• Tidak ada hasil yang ditemukan

View of RESEARCH AND DEVELOPMENT OF TRAINING CURRICULUM FOR ADVERTISING LITERACY THROUGH MODERN MEDIA OF YOUTH

N/A
N/A
Protected

Academic year: 2024

Membagikan "View of RESEARCH AND DEVELOPMENT OF TRAINING CURRICULUM FOR ADVERTISING LITERACY THROUGH MODERN MEDIA OF YOUTH"

Copied!
14
0
0

Teks penuh

(1)Phranakhon Rajabhat Research Journal (Humanities and Social Sciences) Vol.14 No.2 (July - December 2019). 359. Research Article การวิจัยและการพัฒนาหลักสูตรฝกอบรมเพื่อการรูเทาทันโฆษณา ผานสื่อสมัยใหมของเยาวชน RESEARCH AND DEVELOPMENT OF TRAINING CURRICULUM FOR ADVERTISING LITERACY THROUGH MODERN MEDIA OF YOUTH สุภาวดี พรหมมา Supavadee Promma สาขานิเทศศาสตร คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ประเทศไทย Department of Communication Arts, Faculty of Management Sciences, Nakhon Si Thammarat Rajabhat University, Nakhon Si Thammarat Province, Thailand Email: [email protected] Received: 2018-10-02 Revised: 2019-06-13 Accepted: 2019-06-20. บทคัดยอ การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค เพื่อพัฒนาและศึกษาประสิทธิผลหลักสูตรฝกอบรมการรูเทาทัน โฆษณาผานสื่อสมัยใหมของเยาวชนจังหวัดนครศรีธรรมราช กลุมตัวอยาง คือ เยาวชนจังหวัด นครศรีธรรมราช อายุ 14 - 18 ป ไดมาดวยการเลือกแบบเจาะจง จํานวน 60 คน กระบวนการพัฒนา หลักสูตร ไดแก ศึกษาเอกสาร รางหลักสูตรฝกอบรม นําหลักสูตรทีพ่ ฒ ั นาแลวไปทดลองใช และประเมิน ความพึงพอใจของเยาวชนที่มีตอหลักสูตร ผลการพัฒนาหลักสูตรฝกอบรมการรูเทาทันโฆษณาผานสื่อสมัยใหมของเยาวชน มี 3 เรื่อง คือ สิทธิผูบริโภคและการปฏิบัติตนตามสิทธิผูบริโภค เรื่องการรูเทาทันสื่อ เรื่องการรูเทาทันโฆษณา ผานสื่อสมัยใหม มีองคประกอบ 6 ประการคือ 1) วัตถุประสงคหลักสูตร 2) เนื้อหา 3) จํานวนชั่วโมง 4) กิจกรรมการเรียนรู 5) สื่อและแหลงเรียนรู 6) การวัดและประเมินผล ผลการศึกษาประสิทธิผล หลักสูตรฝกอบรมการรูเทาทันโฆษณาผานสื่อสมัยใหมของเยาวชน จากการทดลองใชหลักสูตร แลวเปรียบเทียบคะแนนดวยการทําแบบทดสอบกอนและหลังการอบรม พบวา ผูเขารับการอบรม มีคะแนนหลังการอบรมสูงกวาคะแนนกอนการอบรม และผลการประเมินความพึงพอใจที่เยาวชน. (2) 360. วารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตรและสังคมศาสตร ปที่ 14 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2562). มีตอ หลักสูตรการรูเ ทาทันโฆษณาผานสือ่ สมัยใหมของเยาวชน พบวามีคา เฉลีย่ ความพึงพอใจหลักสูตร อยูในระดับมากที่สุด = 4.51 คําสําคัญ: หลักสูตรฝกอบรม การรูเทาทันโฆษณา สื่อสมัยใหม ABSTRACT The objectives of research were to develop and to study effectiveness of the training curriculum for advertising literacy through modern media of youth in Nakhon Si Thammarat Province. The 60 samples were 14 – 18 years old Nakhon Si Thammarat youth, selected by purposive sampling. The development processes of the training curriculum were studying documents, developing the training curriculum, experimenting the training curriculum and evaluating youth’s satisfaction of the training curriculum. There were 3 results of the development of training curriculum for advertising literacy through modern media of youth which composed of consumer rights and compliance with consumer rights in media literacy and advertising literacy through modern media which consisted of six components: 1) curriculum objectives, 2) contents, 3) times length, 4) learning activities, 5) materials and resources, and 6) measurement and evaluation. The results of the effectiveness study of the training curriculum for advertising literacy through modern media of youth from pilot trial of the curriculum and then compare the scores of pretest and posttest of the training curriculum for advertising literacy in modern media of youth. It was found that the scores of the participants after the training was higher than before the training and the result of youth’s satisfaction