• Tidak ada hasil yang ditemukan

Pathumwan Academic Journal Vol. 4, May - August 2012

N/A
N/A
Nguyễn Gia Hào

Academic year: 2023

Membagikan "Pathumwan Academic Journal Vol. 4, May - August 2012"

Copied!
7
0
0

Teks penuh

(1)

การออกแบบสายอากาศไมโครสตริปแพตช์รูปคล้ายยากิสําหรับประยุกต์ใช้กับโครงข่ายท้องถินไร้สาย Design of Microstrip Patch Quasi-YAGI Antenna for WLAN Applications

ชุมพล ปทุมมาเกษร* และ เทิดศักดิ¢ อินทโชติ

สาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์สือสารและคอมพิวเตอร์ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์

เลขที  หมู่ ­€ ถนนพหลโยธิน ต.คลองหนึง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ˆ‰€ โทร. €­-‹­Œ€Ž‘’-‘

E-mail : [email protected] บทคัดย่อ

งานวิจัยนี¦นําเสนอการออกแบบสายอากาศไมโคร สตริปแพตช์รูปแบบใหม่ทีมีคุณลักษณะคล้ายกับสายอากาศยากิ

โดยประยุกต์จากสายอากาศไดโพลแบบครึงคลืนแสะสายอากาศ แบบยากิ ซึงสายอากาศดังกล่าวถูกออกแบบบนแผ่นวงจรพิมพ์

ชนิด FR-4 สายอากาศทีได้มีขนาดเล็ก โครงสร้างไม่ซับซ้อน และมีต้นทุนตํา สําหรับการออกแบบสายอากาศนั¦นมีการ วิเคราะห์และจําลองผลด้วยโปรแกรม CST จากนั¦นทําการสร้าง สายอากาศต้นแบบจริงเพือเป็นการยืนยันผลการจําลองแบบ ซึง ในการวัดและทดสอบพบว่าสายอากาศมีแบนด์วิดท์ ´µ.·¸%

ครอบคลุมย่านความถีใช้งานของระบบการสือสารโครงข่าย ท้องถินไร้สาย มีแบบรูปการแผ่กระจายกําลังงานแบบทิศทาง เดียว และมีอัตราขยายประมาณ º.»¼ dB ทีค่าการสูญเสีย เนืองจากการย้อนกลับตํากว่า -10 dB ตลอดย่าน สามารถ นําไปใช้ประโยชน์สําหรับโครงข่ายท้องถินไร้สายได้อย่างมี

ประสิทธิภาพ

คําสําคัญ: สายอากาศไมโครสตริปแพตช์, สายอากาศรูปคล้าย ยากิ

Abstract

A novel microstrip patch quasi-YAGI antenna is presented for for WLAN applications. The half wave dipole and YAGI antenna are modified to a microstrip patch quasi-YAGI. The propose antenna is designed on FRº substrate, since it is small size, easy fabrication and

low cost. In antenna design, we analyze and simulate microstrip quasi YAGI antenna by using CST program.

To confirmed simulation results, the purposed antenna will be realized and experimented. In measurement, it found that antenna has bandwidth ´µ.·¸ % covered the operating frequency. This antenna has unidirectional radiation patterns and gain is about º.»¼ dB with return loss less than -´Í dB which covered WLAN spectrum range. The advantage of the proposed antenna is that it can be used in WLAN systems more efficiently.

Keywords: microstrip patch antenna, quasi-YAGI antenna

´. บทนํา

ระบบสือสารโครงข่ายท้องถินไร้สาย (Wireless Local Area Network: WLAN) ซึงเป็นระบบเชือมโยงระหว่าง คอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันหรือเชือมต่อ กับอินเตอร์เน็ต โดยอาศัยคลืนวิทยุ (Radio Frequency: RF) รับส่งข้อมูลแทนสายเคเบิล ซึงสํานักงานคณะกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

