• Tidak ada hasil yang ditemukan

SCJMSU JOURNAL

N/A
N/A
Protected

Academic year: 2024

Membagikan "SCJMSU JOURNAL"

Copied!
6
0
0

Teks penuh

(1)

1 อาจารย, 2นักศึกษาปริญญาตรี, 3นักศึกษาปริญญาตรี, วิทยาลัยแพทยศาสตรและการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี อําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี 34190

1 Lecturer, 2Bachelor degree student, 3Bachelor degree student, College of Medicine and Public Health, Ubonratchathani University, WarinChamrapDistrict, UbonRatchathani 34190,Thailand.

การประเมินผลกระทบทางสุขภาพของชุมชนที่อยูรอบสถานที่ฝงกลบมูลฝอยเทศบาล เมืองวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี

Health Impact Assessment of Communities Near The Landfill Site of Warinchamrab Municipality, Ubonratchathani Province

จิราภรณ หลาบคํา

1

, ชุลีพร เทพแสง

2

, ฐิติมา วันทอง

3

Chiraporn Lapkham

1

, Chuleeporn Thepsaeng

2

, Thitima Wonthong

3

Received: 24 November 2015; Accepted: 20 March 2016

บทคัดยอ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาผลกระทบทางสุขภาพเชิงลบและเชิงบวกในมิติทางกายมิติทางจิตใจและมิติทางสังคม ของชุมชนที่อยูรอบสถานที่ฝงกลบมูลฝอยเทศบาลเมืองวารินชําราบจังหวัดอุบลราชธานีกลุมตัวอยางในการศึกษาเปนตัวแทน ของครัวเรือนที่อยูรอบบริเวณสถานที่ฝงกลบมูลฝอยเทศบาลเมืองวารินชําราบจํานวน 141 คนจาก 531 ครัวเรือนเครื่องมือที่

ใชในการศึกษาคือแบบสอบถามและแบบสังเกตวิเคราะหขอมูลโดยใชสถิติเชิงพรรณนาไดแกการแจกแจงความถี่และรอยละ ผลการศึกษาพบวา ตัวอยางสวนใหญระบุวา มีสุขภาพรางกาย จิตใจ และสังคม เหมือนกับเมื่อชวง 5 ปที่ผานมา (รอยละ 55.3, 64.5 และ 61.0 ตามลําดับ) โดยผลกระทบสุขภาพรางกายเชิงลบ ไดแก ฝุนละอองและควันไฟจากเตาเผาขยะ ติดเชื้อรอยละ 46.8 เปนแหลงกําเนิดแมลงและสัตวนําโรคที่เปนสาเหตุใหเกิดโรคติดตอ (รอยละ 40.4) และกลิ่นเหม็นจากมูลฝอย (รอยละ 39.7) สวนผลกระทบสุขภาพจิตเชิงลบไดแกมีความกังวลตอการใชนํ้าผิวดิน (รอยละ 77.3) มีความรูสึกกังวลใจตอการ ใชนํ้าบาดาล (รอยละ 71.6) และมีความกังวลใจกับการตั้งบานเรือนใกลกลับสถานที่ฝงกลบมูลฝอย (รอยละ 72.3) สวนผลกระทบ สุขภาพจิตเชิงบวก ไดแก มีความสุขดีกับการอาศัยอยูในชุมชน (รอยละ 64.5) และการคมนาคมขนสงภายในชุมชนมีความ สะดวกมากขึ้น (รอยละ 53.2) และผลกระทบทางสังคมเชิงลบไดแกเกิดความขัดแยงระหวางชุมชนกับเทศบาล (รอยละ 26.3) ชุมชนอื่นรังเกียจ (รอยละ 24.1) และรายไดของครอบครัวลดลง (รอยละ 15.6) ผลกระทบทางสังคมเชิงบวก ไดแก การสราง อาชีพและเพิ่มรายไดใหกับชุมชน (รอยละ 65.3) และมีบทบาทในการปกปองสิทธิของตนเองและชุมชนมากขึ้น (รอยละ 55.3)

