Review Article
กÒÃใª้ยÒใ¹กÒû้อ§กѹแÅะªะÅอกÒÃàสืèอมสภÒพ
¢อ§ผÔÇห¹Ñ§
ÇÃÔษÒ พ§ศ์àâ¹Ò¹¹·์
Drug Used for Prevention and Treatment of Skin Aging.
Varisa Pongrakhananon
Department of Pharmacology and Physiology, Faculty of Pharmaceutical Sciences, Chulalongkorn University, Pathumwan, Bangkok, 10330, Thailand.
E-mail: [email protected]
Songkla Med J 2012;30(5):287-298
º·¤Ñดย่อ:
ผิวหนังเป็นอวัยวะสำ�คัญ นอกจ�กจะทำ�หน้�ที่ป้องกันสิ่งอันตร�ยจ�กภ�ยนอกแล้ว ยังมีบทบ�ทสำ�คัญ ต่อรูปลักษณ์คว�มสวยง�ม ก�รเสื่อมสภ�พของผิวหนังถือเป็นหนึ่งในส�เหตุหลักที่ส่งผลต่อรูปลักษณ์
คว�มสวยง�มภ�ยนอก ก�รเสื่อมสภ�พของผิวหนังนั้นเกิดจ�กปัจจัยหลัก 2 ประก�ร ได้แก่ ปัจจัยภ�ยใน ซึ่งเป็นกระบวนก�รสะสมที่เกิดเองต�มเวล� เป็นก�รเสื่อมสภ�พของกระบวนก�รซ่อมแซมและก�รสร้�ง องค์ประกอบของผิวหนัง ซึ่งคว�มรุนแรงและคว�มไวในก�รเกิดผิวเสื่อมสภ�พส�ม�รถถูกกระตุ้นด้วยปัจจัย ที่สอง คือ ปัจจัยภ�ยนอก ได้แก่ แสงแดด มลภ�วะ ก�รสูบบุหรี่ และคว�มเครียด โดยปัจจัยเหล่�นี้ส่งผลให้เกิด ก�รเปลี่ยนแปลงทั้งท�งด้�นโครงสร้�งและส่วนประกอบของเส้นใยคอลล�เจน เส้นใยอิล�สตินและองค์ประกอบ อื่นในชั้นผิวหนัง ส่งผลให้เกิดริ้วรอย ผิวหนังข�ดคว�มกระชับ นอกจ�กนั้นก�รเปลี่ยนแปลงลักษณะโครงสร้�ง และหน้�ที่ของเซลล์เมล�โนซัยต์ (melanocyte) ทำ�ให้เกิดคว�มผิดปกติของก�รสังเคร�ะห์เม็ดสี จึงทำ�ให้เกิด จุดด่�งดำ�ต�มม� ปัจจุบันมีย�และเวชภัณฑ์ต่�งๆ ทั้งที่ได้รับก�รยอมรับให้มีก�รใช้ในก�รรักษ� ป้องกันผิว เสื่อมสภ�พ และบ�งส่วนยังอยู่ในขั้นตอนก�รศึกษ�ท�งคลินิก บทคว�มปริทัศน์นี้เป็นก�รรวบรวมข้อมูล ท�งเภสัชวิทย�โมเลกุลของย�และเวชภัณฑ์เพื่อเพิ่มคว�มเข้�ใจและเป็นประโยชน์ในก�รป้องกันและรักษ�
ผิวหนังเสื่อมสภ�พ
¤ำÒสำÒ¤Ñญ: ก�รต้�นก�รเสื่อมสภ�พ, ก�รเสื่อมสภ�พจ�กแสงแดด, ผิวหนังถูกทำ�ล�ย
ภÒ¤ÇÔªÒàภสѪÇÔ·ยÒแÅะสÃÕÃÇÔ·ยÒ ¤ณะàภสѪศÒสตÃ์ จุฬÒŧกÃณ์มหÒÇÔ·ยÒÅÑย à¢ต»·ุมÇѹ กÃุ§à·พมหÒ¹¤Ã 10330
Abstract:
Skin plays an important role not only for prevention of damage from the environment, but also for individual appearance. Skin aging, the major characteristic impacting skin appearance, is caused by intrinsic (chronological) and/or extrinsic factors. Intrinsic factors are an accumulative process involved with the decrease in the skin’s ability to repair and regenerate, which can be accelerated by extrinsic factors such as ultraviolet radiation, pollution, smoking and stress. These factors lead to the destruction and damage of collagen and elastic tissue as well as inadequacy in the portion of skin components, resulting in fine wrinkles, loss of skin strength, and skin dryness.
Furthermore, morphological and characteristic changes of melanocyte cause spot pigmentation.
At present, there are several medications approved and some are undergoing clinical study for prevention and treatment of skin aging. This review includes molecular pharmacology of these medications which would bring better understanding and benefit in clinical outcome.
Key words: antiaging, photoaging, skin damage
º·¹ำÒ
ผิวหนังของมนุษย์เป็นอวัยวะที่สำ�คัญ ทำ�หน้�ที่
ป้องกันอันตร�ยจ�กสิ่งแวดล้อมภ�ยนอก ควบคุม อุณหภูมิและขับถ่�ยของเสีย นอกจ�กนั้นยังมีผลต่อ รูปลักษณ์คว�มสวยง�ม ผิวหนังที่มีลักษณะเสื่อมสภ�พ มีผลสำ�คัญต่อรูปลักษณ์ภ�ยนอก ทำ�ให้ข�ดคว�มมั่นใจ และส่งผลต่อบุคลิกภ�พ ผิวหนังที่เสื่อมสภ�พมีลักษณะ คือ ข�ดคว�มชุ่มชื้น แห้งกร้�น และมีริ้วรอย ในปัจจุบัน ก�รเสื่อมสภ�พของผิวหนังนับเป็นสิ่งที่ผู้คนเริ่มให้คว�ม สนใจและดูแลเอ�ใจใส่ม�กขึ้น ก�รเสื่อมสภ�พของผิวหนัง เกิดได้จ�ก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ปัจจัยภ�ยในและปัจจัย ภ�ยนอก1 ปัจจัยภ�ยในเกิดจ�กก�รเปลี่ยนแปลงของ ส�รพันธุกรรม2 ซึ่งลักษณะก�รเปลี่ยนแปลงก�รเสื่อม สภ�พของผิวหนังประเภทนี้ ไม่ส�ม�รถมองเห็นจ�ก ภ�ยนอก ก�รเปลี่ยนแปลงนี้เกี่ยวข้องกับก�รรบกวน ก�รสร้�งเซลล์ผิวหนังจ�กเซลล์ต้นกำ�เนิดและลดคว�ม ส�ม�รถในก�รแบ่งเซลล์ ในขณะที่ปัจจัยภ�ยนอก เกิดจ�กก�รสัมผัสกับปัจจัยเสี่ยงจ�กสิ่งแวดล้อม โดยเฉพ�ะอย่�งยิ่งรังสีอัลตร�ไวโอเลตจ�กแสงแดด3 ส่งผลให้โครงสร้�งภ�ยในผิวหนังมีก�รจัดเรียงตัวที่