ได้กําหนดให้ระบบการสือสารไร้สายมีย่านความถีใช้งานอยู่

ในช่วง 2.4 – 2.5 GHz เนืองจากเป็นย่านความถีสาธารณะทํา ให้นักวิจัยมีความสนใจศึกษาระบบเครือข่ายไร้สายนีÈอย่าง กว้างขวาง จากความสําคัญดังกล่าว ทําให้มีการออกแบบและ พัฒนาอุปกรณ์ระบบ WLAN ออกมาเป็นจํานวนมาก โดยเฉพาะสายอากาศซึงนับว่าเป็นองค์ประกอบหนึงทีมี

Pathumwan Academic Journal Vol. 4, May - August 2012 บทความวิจัย

Pathumwan Academic Journal Vol. 4, May - August 2012

(2)

ความสําคัญ เนื4องจากเป็นตัวช่วยให้อุปกรณ์ WLAN สามารถ แพร่กระจายคลื4นออกไปในอากาศทิศทางต่างๆ ได้ ซึ4งสามารถ แบ่งสายอากาศออกตามการแพร่กระจายคลื4นได้คือ สายอากาศ แบบมีทิศทาง (directional antenna) เป็นสายอากาศที4มีลักษณะ การกระจายคลื4นในแนวทิศทางใดทิศทางหนึ4 ง สายอากาศ ประเภทนี>นิยมใช้ในงานภายนอกอาคาร สําหรับการเชื4อมโยง แบบจุดไปจุด และอีกประเภทหนึ4งคือสายอากาศแบบรอบ ทิศทาง (omnidirectional antenna) [1] เป็นสายอากาศที4มี

ลักษณะการกระจายคลื4นในแนวรอบ ๆ สายอากาศ โดยคลื4น จะถูกแพร่กระจายออกไปทุกทิศทาง ดังนั>นจึงทําให้เกิดการ สูญเสียกําลังงานโดยเปล่าประโยชน์ไปในทิศทางที4ไม่ต้องการ เช่น บริเวณที4ไม่มีผู้ใช้งานระบบ WLAN เป็นต้น นอกจากนี>ถ้า ต้องการกําหนดพื>นที4ใช้งานระบบ WLAN เช่น ต้องการให้

สัญญาณครอบคลุมเฉพาะห้องที4มีขนาดใหญ่ห้องหนึ4งเท่านั>น สายอากาศเหล่านี>ที4ติดตั>งอยู่กับจุดเข้าถึงเครือข่ายจึงไม่สามารถ ตอบสนองกับความต้องการได้ เนื4องจากเราจําเป็นต้องใช้จุด เข้าถึงเครือข่ายหลายจุดเพื4อให้สัญญาณครอบคลุมผู้ใช้บริการ ทําให้ค่าใช้จ่ายเพิ4มขึ>น จากข้อจํากัดและปัญหาดังกล่าว สายอากาศแบบมีทิศทางนับว่าเป็นตัวเลือกที4เหมาะสมมาก ที4สุด ซึ4งสายอากาศที4มีคุณลักษณะการแพร่กระจายคลื4นแบบมี

ทิศทางที4มีนิยมใช้โดยทั4วไปในปัจจุบันนี>ได้แก่สายอากาศยากิ

(Yagi Uda) [1, 2] และสายอากาศแบบไมโครสตริปแพตช์

(Microstrip patch antenna) แต่สายอากาศดังกล่าวก็ยังมีข้อ กําจัดอยู่หลายประการ เช่น สายอากาศแบบยากินั>นจะมีขนาด ให ญ่จึ ง ส่ง ผล ใ ห้การออกแบ บ สร้างยากและ มีต้น ทุ น สูง น อ ก จ า ก นี> ก าร ติ ด ตั>ง ส า ยอ า ก าศ ก ร ะทํา ไ ด้ย า ก แล ะ ด้ว ย สายอากาศที4มีขนาดใหญ่อาจไม่เหมาะสมกับการติดตั>งสําหรับ ภายในอาคาร ส่วนสายอากาศแบบไมโครสตริปแพตช์นั>น อาจจะมีการออกแบบสร้างง่าย ขนาดเล็กกะทัดรัด และมี