ดังนั้นเทศบาลเมืองวารินชําราบควรดําเนินการวางแผนปองกันผลกระทบสุขภาพของชุมชนที่อยูรอบสถานที่ฝงกลบ มูลฝอย โดยเฉพาะฝุนละอองและควันไฟที่เกิดจากเตาเผาขยะติดเชื้อ การปองกันการปนเปอนนํ้าผิวดิน และนํ้าใตดินจาก นํ้าชะขยะมูลฝอยรวมทั้งการสรางความสัมพันธระหวางชุมชนกับเทศบาลใหมากขึ้นเพื่อควบคุมและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น คําสําคัญ : การประเมินผลกระทบสุขภาพชุมชนที่อยูรอบสถานที่ฝงกลบมูลฝอยสถานที่ฝงกลบมูลฝอย

Abstract

The objectives of this research were to assess both positive and negative health impacts communities near the landfill site of Warinchamrab Municipality, Ubon Ratchathani Province impacts included physical health, mental health and social impact of. Health the sample group included 141 representatives from 531 households surrounding the Warinchamrab Municipality landfill site. The instruments used in the study included a questionnaire and observation form analyzed by the use of frequencies and percentages.

(2)

The results found that despite protests over the last five years, samples generally were exposed to the same level of hazards as experienced at the initial opening of the land fill. The majority of samples claimed impact from the following three categories: physical (55.3%) mental health (64.5%) and social (61.0). The negative physical health impacts included dust and fumes from the incinerator, infection (46.8%) sources of insects and vectors (40.4%) and odor from fermented waste (39.7%). The negative mental health impacts included concerns about use of groundwater water (77.3%), underground water (71.6%) and house location near a landfill site (72.3%). The positive mental health impacts included happiness at living in their community (64.5%) and transportation within the community being convenient (53.2%). The negative social impacts included conflicts between communities and municipalities (26.3%) other community's beingshunned (24.1%) and family income decreasing (15.6%). The positive social impact included promoting career and increase revenue for the community (65.3%) and playing a role in protecting their own rights and communities (55.3%) The Warinchamrab Municipality should have a plan which addresses the impact to health in communities located near a landfill site. Their plan should include resolution of dust and fume problems from the incinerator, infection, prevent contamination of groundwater and underground water from leachate and promotion of improved relationships between the community and the municipality.

Keywords : Health Impact Assessment, communities near a landfill site, landfill บทนํา

เทศบาลเมืองวารินชําราบมีบอฝงกลบขยะ (โครงการอนุรักษ สิ่งแวดลอม เทศบาลเมืองวารินชําราบ) ที่รวบรวมขยะทั้งใน สถานที่ตางๆในจังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดอื่นๆที่อยูใน เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงทําใหมีปริมาณขยะมูลฝอย มากซึ่งมีปริมาณขยะมูลฝอยที่รวบรวมไดเฉลี่ย 114.31 ตัน/ วันโดยเทศบาลเมืองวารินชําราบเปนผูรับผิดชอบการจัดการ ขยะมูลฝอย ตั้งแตจุดเก็บ การเก็บกวาด การรวบรวม การขนสง รวมทั้งการกําจัดโดยการฝงกลบ ซึ่งสถานที่กําจัด มูลฝอยของเทศบาลเมืองวารินชําราบมีพื้นที่ทั้งหมด 282 ไร ตั้งอยูที่บานดอนผอุงตําบลคูเมืองอําเภอวารินชําราบจังหวัด อุบลราชธานี โดยเริ่มใชงานมาตั้งแตป พ.ศ. 2543 สามารถ รองรับมูลฝอยจนถึงป 25651 ซึ่งที่ผานมาสถานที่ฝงกลบขยะ มูลฝอยเทศบาลเมืองวารินชําราบ พบวาไมไดมีการกลบทับ ทุกวัน ซึ่งอาจจะกอใหเกิดปญหากลิ่นรบกวน ขยะปลิวออก นอกพื้นที่ กอใหเกิดแหลงเพาะพันธของเชื้อโรค และสัตว พาหะนําโรคได อีกทั้งเทศบาลเมืองวารินชําราบยังมีการรับ กําจัดขยะประเภทขยะติดเชื้อ โดยใชเตาเผาขยะติดเชื้อแบบ หมุนมีการรวบรวมขยะติดเชื้อมาจากโรงพยาบาลคลินิกและ โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลในเขตจังหวัดอุบลราชธานี