evaluation on the training curriculum for advertising literacy in modern media of youth was at the highest level, = 4.51 Keyword: training curriculum, advertising literacy, modern media บทนํา. สังคมปจจุบัน อินเทอรเน็ตกลายเปน สวนหนึ่งในชีวิตประจําวันของคนสวนใหญ ผูคน สามารถเปดรับขอมูลขาวสารไดอยางงายดาย รวดเร็ ว ตามความความต อ งการได แทบทุ ก. พื้นที่ ทุกเวลา การติดตอสื่อสารสามารถสราง การมี ป ฏิ สั ม พั น ธ โ ต ต อบกั น ได อ ย า งรวดเร็ ว จากบทความของ ร รุง (Rung, 2018) “เผยยอด รองเรียนปญหา หลังซื้อของออนไลนพุง” อางอิง. (3) Phranakhon Rajabhat Research Journal (Humanities and Social Sciences) Vol.14 No.2 (July - December 2019). ผลการสํารวจของสํานักงานพัฒนาธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส พบวาผลการสํารวจพฤติกรรม คนไทยกับการใชอินเทอรเน็ตและการชอปปง ออนไลนในป 2560 คนเจเนอเรชัน่ Y (อายุ 17 - 36 ป) เปนกลุมที่ใชอินเทอรเน็ตตอวันสูงสุด โดยในชวง วันทํางานหรือวันเรียนหนังสือใชเฉลี่ยที่ 7 - 12 ชั่วโมง/วัน และมากถึง 7.36 ชั่วโมง/วันในชวง วันหยุด กิจกรรมที่คนนิยมทําบนอินเทอรเน็ต พบวา การซื้อสินคาออนไลนเปน 1 ใน 5 กิจกรรม ที่คนนิยมเพิ่มขึ้นมา แสดงใหเห็นถึงการยอมรับ ในการทําอีคอมเมิรซ มากขึน้ ในสังคมไทย ปญหา นาหงุดหงิดของคนใชอินเทอรเน็ตคือ คนไทย ตองเผชิญกับปญหาการถูกรบกวนจากโฆษณา ออนไลนมากที่สุด คิดเปนรอยละ 66.6 สําหรับ สิ่งที่ทําใหคนไทยหันมาเขาเว็บไซตอีคอมเมิรซ พบวา การตัดสินใจเขาเยี่ยมชมเว็บไซตขายของ ออนไลน จ ากโฆษณาและสื่ อ ออนไลน ต  า ง ๆ มากทีส่ ดุ คิดเปนรอยละ 55.9 โดยมีขอ มูลจากการ รีววิ และคอมเมนตของผูเ คยใชสนิ คา, สวนลดและ ของแถมและอันดับของเว็บไซตจากการคนหา ทาง search engine เป น ป จ จั ย ที่ มี อิ ท ธิ พ ล รองลงมา คิดเปนรอยละ 54.9, 47.5 และ 41.9 ปญหากวนใจผูที่มีประสบการณซื้อสินคาและ ใชบริการทางออนไลน ไดแก ปญหาสินคาทีไ่ ดรบั มี คุ ณ ภาพด อ ยกว า หรื อ ไม ต รงตามที่ โ ฆษณา มากที่สุด คิดเปนรอยละ 52 ขอมูลดังกลาวแสดงใหเห็นพฤติกรรม การบริ โ ภคการจั บ จ า ยใช ส อยที่ เ ปลี่ ย นแปลง ไปของคนในสังคม มีการซื้อขายสินคาผานทาง ชองทางออนไลนเพิ่มสูงขึ้น การรีวิวสินคาจาก ดารา นักรอง นักแสดง ผูมีชื่อเสียงในสังคม หรือ. 361. แมกระทั่งจากคนที่ไมรูจักกันทางโลกออนไลน ก็สามารถโนมนาวชักจูงใจใหคนอยากซื้อสินคา ตามอยางได แตในขณะเดียวกันปญหาจากการ ซื้อขายของออนไลนก็มีใหเห็นอยูบอยครั้ง เชน การสั่ ง ซื้ อ สิ น ค า ไปแล ว แต ก ลั บ ไม ไ ด สิ น ค า เหมือนทีเ่ ห็นในออนไลน สินคาไมไดขนาด ไมไดสี ไมมีคุณภาพเหมือนอยางที่โฆษณา โฆษณาได เ ข า มามี บ ทบาทในชี วิ ต ประจํ า วั น ของผู  ค นในสั ง คมเป น อย า งมาก โดยเฉพาะอย า งยิ่ ง ในป จ จุ บั น ที่ มี สื่ อ ต า ง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ทําใหโฆษณาสามารถเขาถึง ผู  บ ริ โ ภคเป น รายคน ผู  ป ระกอบธุ ร กิ จ การค า ต า งเล็ ง เห็ น ถึ ง ประสิ ท ธิ ภ าพของการโฆษณา ที่ ส ามารถสร า งการตระหนั ก รู  ใ นตราสิ น ค า (brand awareness) สรางการรับรูในตราสินคา (brand perception) สรางการจดจําไดในตรา สินคา (brand recognition) สรางการระลึกได ในตราสินคา (brand recall) จนในที่สุดสามารถ กระตุนใหกลุมผูบริโภคเปาหมายใหเกิดพฤติกรรม ในการซื้อสินคาหรือบริการ (action) ในสวนของเยาวชนจังหวัดนครศรีธรรมราช มีผลการวิจยั ของ สุภาวดี พรหมมา และ ประกอบ ใจมั่น (Promma & Jaiman, 2018) ซึ่งสํารวจ ความคิดเห็นของเยาวชนทีม่ ตี อ การรูเ ทาทันโฆษณา ตามประเด็ น สิ ท ธิ ข องผู  บ ริ โ ภค กลุ  ม ตั ว อย า ง จํานวน 428 คน พบวา ผูบริโภคมีสิทธิในการ เลือกซื้อสินคาตาง ๆ ที่โฆษณาโดยอิสระ/โดย สมัครใจ โดยเฉลีย่ อยูใ นระดับมาก (3.47) โฆษณา ส ว นใหญ มี ข  อ ความในการรั บ รองและชดใช คาเสียหายอันเกิดจากการใชสินคา โดยเฉลี่ย อยูในระดับปานกลาง (3.44) เทากับประเด็น. (4) 362. วารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตรและสังคมศาสตร ปที่ 14 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2562). โฆษณาสวนใหญใหขอมูลรายละเอียดเกี่ยวกับ การใหบริการภายหลังการขาย โดยเฉลี่ยอยูใน ระดับปานกลาง (3.44) จากผลการวิจัยนี้จะเห็น ได ว  า ผู  บ ริ โ ภคให ค วามสํ า คั ญ เรื่ อ งการรั บ รอง สินคา