• Tidak ada hasil yang ditemukan

View of การสร้างและหาประสิทธิภาพชุดฝึกอบรมเรื่อง การวิเคราะห์ปริมาณและการประมาณราคางานแปรรูปผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรม

N/A
N/A
Protected

Academic year: 2023

Membagikan "View of การสร้างและหาประสิทธิภาพชุดฝึกอบรมเรื่อง การวิเคราะห์ปริมาณและการประมาณราคางานแปรรูปผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรม"

Copied!
11
0
0

Teks penuh

(1)

อุตสาหกรรมศึกษา

URL : http://ejournals.swu.ac.th/index.php/jindedu/issue/archive วารสารวิชาการอุตสาหกรรมศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปีที่ 11 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2560

JOURNAL OF INDUSTRIAL EDUCATION FACULTY OF EDUCATION, SRINAKHARINWIROT UNIVERSITY Volume 11 No. 2 July – December 2017

การสร้างและหาประสิทธิภาพชุดฝึกอบรมเรื่อง การวิเคราะห์ปริมาณและการ ประมาณราคางานแปรรูปผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรม

The Construction and Efficiency Evaluation of Training Package on Quantitative Analysis and Cost Estimate forIndustrial Steel Fabrication Project.

ตรีเพชร์ ภู่ระหงษ์, สมยศ เจตน์เจริญรักษ์, เอนก เทียนบูชา TreepetchPoolahong,Somyot Jedjaroenruk, Anek Thianboocha

คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ โรงเรียนพระดาบส ภาควิชาครุศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตก าแพงแสน Graduate students, Faculty of Industrial Education, King Mongkut's University of Technology North Bangkok Phradabos School Vice President of Policy and Planning Division, Chandrakasem Rajabhat University

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ สร้างและหาประสิทธิภาพชุดฝึกอบรมเรื่อง การวิเคราะห์ปริมาณ และการ ประมาณราคางานแปรรูปผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือพนักงานของบริษัท โนว์

ฮาวทรานสเฟอร์ จ ากัด ได้มาโดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จ านวน 15 คน เป็น วิศวกรที่มีประสบการณ์ 3 ปี ในด้านงานผลิตโครงสร้างอุตสาหกรรมงานแปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็กในประเทศ เครื่องมือที่

ใช้ในงานวิจัยได้แก่ ชุดฝึกอบรม การวิจัยนี้ใช้แบบแผนการทดลองแบบ One-Group Pretest-Postest Designโดยให้ผู้

เข้ารับการฝึกอบรมท าแบบทดสอบก่อนเข้ารับการฝึกอบรม จากนั้นท าการฝึกอบรมจากชุดฝึกอบรมเรื่อง การวิเคราะห์

ปริมาณและการประมาณราคางานแปรรูปผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรม จากนั้นท าแบบฝึกหัดระหว่างการฝึกอบรมของแต่

ละหน่วย และเมื่อหลังจากฝึกอบรมเสร็จจบทุกหน่วยการฝึกอบรม ผู้วิจัยให้กลุ่มตัวอย่างท าแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์

ทางการฝึกอบรม ผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ชุดฝึกอบรมที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ 88.27/90.60 ซึ่งสูงกว่า

(2)

เกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80/80 และพบว่าคะแนนผลสัมฤทธิ์ก่อนการเข้ารับการฝึกอบรม และคะแนนหลังจากการฝึกอบรม มี

ความแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยคะแนนผลสัมฤทธิ์หลังจากการใช้ชุดฝึกอบรม สูงกว่า คะแนนก่อนเข้ารับการฝึกอบรม

ค าส าคัญ : การสร้างและหาประสิทธิภาพชุดฝึกอบรม การวิเคราะห์ปริมาณและการประมาณราคา

Abstract

This research aimed to construct and investigate the efficiency of the training package on quantitative analysis and cost estimate for industrial steel fabrication Project. The purposive sampling was applied to this research and the sample group was 15 steel fabrication experienced engineers who have been working at Know-How Transfer Company Limited not less than 3 years. The research tool was the training package.

This research used one-group pretest-posttest design which the trainees needed to have the pretest then having the training on quantitative analysis and cost estimate for industrial steel fabrication Project. During each of the training modules, the trainees needed to test each of modules. After that the trainees required to test the training package. The researcher got the trainees to have the achievement test and analyzed the result. The result showed that the efficiency of this training process was equal to 88.27/90.60 which was over the efficiency criterion that was set at 80/80. The scores of the achievement tests, before and after the training were different with the statistical significant of .01. The scores of the achievement test after the training was higher than the before – achievement test.

Keywords : The Construction and Efficiency of The training Package, Quantitative Analysis and Cost Estimation

(3)

บทน า

ประเทศไทยในปัจจุบันถือได้ว่า มีการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการแข่งขันในด้านธุรกิจ ในงานประเภท ถังภาชนะรับแรงดัน ถังบรรจุน ้ามัน และงานโครงสร้างอาคาร การขยายตัวทางเศรษฐกิจก าลังพัฒนาใน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในภาคอุตสาหกรรมตามที่ได้กล่าวมานั้นปัจจุบันอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างหรือ บริษัทที่รับท างานประเภทวิศวกรรมมีจ านวนมากท าให้เกิดการแข่งขันทางด้านธุรกิจสูง ในเรื่องของราคา คุณภาพ และ เวลา เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดได้ในยุคปัจจุบัน แต่ละบริษัทจ าเป็นต้องวางแผนกลยุทธ์ เพื่อให้บริษัทมีความได้เปรียบทาง ธุรกิจ หากเป็นโครงการที่มีมูลค่าสูงมีข้อมูลรายละเอียดมากในการประมาณราคาของปริมาณงาน ราคาวัสดุก่อสร้าง และค่าแรง เพราะมีผลต่อความแม่นย าในการค านวณปริมาณงาน และวัสดุมีความหลากหลาย ท าให้อาจเกิดปัญหาการ ตกหล่นของหัวข้องาน ท าให้การค านวณผิดพลาดในการประมาณราคา และระยะเวลาในการด าเนินการอย่างจ ากัด