ผิดปกติไป สำ�หรับปัจจัยภ�ยนอกอื่นที่เป็นตัวเร่งให้
ผิวหนังเสื่อมสภ�พอย่�งรวดเร็ว ได้แก่ มลภ�วะ4
ก�รสูบบุหรี่5 และคว�มเครียด6 เมื่ออ�ยุเพิ่มม�กขึ้น อัตร�ก�รสร้�งเซลล์ผิวหนังใหม่ม�ทดแทนเซลล์เดิม ที่ต�ยไปก็จะช้�ลงด้วย ในผู้ใหญ่ที่มีผิวสุขภ�พดีจะมี
ระยะเวล�ในก�รสร้�งและผลัดเซลล์ผิวหนังใหม่ทุก 28 วัน แต่ในผู้สูงอ�ยุอ�จจะย�วน�นถึง 40-60 วัน7 ในผิวหนังที่เสื่อมสภ�พจะมีจำ�นวนเซลล์สร้�งเส้นใย (fibroblast) ลดลง8 เซลล์ใหม่ที่สร้�งขึ้นทดแทนเซลล์
ที่ต�ยจะมีจำ�นวนลดลง ก�รสร้�งคอลล�เจนก็จะลดลง เช่นกัน9 ส่งผลให้เกิดริ้วรอยและคว�มเต่งตึงกระชับ ของผิวหนังลดลงต�มไปด้วย นอกจ�กนั้นยังพบว่�
ต่อมไขมันจะลดก�รสร้�งน้ำ�มัน10 ทำ�ให้ผิวหนังแห้ง ข�ดคว�มชุ่มชื้น
ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เวชสำ�อ�งในก�รป้องกัน และรักษ�ก�รเสื่อมสภ�พของผิวม�กม�ย อย่�งไร ก็ต�ม ผู้บริโภคที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่�ว มี
คว�มจำ�เป็นที่จะต้องมีคว�มรู้ว่�ส่วนประกอบต่�งๆ มี
คุณสมบัติในก�รป้องกันและรักษ�ก�รเสื่อมสภ�พของ ผิวได้จริงหรือไม่ และเพื่อให้เกิดคว�มเข้�ใจ ในบทนี้
จึงกล่�วถึงส�ระสำ�คัญของย�ที่มีอยู่ในเวชสำ�อ�งที่ใช้
ในก�รป้องกันและรักษ�ก�รเสื่อมสภ�พของผิวหนัง ที่มีอยู่ในปัจจุบันต�มกลไก (ต�ร�งที่ 1) ดังนี้
ตÒÃÒ§·Õè 1 ย�และเวชสำ�อ�งที่ใช้ในก�รป้องกันและรักษ�ก�รเสื่อมสภ�พของผิวหนังและกลไกก�รออกฤทธิ์
ยÒแÅะàǪสำÒอÒ§·Õèใª้ใ¹กÒû้อ§กѹ กÅไกกÒÃออกฤ·ธÔ์
แÅะÃÑกษÒกÒÃàสืèอมสภÒพ¢อ§ผÔÇห¹Ñ§
1. ย�ท�กลุ่มอนุพันธ์ของวิต�มินเอ ได้แก่ retinoids, - กระตุ้นก�รผลัดเซลล์ผิวหนัง
tazarotene, adapalene และ seletinoid G - กระตุ้นชีวสังเคร�ะห์ของ glycosaminoglycans ทำ�ให้
ผิวหนังชุ่มชื้น
- ยับยั้งก�รทำ�ง�นของเอนไซม์ matrix metalloproteinases
(MMPs) ยับยั้งก�รทำ�ล�ยคอลล�เจน
- ลดก�รเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น
2. ฮอร์โมนทดแทนเอสโตรเจน (estrogen replacement - ออกฤทธิ์จับกับตัวรับ estrogen receptor α และ β
therapy; ERT) - เพิ่มคว�มหน�และคว�มแข็งแรงของชั้นผิวหนัง
- ช่วยในก�รอุ้มน้ำ�ของผิวหนัง ลดก�รแห้งกร้�นของผิวหนัง
- ชะลอก�รหย่อนคล้อยของผิวหนัง ลดก�รเกิดริ้วรอย
3. ส�รต้�นอนุมูลอิสระ - ลดคว�มไม่เสถียรของอนุมูลอิสระผ่�นก�รจับกับอนุมูลอิสระ
โดยตรงหรือช่วยเสริมฤทธิ์ส�รต้�นอนุมูลอิสระอื่นๆ
3.1 วิต�มินซีและอนุพันธ์ของวิต�มินซี ได้แก่ magnesium - สร้�งเส้นใยคอลล�เจนและอิล�สติน เพิ่มคว�มยืดหยุ่น L-ascorbyl-2-phosphate, ascorbic acid 2-O-α- ให้กับผิว
glucoside
3.2 วิต�มินอี - ยับยั้งเอนไซม์ matrix metalloproteinase (MMP)-1
ก�รทำ�ล�ยคอลล�เจนลดลง
- ยับยั้งก�รแสดงออกของเอนไซม์ tyrosinase-related
protein 1 และ tyrosinase ลดก�รสร้�งเม็ดสีเมล�นิน
3.3 Coenzyme Q10 - ยับยั้งก�รสร้�งเอนไซม์ matrix metalloproteinase
(MMP)-1 ยับยั้งก�รทำ�ล�ยคอลล�เจน
- กระตุ้นก�รสังเคร�ะห์ laminin และคอลล�เจน
3.4 ส�รกลุ่ม polyphenol ได้แก่
- Epigallocathechin - ยับยั้งเอนไซม์ matrix metalloproteinase (MMPs) ยับยั้ง
ก�รทำ�ล�ยคอลล�เจน
- ส�รสกัดจ�กใบแปะก๊วย - เพิ่มจำ�นวนเซลล์สร้�งเส้นใยและกระตุ้นก�รสร้�งคอลล�เจน
- ลดริ้วรอยและเพิ่มคว�มชุ่มชื้น
4. Alpha hydroxyl acid (AHA) - เพิ่มก�รสร้�งส�ร glycosaminoglycan, hyaluronic acid
และ ground substance ทำ�ให้ผิวชุ่มชื้น
- เพิ่มก�รสร้�งส�รเส้นใยคอลล�เจนและอิล�สติน ช่วยให้
ริ้วรอยจ�งลง
5. ส�รป้องกันแสงแดด ได้แก่
- Para-aminobenzoic acid (PABA), aminobenzoates, - ก�รป้องกันท�งเคมีโดยใช้ส�รดูดกลืนรังสี ultraviolet cinnamates, salicylates, benzophenone และ oxybenzone (UV)
- Titanium dioxide และ zinc oxide - ก�รป้องกันท�งก�ยภ�พโดยก�รกระจ�ยและสะท้อน UV
กลับ
1. ยÒ·ÒกÅุ่มอ¹ุพѹธ์¢อ§ÇÔตÒมÔ¹àอ ย�ท�ภ�ยนอกกลุ่มอนุพันธ์ของวิต�มินเอ เป็นย�กลุ่มแรกที่ได้รับก�รยอมรับให้ใช้ในก�รรักษ�ผิว เสื่อมสภ�พม�น�นกว่� 20 ปี ย�กลุ่มนี้ประกอบด้วย วิต�มินเอ (retinol) อนุพันธ์ของวิต�มินเอจ�กธรรมช�ติ