หรือการเรียกรองคาเสียหายหากสินคา ไมไดมาตรฐานตามที่ระบุไว การบริการหลังการ ขายสินคา อยูในระดับปานกลาง จากอดีตโฆษณาในสือ่ โทรทัศนมอี ทิ ธิพล ตอผูบริโภคเปนอยางมาก มาสูยุคหลอมรวมสื่อ ที่ทุกอยางรวมอยูในสมารทโฟนเพียงเครื่องเดียว ทัง้ ภาพ คลิป สือ่ สังคมออนไลน โฆษณาก็ตามติด ไปทุกชองทางเหมือนเงาตามตัว ดังนัน้ การใชชวี ติ ใหเทาทันขอมูลสินคา ผลิตภัณฑ บริการตาง ๆ ตลอดจนความเชื่ อ ค า นิ ย มที่ ส  ง ผ า นสื่ อ เช น คานิยมความสวย ที่ตองผอม ขาว หุนดีสมสวน จึงมีความจําเปน นอกจากนั้น จากบทความของ ธนิ ส า ตั น ติ เ จริ ญ (Tuntijchareon, 2015 ) “รายการทีวี-โฆษณาผานเน็ต เนื้อหาทํารายเด็ก เกลือ่ นจอ” ไดกลาวถึง คําใหสมั ภาษณของ ศรีดา ตั น ทะอธิ พ านิ ช ผู  จั ด การมู ล นิ ธิ อิ น เทอร เ น็ ต รวมพัฒนาไทยวา “ในหลายประเทศเด็กนักเรียน จะไดเรียนวิชารูเทาทันสื่อและโฆษณาทําใหรูวา สือ่ และโฆษณาเปนสิง่ ทีม่ คี นสรางขึน้ มีวตั ถุประสงค ชัดเจน เชน ใหขอมูล โนมนาวชักจูง สรางคานิยม เพิ่มยอดขายสินคา การรูเทาทันสื่อจึงเทากับ เปนการสรางภูมิคุมกันใหรูจักคิดวิเคราะหประเมิน คุ ณ ค า และสามารถเลื อ กสิ่ ง ที่ ดี มี ป ระโยชน มากกวาการเชื่อตามขาวหรือโฆษณาทั้งหมด ทั้งนี้ เธอเสนอวา รัฐบาลควรสรางการรูเทาทันสื่อ ใหกับประชาชน อีกทั้งตองมีการจัดทําหลักสูตร รูเทาทันสื่อและสารสนเทศ หลักสูตร IT Security. ในโรงเรียน และตองจริงจังกับการปราบปรามและ ควบคุมเนื้อหาที่ผิดกฎหมายหรือเปนอันตราย บนอินเทอรเน็ต” ดังนั้น เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปมีสื่อใหม ๆ เกิดขึน้ มากมาย และสือ่ เหลานัน้ สือ่ สารเพือ่ เขาถึง ตัวบุคคลเพิม่ มากขึน้ เชน ไลน เฟซบุก อินสตาแกรม หรือยูทูป เปนชองทางใหโฆษณาสามารถเขาถึง ผูบริโภคไดโดยตรง โดยเฉพาะวัยรุนเปนวัยที่ ใช สื่ อ เหล า นี้ สู ง และมี แ นวโน ม ค อ นข า งเชื่ อ โฆษณา สนใจความสวย ความงาม เพศตรงขาม อยากมีตัวตนในสังคม ทําใหผูวิจัยสนใจพัฒนา หลักสูตรฝกอบรม และศึกษาประสิทธิผลของ หลั ก สู ตรฝ ก อบรม เพื่ อ เสริ มสร างทั ก ษะการรู  เทาทันโฆษณาของเยาวชน เพื่อลดปญหาของ เยาวชนท อ งถิ่ น และสั ง คมในการบริ โ ภคสื่ อ ที่ ไมเหมาะสม วัตถุประสงคของการวิจัย 1. เพื่อพัฒนาหลักสูตรฝกอบรมการรู เท า ทั น โฆษณาผ า นสื่ อ สมั ย ใหม ข องเยาวชน จังหวัดนครศรีธรรมราช 2. เพื่ อ ศึ ก ษาประสิ ท ธิ ผ ลหลั ก สู ต ร ฝกอบรมการรูเทาทันโฆษณาผานสื่อสมัยใหม ของเยาวชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอบเขตของการวิจัย ขอบเขตดานประชากร กลุม ตัวอยางทีไ่ ดมาจากตัวแทนเยาวชน ในจังหวัดนครศรีธรรมราช อายุ 14 – 18 ป จํานวน 60 คน ใชวิธีเลือกแบบเจาะจง. (5) Phranakhon Rajabhat Research Journal (Humanities and Social Sciences) Vol.14 No.2 (July - December 2019). ขอบเขตดานเนื้อหา หลักสูตร หมายถึง ชุดความรูที่ถูกจัด เรียบเรียงไวอยางเปนระบบและมีประสิทธิภาพ ตามจุดมุงหมายที่กําหนดไว เพื่อพัฒนาผูเรียน ใหมีความรู ความสามารถสูงสุดตามศักยภาพ มี อ งค ป ระกอบ 6 อย า ง คื อ วั ต ถุ ป ระสงค เนื้อหา จํานวนชั่วโมง กิจกรรมการเรียนรู สื่อ และแหลงเรียนรู และการวัดผลประเมินผล การพัฒนาหลักสูตรฝกอบรม หมายถึง การพัฒนาหลักสูตรฝกอบรมการรูเ ทาทันโฆษณา ผานสื่อสมัยใหมของเยาวชน ที่พัฒนาขึ้นมาจาก ผลการศึกษาขอมูลพื้นฐานเกี่ยวกับพฤติกรรม อิทธิพล และผลกระทบการเปดรับโฆษณาผาน สือ่ สมัยใหมของเยาวชน และผลการศึกษาความรู ในสิทธิผูบริโภคมีตอระดับการรูเทาทันโฆษณา ของเยาวชนในพื้ น ที่ จั ง หวั ด นครศรี ธ รรมราช เรื่องการรูเทาทันสื่อ มาเปนกรอบในการจัดทํา หลักสูตร หลักสูตรฝกอบรมเพื่อรูเทาทันโฆษณา หมายถึง หลักสูตรทีใ่ ชอบรมการรูเ ทาทันโฆษณา ผานสือ่ สมัยใหมของเยาวชน ประกอบดวย เนือ้ หา การฝกอบรมเรือ่ ง สิทธิผบู ริโภคและการปฏิบตั ติ น. 363. ตามสิทธิผูบริโภค เรื่องการรูเทาทันสื่อ เรื่องการ รู  เท าทั น โฆษณาผ านสื่ อ สมั ย ใหม แต ละเรื่ อ ง มีองคประกอบคือ วัตถุประสงคการอบรม จํานวน ชั่ ว โมงการอบรม เนื้ อ หา กิ จ กรรมการเรี ย นรู  สื่อและแหลงเรียนรู และการวัดผลประเมินผล ประสิ ท ธิ ผ ลของหลั ก สู ต ร หมายถึ ง ผลการประเมิ น ก อ นและหลั ง การอบรม และ ความพึงพอใจที่เยาวชนมีตอหลักสูตรฝกอบรม การรูเทาทันโฆษณาผานสื่อสมัยใหม โฆษณาผ า นสื่ อ สมั ย ใหม หมายถึ ง กิจกรรมการติดตอสื่อสารใด ๆ ที่จูงใจ ดวยการ เสนอภาพ ถ อ ยคํ า ความคิ ด เกี่ ย วกั บ สิ น ค า บริการ เปนการติดตอสื่อสารโดยผานเฟซบุก ไลน ทวิตเตอร ยูทูป บีทอลค อินสตาแกรม เว็บไซต กู เ กิ ล พลั ส ที่ เ ป น ตั ว กลางนํ า ข า วสารโฆษณา ไปยังผูบริโภคกลุมเปาหมาย ซึ่งประกอบดวย รู ป แบบโฆษณาโดยตรงจากเครื อ ข า ยเพื่ อ น รูปแบบโฆษณาโดยตรงบนชองทางการสื่อสาร เพื่อโนมนาวชักจูงใจใหซื้อสินคา หรือบริการ มาใช ขอบเขตดานเวลา การดําเนินการทดลองใชหลักสูตร และ ปรับปรุงแกไข ป เมษายน – ธันวาคม พ.