ซึ่งสามารถสรุปประเด็นปัญหาการวิเคราะห์ปริมาณและการประมาณราคาโครงงานการแปรรูป ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กกล้าได้ดังนี้

(1) การคิดปริมาณวัสดุ จ าเป็นต้องศึกษาแบบก่อสร้าง มาตรฐานวิธีคิด เพื่อท าการแยกองค์ประกอบของ โครงสร้างแปรรูปโลหะและปริมาณงานต่างๆ ซึ่งมีจ านวนและมีลักษณะซ ้าๆกันอยู่มากท าให้อาจเกิดความผิดพลาดขึ้น ได้ (สุธิรา, 2556 : 1)

(2) ส าหรับงานที่มีปริมาณงานมากอาจมีผู้ประมาณราคาหลายคน ซึ่งแต่ละคนก็มีนิยามและวิธีคิดที่แตกต่างกัน เป็นผลให้ใบเสนอราคาไม่อยู่ในการควบคุมที่ดี(สุธิรา, 2556 : 1)

(3) การค านวณปริมาณงาน และวัสดุมีความหลากหลาย ท าให้อาจเกิดปัญหาการตกหล่นของหัวข้องาน ท าให้

การค านวณผิดพลาดได้(สุธิรา, 2556 : 1)

(4) ระยะเวลาการท างานจะต้องใช้เวลามาก เนื่องจากมีข้อมูลมาก และหลากหลายโดยเฉพาะรายชื่อของ ผู้รับเหมา ผู้ขายวัสดุ ซึ่งในการประมูลงานแต่ละโครงการมักจะมีระยะเวลาที่จะใช้ในการประเมินราคา ผู้ประเมินราคา จึงมีความจ าเป็น ต้องคิดราคาให้ละเอียดถูกต้อง และรวดเร็วทันเวลา (สุธิรา, 2556 : 1)

(5) การตรวจสอบความถูกต้องในการประมาณราคา ไม่ว่าจะเป็นสัดส่วนของปริมาณงาน ราคาวัสดุก่อสร้าง และค่าแรง มีความยุ่งยากเนื่องจากว่าต้องอาศัยสถิติและประสบการณ์ของผู้ประมาณราคา (สุธิรา, 2556 : 1)

จากความจ าเป็นของปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ผู้วิจัยจึงได้ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และสนใจที่จะสร้างชุด ฝึกอบรมเรื่อง การวิเคราะห์ปริมาณและการประมาณราคางานแปรรูปผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรม มาใช้ในการฝึกอบรม ให้ได้ตามเกณฑ์ทีก าหนด โดยมีเนื้อหาบางส่วนอ้างอิงจากมาตรฐานอาชีพสถาบันส ารวจปริมาณของออสเตรีย (National Competency Standards for Quantity Surveyors Construction Economists) ทางด้านงานประมาณราคา ที่เชื่อถือได้ สามารถช่วยผลิตบุคลากรให้มีสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพ และข้อก าหนดภายใต้ขอบเขตบริบท หรือ เงื่อนไขของงาน และผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถน าความรู้ และทักษะที่ได้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

วัตถุประสงค์การวิจัย

เพื่อการสร้างและหาประสิทธิภาพชุดฝึกอบรม การวิเคราะห์ปริมาณและการประมาณราคางานแปรรูป ผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรม

(4)

ความส าคัญของการวิจัย

การวิจัยในครั้งนี้เป็นการสร้างและหาชุดฝึกอบรมเรื่อง การวิเคราะห์ปริมาณและการประมาณราคางานแปรรูป ผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรม เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ความสามารถในการวิเคราะห์ปริมาณและประมาณ ราคางานแปรรูปผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขันมากขึ้น

ขอบเขตการวิจัย

การวิจัยมีขอบเขตการวิจัยดังนี้

ขอบเขตด้านเนื้อหา

1.ความหมายและขั้นตอนการประเมินราคา

2. เหล็กรูปพรรณและการค านวณพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง 3. การวิเคราะห์ปริมาณงาน

4. ขั้นตอนการแปรรูปและติดตั้งผลิตภัณฑ์เหล็ก 5. การประเมินค่าใช้จ่ายส าหรับงานสี

6. ประเมินค่าใช้จ่ายส าหรับงานชุบกัลวาไนซ์

7. ประเมินค่าใช้จ่ายส าหรับงานนั่งร้าน 8. การประเมินค่าใช้จ่ายส าหรับรถเครน 9. การประเมินค่าใช้จ่ายส าหรับขนส่ง

10. การประเมินค่าใช้จ่ายส าหรับงานตรวจสอบคุณภาพ ขอบเขตด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้คือ บุคลากรของ บริษัท โนว์ฮาวทรานสเฟอร์ จ ากัด โดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบ เจาะจง (Purposive Sampling) จ านวน 15 คน เป็นวิศวกรที่มีประสบการณ์ 3ปี ในด้านงานผลิตโครงสร้างอุตสาหกรรมงาน แปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็ก

ขอบเขตด้านระยะเวลา

การวิจัยครั้งนี้ท าการวิจัย และเก็บข้อมูลในช่วง ระหว่าง เดือน 26 กันยายน พ.ศ. 2557 ถึง เดือน พฤษภาคม พ.ศ.