ต้นทุนตํ4า แต่ก็มีข้อจํากัดเช่นเดียวกันคือ มีแบนด์วิดท์แคบ มี

อัตราขยายตํ4า ซึ4งงานวิจัยนี>ได้มีการออกแบบสายอากาศไม โ ค ร ส ต ริ ป แ พ ต ช์ รู ป แ บ บ ใ ห ม่ ที4 มี คุ ณ ลัก ษ ณ ะ ค ล้า ย กับ สายอากาศยากิ เพื4อใช้เป็นตัวแพร่กระจายคลื4นของระบบรับส่ง สัญญาณไร้สาย โดยประยุกต์จากสายอากาศไดโพล แบบครึ4ง คลื4น แ ล ะ สาย อ ากาศ แ บ บ ย ากิ ซึ4งสายอากาศ ดังกล่าวถูก

ออกแบบบนแผ่นวงจรพิมพ์ FR-4 สําหรับการออกแบบ สายอากาศนั>นมีการวิเคราะห์และจําลองผลด้วยโปรแกรม CST จากนั>นทําการสร้างสายอากาศต้นแบบจริงเพื4อเป็นการยืนยัน ผลการจําลองแบบ ซึ4งในการวัดและทดสอบ พบว่าสายอากาศ มีแบนด์วิดท์ 5.6 % [3, 4] ครอบคลุมย่านความถี4ใช้งานของ ระบบการสื4อสารโครงข่ายท้องถิ4นไร้สาย มีแบบรูปการแผ่

กระจายกําลังงานแบบทิศทางเดียว (unidirectional pattern) และมีอัตราขยายประมาณ y dB ที4ค่าการสูญเสียเนื4องจากการ ย้อนกลับตํ4ากว่า -10 dB ตลอดย่าน ซึ4งสายอากาศดังกล่าวมี

ข้อดีคือ มีขนาดเล็กกะทัดรัด โครงสร้างไม่ซับซ้อน สร้างได้

ง่าย นํ>าหนักเบา และมีต้นทุนตํ4า นอกจากนี>ยังมีแบบรูปการแผ่

กระจายกําลังงานที4มีเสถียรภาพ โดยแบบรูปการแผ่กระจาย กําลังงานเป็นแบบมีทิศทาง สามารถนําไปประยุกต์ใช้งานกับ ระบบโครงข่ายท้องถิ4นไร้สายได้อย่างประสิทธิภาพต่อไป

\. พืนฐานการออกแบบสายอากาศไมโครสตริปแพตช์

สายอากาศที4ใช้กับระบบโครงข่ายท้องถิ4นไร้สายนั>น จะต้องเป็นสายอากาศที4มีขนาดเล็ก กะทัดรัด และมีแบนด์วิดท์

กว้างพอครอบคลุมย่านความถี4ที4ใช้งาน ซึ4งสายอากาศโดย ส่วนมากเป็นสายอากาศแบบไมโครสตริปแพตช์ เนื4องจากเป็น สายอากาศที4มีขนาดเล็ก นํ>าหนักเบา โครงสร้างไม่ซับซ้อน และมีราคาถูก อย่างไรก็ตามสายอากาศไมโครสตริปแพตช์ก็ยัง มีข้อจํากัดอยู่ เช่น มีแบนด์วิดท์แคบ มีอัตราการขยายค่อนข้าง ตํ4า จากปัญหาที4สําคัญของสายอากาศแบบไมโครสตริปแพตช์

นั>นก็คือมีอัตราขยายตํ4า และมีแบนด์วิดท์แคบ ที4ผ่านมาจึงได้มี

การวิจัยเพื4อนําเสนอเทคนิคใหม่ๆ ขึ>นมาเพื4อแก้ปัญหาในเรื4อง การเพิ4มแบนด์วิดท์ให้กับสายอากาศงานวิจัยนี>ก็เป็นการ ออกแบบสายอากาศโดยยึดแนวคิดที4เป็นแพตช์ชั>นเดียว แต่จะ ใช้วิธีการออกแบบสายอากาศรูปแบบต่างๆ ที4มีแบนด์วิดท์

กว้างอยู่แล้วให้กว้างยิ4งขึ>นเพื4อครอบคลุมย่านความถี4ใช้งาน ของระบบโครงข่ายท้องถิ4นไร้สาย ซึ4งสายอากาศที4ได้เป็น สายอากาศแบบไมโครสตริปแพตช์รูปคล้ายสายอากาศยากิ