เช่น retinaldehyde retinoic acid และ retinyl ester และอนุพันธ์วิต�มินเอสังเคร�ะห์ เช่น retinoids หรือ tretinoin ซึ่งวิต�มินเอและอนุพันธ์ของวิต�มินเอมี
บทบ�ทสำ�คัญต่อกระบวนก�รต่�งๆ ภ�ยในเซลล์ ได้แก่
ก�รเจริญเติบโตของเซลล์ และก�รแบ่งเซลล์ โดยวิต�มิน เอและอนุพันธ์ของวิต�มินเอจะจับกับตัวรับ cellular retinoic acid binding protein (CRABP) ภ�ยใน ไซโตพล�สซึม และ retinoic acid receptors (RARs) ที่นิวเคลียสภ�ยในเซลล์11 ส่งผลให้เกิดกระบวนก�รท�ง ชีวภ�พต�มม� ในเซลล์ผิวหนังทั่วไปนอกจ�กมีตัวรับ retinoic acid receptors (RARs) ที่นิวเคลียสของเซลล์
ยังพบตัวรับชนิด Retinoid X Receptors (RXRs) ด้วย12 ซึ่งมีคว�มจำ�เพ�ะกับเรตินอยด์ที่ทำ�หน้�ที่
เกี่ยวข้องกับก�รซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภ�พจ�ก แสงแดด โดยกระตุ้นก�รผลัดเซลล์ผิวหนัง ทำ�ให้ชั้น หนังกำ�พร้� (epidermis) หน�และแข็งแรงม�กขึ้น และ กระตุ้นชีวสังเคร�ะห์ของ glycosaminoglycans ทำ�ให้
ผิวหนังชุ่มชื้น จ�กก�รศึกษ�พบว่� ย�กลุ่มนี้จะไปยับยั้ง ก�รทำ�ง�นของเอนไซม์ matrix metalloproteinases (MMPs) ส่งผลให้ยับยั้งก�รทำ�ล�ยคอลล�เจนและ ช่วยลดเลือนริ้วรอย13 รวมทั้งทำ�ให้ผิวเนียนเรียบ ลดก�ร เกิดผิวด่�งคล้ำ� สีผิวไม่สม่ำ�เสมอ14 ก�รรักษ�ด้วยย�
กลุ่มนี้จะเห็นผลชัดเจนเมื่อใช้อย่�งต่อเนื่องเป็นระยะ เวล�อย่�งน้อยประม�ณ 3-12 เดือน15,16 อย่�งไรก็ต�ม ย�ในกลุ่มนี้ทำ�ให้เกิดอ�ก�รข้�งเคียง เช่น มีอ�ก�ร ระค�ยเคืองได้ง่�ย ผิวแห้ง และทำ�ให้ผิวมีคว�มไวต่อ แสงแดดม�กขึ้น ในปัจจุบันได้มีก�รพัฒน�ย�กลุ่มนี้
ขึ้นม� ตัวอย่�งเช่น tazarotene, adapalene และ seletinoid G รวมทั้งพัฒน�รูปแบบสูตรตำ�รับที่ทำ�ให้
อ�ก�รข้�งเคียงลดลง และผู้ใช้ย�ส�ม�รถทนต่ออ�ก�ร ข้�งเคียงได้เพิ่มม�กขึ้น
Tazarotene เป็นย�ที่อยู่ในรูป prodrug หลังจ�ก ท�ไปแล้วจะถูกเปลี่ยนเป็น tazarotenic acid ซึ่งส�ม�รถ ออกฤทธิ์เมื่อเข้�สู่ภ�ยในเซลล์จะจับกับตัวรับ RAR ชนิด β และ γ ในนิวเคลียส ทำ�ให้เกิดก�รเปลี่ยนแปลง ของก�รแบ่งเซลล์ ก�รเจริญเติบโตของเซลล์ และ ก�รอักเสบ จ�กก�รศึกษ�ของ Sefton และคณะ17 พบว่�
ย� tazarotene ชนิดเจล ที่คว�มเข้มข้นร้อยละ 0.1 ส�ม�รถทำ�ให้รอยคล้ำ�จ�งลง ลดริ้วรอยเหี่ยวย่นในผู้ป่วย ที่มีผิวเสื่อมสภ�พจ�กแสงแดดภ�ยในระยะเวล�ประม�ณ 3 เดือน เมื่อใช้ย� tazarotene ที่คว�มเข้มข้นร้อยละ 0.01, 0.025, 0.05 และ 0.1 เปรียบเทียบกับ tretinoin ที่
คว�มเข้มข้นร้อยละ 0.05 ชนิดครีม และย�หลอก เป็นเวล� 24 สัปด�ห์ในผู้ป่วยที่มีผิวหน้�เสื่อมสภ�พ จ�กแสงแดด พบว่� ย� tazarotene ส�ม�รถลดริ้วรอย จุดด่�งดำ� และส�ม�รถลดขน�ดรูขุมขน ทำ�ให้ผิว เรียบเนียนขึ้นได้ด้วย14
Adapalene เป็นย�ที่พัฒน�จ�ก retinoid เช่นเดียวกับย� tazarotene เมื่อเข้�สู่ภ�ยในเซลล์ จะจับ กับตัวรับ RAR ทั้งชนิด β และ γ ในนิวเคลียส เนื่องจ�ก ย�นี้มีคว�มจำ�เพ�ะเจ�ะจงกับตัวรับ จึงช่วยลดอ�ก�ร ข้�งเคียงที่เกิดขึ้น อีกทั้ง adapalene ยังมีประสิทธิภ�พ สูงในก�รรักษ�สิวอีกด้วย แต่ฤทธิ์ในก�รรักษ�ผิว เสื่อมสภ�พยังไม่ได้มีก�รศึกษ�อย่�งแพร่หล�ยม�กนัก อย่�งไรก็ต�มจ�กก�รศึกษ�ของ Kang และคณะ18 พบว่�หลังจ�กก�รใช้ย� adapalene ที่คว�มเข้มข้น ร้อยละ 0.1 หรือ 0.3 วันละ 2 ครั้ง เปรียบเทียบกับ ย�หลอกในผู้ป่วยที่มีผิวเสื่อมสภ�พ ส�ม�รถลดกระแดด (solar lentigenes) ได้ภ�ยในระยะเวล� 1 เดือน หลังก�รใช้ย� และสีผิวบริเวณรอยโรคกระแดดจ�งลง ประม�ณร้อยละ 57-59 ภ�ยในระยะเวล� 9 เดือน หลังก�รใช้ย� นอกจ�กนี้ยังพบว่� ย� adapalene ส�ม�รถลดเลือนริ้วรอย18 และลดฝ้�19 ดังนั้นย�นี้
จึงเป็นตัวเลือกหนึ่งในก�รรักษ�ผิวเสื่อมสภ�พ โดยเฉพ�ะ กลุ่มที่ไม่ส�ม�รถทนอ�ก�รข้�งเคียง และอ�ก�รระค�ย- เคืองที่เกิดขึ้นได้จ�กย�ท�อนุพันธ์วิต�มินเอกลุ่มแรก
Seletinoid G เป็นย�ที่ถูกพัฒน�ขึ้นม�ล่�สุด ส�ม�รถนำ�ม�ใช้รักษ�ผิวเสื่อมสภ�พทั้งที่เกิดจ�กปัจจัย ภ�ยในต�มอ�ยุและปัจจัยภ�ยนอก เช่น แสงแดด20 โดยย� seletinoid G มีคว�มจำ�เพ�ะกับตัวรับ RAR ชนิด γ เท่�นั้น ซึ่งเป็นตัวรับหลักที่พบในเซลล์ผิวชั้น หนังกำ�พร้� จ�กก�รศึกษ�ของ Kim และคณะ20 พบว่�
ย� seletinoid G ช่วยเพิ่ม procollagen type 1, tropoelastin และ fibrillin-1 ส่งผลให้เกิดริ้วรอย ลดลง ลดคว�มหย่อนคล้อยของผิวหนัง และลดก�รสร้�ง เอนไซม์ matrix metalloproteinases (MMPs) ที่ทำ�ล�ยคอลล�เจน รวมทั้งไม่พบก�รระค�ยเคืองผิวหนัง ซึ่งพบในย�อื่นๆ ในกลุ่มอนุพันธ์ของวิต�มินเอ
2. กÒÃให้ฮอÃ์โม¹·ดแ·¹àอสโตÃàจ¹ (estrogen replacement therapy; ERT)
เอสโตรเจนมีผลต่อก�รทำ�ง�นของเซลล์ต่�งๆ ในร่�งก�ยเช่นเดียวกับในเซลล์ผิวหนัง โดยเอสโตรเจน จะออกฤทธิ์จับกับตัวรับ estrogen receptor α และ β (ER-α และ -β) ในนิวเคลียส ซึ่งในผิวหนังจะพบ ตัวรับชนิด ER-β ม�กกว่�21 ส่งผลทำ�ให้ผิวหนังมีคว�ม ยืดหยุ่น มีคว�มส�ม�รถในก�รอุ้มน้ำ� ทำ�ให้ผิวมีคว�ม ชุ่มชื้น22 นอกจ�กนี้เอสโตรเจนยังส�ม�รถช่วยป้องกัน และชะลอก�รเสื่อมสภ�พของผิวโดยเพิ่มคว�มหน�และ คว�มแข็งแรงของชั้นผิวหนังและลดก�รเกิดรอยย่น23 จ�กก�รศึกษ�พบว่�ปริม�ณเอสโตรเจนในร่�งก�ยมีคว�ม สัมพันธ์กับปริม�ณคอลล�เจนในผิวหนัง24 ในผู้หญิง วัยหมดประจำ�เดือนพบว่�ผิวหนังบ�งลงและมีปริม�ณ คอลล�เจนลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับผู้หญิงวัยก่อนหมด ประจำ�เดือน24 รวมทั้งคว�มส�ม�รถในก�รอุ้มน้ำ�ของผิว ต่ำ�ลง เนื่องจ�กมีก�รศึกษ�ในหนูพบว่�เอสโตรเจนมีผล ต่อปริม�ณไขมัน และ glycosaminoglycan ในผิวหนัง25,26 และคว�มส�ม�รถในก�รอุ้มน้ำ�ของผิวหนังขึ้นอยู่กับ ปริม�ณไขมันในชั้นผิวหนังชั้น stratum corneum ที่ทำ�
หน้�ที่ป้องกันก�รสูญเสียน้ำ�และปริม�ณของ glycos- aminoglycan ซึ่งเป็นโมเลกุลที่จับกับน้ำ�ในชั้นผิวหนัง27 จึงเป็นส�เหตุที่ผิวหนังของผู้หญิงวัยหมดประจำ�เดือน ข�ดคว�มชุ่มชื้น แห้งกร้�น ก�รเกิดริ้วรอยและคว�ม
หย่อนคล้อยของผิวหนังเป็นผลม�จ�กก�รเปลี่ยนแปลง โครงสร้�งและส่วนประกอบในชั้นผิวหนัง ได้แก่ ปริม�ณ คอลล�เจน28 และเส้นใยอิล�สติน29 ซึ่งหนึ่งในปัจจัยที่
ส่งผลต่อปริม�ณส่วนประกอบนี้ คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจน มีก�รศึกษ�พบว่�ผู้หญิงวัยหมดประจำ�เดือนที่ไม่เคย ได้รับฮอร์โมนทดแทน มักจะมีผิวหนังหย่อนคล้อย ข�ด คว�มกระชับ เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่รับฮอร์โมนทดแทน30 และจ�กก�รศึกษ�ของ Creidi และคณะ31 พบว่�
ก�รใช้ครีมที่มีส่วนประกอบของเอสโตรเจนในผู้หญิง วัยหมดประจำ�เดือน ส�ม�รถช่วยลดริ้วรอยได้อย่�งมี
นัยสำ�คัญ
ฮอร์โมนที่ใช้ทดแทนควรมีส่วนประกอบของ ทั้งฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน เนื่องจ�ก ก�รใช้เอสโตรเจนเพียงอย่�งเดียวเป็นระยะเวล�น�น จะเพิ่มคว�มเสี่ยงต่อก�รเกิดโรคมะเร็งของมดลูก32 จึง ควรใช้ร่วมกับโปรเจสเตอโรนเพื่อเป็นก�รป้องกันภ�วะ ดังกล่�ว จ�กก�รศึกษ�เปรียบเทียบในผู้หญิงวัยหมด ประจำ�เดือนที่ได้รับฮอร์โมนทดแทนแบบใช้แผ่นแปะ ผิวหนังที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนเพียงอย่�งเดียว แผ่น แปะผิวหนังที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนร่วมกันกับย�เหน็บ ช่องคลอดโปรเจสเตอโรน หรือรับประท�นฮอร์โมน เอสโตรเจนร่วมกันกับย�เหน็บช่องคลอดโปรเจสเตอโรน พบว่�ผิวหนังของผู้หญิงในกลุ่มนี้มีคว�มชุ่มชื้น ยืดหยุ่น และหน�กว่�กลุ่มที่ไม่ได้รับฮอร์โมนทดแทนอย่�งเห็น ได้ชัด33 นอกจ�กนี้ จ�กก�รศึกษ�โดยก�รท�ครีมเอส- โตรเจนที่มีส่วนประกอบของ estradiol ที่คว�มเข้มข้น ร้อยละ 0.01 และ estriol ที่คว�มเข้มข้นร้อยละ 0.3 ติดต่อกันเป็นระยะเวล� 6 เดือน ในผู้หญิงวัยหมด ประจำ�เดือนที่มีผิวหน้�เสื่อมสภ�พ พบว่� ผิวมีคว�มแห้ง ลดลง มีคว�มยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น ริ้วรอยตื้นขึ้นโดยไม่พบ อ�ก�รข้�งเคียงไม่พึงประสงค์34 อย่�งไรก็ต�มมีก�รศึกษ�
พบว่�เอสโตรเจนเป็นส�เหตุสำ�คัญของก�รเกิดฝ้� เป็น อ�ก�รไม่พึงประสงค์ของย�รับประท�นคุมกำ�เนิด35,36 ดังนั้นก�รใช้เอสโตรเจนควรอยู่ภ�ยใต้ก�รกำ�กับและ คำ�แนะนำ�ของแพทย์อย่�งใกล้ชิด เพื่อติดต�มประเมินผล ก�รรักษ�และป้องกันก�รเกิดอ�ก�รข้�งเคียงที่อ�จ เกิดขึ้นได้
3. สÒÃต้Ò¹อ¹ุมูÅอÔสÃะ
ในภ�วะปกติ ส�รอนุมูลอิสระจะเกิดขึ้นภ�ยใน ร่�งก�ยตลอดเวล�จ�กกระบวนก�รห�ยใจและก�ร เผ�ผล�ญพลังง�น แต่ไม่พบว่�เกิดอันตร�ยกับเซลล์
เนื่องจ�กร่�งก�ยของเร�มีกระบวนก�รกำ�จัดส�รเหล่�นื้37 เช่น สร้�งเอนไซม์ม�ทำ�ล�ย ทำ�ให้ส�รอนุมูลอิสระอยู่ใน ระดับสมดุล ปริม�ณส�รอนุมูลอิสระที่เพิ่มขึ้นภ�ยใน เซลล์เกิดได้จ�กเอนไซม์ที่ทำ�ล�ยส�รอนุมูลอิสระลดลง หรือมีปริม�ณส�รอนุมูลอิสระเพิ่มม�กขึ้น โดยเฉพ�ะ ก�รเพิ่มขึ้นที่เกิดจ�กก�รกระตุ้นจ�กสิ่งแวดล้อม ได้แก่