2559

การทบทวนวรรณกรรม

ความหมายของชุดฝึกอบรม

นันทวัฒน์ (2555 : 18) ได้ให้ความหมายว่า ชุดฝึกอบรม (Training Package) หมายถึง ชุดของสื่อประกอบการ ฝึกอบรม ที่ได้รับการจัดระบบการรวบรวมทรัพยากรที่ใช้ในการฝึกอบรมตลอดหลักสูตร ประกอบด้วย เนื้อหา วิธีการ และสื่ออุปกรณ์ ตลอดจนการประเมินผล เพื่อให้สามารถน ามาใช้ในการฝึกอบรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเลือกสื่อในการฝึกอบรม

สื่อมีหลายชนิดหลายประเภทขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้จะเลือกสื่อชนิดใด ใช้ในสถานการณ์ใดจึงจะได้ตามวัตถุประสงค์ ในการ เลือกสื่อเพื่อใช้ในการฝึกอบรม ในแต่ละหัวข้อวิชานั้น ผู้พิจารณาควรค านึงถึงสิ่งต่อไปนี้ (สุภาวดี, 2550 : 18)

1. วัตถุประสงค์ของหัวข้อวิชา ควรพิจารณาว่าหัวข้อวิชานั้นมีวัตถุประสงค์อะไร ต้องการให้ผู้เข้ารับการอบรม เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านใด เช่น ก าหนดวัตถุประสงค์ไว้ว่า เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน สื่อที่ใช้อาจได้แก่เอกสาร หนังสือ เป็นต้น

(5)

2. เนื้อหาวิชา ในแต่ละวิชาจะมีเนื้อหาที่มีรายละเอียดแตกต่างกัน เราสามารถจะเลือกใช้สื่อและเทคนิคที่

เหมาะสม เช่น การบรรยายกลุ่มใหญ่ ต้องใช้เครื่องขยายเสียง เพื่อให้ผู้ฟังได้ยินชัดเจน หรือฉายภาพยนตร์สลับการ บรรยาย เป็นต้น

3. วิทยากร วิทยากรแต่ละท่านจะมีความถนัดในการใช้สื่อและเทคนิคต่างกันไป ฉะนั้น ในการพิจารณาเลือกสื่อ จะต้องร่วมปรึกษาหารือระหว่างวิทยากรด้วยกันว่าควรจะใช้สื่อใดบ้าง เพื่อให้ถูกต้องเหมาะสม

4. สถานที่และสิ่งอ านวยความสะดวกต่างๆ สื่อบางชนิดจ าเป็นต้องใช้สถานที่และอุปกรณ์ที่มีความแตกต่างกัน เช่น การบรรยายใช้ห้องประชุมใหญ่ พร้อมอุปกรณ์ เครื่องฉายภาพข้ามศีรษะ เครื่องฉายสไลด์ หรือเครื่องฉาย ภาพยนตร์ หรือหากมีกิจกรรมที่ต้องใช้ห้องขนาดเล็ก เช่นการประชุมกลุ่มย่อย หรือการแสดงบทบาทสมมุติ ควรเป็น ห้องที่สามารถเคลื่อนย้ายเก้าอี้ได้สะดวก เป็นต้น

การหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการฝึกอบรม

การหาประสิทธิภาพของเอกสารการฝึกอบรม หมายถึง ควรน าเอกสารประกอบการฝึกอบรมไปทดลองใช้แล้ว น าผลที่ได้มาปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่ก าหนด การหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการ ฝึกอบรมมีขั้นตอน ดังนี้ (ล้วนและอังคณา, 2543)

1) ก าหนดเกณฑ์ประสิทธิภาพ เกณฑ์ประสิทธิภาพ หมายถึง ระดับประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการ ฝึกอบรมที่จะช่วยให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเกิดการเรียนรู้ หากเอกสารประกอบการฝึกอบรมมีระดับประสิทธิภาพถึง ระดับนั้นแล้ว เอกสารประกอบการฝึกอบรมก็จะมีคุณค่าที่จะน าไปใช้ฝึกอบรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การก าหนดเกณฑ์ประสิทธิภาพกระท าได้โดยการประเมินพฤติกรรมของผู้เข้ารับการฝึกอบรม 2 ประเภท คือ พฤติกรรมต่อเนื่องและพฤติกรรมขั้นสุดท้าย โดยก าหนดค่าประสิทธิภาพเป็น E1 คือ ประสิทธิภาพของกระบวนการ และ E2 คือ ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ ซึ่งคิดเป็นร้อยละของผลเฉลี่ยของคะแนนที่ได้ ดังนั้น E1/E2 คือ ประสิทธิภาพของ กรับวนการ/ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ เช่น 80/80 หมายความว่า เมื่อเรียนจากเอกสารประกอบการฝึกอบรมแล้ว ผู้เข้า รับการฝึกอบรมสามารถท าแบบฝึกหัดหรืองานได้ผลเฉลี่ยร้อยละ 80 และท าแบบทดสอบหลังเข้ารับการฝึกอบรมได้ผล เฉลี่ยร้อยละ 80

2) การหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการฝึกอบรม หมายถึง การน าเอกสารประกอบการสอนไปทดลองใช้

ตามขั้นตามที่ก าหนดไว้ แล้วน าผลที่ได้มาปรับปรุงเพื่อน าไปสอนจริง ให้ได้ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่ก าหนดไว้

กรอบแนวความคิด

ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม

ภาพประกอบที่ 1 กรอบแนวความคิดในการวิจัย

ชุดฝึกอบรมเรื่อง การวิเคราะห์ปริมาณและการ

ประมาณราคางานแปรรูปผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรม ประสิทธิภาพของชุดฝึกอบรมการวิเคราะห์ปริมาณ และการประมาณราคางานแปรรูปผลิตภัณฑ์ใน อุตสาหกรรม

(6)