ศ. 2560. (6) 364. วารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตรและสังคมศาสตร ปที่ 14 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2562). กรอบแนวคิดของการวิจัย ตัวแปรตาม. ตัวแปรตน. ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ o สิทธิผูบริโภคขั้นพี้นฐาน o การรูเทาทันสื่อ o โฆษณาผานสื่อสมัยใหม o การพัฒนาหลักสูตรฝกอบรม o ศึกษาโครงสรางหลักสูตรฝกอบรม o การประเมินประสิทธิภาพหลักสูตร ฝกอบรม o ศึกษาผลการวิจัยพฤติกรรม อิทธิพล ผลกระทบการเปดรับสื่อของเยาวชน o ศึกษาผลการวิจัยความรูในสิทธิ ผูบริโภคที่มีตอระดับการรูเทาทัน โฆษณาของเยาวชน. หลักสูตรฝกอบรมเพื่อการรูเทาทัน โฆษณาผานสื่อสมัยใหม มีองคประกอบ 6 ประการ คือ o วัตถุประสงค o เนื้อหา o จํานวนชั่วโมง o กิจกรรมการเรียนรู o สื่อและแหลงเรียนรู o การวัดและการประเมินผล. ผลการทดลองใชหลักสูตรฝกอบรม o คะแนนเฉลี่ยหลังการอบรมสูงกวา กอนการอบรม o ความพึงพอใจของผูอบรม ที่มีตอหลักสูตร. ภาพที่ 1 กรอบแนวคิดการวิจัย ระเบียบวิธีวิจัย การพั ฒ นาหลั ก สู ต รฝ ก อบรมการรู  เท า ทั น โฆษณาผ า นสื่ อ สมั ย ใหม ข องเยาวชน ดําเนินการ ดังนี้ 1. การพัฒนาเครื่องมือ (หลักสูตร) ขั้ น ตอนที่ 1 ศึ ก ษาข อ มู ล พื้ น ฐาน ในการพั ฒ นาหลั ก สู ต รฝ ก อบรมการรู  เ ท า ทั น. โฆษณาสําหรับเยาวชนอายุ 14 - 18 ป เพื่อเปน แนวทางในการพัฒนาหลักสูตร ขั้ น ตอนที่ 2 ศึ ก ษาข อ มู ล พฤติ ก รรม อิทธิพล และผลกระทบการเปดรับโฆษณาผานสือ่ สมัยใหมของเยาวชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช มาเปนแนวทางในการสรางเนื้อหาฝกอบรม. (7) Phranakhon Rajabhat Research Journal (Humanities and Social Sciences) Vol.14 No.2 (July - December 2019). ขัน้ ตอนที่ 3 ศึกษาความรูใ นสิทธิผบู ริโภค ที่มีตอการรูเทาทันโฆษณาของเยาวชน จังหวัด นครศรีธรรมราช มากําหนดเปนแนวทางในการ สรางเนื้อหา จากผลการศึ ก ษาสามารถกํ า หนด แนวทางการพัฒนาหลักสูตรฝกอบรม 3 เรื่อง คื อ 1) เรื่ อ งสิ ท ธิ ผู  บ ริ โ ภคและการปฏิ บั ติ ต น ตามสิ ท ธิ ผู  บ ริ โ ภค 2) เรื่ อ งการรู  เ ท า ทั น สื่ อ 3) เรื่องการรูเทาทันโฆษณาผานสื่อสมัยใหม 2. การสร า งและตรวจสอบคุ ณ ภาพ หลักสูตรฝกอบรมการรูเ ทาเทาทันโฆษณาผานสือ่ สมัยใหมของเยาวชน แบงเปน 3 ขั้นตอนยอยคือ 2.1 พั ฒ นาหลั ก สู ต รฝ  ก อบร ม ฉบั บ ร าง โดยผูวิจัยประยุกตนํา แนวความคิ ด ของ Tyler (1949), Taba (1962) และ ชัยวัฒน สุทธิรัตน (Suthirat, 2016) มาเปนกรอบในการ พัฒนาหลักสูตรฝกอบรม คือนําผลขอมูลที่ได จากการศึกษาสภาพปญหาการรูเทาทันโฆษณา ผานสื่อสมัยใหม และความรูในสิทธิผูบริโภคที่มีตอ การรูเ ทาทันโฆษณาของเยาวชน มาวิเคราะหสรุป ไดประเด็นสภาพปญหา 3 หัวขอเรือ่ ง ประกอบดวย 1. เรื่องสิทธิผูบริโภคและการปฏิบัติตนตามสิทธิ ผูบริโภค 2. เรื่องการรูเทาทันสื่อ 3.เรื่องการรู เท า ทั น โฆษณาผ า นสื่ อ สมั ย ใหม แล ว พั ฒ นา หลั ก สู ต ร โดยมี ก รอบในการพั ฒ นาหลั ก สู ต ร ตามแนวคิดของบุคคลที่กลาวมาแลวมี 6 องค ประกอบ โดย คือ 1) วัตถุประสงคของหลักสูตร 2) เนื้อหา 3) จํานวนชั่วโมง 4) กิจกรรมการเรียนรู 5) สื่อและแหลงเรียนรู 6) การวัดผลประเมินผล 2.2 นํ า หลั ก สู ต รที่ พั ฒ นาขึ้ น มา ไปปรึกษาอาจารยทปี่ รึกษางานวิจยั ทัง้ วัตถุประสงค. 