โดยสายอากาศดังกล่าวถูกออกแบบบนแผ่นวงจรพิมพ์ FR-4 ทําให้สายอากาศที4ได้มีขนาดเล็ก และมีต้นทุนตํ4า ซึ4งการ ออกแบบสายอากาศดังกล่าวใช้โปรแกรม CST เพื4อหาขนาดที4

วารสารวิชาการปทุมวัน ปที่ 2 ฉบับที่ 4 พฤษภาคม - สิงหาคม 2555

(3)

เหมาะสมของตัวสายอากาศ โดยจะพิจารณาที4ค่าความสูญเสีย เนื4องจากการย้อนกลับของสายอากาศเป็นสําคัญโดยให้มีค่าตํ4า กว่า -10 dB ตลอดย่านการใช้งานสําหรับระบบโครงข่ายท้องถิ4น ไร้สาย (2.4 – 2.5 GHz)

[. การศึกษาคุณลักษณะของสายอากาศไมโครสตริปแพตช์

รูปคล้ายยากิด้วยโปรแกรม CST

โปรแกรม CST เป็นโปรแกรมสําเร็จรูปที4ใช้ในการ จําลองปัญหาแม่เหล็กไฟฟ้า เพื4อวิเคราะห์โครงสร้างของ สายอากาศ และหาคําตอบด้วยการใช้สมการอินทิกรัลใน อากาศแบบสามมิติ มีความถูกต้องเที4ยงตรงของการจําลอง แบบขึ>นอยู่กับขนาดของกริดเซลล์ ถ้าขนาดของกริดเซลล์เล็ก จะทําให้ความถูกต้องแม่นยํามากขึ>น แต่จะใช้หน่วยความจําใน การ จําลอ ง ผ ลม า ก แ ละ ใ ช้เวลานานมากขึ>นด้วย จากการ ออกแบ บสายอากาศ เพื4อให้ได้สายอากาศที4มี แบ นด์วิด ท์

กว้าง ใช้เทคนิควิธีที4หลากหลายในการออกแบบ ทั>งการเพิ4ม ความห นาของวัสดุ ฐานรอง การเ ซาะร่อง การออกแบบ สายอากาศให้มีรูปแบบต่างๆ หรือมีการออกแบบการแมตช์

อิมพีแดนซ์ของสายอากาศเข้าไป ซึ4งในงานวิจัยนี>ได้มีการ ประยุกต์ใช้สายอากาศแบบไดโพล กับสายอากาศแบบยา กิ ร่วมกับการออกแบบการแมตช์อิมพีแดนซ์ของสายอากาศ และวงจรเลื4อนเฟสเพิ4มเข้าไป เพื4อให้สายอากาศมีความถี4 ปฏิบัติการที4 2.45 GHz และมีแบนด์วิดท์ ครอบคลุมย่าน ความถี4ใช้งานสําหรับระบบโครงข่ายท้องถิ4นไร้สาย

โดยการออกแบบสายอากาศได้เลือกใช้แผ่น PCB ช นิ ด FR-4 ซึ4 ง มี ค่ า ค ง ที4 ไ ด อิ เ ล็ ก ต ริ ก สั ม พัท ธ์ ข อ ง วัส ดุ

ฐานรอง( )Hr = 4.5 ค่าสูญเสียแทนเจนต์ G = 0.02 และความ สูงข อง วัส ดุ ฐา นร อง ( )h = 1.6 มิลลิ เ ม ต ร ค วา ม ถี4 ใ ช้ง า น กําหนดไว้ที4ความถี4กลาง ซึ4งการออกแบบสายอากาศมี การ แมตช์อิมพีแดนซ์ของสายอากาศด้วยสายส่งความยาว O/ 4

ของค่ าค วามถี4กลาง ที4 2.45 GHz โด ยเ ริ4มต้นออกแบบ สายอากาศที4 มีรูปร่างคล้ายสี4เหลี4ยมขนมเปียกปูนด้วยการใช้

หลักการของสายอากาศไดโพลแบบครึ4งคลื4น O/ 2 โดย สามารถคํานวณหาความยาวของการแมตช์อิมพีแดนซ์ด้วยสาย ส่งความยาว O/ 4 ที4ค่าอิมพีแดนซ์คุณลักษณะได้ดังสมการ