สมมุติฐานการวิจัย

1.ชุดฝึกอบรมที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ก าหนด 80/80

2.คะแนนหลังจากการฝึกอบรมมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติระดับ.01

ขั้นตอนการด าเนินการวิจัย

การศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ การสร้างและหาประสิทธิภาพชุดการฝึกอบรม เรื่องการวิเคราะห์ปริมาณและ ประมาณราคางานแปรรูปผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรม ผู้วิจัยมีขั้นตอนด าเนินวิจัยการดังนี้

ขั้นตอนที 1. ศึกษาข้อมูลที่ใช้ในการวิจัย

ผู้วิจัยได้ด าเนินการศึกษาเอกสาร ต ารางานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และมาตรฐานอาชีพสถาบันส ารวจปริมาณของ ออสเตรีย

( National Competency Standards for Quantity Surveyors Construction Economists ) ซึ่งเป็นมาตรฐานฝีมือ แรงงาน

ขั้นตอนที 2. การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยการสร้างและหาประสิทธิภาพชุดการฝึกอบรม เรื่องการวิเคราะห์ปริมาณและประมาณราคางาน แปรรูปผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมประกอบไปด้วย

2.1 ก าหนดหัวข้อหลักที่ใช้ในการฝึกอบรม 2.2 ก าหนดหัวข้อย่อย

2.3 การสร้างชุดฝึกอบรม

2.4 แบบประเมินความสอดคล้องของชุดฝึกอบรม

2.4.1แบบประเมินความสอดคล้องระหว่างเนื้อหากับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม 2.4.2 แบบประเมินความสอดคล้องระหว่างสื่อการสอนกับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม 2.4.3 แบบประเมินความสอดคล้องระหว่างแบบทดสอบกับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม 2.4.4 แบบประเมินความสอดคล้องระหว่างแบบฝึกหัดกับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม 2.4.5แบบประเมินความเหมาะสมของผู้เชี่ยวชาญที่มีต่อชุดฝึกอบรม

2.5 การหาประสิทธิภาพของชุดฝึกอบรม เครื่องมือที่ใช้ประกอบไปด้วย 2.5.1 แบบทดสอบก่อนการฝึกอบรม

2.5.2 แบบฝึกหัดของแต่ละบทเรียน 2.5.3 แบบทดสอบหลังฝึกอบรม

ขั้นตอนที 3. ก าหนดกลุ่มประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในงานวิจัย

กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ คือ บุคลากรของ บริษัท โนว์ฮาวทรานสเฟอร์ จ ากัด โดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบ เจาะจง (Purposive Sampling) จ านวน 15 คน เป็นวิศวกรที่มีประสบการณ์ 3 ปี ในด้านงานผลิตโครงสร้าง อุตสาหกรรมงานแปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็ก

ขั้นตอนที 4. การเก็บข้อมูลและการประเมินผล

หลังจากการสร้างชุดการฝึกอบรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว น าคะแนนที่ได้จากการท าแบบทดสอบท้ายบทที่ฝึกอบรมของ หัวข้องาน คะแนนจากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทั้งก่อนการฝึกอบรมและหลังการฝึกอบรมไปวิเคราะห์หาประสิทธิภาพ ชุดฝึกอบรม

ขั้นตอนที 5. การวิเคราะห์ข้อมูล และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ในงานวิจัย ดังนี้

(7)

5.1 การวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานทั่วไป ใช้การหาค่าร้อยละ

5.2 การหาค่าคะแนนเฉลี่ย (Mean) (ล้วนและอังคณา, 2543 : 73)

5.3 ค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of Consistency : IOC) (ปราสาท, 2556 : 190)

5.4 หาค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยใช้วัดการกระจายของค่าดัชนีความสอดคล้องกับความ คิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ และความคิดเห็นของผู้เข้ารับการอบรม (ยุทธ, 2548 : 70)

5.5 หาค่าความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยของการทดสอบระหว่างก่อนอบรมและหลังอบรม(ล้วนและอังคณา,2538 : 86)

5.6 การหาประสิทธิภาพของชุดการฝึกอบรม (บุญเลี้ยง, 2555 : 296)

ผลการวิจัย

การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ด าเนินตามวัตถุประสงค์การสร้างและหาประสิทธิภาพชุดฝึกอบรม เรื่อง การวิเคราะห์

ปริมาณและการประมาณราคางานแปรรูปผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรม ซึ่งผู้วิจัยได้น าชุดฝึกอบรม ไปทดลองใช้กับกลุ่ม ตัวอย่าง คือ บุคลากรของ บริษัท โนว์ฮาวทรานสเฟอร์ จ ากัด โดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จ านวน 15 คน เป็นวิศวกรที่มีประสบการณ์ 3 ปี ในด้านงานผลิตงานแปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็ก และมีการเก็บ รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ในการฝึกอบรม และแบบฝึกหัด ตามขั้นตอนในการด าเนินการ วิจัย โดยได้เสนอผลของการวิจัยเป็นล าดับดังต่อไปนี้

1.ผลการสร้างชุดฝึกอบรมอาชีพการวิเคราะห์ปริมาณและการประมาณราคาโครงงานการแปรรูปผลิตภัณฑ์ใน อุตสาหกรรม