ศรีสะเกษยโสธรอํานาจเจริญและมุกดาหารซึ่งมีปริมาณขยะ มูลฝอยที่รวบรวมไดเฉลี่ย 4 ตัน/วัน จึงทําใหปริมาณขยะติด เชื้อมีปริมาณมาก1 จากการสอบถามเจาหนาที่ พบวาปญหา ของเตาเผาขยะติดเชื้อในขณะนี้ คือ เตาเผาขยะติดเชื้อกําลัง อยูในชวงดําเนินการปรับปรุงซอมแซม จึงไดใชเตาเผาขยะ ติดเชื้อสํารองทดแทนซึ่งมีขนาดเล็กและไมถูกหลักสุขาภิบาล

อาจจะกอใหเกิดขยะติดเชื้อตกคาง เปนแหลงเพาะพันธของ เชื้อโรค เกิดผลกระทบตอสุขภาพของผูที่ทํางานในบริเวณ เตาเผาขยะติดเชื้อและชาวบานที่อยูบริเวณโดยรอบไดจากการ สอบถามเจาหนาที่ยังพบปญหาที่สําคัญของบอฝงกลบขยะคือ จะมีนํ้าลนออกมาจากบอฝงกลบขยะในฤดูฝน ซึ่งเปนนํ้าชะ ขยะมูลฝอย อาจกอใหเกิดผลกระทบจากการปนเปอนลงสู

แหลงนํ้าผิวดินหรือนํ้าใตดิน ซึ่งเปนอันตรายตอมนุษยและ สิ่งมีชีวิตที่ใชประโยชนหรืออาศัยอยูในแหลงนํ้าธรรมชาติ

เหลานั้นได2และจากการสอบถามเจาหนาที่ยังพบวาเคยมีการ รองเรียนจากชาวบานเกี่ยวกับผลกระทบจากหมอกควันและ กลิ่นจากการเผาขยะติดเชื้อและเนื่องจากมีฝนตกทางเทศบาล เมืองวารินชําราบเกรงวานํ้าเสียจะเออลนจากบอ จึงไดปลอย นํ้าเสียบางสวนออก ซึ่งสงผลทําใหปลาตายเปนจํานวนมาก3 ซึ่งผลกระทบเหลานี้กอใหเกิดผลกระทบทั้งตอธรรมชาติและ สิ่งแวดลอม และยังสงผลกระทบตอชาวบานที่อยูบริเวณโดย รอบบอฝงกลบขยะของเทศบาลเมืองวารินชําราบอีกดวย

จากขอมูลสถิติการเจ็บปวยของประชาชนที่รับบริการ ในโรงพยาบาล เขตอําเภอวารินชําราบ ประจําป 2558 ซึ่ง ครอบคลุมการเขารับบริการของทั้ง 3 หมูบานไดแกหมูบาน ดอนผอุง หมูบานโนนใหญ และหมูบานนาพิมาน ซึ่งอยูใน อําเภอวารินชําราบ พบวาสาเหตุการเจ็บปวยที่พบมากเปน อันดับหนึ่งในป 2558 คือโรคระบบทางเดินหายใจรองลงมา คือ โรคผิวหนังและเนื้อเยื่อใตผิวหนัง และ โรคติดเชื้อและ ปรสิต โดยมีอัตราปวย 5,838, 1,363 และ 904 ตอแสน ประชากรตามลําดับ4และจากรายงานระบาดวิทยา (รง. 506) โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลคูเมืองประจําป 2558 ซึ่ง

(3)