0 1 2

Z Z Z (1)

1 1 1 2

2 2 1 12

r r

eff

h w H H

H §¨© ·¸¹ (2)

4 4 eff l c

f O

H (3)

โดยที4 ( )Hr คือค่าคงที4ไดอิเล็กตริกสัมพัทธ์ของวัสดุฐานรอง ( )h คือ ความสูงของวัสดุฐานรอง

( )Heff คือ ค่าคงตัวของไดอิเล็กตริกสัมพัทธ์ประสิทธิผล ( )w คือ ความกว้างของสายนําสัญญาณไมโครสตริป ( )l คือ ความยาวของสายนําสัญญาณไมโครสตริป

ค่าพารามิเตอร์ของสายอากาศที4 w1 = 25.42 มม. w2 = 5.22 มม.

w3 = 2.36 มม. w4 = 25.72 มม. w5 = 13.31 มม. w6 = 2.86 มม.

w7 = 16.01 มม. w8 = 2.43 มม. w9 = 90 มม. l1 = 5 มม.

l2 = 28.98 มม. l3 = Q5.015 มม. l4 = 13.585 มม. l5 = 7.31 มม.

l6 = 4.78 มม. l7 = 48.65 มม. l8 = 115 มม. จําลองผลด้วย โปรแกรม CST โดยสายอากาศที4ได้แสดงในรูปที4 Q และรูปที4

\ ซึ4งมีโครงสร้างและค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ

รูปที4 Q โครงสร้างของสายอากาศไมโครสตริปที4จําลองผลด้วย โปรแกรม CST

Pathumwan Academic Journal Vol. 4, May - August 2012

(4)

รูปที4 \ ค่าพารามิเตอร์สายอากาศไมโครสตริปรูปคล้ายกับ สายอากาศยากิจําลองผลด้วยโปรแกรม CST

^. ผลการทดลอง

การออกแบบสายอากาศด้วยโปรแกรม CST ทําให้ได้

สายอากาศต้นแบบที4เหมาะสม สายอากาศต้นแบบจริงนั>นได้

เ ลื อ ก ใ ช้ แ ผ่ น ว ง จ ร พิ ม พ์ ช นิ ด FR-4 แ บ บ ส อ ง ห น้ า เ ป็ น วัสดุฐานรองที4สามารถใช้ได้ในย่านความถี4สูง ซึ4งสายอากาศที4 ได้นั>นมีขนาดเล็ก นํ>าหนักเบา มีโครงสร้างที4ออกแบบง่ายไม่

ซับซ้อน สามารถแสดงดังรูปที4 –

รูปที4 – สายอากาศต้นแบบ

ผลการทดลองวัดค่าสัมประสิทธิŽการสะท้อนกลับ ของ ง าน วิจ ัยนี> ไ ด ้กํา ห น ด ค่า ค วา มสูญเสียเนื4อง จาก กา ร

ย้อนกลับของสายอากาศให้มีค่าน้อยกว่า -10 dB ตลอดย่าน ความถี4ใช้งาน และอัตราส่วนคลื4นนิ4งให้มีค่าเท่ากับ 2 หรือตํ4า กว่า ซึ4งจากผลการทดลองพบว่าสายอากาศมีค่าความสูญเสีย เนื4องจากการย้อนกลับที4มีค่าน้อยกว่า -10 dB ที4ตลอดย่าน ความถี4 \.\] GHz ถึง \.y] GHz ดังแสดงในรูปที4  และค่าของ อัตราส่วนคลื4นนิ4งซึ4งมีค่าที4ตํ4ากว่า \ สําหรับช่วงความถี4 \.\]

GHz ถึง \.y] GHz แสดงได้ดังรูปที4 ]

ผลการท ดลอง วัด ค่าอิมพีแ ดน ซ์ข องสายอากาศ ต้นแบบ โดยทําการวัดด้วยเครื4องวิเคราะห์โครงข่ายเวคเตอร์