365. หลักสูตร จํานวนชั่วโมง เนื้อหา กิจกรรมการ เรียนรู สื่อและแหลงเรียนรู และแบบทดสอบ หลังจากนั้นจึงนํามาปรับปรุงแกไข 2.3 นําหลักสูตรที่ไดปรับปรุงแกไข ตามขอเสนอแนะของที่ปรึกษา ไปใหผูเชี่ยวชาญ ดานเนือ้ หา ตรวจสอบและปรับปรุงแกไขหลักสูตร เพื่อประเมินความเหมาะสมของหลักสูตรและ เอกสารประกอบหลักสูตร 3. ทดลองใช ห ลั ก สู ต รการรู  เ ท า ทั น โฆษณาผ า นสื่ อ สมั ย ใหม ข องเยาวชน ผู  วิ จั ย นําหลักสูตรการรูเ ทาทันโฆษณาผานสือ่ สมัยใหม ของเยาวชนที่พัฒนาขึ้นไปทดลองใชกับเยาวชน ที่เปนกลุมตัวอยาง เยาวชน อายุ 14 - 18 ป จังหวัดนครศรีธรรมราช ใชวิธีเลือกแบบเจาะจง โดยพิจารณาผูที่ใชสมารทโฟนเปนประจํา ผูที่ มี ค วามเสี่ ย งในการตกเป น เหยื่ อ ของโฆษณา จํานวน 60 คน ขั้นตอนการทดลองมี ดังนี้ - กอนการจัดการอบรมตามหลักสูตร 1 วันผูวิจัยและทีมงานไดเตรียมสถานที่ โดยมี การจัดนิทรรศการ ซึง่ เปนสือ่ การเรียนรูช ว ยในการ ฝกอบรม ใหความรูก บั ผูเ ขารวมการอบรม จํานวน 4 เรื่อง คือ เรื่องสิทธิผูบริโภค เรื่องการรูเทาทันสื่อ เรื่องรูเทาทันโฆษณา และเรื่องผลกระทบจาก สื่อโฆษณา ในบริเวณสถานที่ฝกอบรม - ก อ นเริ่ ม กิ จ กรรมการอบรมตาม หลักสูตร 30 นาทีแรก ผูวิจัยและทีมงานไดจัด กิจกรรมละลายพฤติกรรมเพือ่ ใหผอู บรมทีม่ าจาก สถานที่ตางกัน ไดแนะนําตัว รูจักกัน ไดเปดใจ ใหกัน และเพื่อใหผูอบรมเกิดความกระตือรือรน ที่จะเรียนรูตลอดหลักสูตร - หลังละลายพฤติกรรมผูว จิ ยั ไดแจง. (8) 366. วารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตรและสังคมศาสตร ปที่ 14 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2562). วั ต ถุ ป ระสงค ก ารอบรม พร อ มทั้ ง ให ผู  เ ข า รั บ การอบรมทําแบบทดสอบกอนการอบรม - ดําเนินการจัดกิจกรรมตามหัวขอ เรื่องการอบรมทั้ง 3 เรื่อง โดยมีวิทยากรที่มีความ เชี่ยวชาญดานการรูเทาทันสื่อมาใหความรูตาม หลักสูตรที่วางไว รวมทั้งหมด 6 ชั่วโมง ซึ่งใน ระหวางการทดลองมีการสังเกตพฤติกรรมการ เขารวมกิจกรรม การสนทนาแลกเปลี่ยนความ คิดเห็น การทดลองผลิตสื่อ - หลั ง การอบรมมี ก ารประเมิ น ผล ดวยการทําแบบทดสอบ (post-test) ดวยแบบ ทดสอบหลังอบรม และแบบสอบถามความพึงพอใจ ที่มีตอหลักสูตร การศึ ก ษาประสิ ท ธิ ผ ลหลั ก สู ต ร ฝกอบรมการรูเ ทาทันโฆษณาผานสือ่ สมัยใหม ของเยาวชน 1. การสร า งและหาคุ ณ ภาพของ แบบทดสอบวั ด ประสิ ท ธิ ผ ลการฝ ก อบรมการ ไดดําเนินการ ดังนี้ 1.1 ศึกษาหลักสูตรฝกอบรม 1) เรือ่ ง สิทธิผบู ริโภคและการปฏิบตั ติ นตามสิทธิผบู ริโภค 2) เรื่องการรูเทาทันสื่อ 3) เรื่องการรูเทาทันโฆษณา ผานสื่อสมัยใหม 1.2 ศึกษาวิธีการสรางแบบทดสอบ วัดประสิทธิผลการอบรม แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก และขอสอบแบบเลือกตอบ 1.3 สรางแบบทดสอบวัดประสิทธิผล การอบรม แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก และขอสอบแบบเลือกตอบ โดยใหสอดคลองกับ วัตถุประสงคการเรียนรูแตละเรื่อง 1.4 นําแบบทดสอบวัดประสิทธิผล. การอบรมที่ ส ร า งขึ้ น ซึ่ ง เป น ข อ สอบแบบ ถูกผิด และแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก ไปให ผู  เ ชี่ ย วชาญด า นการสอนและด า นการ วัดผล ประเมินผล ตรวจสอบความสอดคลอง ความถู ก ต อ ง ความเที่ ย งตรงตามเนื้ อ หาและ วัตถุประสงคการเรียนรู 1.5 นําแบบทดสอบที่ผานเกณฑแลว ไปใช เพื่ อ นํ า ไปเปรี ย บเที ย บประสิ ท ธิ ผ ลทาง การเรียนหลังเรียนและกอนเรียน 2. การสรางและหาคุณภาพแบบสอบถาม ความพึ ง พอใจหลั ง การฝ ก อบรมการรู  เ ท า ทั น โฆษณาผานสื่อสมัยใหม 2.1 ศึ ก ษาเอกสารที่ เ กี่ ย วข อ งกั บ ความพึ ง พอใจ ซึ่ ง ประกอบด ว ย ความหมาย ของความพึงพอใจ ทฤษฎีเกีย่ วกับความพึงพอใจ และการประเมินผลความพึงพอใจ 2.2 ศึ ก ษาแบบสอบถามความ พึงพอใจจาก อุษา จันทรวงศ (Jantawong, 2011) ผูที่สรางเครื่องมือไวแลว นํามาปรับปรุง แกไข 2.3 สรางแบบสอบถามเพื่อประเมิน ความพึ ง พอใจที่ ต  อ หลั ก สู ต รฝ ก อบรม แบบ มาตราสวนประมาณคาชนิด 5 ระดับ คือ ระดับ มากที่สุด ระดับมาก ระดับปานกลาง ระดับนอย และระดั บ น อ ยที่ สุ ด และแปลผลตามระดั บ ความพึงพอใจ 2.4 นําแบบสอบถามความพึงพอใจ เสนอต อ ผู  เ ชี่ ย วชาญ พิ จ ารณาตรวจสอบ ความสอดคล อ งระหว า งข อ คํ า ถามกั บ ความ พึงพอใจ 2.5 นําแบบสอบถามความพึงพอใจ ไปใช. (9) Phranakhon Rajabhat Research Journal (Humanities and Social Sciences) Vol.14 No.2 (July - December 2019). สรุปผลการวิจัยและอภิปรายผลการวิจัย สรุปผลการวิจัย การพั ฒ นาหลั ก สู ต รฝ ก อบรมการรู  เท า ทั น โฆษณาผ า นสื่ อ สมั ย ใหม ข องเยาวชน ผูวิจัยไดศึกษาพฤติกรรม อิทธิพล และผลกระทบ การเปดรับโฆษณาผานสื่อสมัยใหมของเยาวชน จั ง หวั ด นครศรี ธ รรมราช และความรู  ใ นสิ ท ธิ ผูบริโภคที่มีตอการรูเทาทันโฆษณาของเยาวชน จั ง หวั ด นครศรี ธ รรมราช ตลอดถึ ง เรื่ อ งการรู  เท า ทั น สื่ อ สมั ย ใหม มาวิ เ คราะห สั ง เคราะห และสรุป ไดหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นมี 3 เรื่อง คือ เรื่ อ งสิ ทธิ ผู บ ริ โภคและการปฏิบัติตนตามสิท ธิ ผูบริโภค เรื่องการรูเทาทันสื่อ และเรื่องการรู เท า ทั น โฆษณาผ า นสื่ อ สมั ย ใหม แต ล ะเรื่ อ ง มีองคประกอบ 6 ประการ ตามแนวทางของการ พัฒนาหลักสูตร คือ 1. วัตถุประสงคหลักสูตร 2. เนื้อหา 3. จํานวนชั่วโมง 4. กิจกรมการเรียนรู 5. สื่ อ และแหล ง เรี ย นรู  และ 6. การวั ด และ ประเมินผล มีรายละเอียดโดยสรุปแตละเรื่อง ในหัวขอยอย ดังนี้ 1. เรื่องสิทธิผูบริโภคและการปฏิบัติ ตนตามสิ ท ธิ ผู  บ ริ โ ภค มี วั ต ถุ ป ระสงค คื อ ผูอบรมมีความรู ความเขาใจเกี่ยวกับสิทธิของ ผูบริโภค ตามพระราชบัญญัติคุมครองผูบริโภค 5 ประการ สามารถอธิบายการปฏิบัติตนตาม สิ ท ธิ ผู  บ ริ โ ภค สามารถยกตั ว อย า งเหตุ ก ารณ ที่ เ ชื่ อ มโยงเกี่ ย วกั บ สิ ท ธิ ผู  บ ริ โ ภคได สามารถ ผลิตสื่อสรางความตระหนักเรื่องสิทธิผูบริโภคได มีเนื้อหา เกี่ยวกับ สิทธิของผูบริโภค การปฏิบัติ ตนตามสิทธิผูบริโภค ใชเวลาอบรม 1.30 ชั่วโมง มีกิจกรรมการเรียนรู คือ การตั้งคําถามประเด็น. 367. สิทธิของผูบริโภค การปฏิบัติตนในฐานะผูบริโภค เลนเกมส การรวมกันสรุปผล การผลิตสื่อเพื่อให ผู  บ ริ โ ภครู  ถึ ง สิ ท ธิ ห น า ที่ ข องผู  บ ริ โ ภคหรื อ ข อ ควรปฏิบัติของผูบริโภค สื่อและแหลงเรียนรู คือ เอกสารประกอบการอบรม นิทรรศการสิทธิผบู ริโภค การปฏิบัติตนตามสิทธิผูบริโภค พาวเวอรพอยท และ สมารทโฟน การวัดผลประเมินผล วัดความรู ความเขาใจ และการปฏิบัติ โดยใชแบบทดสอบ กอนเรียนและหลังเรียน เรื่องสิทธิของผูบริโภค และการปฏิ บั ติ ต นตามสิ ท ธิ ผู  บ ริ โ ภค และให ผูเ ขาอบรมแบงกลุม ผลิตสือ่ หัวขอการตระหนักถึง สิทธิหนาทีผ่ บู ริโภค มีการตรวจผลงาน โดยพิจารณา ความถูกตองของเนือ้ หา ความคิดสรางสรรค และ ผลงานสามารถนําไปใชประโยชนตอได 2. เรือ่ งการรูเ ทาทันสือ่ มีวตั ถุประสงค การอบรม คือ ผูเ ขาอบรมสามารถบอกความหมาย การรูเทาทันสื่อได สามารถอธิบายทักษะของผูรู เท า ทั น สื่ อ ได สามารถเลื อ กรั บ สื่ อ วิ เ คราะห ตัง้ คําถาม กับสิง่ ทีส่ อื่ นําเสนอได สามารถผลิตสือ่ เพื่อสรางความตระหนักถึงการรูเทาทันสื่อใหกับ เยาวชนได มีเนื้อหา ความหมายการรูเทาทันสื่อ องคความรูการรูเทาทันสื่อ ใชเวลา 2.30 ชั่วโมง กิ จ กรรมการเรี ย นรู  การบรรยาย ประกอบ พาวเวอรพอยท วิทยากรตั้งคําถาม หาคําตอบ จากภาพประกอบพาวเวอรพอยท ชมนิทรรศการ อภิปรายรวมกันสรุปคุณสมบัติของผูรูเทาทันสื่อ การผลิตสื่อใหเยาวชนเกิดความตระหนักถึงการ รูเทาทันสื่อ สื่อและแหลงเรียนรู เอกสารประกอบ การอบรม นิทรรศการเทาทันสื่อ พาวเวอรพอยท และ สมารทโฟน การวัดผลประเมินผล วัดความรู ความเขาใจ และการปฏิบตั ิ แบบทดสอบกอนเรียน. (10) 368. วารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตรและสังคมศาสตร ปที่ 14 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2562). และหลังเรียนการรูเทาทันสื่อ ผูเขาอบรมรวมกัน ผลิตสื่อความตระหนักถึงการรูเทาทันสื่อ การตรวจ ผลงาน ความถูกตองของเนือ้ หา ความคิดสรางสรรค ผลงานสามารถนําไปใชประโยชนตอได 3. เรื่องการรูเทาทันโฆษณาผานสื่อ สมัยใหม มีวัตถุประสงค ผูเขาอบรมสามารถ อธิ บ ายความหมายการโฆษณาได สามารถ เลือกรับสื่อโฆษณาผานสื่อสมัยใหมได สามารถ อธิ บ ายวิ ธี ก ารซื้ อ ของออนไลน ที่ ถู ก ต อ งได สามารถผลิตสื่อโฆษณาที่เหมาะสมสูสังคมได มี เ นื้ อ หา ความหมายโฆษณา วั ต ถุ ป ระสงค การโฆษณา โฆษณาแฝง ผลกระทบของการ โฆษณาสมั ย ใหม ต  อ เยาวชน วิ ธี ก ารซื้ อ ของ ออนไลน ใชเวลา 2 ชั่วโมง กิจกรรมการเรียนรู วิ ท ยากรบรรยาย ประกอบพาวเวอร พ อยท วิทยากรฝกตั้งคําถาม หาคําตอบจากการบรรยาย ดู ค ลิ ป การรู  เ ท า ทั น โฆษณาอภิ ป รายร ว มกั น สรุปรูปแบบวิธีการจูงใจโฆษณาในสื่อสมัยใหม การผลิตสื่อใหเยาวชนเกิดความตระหนักถึงการ รูเทาทันโฆษณาในสื่อสมัยใหม สื่อและแหลง เรียนรู เอกสารประกอบการอบรม นิทรรศการ เท า ทั น สื่ อ พาวเวอร พ อยท คลิ ป วิ ดี โ อ และ สมาร ทโฟน การวัดผลประเมินผล วัดความรู ความเขาใจ และการฝกปฏิบัติ แบบทดสอบ ก อ นเรี ย นและหลั ง เรี ย นการรู  เ ท า ทั น โฆษณา ผานสื่อสมัยใหม และใหผูเขาอบรมแบงกลุม ผลิ ต สื่ อ การรู  เ ท า ทั น โฆษณาในสื่ อ สมั ย ใหม มี ก ารตรวจผลงาน ความถู ก ต อ งของเนื้ อ หา ความคิ ด สร า งสรรค ผลงานสามารถนํ า