มลพิษในอ�ก�ศ โอโซน ไนตรัสออกไซด์ ไนโตรเจน ไดออกไซด์ ฝุ่น ควันบุหรี่ รังสีอัลตร�ไวโอเลตในแสงแดด พบว่�รังสีอัลตร�ไวโอเลตในแสงแดดเป็นตัวก�รสำ�คัญ ที่ทำ�ให้เกิดจำ�นวนส�รอนุมูลอิสระม�กม�ยในเซลล์
ผิวหนัง38 ส�รอนุมูลอิสระมีผลทำ�ให้ต่อมไขมันทำ�ง�น ผิดปกติ มีก�รขับไขมันเพิ่มขึ้น39 มีผลต่อก�รสร้�งเม็ดสี
เมล�นินเพิ่มขึ้นในเมล�โนซัยต์ ส่งผลให้ผิวคล้ำ�ขึ้น เนื่องจ�กมีก�รกระตุ้นให้เพิ่มก�รแสดงออกของโปรตีน ที่เกี่ยวข้องกับก�รสร้�งเมล�นิน40 ได้แก่ melanogenic factors tyrosinase และ tyrosinase-related protein 1 นอกจ�กนั้นยังเพิ่มก�รแสดงออกของเอนไซม์ matrix metalloproteinase (MMP)-1 โดยถูกกระตุ้นผ่�น ท�ง c-Jun N-terminal kinase ซึ่งมีผลเร่งก�รทำ�ล�ย คอลล�เจน41 อย่�งไรก็ต�มร่�งก�ยได้มีกลไกก�รป้องกัน อันตร�ยและคว�มเสื่อมของร่�งก�ย โดยก�รสร้�งเอนไซม์
ที่ทำ�ล�ยส�รอนุมูลอิสระภ�ยในเซลล์ผิวหนัง37 ได้แก่
superoxide dismutase, catalase และ glutathione รวมทั้งส�รต้�นอนุมูลอิสระอื่นๆ ได้แก่ tocopherol หรือ วิต�มินอี42 coenzyme Q1043 ascorbate หรือวิต�มิน ซี44 carotenoids หรือวิต�มินเอ45 และส�รต้�นอนุมูล อิสระจ�กธรรมช�ติ ส�รต้�นอนุมูลอิสระจะทำ�หน้�ที่ลด คว�มเสถียรของอนุมูลอิสระผ่�นก�รจับกับอนุมูลอิสระ โดยตรง หรือช่วยเสริมฤทธิ์ให้ส�รต้�นอนุมูลอิสระอื่นๆ ห�กปริม�ณส�รอนุมูลอิสระยังม�กขึ้นจนเกินภ�วะสมดุล ทำ�ให้เกิดอันตร�ยต่อเซลล์ในร่�งก�ยได้ ส�รอนุมูลอิสระ จะไปทำ�ล�ยดีเอนเอ โปรตีน ไขมัน ส่วนประกอบของ
เซลล์ เยื่อหุ้มเซลล์ ทำ�ให้เซลล์เสื่อมสภ�พ ต�ยเร็ว กว่�ปกติและทำ�ให้ผิวหนังเสื่อมสภ�พได้46,47
ÇÔตÒมÔ¹ซี มีประสิทธิภ�พสูงในก�รป้องกันเซลล์
จ�กก�รทำ�ล�ยของส�รอนุมูลอิสระ และช่วยให้ร่�งก�ย นำ�ส�รต้�นอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ กลับม�ใช้ได้ใหม่ รวมทั้ง เป็นปัจจัยสำ�คัญในก�รเปลี่ยน proline และ lysine ไปเป็น hydroxyproline และ hydroxylysine48,49 ที่
เป็นส่วนสำ�คัญในก�รสร้�งเส้นใยคอลล�เจนและอิล�สติน ซึ่งช่วยเพิ่มคว�มยืดหยุ่นให้กับผิวหนัง นอกจ�กนั้น วิต�มินซียังส�ม�รถยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ใน กระบวนก�รสร้�งเม็ดสีเมล�นิน50 และกระตุ้นก�รสร้�ง เส้นใยคอลล�เจน51 มีก�รศึกษ�พบว่� ก�รท�สูตรตำ�รับ ที่ประกอบด้วย ascorbic acid ที่คว�มเข้มข้นร้อยละ 10 และ tetrahexyldecyl ascorbate ที่คว�มเข้มข้นร้อยละ 7 ส�ม�รถลดริ้วรอยและกระตุ้นก�รสร้�งเส้นใยคอลล�เจน อย่�งมีนัยสำ�คัญ51 นอกจ�กนี้พบว่� sodium ascobate ที่คว�มเข้มข้นร้อยละ 10 ส�ม�รถลดรอยแดงรอบดวงต�52 ถึงแม้ว่�วิต�มินซีจะมีประสิทธิภ�พสูง แต่มีปัญห�ด้�น ก�รดูดซึมผ่�นผิวหนัง รวมทั้งมีคว�มไม่คงตัวต่อแสงแดด และสภ�พอ�ก�ศ จึงได้มีก�รพัฒน�อนุพันธ์ของวิต�มินซี
ร่วมกับส�รประกอบอื่นเพื่อเพิ่มคว�มคงตัวของย� เช่น magnesium L-ascorbyl-2-phosphate53, ascorbic acid 2-O-α-glucoside54 เป็นต้น
ÇÔตÒมÔ¹อÕ เป็นส�รต้�นอนุมูลอิสระที่สำ�คัญ ส�ม�รถลดก�รเกิดรอยแดงและป้องกันก�รทำ�ล�ยไขมัน จ�กส�รอนุมูลอิสระ ได้มีผลก�รศึกษ�จ�กก�รเพ�ะเลี้ยง เซลล์สร้�งเส้นใย พบว่�วิต�มินอีส�ม�รถลดก�รแสดงออก ของเอนไซม์ matrix metalloproteinase (MMP)-1 ผ่�นก�รยับยั้งก�รทำ�ง�นของ protein kinase C55 ส่งผล ให้ก�รทำ�ล�ยคอลล�เจนลดลง และลดริ้วรอยในผิวหนัง ของหนู โดยลดส�รอนุมูลอิสระจ�กรังสีอัลตร�ไวโอเลต42 รวมทั้งจ�กก�รศึกษ�เพ�ะเลี้ยงเซลล์เมล�โนซัยต์
(melanocyte) ของหนูพบว่� วิต�มินอีช่วยยับยั้งก�รสร้�ง เม็ดสีเมล�นินโดยยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase-related protein 2 และ tyrosinase อีกด้วย56
Coenzyme Q10 มีหน้�ที่เปลี่ยนแปลงส�รอ�ห�ร ที่เซลล์รับเข้�ไปให้เป็นพลังง�นในรูป ATP และช่วย สล�ยประจุของส�รอนุมูลอิสระซึ่งเกิดขึ้นในกระบวนก�ร สร้�งพลังง�นระดับเซลล์ เพื่อทำ�ให้เซลล์ของร่�งก�ย ทำ�ง�นได้เป็นปกติ ส�ม�รถป้องกันส�รพันธุกรรมจ�ก ก�รทำ�ล�ยของรังสีอัลตร�ไวโอเลต และยับยั้งก�รสร้�ง เอนไซม์ matrix metalloproteinase (MMP)-1 ผ่�น ก�รลดก�รแสดงออกของ IL-643 และพบว่�ก�รท�ครีม ที่ส่วนผสมของ coenzyme Q10 ที่คว�มเข้มข้นร้อยละ 1 เป็นเวล� 5 สัปด�ห์ ส�ม�รถลดริ้วรอยได้43 นอกจ�ก นั้น coenzyme Q10 ช่วยเร่งก�รสร้�งส�รประกอบของ เซลล์ผิวหนัง เช่น laminin 332 จ�กเซลล์เคร�ติโนซัยต์