1.1 ผลการวิเคราะห์หัวข้อเรื่องในอาชีพที่จ าเป็น

ผู้มีประสบการณ์ในอาชีพทั้ง 10 ท่านได้ให้คะแนนดัชนีความสอดคล้องของหัวข้อเรื่องในอาชีพอยู่ในระดับ 0.6 ถึง 1.0 ซึ่งหมายความว่า หัวข้อเรื่องในอาชีพที่ผู้วิจัยได้วิเคราะห์หัวข้อเรื่องในอาชีพ มีความสอดคล้องหรือความตรงของหัวข้อ เรื่องในอาชีพทั้งหมด 10 ข้อ ได้แก่ 1) ความหมายและขั้นตอนการประเมินราคา 2) เหล็กรูปพรรณและการค านวณ พื้นฐานที่เกี่ยวข้อง 3) การวิเคราะห์ปริมาณงาน 4) ขั้นตอนการแปรรูปและติดตั้งผลิตภัณฑ์เหล็ก 5) การประเมิน ค่าใช้จ่ายส าหรับงานสี 6) การประเมิน ค่าใช้จ่ายส าหรับงานชุบกัลวาไนซ์ 7) การประเมินค่าใช้จ่ายส าหรับงานนั่งร้าน 8) การประเมินค่าใช้จ่ายส าหรับรถเครน 9) การประเมินค่าใช้จ่ายส าหรับขนส่ง 10) การประเมินค่าใช้จ่ายส าหรับงาน ตรวจสอบคุณภาพ เพื่อก าหนดหัวข้อการฝึกอบรม และวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม

1.2 ผลการวิเคราะห์การประเมินความสอดคล้องของชุดฝึกอบรม โดยผู้เชี่ยวชาญ

ผู้วิจัยได้ท าแบบประเมินความสอดคล้องของชุดฝึกอบรม โดยผู้เชี่ยวชาญ ทั้ง 5 ท่าน โดยมีทั้งหมด 4 รายการ ได้แก่ 1)ความสอดคล้องระหว่างเนื้อหากับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม 2)ความสอดคล้องระหว่างสื่อการสอนกับ วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม 3)ความสอดคล้องระหว่างแบบทดสอบกับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม 4)ความสอดคล้อง ระหว่างแบบฝึกหัดกับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม โดยผลการวิเคราะห์สรุปได้ดังนี้

ตารางที่ 1 ผลการวิเคราะห์การประเมินความสอดคล้องของชุดฝึกอบรม โดยผู้เชี่ยวชาญ

รายการ ค่า IOC

1. ความสอดคล้องระหว่างเนื้อหากับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม 0.80

2. ความสอดคล้องระหว่างสื่อการสอนกับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม 0.90

3. ความสอดคล้องระหว่างแบบทดสอบกับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม 0.90

4. ความสอดคล้องระหว่างแบบฝึกหัดกับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม 0.90

(8)

จากตารางที่ 1 สรุปได้ว่า ผลการวิเคราะห์การประเมินความสอดคล้องของชุดฝึกอบรม โดยผู้เชี่ยวชาญซึ่ง เป็นไปตามเกณฑ์ คือ ผลกรประเมินต้องมีการแปรผลค่าเฉลี่ยความสอดคล้อง (IOC) ต้องได้ค่าตั้งแต่ 0.5 ขึ้นไป แสดง ให้เห็นว่า ความสอดคล้องทั้งหมด 4 รายการ ได้แก่ 1)ความสอดคล้องระหว่างเนื้อหากับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม 2) ความสอดคล้องระหว่างสื่อการสอนกับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม 3)ความสอดคล้องระหว่างแบบทดสอบกับ วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม 4)ความสอดคล้องระหว่างแบบฝึกหัดกับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมสามารถน าไปใช้งานได้

จริง

1.3 ผลการวิเคราะห์ความความเหมาะสมของผู้เชี่ยวชาญที่มีต่อชุดฝึกอบรม

ผู้วิจัยได้ท าแบบประเมินความความเหมาะสมของผู้เชี่ยวชาญที่มีต่อชุดฝึกอบรม โดยมีทั้งหมด 4 ด้าน ได้แก่

1) ด้านเนื้อหา 2) ด้านสื่อการสอน3) ด้านแบบทดสอบ และ 4) ด้านแบบฝึกหัด โดยผลการวิเคราะห์สรุปได้ดังนี้

ตารางที่ 2 ผลการวิเคราะห์ความความเหมาะสมของผู้เชี่ยวชาญที่มีต่อชุดฝึกอบรม

รายการ การแปลผล

1. ด้านเนื้อหา 4.56 เหมาะสมมากที่สุด

2. ด้านสื่อการสอน 4.56 เหมาะสมมากที่สุด

3. ด้านแบบทดสอบ 4.64 เหมาะสมมากที่สุด

4. ด้านแบบฝึกหัด 4.72 เหมาะสมมากที่สุด

จากตารางที่ 2สรุปได้ว่า ผลการวิเคราะห์ความความเหมาะสมของผู้เชี่ยวชาญที่มีต่อชุดฝึกอบรม ทั้ง 4 ด้าน พบว่า ค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.56-4.72 ถือว่ามีความเหมาะสมมากที่สุด สามารถน าไปใช้งานได้จริง

2. การหาประสิทธิภาพของชุดฝึกอบรม

หลังจากน าชุดฝึกอบรมการสร้างและหาประสิทธิภาพชุดการฝึกอบรม เรื่องการวิเคราะห์ปริมาณและประมาณ ราคางานแปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็กในอุตสาหกรรมไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่าง จ านวน 15 คน ดังนี้

ตารางที่ 3 แสดงผลการหาประสิทธิภาพของชุดฝึกอบรม

กิจกรรม S.D ร้อยละ

คะแนนแบบฝึกหัด (E1)

คะแนนแบบทดสอบ (E2)