ไปใช ประโยชนตอได. การศึ ก ษาประสิ ท ธิ ผ ลหลั ก สู ต ร ฝกอบรมการรูเทาทันโฆษณาผานสื่อสมัยใหม ของเยาวชน ผลการทดลองการใชหลักสูตรฝกอบรม การรูเ ทาทันโฆษณาผานสือ่ สมัยใหมของเยาวชน เมื่อวันที่ 13 เดือนกันยายน 2560 ณ โรงแรม แกรนดปารค อําเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช กับเยาวชน จํานวน 60 คน พบวา 1) เมือ่ เปรียบเทียบ คะแนนในการอบรม 3 เรือ่ ง คือ สิทธิผบู ริโภคและ การปฏิบัติตนตามสิทธิผูบริโภค พบวากอนการ อบรมมีคะแนนเฉลี่ย ( = 10.80 ) หลังการอบรม มีคะแนนเฉลี่ย ( = 13.33) เรื่องการรูเทาทันสื่อ กอนอบรม มีคะแนนเฉลี่ย ( = 14.48 ) หลังการ อบรมมีคะแนนเฉลี่ย ( = 17.10 ) เรื่อง การรู เท า ทั น โฆษณาผ า นสื่ อ สมั ย ใหม ก อ นอบรม มี ค ะแนนเฉลี่ ย ( = 12.97 ) หลั ง อบรม มีคะแนนเฉลี่ย ( = 16.22 ) 2) จากการประเมิน ความพึ ง พอใจที่ เ ยาวชนมี ต  อ หลั ก สู ต รการรู  เท า ทั น โฆษณาผ า นสื่ อ สมั ย ใหม ข องเยาวชน พบวาเยาวชนผูอบรมมีคาเฉลี่ยความพึงพอใจ หลักสูตรอยูในระดับมากที่สุด = 4.51 และ S.D. =.582 โดยมีความคิดเห็นในระดับมากทีส่ ดุ ในประเด็ น ที่ ไ ด รั บ การอบรม คื อ ได ค วามรู  ความเขาใจจากการเขารวมอบรม รองลงมา ไดรบั ประโยชน และสามารถนํ า ความรู  นํ า ทั ก ษะ การผลิตสื่อที่ถูกตองไปใชในชีวิตประจําวันได 3) ปจจัยที่เกื้อหนุนตอความสําเร็จของหลักสูตร ฝ ก อบรม คื อ การมี ตั ว อย า งและกิ จ กรรมที่ หลากหลายที่สงผลตอการคิด วิเคราะห และ ประเมิน รวมไปถึงการใหผูเขารับการอบรมได มีการผลิตสื่อที่เหมาะสมใหกับสังคม. (11) Phranakhon Rajabhat Research Journal (Humanities and Social Sciences) Vol.14 No.2 (July - December 2019). ภาพที่ 2 การสันทนาการละลายพฤติกรรมกอนการอบรม. ภาพที่ 3 การบรรยายใหความรู. ภาพที่ 4 การฝกใชสมารทโฟนและการนําเสนอผลงานคลิปวิดีโอที่ผลิตขึ้นมา. 369. (12) 370. วารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตรและสังคมศาสตร ปที่ 14 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2562). อภิปรายผลการวิจัย 1. การพัฒนาหลักสูตรฝกอบรมไดทํา การศึกษาเอกสาร แนวคิดทฤษฏีและงานวิจยั ตาง ๆ ทีเ่ กีย่ วของเปนไปตามกระบวนการพัฒนาหลักสูตร คือ ขัน้ ที่ 1 ศึกษาขอมูลพืน้ ฐานเกีย่ วกับพฤติกรรม อิทธิพล และผลกระทบการเปดรับโฆษณาผานสือ่ สมั ย ใหม ข องเยาวชนจั ง หวั ด นครศรี ธ รรมราช และการศึ ก ษาความรู  ใ นสิ ท ธิ ผู  บ ริ โ ภคมี ต  อ ระดับการรูเทาทันโฆษณาของเยาวชนจังหวัด นครศรีธรรมราช รวมไปถึงเนื้อการรูเทาทันสื่อ ขั้นที่ 2 การกําหนดจุดมุงหมายการศึกษา ขั้นที่ 3 การคัดเลือกเนือ้ หาหลักสูตรฝกอบรมการรูเ ทาทัน โฆษณาผานสื่อสมัยใหมของเยาวชน ขั้นที่ 4 มีการจัดพิจารณาเนื้อหาสาระความเหมาะสม การไดรับความรูกอนหลัง ขั้นที่ 5 การจัดกิจกรรม การเรียนรูที่เหมาะสมแตละเรื่อง ขั้นที่ 6 การ จั ด ฝ ก อบรม และขั้ น ที่ 7 มี ก ารประเมิ น ผล ขั้ น ตอนการพั ฒ นาหลั ก สู ต รนี้ ส อดคล อ งกั บ แนวคิดการพัฒนาหลักสูตรของ Taba (1962) คือ ขัน้ ที่ 1 การวิเคราะหปญ  หา ความตองการ และ ความจําเปนตาง ๆ ของสังคม เพื่อเปนแนวทาง การกํ า หนดจุ ด มุ  ง หมาย ขั้ น ที่ 2 การกํ า หนด จุดมุงหมายของการศึกษา ขั้นที่ 3 การคัดเลือก เนื้อหาวิชาที่จะนํามาใช ขั้นที่ 4 การจัดเนื้อหา สาระพิ จ ารณาถึ ง ความเหมาะสม การได รั บ ความรูใดกอนหลัง ลําดับความยากงาย ขั้นที่ 5 การเลือกประสบการณการเรียนรู เปนการศึกษา ถึงกระบวนการเรียนรูและวิธีสอน ขั้นที่ 6 การจัด ประสบการณเรียนรู ขั้นที่ 7 การประเมินผล 2. ประสิทธิผลการใชหลักสูตร มีคาเฉลี่ย คะแนนหลังเรียนสูงกวากอนเรียนทั้ง 3 เรื่องของ. การอบรม และเยาวชนมีความพึงพอใจตอหลักสูตร ฝกอบรม มีคาเฉลี่ยความพึงพอใจอยูในระดับ มากที่สุด = 4.51 ประสิทธิผลของหลักสูตร อยูในระดับมากที่สุด จากการวิเคราะห สังเกต จากการทดลองใชหลักสูตรกับเยาวชนที่เขารับ การอบรม พบวาปจจัยที่เกื้อหนุนตอความสําเร็จ ในประสิทธิผลของหลักสูตร คือ กระบวนการ จั ด การเรี ย นรู  เนื้ อ หาการอบรมที่ ย กตั ว อย า ง ผลกระทบอันเกิดจากสื่อสมัยใหม การกระตุน ให ผู  อ บรมได เ กิ ด การคิ ด วิ เ คราะห รวมไปถึ ง การฝกปฏิบัติในการผลิตคลิปวีดิโอเทาทันสื่อ ทํ า ให เ ห็ น ว า มี ค วามรู  ความเข า ใจ สามารถ วิเคราะห สรางสรรคผลงานทีถ่ กู ตองเหมาะสมได สอดคลองกับการวิจัยเรื่องการพัฒนาหลักสูตร