำตัวกับมีโรคประจำตัว มีความต้องการต่อการให้บริการด้าน การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ในตำบลม่วงกลวง มีโรคประจำตัว จึงมีความต้องการที่แตกต่างกับผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัว 2.10 ผู้สูงอายุที่มีระดับการศึกษาที่แตกต่างกัน มีความต้องการต่อการให้บริการด้านการ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ที่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่ง สอดคล้องกับงานวิจัยของ ไพสิฐ อภิชาโน และปิยะธิดา อภัยภักดิ์ (2563) ทำการศึกษาเกี่ยวกับ การจัดสวัสดิการสังคมให้กับผู้สูงอายุของเทศบาลตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัด นครปฐม พบว่าระดับการศึกษา ที่แตกต่างกันมีความคิดเห็นต่อการจัดสวัสดิการสังคมให้กับผู้สูงอายุแตกต่างกัน 2.11 ผู้สูงอายุที่มีอาชีพแตกต่างกัน มีความต้องการต่อการให้บริการด้านการส่งเสริมและ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ที่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สอดคล้องกับงานวิจัย ของ ประยุทธ ทองอยู่ (2560) ที่พบว่าอาชีพ ที่ต่างกัน มีทัศนคติต่อการจัดการสวัสดิการสังคม ผู้สูงอายุในเขตพื้นที่ตำบลคลองตำหรุ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2.12 ผู้สูงอายุที่มีรายได้แตกต่างกัน มีความต้องการต่อการให้บริการด้านการส่งเสริมและ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ที่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งสอดคล้องกับ งานวิจัยของ ไพสิฐ อภิชาโน และปิยะธิดา อภัยภักดิ์ (2563) ทำการศึกษาเกี่ยวกับการจัด สวัสดิการสังคมให้กับผู้สูงอายุของเทศบาลตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ที่พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อเดือนแตกต่างกันมีความคิดเห็นต่อการจัดสวัสดิการสังคมให้กับผู้สูงอายุแตกต่างกัน
ข้อเสนอแนะ
1. ในการให้บริการด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุควรสอดคล้องกับปัจจัย ส่วนบุคคลที่ต่างกัน
2. ควรส่งเสริมการสร้างเครือข่ายทางสังคมในชุมชนอย่างไม่เป็นทางการ และที่เป็นทางการ ในรูปแบบชมรมผู้สูงอายุ โรงเรียนผู้สูงอายุ ศูนย์บริการเพื่อผู้สูงอายุ เป็นต้น
3. ควรส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสมกับความต้องการของผู้สูงอายุ ช่วยเหลือครอบครัวที่มี
ผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึงพิง และสวัสดิการด้านสุขภาพ โดยมีการส่งเสริมให้มีจิตอาสาในการดูแล ผู้สูงอายุที่อาศัยโดยลำพัง และจัดอบรมให้ความรู้ในการดูแลผู้สูงอายุอย่างเหมาะสมและถูกวิธี
เอกสารอ้างอิง
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. (2548). มาตรฐานการสงเคราะห์ผู้สูงอายุ. กรุงเทพมหานคร.
กุลพรภัสร์ จิระประไพ, นายธนน์ นวมเพชร. (2561). แถลงข่าว “สถิติบอกอะไร ผู้สูงวัยปัจจุบัน และอนาคต”[Online]. เข้าถึงได้จาก : http://www.nso.go.th/sites/2014/Pages/
Press_Release/2561/N10-04-61-1.aspx [2564, สิงหาคม 1]
ประยุทธ ทองอยู่. (2560). ทัศนคติของผู้สูงอายุที่มีต่อการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ ในเขต พื้นที่เทศบาลตำบลคลองตำหรุ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี. วิทยานิพนธ์รัฐศาสตร มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารงานยุติธรรมและสังคม บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา.
ไพสิฐ อภิชาโน และปิยะธิดา อภัยภักดิ์. (2563). การจัดสวัสดิการสังคมให้กับผู้สูงอายุของ เทศบาลตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม. วารสารบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม, 15(1), 87.
ภัทรภร จันหนองหว้า. (2562). ความต้องการในการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุในเขตเทศบาล ตำบลแวงน่าง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตร มหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.