(keratinocyte) และคอลล�เจนจ�กเซลล์สร้�งเส้นใย (fibroblast)57 ทำ�ให้ผิวยืดหยุ่นและกระชับ coenzyme Q10 จึงส�ม�รถนำ�ม�ใช้รักษ�ผิวหนังที่เสื่อมสภ�พได้
สÒÃกÅุ่ม polyphenol เป็นส�รต้�นอนุมูลอิสระ ที่ได้จ�กพืช เช่น epigallocathechin (EGCG) จ�ก ช�เขียว มีก�รศึกษ�ในหนูพบว่�ก�รรับประท�น EGCG เป็นระยะเวล� 8 สัปด�ห์จะช่วยให้ผิวหนังแข็งแรง เพิ่ม ค่� minimal erythema dose และส�ม�รถป้องกันผิวหนัง จ�กก�รทำ�ล�ยของรังสีอัลตร�ไวโอเลต58 และก�รศึกษ�
จ�กเซลล์เพ�ะเลี้ยงพบว่� EGCG ส�ม�รถป้องกัน รังสีอัลตร�ไวโอเลตที่ไปกระตุ้นก�รทำ�ง�นของเอนไซม์
matrix metalloproteinase (MMP) ผ่�นท�ง mitogen activated protein kinase-responsive (MAPK) ส่งผลให้ก�รทำ�ล�ยคอลล�เจนลดลง59 นอกจ�กนั้น ส�รในกลุ่ม polyphenol อื่นๆ เช่น ส�รสกัดจ�กใบ แปะก๊วย จ�กก�รศึกษ�ในเซลล์เพ�ะเลี้ยงพบว่� ส�รสกัด จ�กใบแปะก๊วยส�ม�รถเพิ่มจำ�นวนเซลล์สร้�งเส้นใย และกระตุ้นก�รสร้�งคอลล�เจน60 รวมทั้งสูตรตำ�รับครีม ที่มีส่วนผสมของส�รสกัดจ�กใบแปะก๊วยส�ม�รถลด ริ้วรอยและเพิ่มคว�มชุ่มชื้นแก่ผิวหนังภ�ยใน 4 สัปด�ห์
ได้61
4. สÒÃใ¹กÅุ่ม alpha hydroxy acid (AHA) Alpha hydroxy acid (AHA) เป็นกรดผลไม้
ที่พบในมะน�ว อ้อย แอปเปิ้ล และมะข�ม AHA
นอกจ�กจะเป็นที่ยอมรับในเรื่องก�รกระตุ้นก�รผลัด เซลล์ผิวแล้ว62 ยังส�ม�รถนำ�ม�ใช้รักษ�ผิวหนังเสื่อม สภ�พ โดยเพิ่มก�รสร้�งส�ร glycosaminoglycans และ ground substances63 ในชั้นผิวหนังแท้ ทำ�ให้ผิว ส�ม�รถอุ้มน้ำ�ได้ดี มีคว�มชุ่มชื้นและยืดหยุ่น มีก�ร ศึกษ�พบว่� ก�รท�ส�ร AHA ส�ม�รถเพิ่มคว�มสมบูรณ์
ของผิวหนัง เพิ่มปริม�ณของ hyaluronic acid และ glycosaminoglycans63 เช่นเดียวกับก�รเพิ่มปริม�ณ เส้นใยคอลล�เจนและอิล�สติน64 ช่วยให้ริ้วรอยลดลง ทำ�ให้มีก�รแพร่ของส�รอ�ห�รระหว่�งเซลล์ผิวหนังชั้นบน ดีขึ้น นอกจ�กนั้นยังช่วยลดรอยคล้ำ� สีผิวไม่สม่ำ�เสมอ กระแดด65 ซึ่งเป็นก�รเสื่อมสภ�พจ�กแสงแดดด้วย
5. สÒû้อ§กѹแส§แดด
ก�รเสื่อมสภ�พของผิวหนังเป็นกระบวนก�ร ที่เกิดขึ้นเองในแต่ละบุคคล โดยถูกกระตุ้นด้วยรังสี
อัลตร�ไวโอเลต ซึ่งก�รป้องกันที่ดีที่สุดคือ ก�รหลีกเลี่ยง แสงแดด โดยก�รสวมหมวก สวมเสื้อแขนย�ว ก�งเกง ข�ย�ว หรือก�รใช้เวชสำ�อ�งเพื่อป้องกันแสงแดด จ�กก�รศึกษ�พบว่� ก�รใช้เวชสำ�อ�งในก�รป้องกัน แสงแดดที่มี Sun Protection Factor (SPF) เท่�กับ 15 ตั้งแต่ช่วงอ�ยุประม�ณ 18 ปี ยังส�ม�รถลดอัตร�เสี่ยง ก�รเกิดมะเร็งที่ผิวหนังประม�ณร้อยละ 80 ด้วย66 ดังนั้น ก�รปกป้องจ�กแสงแดดควรจะเริ่มตั้งแต่เย�ว์วัย ก�รใช้
เวชสำ�อ�งในก�รปกป้องแสงแดดจึงเป็นอีกท�งเลือกหนึ่ง ในก�รลดอันตร�ยที่เกิดจ�กก�รสัมผัสกับแสงแดด โดยตรง ช่วยชะลอก�รเสื่อมสภ�พของผิวหนัง รวมทั้ง ลดอัตร�เสี่ยงก�รเกิดโรคมะเร็งที่ผิวหนังอีกด้วย
เวชสำ�อ�งป้องกันแสงแดดส�ม�รถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทต�มกลไกก�รป้องกัน67 ได้แก่ ก�รป้องกัน ท�งเคมี และก�รป้องกันท�งก�ยภ�พ ในยุคแรกๆ ของ เวชสำ�อ�งป้องกันแสงแดดท�งเคมี จะใช้ส�รดูดซับรังสี
อัลตร�ไวโอเลต (UV) ที่มีส่วนประกอบของ para- aminobenzoic acid (PABA) และอนุพันธุ์ ซึ่งส�ม�รถ ปกป้องรังสีอัลตร�ไวโอเลตบี (UVB) ได้เท่�นั้น แต่
ไม่ส�ม�รถป้องกันรังสีอัลตร�ไวโอเลตเอ (UVA) ได้
รวมทั้งมีอ�ก�รข้�งเคียงที่ทำ�ให้เกิดก�รระค�ยเคืองได้
ในยุคถัดม� ได้มีก�รผลิตเวชสำ�อ�งกันแดดที่มีส่วน- ประกอบของส�รที่ป้องกัน UVB ที่มีก�รระค�ยเคือง ผิวหนังน้อยกว่� เช่น aminobenzoates, cinnamates และ salicylates ร่วมกันกับส�รที่ส�ม�รถป้องกันได้
ทั้งรังสี UVB และรังสี UVA ได้แก่ กลุ่ม benzo- phenone (oxybenzone, avobenzone) ข้อเสียของ ส�รกันแดดท�งเคมี ได้แก่ ส�รกลุ่มนี้ส�ม�รถซึมผ่�น ผิวหนัง และทำ�ให้เกิดอันตร�ยต่อเซลล์อื่นได้ มีก�ร ศึกษ�ในสัตว์ทดลองพบว่� benzophenone ส�ม�รถ ซึมผ่�นชั้นผิวหนังและเข้�สู่ระบบไหลเวียนโลหิตและ เหนี่ยวนำ�ให้เกิดก�รเจริญของเซลล์ที่ผิดปกติไป มีก�ร งอกของเซลล์ท่อไตและเซลล์ตับในหนู68 และมีก�ร ศึกษ�พบว่�ส�รกันแดดท�งเคมี ได้แก่ octocrylene, octylmethoxycinnamate และ benzophenone-3 ส�ม�รถกระตุ้นก�รสร้�งส�รอนุมูลอิสระในชั้นผิวหนัง กำ�พร้� ก�รสร้�งส�รอนุมูลอิสระนี้สอดคล้องกับคว�ม ส�ม�รถของส�รกันแดดในก�รซึมผ่�นชั้นผิวหนัง69 นอกจ�กนั้นยังพบว่�ส�รกันแดด para-aminobenzoic acid (PABA) ป้องกันรังสี UVB ในก�รกระตุ้นก�ร สังเคร�ะวิต�มินดีในชั้นผิวหนัง ทำ�ให้มีก�รสังเคร�ะห์