15 15

2198 1359

146.53 90.60

3.20 3.14

88.27 90.60

จากตารางที่ 3 แสดงให้เห็นว่า การจัดการฝึกอบรมให้กับพนักงาน จ านวน 15 คน ซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างในการ ทดลอง กลุ่มตัวอย่างดังกล่าวท าแบบฝึกหัดในการประเมินผลระหว่างการอบรมได้อย่างถูกต้อง คิดเฉลี่ยร้อยละ 88.27 ของคะแนนรวมทั้งหมดของแบบฝึกหัดทุกข้อ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80 ตัวแรกที่ก าหนดไว้ และพนักงานกลุ่มตัวอย่าง สามารถท าข้อสอบในแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ของการอบรมภายหลังเสร็จจากการฝึกอบรม ได้คะแนนเฉลี่ยคิดเป็น ร้อยละ 90.60 ของคะแนนรวมทั้งหมด ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80 ตัวหลังที่ก าหนดไว้ ซึ่งแสดงว่าชุดฝึกอบรมที่ผู้วิจัยสร้าง ขึ้นมีประสิทธิภาพ 88.27/90.60 ซึ่งถือว่าสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ตามที่ตั้งไว้

สรุปผลการวิจัย

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อการสร้างและหาประสิทธิภาพชุดฝึกอบรม เรื่อง การวิเคราะห์ปริมาณและ การประมาณราคางานแปรรูปผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กกล้า ได้รับการตรวจสอบ และรับรองมาตรฐานอาชีพโดยผู้มี

(9)

ประสบการณ์ในอาชีพ จ านวน 10 คน ด าเนินตามขั้นตอนการจัดท าเอกสารส ารวจรายการสมรรถนะที่จ าเป็นในอาชีพ และเนื้อหาที่ใช้ในการฝึกอบรมถูกวิเคราะห์มาจากต าราวิชาการและผ่านการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์

ความช านาญการ ในวิชาชีพและเนื้อหาวิชา ซึ่งท าให้ได้รายการความรู้ที่พอเพียงและสมบูรณ์กับการน าไปใช้งานจริง มี

การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมืออย่างเป็นระบบ จากอาจารย์ที่ปรึกษา การประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ ในเรื่อง แบบทดสอบและแบบฝึกหัด เพื่อแก้ไขปรับปรุงก่อนน าไปใช้เก็บข้อมูลจริง มีผลการวิจัยดังนี้

1. ผลการวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของชุดการฝึกอบรมโดยการท าแบบฝึกหัด (E1) จากจ านวนผู้ฝึกอบรมทั้งหมด 15 คน มีคะแนนเต็มของแบบฝึกหัดท้ายหน่วยเท่ากับ 166 คะแนน และคะแนนรวมของผู้เข้าฝึกอบรมทั้งหมดที่ท าได้

จากแบบฝึกหัดท้ายหน่วยมีค่าเท่ากับ 2,198 คะแนน พบว่าประสิทธิภาพของชุดการฝึกอบรม (E1) มีค่าเท่ากับ 88.27 ดังนั้นผู้เข้าฝึกอบรมทั้งหมดท าแบบฝึกหัดได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 146.53 มีค่า E1 คิดเป็นร้อยละ 88.27 ของคะแนน เต็ม ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ก าหนดไว้ คือ ร้อยละ 80

2. ผลสัมฤทธิ์ทางการฝึกอบรมของผู้ผ่านการฝึกอบรมด้วยชุดฝึกอบรม แสดงให้เห็นว่า ผลการวิเคราะห์หา ประสิทธิภาพของชุดการฝึกอบรมหลังกระบวนการฝึกอบรม (E2) จากจ านวนผู้ฝึกอบรมทั้งหมด 15 คน คะแนนเต็ม ของแบบทดสอบหลังฝึกอบรมเท่ากับ 100 คะแนน และคะแนนรวมของผู้ฝึกอบรมทั้งหมดที่ท าได้จากการทดสอบหลัง ฝึกอบรมมีค่าเท่ากับ 1,359 คะแนน พบว่าประสิทธิภาพของชุดการสอนหลังกระบวนการฝึกอบรม ผู้เข้ารับการ ฝึกอบรมทั้งหมดท าแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการฝึกอบรม ได้คะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 90.60 มีค่า (E2) คิดเป็นร้อย ละ 90.60 ของคะแนนเต็ม ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ก าหนดไว้คือ ร้อยละ 80 และผลการทดสอบความแตกต่าง ระหว่าง คะแนนการทดสอบหลังฝึกอบรม (Post-test) กับคะแนนการทดสอบก่อนฝึกอบรม (Pre-test) ด้วยชุดฝึกอบรม แสดง ให้เห็นว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีคะแนนทดสอบหลังฝึกอบรมสูงกว่าคะแนนทดสอบก่อนฝึกอบรมอย่างมีนัยส าคัญทาง สถิติที่ระดับ 0.01

การอภิปรายผลการวิจัย

การวิจัยครั้งนี้เป็นการสร้างและหาประสิทธิภาพชุดฝึกอบรม เรื่อง การวิเคราะห์ปริมาณและการประมาณราคา งานแปรรูปผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรม ผลการวิจัยพบว่า

1. ในการศึกษาวิจัยการสร้างและหาประสิทธิภาพชุดฝึกอบรม ผลการวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของชุดฝึกอบรม ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่ก าหนด 80/80 ซึ่งเป็นไปตามสมมุติฐานของการวิจัย โดยค่าประสิทธิภาพ ตัวแรกเป็นคะแนนจากการท าแบบฝึกหัดระหว่างฝึกอบรมได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 90.60 แสดงว่ากระบวนการฝึกอบรม มีประสิทธิภาพ ส่วนค่าประสิทธิภาพคะแนนจากการวัดผลสัมฤทธิ์จากแบบทดสอบหลังการฝึกอบรมได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 90.60 แสดงว่าชุดฝึกอบรมมีประสิทธิภาพทั้งนี้เนื่องจากดังนี้