พบว่าสายอากาศมีค่าอิมพีแดนซ์ที4ความถี4กลาง \.] GHz เท่ากับ 50.68 + j0.05: แสดงได้ดังรูปที4 y โดยจากผลการทดลอง สายอากาศมีอิมพีแดนซ์อยู่ในช่วงที4มีค่าใกล้เคียงกับ 50 :

ก) จําลองผลด้วยโปรแกรม CST

ข) ทดสอบสายอากาศต้นแบบ รูปที4  ค่าความสูญเสียเนื4องจากการย้อนกลับ

วารสารวิชาการปทุมวัน ปที่ 2 ฉบับที่ 4 พฤษภาคม - สิงหาคม 2555

(5)

2 2.2 2.4 2.6 2.8 3 1

2 3 4 5

Gain (dB)

Frequency (GHz)

ก) จําลองผลด้วยโปรแกรม CST

ข) ทดสอบสายอากาศต้นแบบ

รูปที4 5 ค่าอัตราส่วนคลื4นนิ4งจากทดสอบสายอากาศต้นแบบ

รูปที4 6 ค่าอิมพีแดนซ์ที4ได้จากการวัดทดสอบสายอากาศ ต้นแบบที4ความถี4 2.45 GHz

ผลการทดลองวัดค่าอัตราการขยายของสายอากาศได้

ใช้เทคนิควิธีการวัด ด ้วยสายอาก าศสองต ัว (two-antenna method) โดยสายอากาศทั>งสองตัวมีลักษณะและคุณสมบัติ

เหมือนกันทุกประการ ซึ4งมีสายอากาศตัวหนึ4งทําหน้าที4เป็น สายอากาศส่ง และอีกตัวหนึ4งทําหน้าที4เป็นสายอากาศรับ โดยใน การทดลองนั>นพลังงานอินพุตที4ป้อนให้กับสายอากาศตัวส่ง เท่ากับ -10 dB ตลอดย่านความถี4 2 GHz ถึง 3 GHz และนําค่าที4 รับได้ของสายอากาศคิดเป็นพลังงาน Pr [5] ดังรูปที4 7

ก) จําลองผลด้วยโปรแกรม CST

ข) ทดสอบด้วยสายอากาศต้นแบบ รูปที4 7 ผลการวัดอัตราขยายของสายอากาศ

ผลการว ัดทดสอบแบบรูปการแผ่กระจายพลังงานของ สายอากาศต้นแบบด้วยเครื4องวิเคราะห์โครงข่ายเวกเตอร์ (HP 8722D vector network analyzer) ที4ความถี4 2.45 GHz สามารถแสดงได้ดังรูปที4 8 และรูปที4 9

Pathumwan Academic Journal Vol. 4, May - August 2012

(6)

ก) ผลการจําลองแบบด้วยโปรแกรม CST

ข) ผลการวัดทดสอบสายอากาศต้นแบบ รูปที4 8 แบบรูปการแผ่กระจายกําลังงานของสายอากาศใน

ระนาบสนามไฟฟ้าที4ความถี4 2.45 GHz

ก) ผลการจําลองแบบด้วยโปรแกรม CST

รูปที4 9 แบบรูปการแผ่กระจายกําลังงานของสายอากาศในระนาบ สนามแม่เหล็กที4ความถี4 2.45 GHz

ข) ผลการวัดทดสอบสายอากาศต้นแบบ

รูปที4 9 (ต่อ) แบบรูปการแผ่กระจายกําลังงานของสายอากาศใน ระนาบสนามแม่เหล็กที4ความถี4 2.45 GHz

`. สรุป

การสร้างและวัดทดสอบสายอากาศไมโครสตริปแพตช์

รูปคล้ายยากิ การพิจารณาเปรียบเทียบค่าที4ได้จากการจําลองผล ด้วยโปรแกรม CST และการวัดทดสอบผล โดยพบว่าจากผล การทดสอบและการจําลองแบบด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มี