วิต�มินดีลดลง70 ส่วนส�รป้องกันแสงแดดท�งก�ยภ�พ จะอ�ศัยคุณสมบัติในก�รกระจ�ยและสะท้อนแสงกลับ ได้แก่ ส�ร titanium dioxide และ zinc oxide ซึ่งมี
ข้อดีคือ ส�ม�รถปกป้องทั้งรังสี UVA และ UVB67 ทั้งนี้ประสิทธิภ�พของเวชสำ�อ�งกันแดดชนิดรังสี
UVB ส�ม�รถดูได้จ�กค่� Sun Protection Factor (SPF) ซึ่งเป็นอัตร�ส่วนระหว่�งปริม�ณพลังง�นของรังสี
UV ที่น้อยที่สุดแล้วทำ�ให้ผิวหนังเกิดอ�ก�รแดงอักเสบ (minimal erythema dose) ในกลุ่มที่ป้องกันแสงแดด เปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ป้องกัน โดยองค์ก�รอ�ห�ร และย� สหรัฐอเมริก� แนะนำ�ให้ใช้เวชสำ�อ�งที่มีค่� SPF ม�กกว่� 15 ท�ซ้ำ�ทุก 2 ชั่วโมง และหลีกเลี่ยงแสงแดด ช่วงเวล� 10.00-14.00 น.71,72 และมีก�รศึกษ�พบว่�
ก�รท�เวชสำ�อ�งกันแดด ควรท�ปริม�ณ 2 มิลลิกรัม ต่อพื้นที่ผิว 1 ต�ร�งเซนติเมตร73 ในก�รประเมินก�ร ปกป้องรังสี UVA ส�ม�รถดูได้จ�กค่� UVA protection
factor (UVAPF) ซึ่งเป็นอัตร�ส่วนของพลังง�นของ รังสี UVA ที่น้อยที่สุดที่ทำ�ให้เกิดรอยจุดด่�งดำ� (per- sistant pigment darkening) เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้
ป้องกัน จ�กก�รศึกษ�พบว่�สำ�หรับประเทศไทย ควรใช้
เวชสำ�อ�งกันแดดที่มีค่� UVAPF ในช่วง 21-2874
สÃุ»
กÒÃàสืèอมอÒยุ¢อ§ผÔÇàกÔด¢ึ้¹ได้àอ§ตÒมอÒยุ·ÕèàพÔèมมÒก¢ึ้¹ à¹ืèอ§จÒก»ÃะสÔ·ธÔภÒพใ¹กÒÃซ่อมแซม ผÔÇแÅะสÃ้Ò§àส้¹ใย¤อÅÅÒàจ¹Åดŧ ·ำÒให้àกÔดÃÔ้ÇÃอย ผÔÇห¹Ñ§ºÒ§Å§ สÕผÔǤÅ้ำÒ¢ึ้¹ ผÔÇมÕ¤ÇÒมหย่อ¹¤Å้อย ไม่àต่§ตึ§กÃะªÑº แÅะ¢Òด¤ÇÒมªุ่มªื้¹ กÒÃàสืèอมอÒยุ
¢อ§ผÔÇจะมÒก¢ึ้¹จÒกกÒÃกÃะตุ้¹¢อ§สภÒÇะแÇดÅ้อม โดยà©พÒะอย่Ò§ยÔè§จÒกแส§แดดแÅะมÅภÒÇะต่Ò§ๆ แต่สÒมÒÃถ»้อ§กѹแÅะªะÅอ¤ÇÒมàสืèอมสภÒพ
¢อ§ผÔÇได้ โดยกÒûก»้อ§แส§แดดแÅะใª้àǪสำÒอÒ§
กѹแดด ใ¹»ัจจุºÑ¹ได้มÕกÒÃพÑฒ¹ÒยÒ แÅะสÒÃต่Ò§ๆ àพืèอใª้ใ¹กÒÃÃÑกษÒผÔÇàสืèอมสภÒพ àª่¹ อ¹ุพѹธ์
¢อ§ÇÔตÒมÔ¹àอ สÒÃต้Ò¹อ¹ุมูÅอÔสÃะ แÅะหÃือ กÒÃใª้ฮอÃ์โม¹·ดแ·¹ อย่Ò§ไÃก็ตÒม กÒÃดูแÅ ÃÑกษÒผÔÇพÃÃณโดยกÒÃÃѺ»Ãะ·Ò¹อÒหÒ÷Õèอุดม ไ»ด้ÇยสÒÃต้Ò¹อ¹ุมูÅอÔสÃะ58,75,76 กÒÃพÑกผ่อ¹
·ÕèàพÕย§พอ77 กÒÃมÕสุ¢ภÒพจÔต·ÕèดÕ6,78,79 ก็à»็¹»ัจจÑย
·Õèª่ÇยªะÅอกÒÃàสืèอมสภÒพ¢อ§ผÔÇ ·ำÒให้ผÔÇพÃÃณ ดูอ่อ¹กÇ่ÒÇÑยได้
àอกสÒÃอ้Ò§อÔ§
1. Gilchrest BA. A review of skin ageing and its medical therapy. Br J Dermatol 1996; 135: 867 - 75.
2. Ly DH, Lockhart DJ, Lerner RA, et al. Mitotic misregulation and human aging. Science 2000; 287:
2486 - 92.
3. Fisher GJ, Wang ZQ, Datta SC, et al. Patho- physiology of premature skin aging induced by ultraviolet light. N Engl J Med 1997; 337: 1419 - 28.
4. Vierkotter A, Schikowski T, Ranft U, et al. Airborne
particle exposure and extrinsic skin aging. J Invest Dermatol 2010; 130: 2719 - 26.
5. Lahmann C, Bergemann J, Harrison G, et al.
Matrix metalloproteinase-1 and skin ageing in smokers. Lancet 2001; 357: 935 - 6.
6. Costin GE, Hearing VJ. Human skin pigmen- tation: melanocytes modulate skin color in response to stress. FASEB J 2007; 21: 976 - 94.
7. Grove GL, Kligman AM. Age-associated changes in human epidermal cell renewal. J Gerontol 1983;
38: 137 - 42.
8. Chung JH, Youn SH, Kwon OS, et al. Enhanced proliferation and collagen synthesis of human dermal fibroblasts in chronically photodamaged skin.
Photodermatol Photoimmunol Photomed 1996; 12:
84 - 9.
9. Varani J, Dame MK, Rittie L, et al. Decreased collagen production in chronologically aged skin:
roles of age-dependent alteration in fibroblast function and defective mechanical stimulation. Am J Pathol 2006; 168: 1861 - 8.
10. Pochi PE, Strauss JS, Downing DT. Age-related changes in sebaceous gland activity. J Invest Dermatol 1979; 73: 108 - 11.