1.1 ชุดฝึกอบรมที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ได้รับการออกแบบมาอย่างดี กล่าวคือเนื้อหาที่ใช้ในการฝึกอบรมถูกวิเคราะห์มาจาก ต าราวิชาการและผ่านการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ความช านาญการในวิชาชีพและเนื้อหาวิชา ซึ่งท าให้

ได้รายการความรู้ที่พอเพียงและสมบูรณ์กับการน าไปใช้งานจริง

1.2 ชุดฝึกอบรมที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ได้รับการด าเนินการสร้างและตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมืออย่างเป็นระ บบ กล่าวคือ มีการตรวจสอบจากอาจารย์ที่ปรึกษา การประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ ในเรื่องแบบทดสอบและแบบฝึกหัด เพื่อ แก้ไขปรับปรุงก่อนน าไปใช้เก็บข้อมูลจริง

1.3 กระบวนการฝึกอบรมที่เน้นให้ผู้ฝึกอบรมสามารถใช้ชุดฝึกอบรมได้ด้วยตนเอง ท าให้ผู้ฝึกอบรมได้มีโอกาสใช้เวลา ฝึกจนเกิดความช านาญ

2. จากผลการวิจัยเพื่อหาผลสัมฤทธิ์ทางการฝึกอบรมของชุดฝึกอบรมที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ผลของคะแนนเฉลี่ย เปรียบเทียบระหว่างผลการทดสอบก่อนและหลังการฝึกอบรม ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีค่าคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ซึ่งเมื่อท า

(10)

การทดสอบความมีนัยส าคัญของการอบรม โดยใช้สถิติ t-test โดยพิจารณาที่ระดับ α = .01 สามารถสรุปผลได้ว่า คะแนนเฉลี่ยจากแบบทดสอบหลังการอบรม มีค่าสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยจากการท าแบบ ทดสอบก่อนอบรมอย่างมี

นัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ซึ่งหมายความว่า เมื่อผ่านการฝึกอบรมด้วยชุดฝึกอบรมที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ผู้เข้ารับการ อบรมมีความรู้เพิ่มขึ้น

จึงสามารถกล่าวได้ว่า การสร้างและหาประสิทธิภาพชุดฝึกอบรม เรื่อง การวิเคราะห์ปริมาณและการประมาณ ราคางานแปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็กในอุตสาหกรรม ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นนี้ได้รับการออกแบบและผ่านการตรวจสอบคุณภาพ ของเครื่องมืออย่างเป็นระบบสอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบกิจการและภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง และส่งผลให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ได้ก าหนดไว้ ผู้วิจัยมีความเชื่อว่าสามาถน าไปใช้ในการ ฝึกอบรม แก่พนักงาน นักศึกษา และผู้สนใจที่ต้องการพัฒนาก าลังคนให้มีศักยภาพสูงขึ้นในด้านการวิเคราะห์ปริมาณ และการประมาณราคางานแปรรูปผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป

1. ควรมีการศึกษาวิจัยติดตามผลว่าผู้ฝึกอบรมที่ผ่านการเรียนด้วยชุดฝึกอบรมนี้แล้วสามารถน าความรู้ที่ได้ไป ปฏิบัติงานจริงได้ผลเป็นอย่างไร เช่น เมื่อผู้ที่ได้รับการเข้ารับการฝึกอบรมในเรื่อง การวิเคราะห์ปริมาณและการ ประมาณราคางานแปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็กในอุตสาหกรรม ไปสามารถน าไปปฏิบัติงานหรือประกอบอาชีพได้

2. ควรพัฒนามาตรฐานอาชีพ ในเรื่อง การวิเคราะห์ปริมาณและการประมาณราคางานแปรรูปผลิตภัณฑ์

เหล็กในอุตสาหกรรม ของผู้วิจัยได้ใช้ผู้ทรงคุณวุฒิจ านวน 10 ท่าน เป็นผู้มีประสบการณ์ในอาชีพมาพิจารณาประเมิน ความสอดคล้องของหน่วยสมรรถนะในอาชีพ ซึ่งในความเป็นจริงอาจจะไม่ครอบคลุมทุกภาคส่วนหรือทุกลักษณะของ งานเรื่อง การวิเคราะห์ปริมาณและการประมาณราคางานแปรรูปผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรม อย่างแท้จริง จึงควรมีการ พิจารณาปรับปรุง โดยกลุ่มคนในอาชีพที่มีจ านวนมากขึ้น เพื่อความสมบูรณ์ของมาตรฐานอาชีพ และยังเป็นการ เผยแพร่ความรู้ในเรื่องมาตรฐานอาชีพในวงกว้างต่อไป

3. การส ารวจความคิดเห็นของสถานประกอบการ เพื่อจัดท าการวิเคราะห์องค์ประกอบควรใช้สถานประกอบการที่

หลากหลายบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมงานแปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็ก เพื่อที่จะได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและหลากหลาย และ เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอาชีพเรื่อง การวิเคราะห์ปริมาณและการประมาณราคางานแปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็กใน อุตสาหกรรม ของประเทศอย่างเป็นระบบ

4. การจัดท าหลักสูตรการอาชีพเรื่อง การวิเคราะห์ปริมาณและการประมาณราคางานแปรรูปผลิตภัณฑ์ใน อุตสาหกรรม ควรมีการก าหนดอย่างชัดเจนเข้าไปในการศึกษาในระดับต่างๆ โดยสอดแทรกเข้าไปในรายวิชาต่างๆ รวมถึงการก าหนดหลักสูตรและการพัฒนาการสอนอย่างชัดเจน ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ การพัฒนา อาชีพ อาชีวศึกษา การอุดมศึกษาและระดับบัณฑิตศึกษา

5. ควรมีการท าประชาพิจารณ์มาตรฐานสมรรถนะหลัก เพื่อให้เกิดความมีส่วนร่วมและการยอมรับของทุกภาค ส่วน และให้ครอบคลุมทุกกลุ่มอุตสาหกรรมท าให้เกิดการน ามาตรฐานอาชีพไปท าให้เกิดเป็นรูปธรรม ควรมีการก าหนด กลยุทธศาสตร์ กลไกในการท าให้เกิดการพัฒนาอาชีพ ในหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

กิตติกรรมประกาศ

งานวิจัยครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท โนว์ฮาวทรานสเฟอร์ จ ากัด

(11)

บรรณานุกรม

นันทวัฒน์ ภัทรกรนันท์. การพัฒนาชุดฝึกอบรมโดยใช้กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์เพื่อเสริมสร้างจิต สาธารณะส าหรับอาสายุวกาชาด. ปริญญานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาผู้ใหญ่

บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2555.