เยาวชนรูเทาทันสื่อตามแนวคิดการเรียนรูแบบมี สวนรวม สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนตน ของปทิตตา รอดประพันธ วิเชียร ธํารงโสตถิสกุล และสายฝน วิ บู ล รั ง สรรค (Rodprapan, Thamrongsotthisakul &Vibulrangson, 2016) พบว า การประเมิ น ความคิ ด เห็ น ของนั ก เรี ย น ที่ มี ต  อ หลั ก สู ต รหลั ง การทดลองใช ห ลั ก สู ต ร พบว า นั ก เรี ย นมี พ ฤติ ก รรมการรู  เ ท า ทั น สื่ อ โดยภาพรวมอยูในระดับดี ขอเสนอแนะ ขอเสนอแนะที่ไดจากการวิจัย 1. การนํ า หลั ก สู ต รไปใช ใ นพื้ น ที่ อื่ น หรือเมื่อระยะเวลาผานไป อาจมีการสํารวจถึง สภาพปญหาของเยาวชนอันเกิดจากการรับสื่อ ของแต ล ะพื้ น ที่ อี ก ครั้ ง เพื่ อ ได ย กตั ว อย า ง หรื อ กรณี ศึ ก ษาต า ง ๆ อั น เกิ ด จากผลกระทบ. (13) Phranakhon Rajabhat Research Journal (Humanities and Social Sciences) Vol.14 No.2 (July - December 2019). ของโฆษณาผ า นสื่ อ สมั ย ใหม ใ ห เ หมาะสมกั บ สถานการณปจจุบัน 2. หลั ก สู ต รแม น จะมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ สามารถนําไปใชได แตก็พบวาวิทยากรก็มีสวน สําคัญในการกระตุนใหผูอบรมเกิดการเรียนรู ดังนั้นนอกจากเนื้อหาในเอกสารการอบรมแลว การใชวทิ ยากรทีม่ คี วามรู ความสามารถ สามารถ ยกตัวอยาง อธิบาย กระตุนใหผูเขารับการอบรม รูจักคิดวิเคราะห มีสวนสําคัญตอการอบรม 3. กิจกรรมการเรียนรูใ นหลักสูตร ทีร่ ะบุ ให ผู  อ บรมได ฝ  ก ทั ก ษะในการปฏิ บั ติ คื อ ได มี โอกาสผลิตงานโดยใชเทคโนโลยีสมัยใหมอยาง สมารทโฟน เพื่อถายภาพ ตัดตอภาพ ทําคลิป วิดีโอ ตาง ๆ เหลานี้ เพื่อแสดงใหเห็นวาผูเขารับ การอบรมเขาใจเรื่องการเทาทันสื่อและสามารถ. 371. สร า งสรรค ห รื อ ผลิ ต สื่ อ ที่ เ หมาะสมสู  สั ง คมได แต ห ากผู  นํ า ไปใช ไ ม ส ามารถใช ส มาร ท โฟน เป น เครื่ อ งมื อ ผลิ ต สื่ อ ได อ าจเปลี่ ย นเป น การ สร า งสรรค แ บบอื่ น ได เช น แสดงละคร หรื อ วาดภาพ เปนตน ขอเสนอแนะในการทําวิจยั ครัง้ ตอไป 1. ค ว ร มี ก า ร วิ จั ย ก า ร พั ฒ น า ก า ร จัดการเรียนการสอนเรื่องการเทาทันสื่อผานสื่อ สังคมออนไลน เพราะปจจุบันเด็กและเยาวชน สามารถที่จะเรียนรูไดทุกที่ทุกเวลาไดดวยตนเอง 2. ควรมี ก ารวิ จั ย เปรี ย บเที ย บความรู  เรื่ อ งการเท า ทั น สื่ อ กั บ เยาวชนแต ล ะระดั บ เพื่อไดนําเสนอเนื้อหาที่เหมาะสมใหเหมาะสม กับกลุมเยาวชน. REFERENCES Jantawong, U. (2011). Report in development of participatory learning by activity based on occupations and technology. (Business) of Matthayomsuksa 3 Students Kuan Ka Nhun. Secondary Education Service Area office 12. Office of the Basic Education Commission Ministry of Education. (in Thai) Promma, S. & Jaiman, P. (2018). Knowledge in consumer’s rights toward the level of advertising literacy of youth in Nakhon Si Thammarat Province. Retrieved May 1, 2019, from : http://jes.rtu.ac.th/ rtunc2018/pdf/Oral%20Presentation/Oral%20กลุม %20 2%20มนุษยศาสตรและสังคมศาสตร/3SC_O07.pdf (in Thai) Rodprapan, P., Thamrongsotthisakul, W. & Vibulrangson, S (2016). Development of a youth media literacy curriculum based on participation learning for junior secondary school students. Retrieved April 30, 2019, from : (in Thai) Ro Rung. (pseud.). (2018). Phoei Yot Rongrian Panha Lang Sue Khong Onlai Phung. Mthai. Retrieved April 30, 2019, from https://news.mthai.com/general-news/ 680723. html (in Thai). (14) 372. วารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตรและสังคมศาสตร ปที่ 14 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2562). Suthirat, C. (2016). Curriculum development: theory to practice. Bangkok: V-print. (in Thai) Taba, H. (1962). Curriculum development: theory practice. NY: McMillan. Tyler, R. W. (1949). Basic principles of curriculum and instruction. Chicago: The University of Chicago Press. Tuntijchareon, T. (2015). TV program net-advertising Nurehathamraidekkurnjor. Bangkokbiz news. Retrieved April 30, 2015, from: http://www.bangkokbiznews.com/ news/detail/640774 (in Thai). (15)

Referensi

Dokumen terkait