ความแตกต่างกันบ้าง แต่มีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน โดย จากการทดสอบพบว่าสายอากาศมีค่าอิมพีแดนซ์ที4ความถี4 2.45 GHz เท่ากับ 50.68 + j0.05 : มีแบนด์วิดท์ประมาณ Qy.–\ % ครอบคลุมย่านความถี4ใช้งานของเทคโนโลยีการสื4อสาร โครงข่ายท้องถิ4นไร้สาย มีค่าอัตราส่วนคลื4นนิ4งประมาณ Q.‰† ที4 ความถี4 \.] GHz มีอัตราการขยายเฉลี4ยอยู่ที4ประมาณ 4.95 dB ส า ย อ า ก า ศ นี> ส า ม า ร ถ นํา ไ ป พ ัฒ น า ใ ช ้ง า น สํา ห รับ เทคโนโลยีการสื4อสารไร้สาย และพัฒนาต่อยอดเพื4อนําไป ประยุกต์ใช้ในงานด้านต่างๆ ที4เกี4ยวข้องกับเทคโนโลยีการ สื4อสารไร้สายได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

เอกสารอ้างอิง

[1] บัณ ทิ ต โ ร จ น์ อ า ร ย า น น ท์ . วิ ศ ว ก ร ร ม ส า ย อ า ก า ศ . สํานักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร.

2537.

[2] D. Gray, J. Wei Lu, and V. T. David. “Electronically Steerable Yagi-Uda Microstrip Patch Antenna Array”.

วารสารวิชาการปทุมวัน ปที่ 2 ฉบับที่ 4 พฤษภาคม - สิงหาคม 2555

(7)

IEEE. TRANSACTIONS ON ANTENNAS AND PROPAGATIO, vol. 46, no.5, pp. 605 - 608, MAY 1998.

[3] C.A. Balanis. Antenna Theory Analysis and Design.

John Wiley &Sons.Inc., 1997.

[4] H. Shao-En, L. Wen-Jiao, L. Wei-Han, and C. Shih- Hsiung. “A Beam Switching Planar Yagi-patch Array for Automotive Applications”. Progress in Electromagnetisc Research. PIER online. vol.6, no.4, pp.350 - 354, 2010.

[5] D. Pozar, “Microstrip antennas,” Proc. IEEE, vol. 80, no.

1, pp. 79 - 91, Jan. 1992.

ประวัติผู้เขียนบทความ

อาจารย์ ดร.ชุมพล ปทุมมาเกษร สําเร็จการศึกษา ระดับ ป ริญญา ตรี ค รุ ศ าสต ร อุตสาหกรร มบัณฑิต สาข า วิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

ป ริ ญ ญ า โ ท ค รุ ศ า ส ต ร อุ ต ส า ห ก ร ร ม ม ห า บั ณ ฑิ ต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ปริญญา

เอก สาขาวิศวกรรมโทรคมนาคม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี

สุ ร น า รี ปั จ จุ บัน ทํา ง า น ตํา แ ห น่ ง อ า จ า ร ย์ส า ข า วิ ช า อิเล็กทรอนิกส์สื4อสารและคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราช ภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์

งานวิจัยทีสนใจ Antenna & Electronic Communication

อาจารย์ ดร.เทิดศักดิŽ อินทโชติ สําเร็จการศึกษา ระดับปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรม ระบบควบคุม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร

ลาดกระบัง ป ริญญาโท วิศ วกร ร มศ าสตร มห าบัณฑิต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ปริญญาเอก สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า สถาบันเทคโนโลยีพระจอม เกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ปัจจุบันทํางานตําแหน่ง อาจารย์

ส า ข า วิ ช า อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส์ สื4 อ ส า ร แ ล ะ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์

มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์

งานวิจัยทีสนใจ Electronic simulation Conducted EMI &

Control Systems

Pathumwan Academic Journal Vol. 4, May - August 2012

Referensi

Dokumen terkait

ผลของกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมสําหรับนิสิตฝึกประสบการณ์ วิชาชีพครู ณ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน THE EFFECT OF MORAL AND ETHICAL PROMOTING ACTIVITIES FOR

หัวข้อการค้นคว้าอิสระ : การศึกษาคุณภาพชีวิตในการท างานที่ส่งผลต่อความผูกพัน ต่อองค์กร กรณีศึกษา พนักงานที่ท างานอยู่ภายในการดูแลของ บริษัท สกิลพาวเวอร์ เซอร์วิส ประเทศไทย จ ากัด