11. Astrom A, Tavakkol A, Pettersson U, et al. Molecular cloning of two human cellular retinoic acid- binding proteins (CRABP). Retinoic acid-induced expression of CRABP-II but not CRABP-I in adult human skin in vivo and in skin fibroblasts in vitro.
J Biol Chem 1991; 266: 17662 - 6.
12. Xiao JH, Durand B, Chambon P, et al. Endo- genous retinoic acid receptor (RAR)-retinoid X receptor (RXR) heterodimers are the major functional forms regulating retinoid-responsive elements in adult human keratinocytes. binding of ligands to RAR only is sufficient for RAR-RXR heterodimers to confer ligand-dependent activation of hRAR beta 2/RARE (DR5). J Biol Chem 1995;
270: 3001 - 11.
13. Varani J, Warner RL, Gharaee-Kermani M, et al.
Vitamin A antagonizes decreased cell growth and elevated collagen-degrading matrix metallo-
proteinases and stimulates collagen accumulation in naturally aged human skin. J Invest Dermatol 2000; 114: 480 - 6.
14. Kang S, Leyden JJ, Lowe NJ, et al. Tazarotene cream for the treatment of facial photodamage:
a multicenter, investigator-masked, randomized, vehicle-controlled, parallel comparison of 0.01%, 0.025%, 0.05%, and 0.1% tazarotene creams with 0.05% tretinoin emollient cream applied once daily for 24 weeks. Arch Dermatol 2001; 137: 1597 - 604.
15. Lever L, Kumar P, Marks R. Topical retinoic acid for treatment of solar damage. Br J Dermatol 1990;
122: 91 - 8.
16. Weinstein GD, Nigra TP, Pochi PE, et al. Topical tretinoin for treatment of photodamaged skin. A multicenter study. Arch Dermatol 1991; 127: 659 - 65.
17. Sefton J, Kligman AM, Kopper SC, et al. Photo- damage pilot study: a double-blind, vehicle- controlled study to assess the efficacy and safety of tazarotene 0.1% gel. J Am Acad Dermatol 2000;
43: 656 - 63.
18. Kang S, Goldfarb MT, Weiss JS, et al. Assessment of adapalene gel for the treatment of actinic keratoses and lentigines: a randomized trial. J Am Acad Dermatol 2003; 49: 83 - 90.
19. Dogra S, Kanwar AJ, Parsad D. Adapalene in the treatment of melasma: a preliminary report. J Dermatol 2002; 29: 539 - 40.
20. Kim MS, Lee S, Rho HS, et al. The effects of a novel synthetic retinoid, seletinoid G, on the expression of extracellular matrix proteins in aged human skin in vivo. Clin Chim Acta 2005; 362:
161 - 9.
21. Haczynski J, Tarkowski R, Jarzabek K, et al.
Human cultured skin fibroblasts express estrogen receptor alpha and beta. Int J Mol Med 2002; 10:
149 - 53.
22. Pierard-Franchimont C, Letawe C, Goffin V, et al.
Skin water-holding capacity and transdermal estrogen therapy for menopause: a pilot study. Maturitas.
1995; 22: 151 - 4.
23. Dunn LB, Damesyn M, Moore AA, et al. Does
estrogen prevent skin aging? results from the first national health and nutrition examination survey (NHANES I). Arch Dermatol 1997; 133:
339 - 42.
24. Brincat M, Kabalan S, Studd JW, et al. A study of the decrease of skin collagen content, skin thickness, and bone mass in the postmenopausal woman. Obstet Gynecol 1987; 70: 840 - 5.
25. Sobel H, Lee KD, Hewlett MJ. Effect of estrogen on acid glycosaminoglycans in skin of mice.
Biochim Biophys Acta 1965; 101: 225 - 9.
26. Uzuka M, Nakajima K, Ohta S, et al. The mecha- nism of estrogen-induced increase in hyaluronic acid biosynthesis, with special reference to estrogen receptor in the mouse skin. Biochim Biophys Acta 1980; 627: 199 - 206.
27. Oh JH, Kim YK, Jung JY, et al. Intrinsic aging- and photoaging-dependent level changes of glycosaminoglycans and their correlation with water content in human skin. J Dermatol Sci 2011; 62:
192 - 201.
28. Chung JH, Seo JY, Choi HR, et al. Modulation of skin collagen metabolism in aged and photoaged human skin in vivo. J Invest Dermatol 2001; 117:
1218 - 24.
29. Imayama S, Braverman M. A hypothetical expla- nation for the aging of skin. chronologic alteration of the three-dimensional arrangement of collagen and elastic fibers in connective tissue. Am J Pathol 1989; 134: 1019 - 25.
30. Pierard GE, Letawe C, Dowlati A, et al. Effect of hormone replacement therapy for menopause on the mechanical properties of skin. J Am Geriatr Soc 1995; 43: 662 - 5.
31. Creidi P, Faivre B, Agache P, et al. Effect of a conjugated oestrogen (Premarin) cream on ageing facial skin. A comparative study with a placebo cream. Maturitas 1994; 19: 211 - 23.
32. Rodriguez C, Patel AV, Calle EE, et al. Estrogen replacement therapy and ovarian cancer mortality in a large prospective study of US women. JAMA 2001; 285: 1460 - 5.
33. Sator PG, Schmidt JB, Sator MO, et al. The influence of hormone replacement therapy on skin ageing: a pilot study. Maturitas 2001; 39: 43 - 55.
34. Schmidt JB, Binder M, Demschik G, et al.
Treatment of skin aging with topical estrogens. Int J Dermatol 1996; 35: 669 - 74.
35. Resnik S. Melasma induced by oral contraceptive drugs. JAMA 1967; 199: 601 - 5.
36. Lieberman R, Moy L. Estrogen receptor expression in melasma: results from facial skin of affected patients. J Drugs Dermatol 2008; 7: 463 - 5.
37. Rizzo AM, Berselli P, Zava S, et al. Endogenous antioxidants and radical scavengers. Adv Exp Med Biol 2010; 698: 52 - 67.
38. Dalle CM, Pathak MA. Skin photosensitizing agents and the role of reactive oxygen species in photo- aging. J Photochem Photobiol B 1992; 14: 105 - 24.
39. Akitomo Y, Akamatsu H, Okano Y, et al. Effects of UV irradiation on the sebaceous gland and sebum secretion in hamsters. J Dermatol Sci 2003;
31: 151 - 9.
40. Sasaki M, Horikoshi T, Uchiwa H, et al. Up- regulation of tyrosinase gene by nitric oxide in human melanocytes. Pigment Cell Res 2000; 13:
248 - 52.
41. Kitazawa M, Iwasaki K, Sakamoto K, et al. Influence on AP-1 activation and MMP-1 expression by UV irradiation to human normal dermal fibroblasts.
J Jpn Cosmet Sci Soc 2001; 25: 125 - 9.
42. Jurkiewicz BA, Bissett DL, Buettner GR. Effect of topically applied tocopherol on ultraviolet radiation-mediated free radical damage in skin.
J Invest Dermatol 1995; 104: 484 - 8.
43. Inui M, Ooe M, Fujii K, et al. Mechanisms of inhibitory effects of CoQ10 on UVB-induced wrinkle formation in vitro and in vivo. Biofactors 2008; 32: 237 - 43.
44. Darr D, Combs S, Dunston S, et al. Topical vitamin C protects porcine skin from ultraviolet radiation- induced damage. Br J Dermatol 1992; 127: 247 - 53.
45. Stahl W, Heinrich U, Jungmann H, et al. Caro- tenoids and carotenoids plus vitamin E protect