บุญเลี้ยง ทุมทอง. ระเบียบวิธีวิจัยทางหลักสูตรการสอน. นครราชสีมา : โรงพิมพ์แหลมทอง, 2555.

ประสาท เนืองเฉลิม. วิจัยการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,2556 พรรณี ลีกิจวัฒนะ. การวิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มีน เซอร์วิส ซัพพลาย, 2554.

ยุทธ ไกยวรรณ์. สถิติวิจัยทางเทคโนโลยีอุตสาหกรรม. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์บริษัท พิมพ์ดี จ ากัด, 2548.

ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. เทคนิคการวัดผลการเรียนรู้ศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาสน์, 2543.

. เทคนิคการวิจัยการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: สุวิริสาสน์, 2538.

สุธิรา เบญจานุกรม.การพัฒนาโปรแกรมวิเคราะห์ปริมาณงานและประมาณราคาโครงสร้างบ้านคอนกรีตเสริมเหล็ก.

วิทยานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมก่อสร้าง คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัย ราชภัฏเพชรบูรณ์, 2556.

สุภาวดี วิไลเนตร. การสร้างและทดสอบประสิทธิภาพชุดฝึกอบรมเรื่องเครื่องปรับอากาศควบคุมอุณหภูมิและความชื้น แบบใช้รีฮีตคอยล์. วิทยานิพนธ์ครุศาสตร์อุตสาหกรรมมหาบัณฑิต สาขาวิชาไฟฟ้า ภาควิชาครุศาสตร์

ไฟฟ้า บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ,2550.

Bibliography (In Thai)

Boonleang Thumthong. Research Methodology in Curriculum and Instruction.Nakhon Ratchasima : PrintingLamthong, 2012.

Luan Saiyod and Aungkana Saiyod. Technical Educational Research. Bangkok : Printing Institute King Mongkut’s University of technology North Bangkok, 1995.

PrasartNuangchalerm. Research teaching. Bangkok : Publisher of Chulalongkorn University,2013 Punnee Leekitchwatana. Educational Research. Bangkok : MeanServiceSupply Limited, 2011.

YuthKaiwan. Statistical research technology industry.Bangkok : Printing Pimdee Company Limited. 2005.

Sutira Benchanukrom. The Analysis and Structural Concrete Home PriceEstimate Reinforce Development.

Research in Construction Technology,Faculty of Agricultural Technology, Phetchabun Rajabhat University, 2013.

Nantawat Pattaragorranan.The Development of Training Package Using Experiential Learning Process to Enhance the Public Consciousness of Red Cross Youth Volunteers1, 2012.

Supavadee Vilainetr. A Construction and Efficiency Validation of Training Package on Air-Conditioner Temperature and Humidity Controlled by Reheated Coil, Electrical TechnologyKing Mongkut’s University of Technology North Bangkok, 2007.

Referensi

Dokumen terkait

Suwisa Pattanakiat บทคัดยอ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพื่อประเมิน โครงการศูนยเรียนรูเศรษฐกิจพอเพียงชุมชนแหงหนึ่งใน ภาคตะวันออก ประเด็นในการประเมินมี 3 ดานไดแก 1

บรรณานุกรม: การอางอิงสวนทายเลมโดยการรวบรวมรายการเอกสารทั้งหมดที่ผูเขียนไดใชอางอิงใน บทความ จัดเรียงตามลําดับอักษรชื่อผูแตง โดยใชรูปแบบการเขียนเอกสารอางอิงแบบ APA American

บรรณานุกรม: การอางอิงสวนทายเลมโดยการรวบรวมรายการเอกสารทั้งหมดที่ผูเขียนไดใชอางอิงใน บทความ จัดเรียงตามลําดับอักษรชื่อผูแตง โดยใชรูปแบบการเขียนเอกสารอางอิงแบบ APA American

การศึกษาสภาพปัญหาและแนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการ โรงเรียนมัธยมศึกษา อ�าเภอวังเวียง จังหวัดเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว* PROBLEMS AND DEVELOPMENT OF ACADEMIC

แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพส�าหรับผู้สูงอายุในเขต อ�าเภอเมือง จังหวัดชลบุรี* PROMOTION APPROACH FOR THE ELDERLY HEALTH TOURISM IN MUANG DISTRICT CHONBURI PROVINCE

การปนเปื้อนจุลินทรีย์และมาตรฐานของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ บริโภคในครัวเรือน กรณีศึกษาเทศบาลต�าบลท่าพระ อ�าเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น Microorganism Contamination and Standard of Dietary

348 | Journal of Buddhist Philosophy Evolved Vol.7 No.1 January – June 2023 สภาพการดำเนินงานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษายุคดิจิทัล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี

บทคัดยอ การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษา 1 ปญหาเกี่ยวกับการบริหารจัดการ 2 แนวทาง การพัฒนาการบริหารจัดการ และ 3 ปจจัยที่มีสวนสําคัญทําใหแนวทางการพัฒนาการบริหารจัดการ