ครอบคลุมการเขารับบริการของหมูบานดอนผอุงพบวาโรคที่

พบมากที่สุดอันดับหนึ่งในป 2558 คือ โรคตาแดง รองลงมา คือ อาหารเปนพิษ และไขไมทราบสาเหตุ โดยมีอัตราปวย 84.44, 36.19 และ 36.19 ตามลําดับ และจากรายงาน 504 โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลโนนยางประจําปพ.ศ. 2556 – 2558 ซึ่งครอบคลุมการเขารับบริการของหมูบานโนนใหญ และหมูบานนาพิมาน ซึ่งอยูใน ตําบลสระสมิง อําเภอ วารินชําราบ จ.อุบลราชธานี พบวาโรคที่พบมากที่สุดอันดับ หนึ่งคือโรคระบบหายใจรองลงมาคือโรคผิวหนังและเนื้อเยื่อ ใตผิวหนังและภาวะแปรปรวนทางจิตโดยมีอัตราปวย 2,260, 383 และ 110 ตอแสนประชากรตามลําดับซึ่งโรคเหลานี้อาจ มีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดลอมอันเนื่อง มาจากการฝงกลบมูลฝอยของเทศบาลเมืองวารินชําราบไดดัง มีการศึกษาของนครกาเหย็ม (2553). ไดศึกษาผลกระทบตอ สุขภาพจากการจัดการมูลฝอย ตําบลทาพระ อําเภอเมือง จังหวัดขอนแกนพบวามีอัตราการเจ็บปวยเพิ่มขึ้นซึ่งอาจมี

สวนเกี่ยวของกับการจัดการมูลฝอยที่ไมถูกสุขลักษณะ อาจ สงผลกระทบตอสุขภาพทางกายไดแกเกิดโรคระบบทางเดิน หายใจ โรคระบบทางเดินอาหาร โรคผิวหนัง/ผิวหนังอักเสบ และพบวากลุมตัวอยางมีความวิตกกังวลกับปญหาความ สกปรกของระบบการจัดการมูลฝอยสงผลกระทบตอสุขภาพ ของประชาชนรอยละ 58.905 จากการศึกษาที่ผานมาพบวา ยังไมเคยมีการศึกษาผลกระทบตอสุขภาพของชาวบานที่อยู

ในชุมชนบริเวณใกลเคียงซึ่งอาจจะไดรับผลกระทบจากบอฝง กลบขยะและยังขาดกระบวนการรวบรวมขอมูลรอบดานจาก ผูมีสวนไดสวนเสียที่เกี่ยวของ และการอางอิงขอมูลหลักฐาน เชิงประจักษ

ดังนั้นผูศึกษาจึงสนใจนําการประเมินผลกระทบทาง สุขภาพ (Health Impact Assessment : HIA) ซึ่งเปนเครื่องมือ ที่ไดรับการยอมรับในระดับสากลมาใชเพื่อศึกษาถึงผลกระทบ ทางดานสุขภาพจากสถานที่ฝงกลบมูลฝอย เทศบาลเมือง วารินชําราบที่แทจริงและดําเนินการใหขอเสนอแนะรวมทั้งหา แนวทางในการปองกัน และควบคุมปญหาตอไป ซึ่งเปน แนวทางสําหรับองคกรปกครองสวนทองถิ่นในการนําผลกระ ทบทางสุขภาพดังกลาวมาใชในการตัดสินใจเชิงนโยบาย ใน การจัดทําสถานที่ฝงกลบมูลฝอยชุมชนในอนาคต

วัตถุประสงคของการศึกษา

เพื่อประเมินผลกระทบทางสุขภาพของชุมชนใน 3 มิติไดแกมิติทางกายมิติทางใจและมิติทางสังคมของชุมชน ที่อยูรอบสถานที่ฝงกลบมูลฝอยเทศบาลเมืองวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี

ระเบียบวิธีวิจัย

รูปแบบของการวิจัย

การศึกษาครั้งนี้เปนการวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาค ตัดขวาง (Cross-sectional descriptive study) เพื่อประเมิน ผลกระทบทางสุขภาพของชุมชนที่อยูรอบสถานที่ฝงกลบ มูลฝอยเทศบาลเมืองวารินชําราบจังหวัดอุบลราชธานี ใน 3 มิติ ไดแก มิติทางกายมิติทางจิตใจ และมิติทางสังคมโดยใช กระบวนการประเมินผลกระทบทางสุขภาพ ซึ่งประกอบดวย การกลั่นกรองการกําหนดขอบเขตการศึกษาการประเมินผล กระทบตอสุขภาพและการจัดทํารายงานและขอเสนอแนะ

ประชากรและกลุมตัวอยาง

ประชากร คือ ครัวเรือนที่อยูในชุมชน ที่ตั้งอยูรอบ สถานที่ฝงกลบมูลฝอยของเทศบาลเมืองวารินชํา-ราบอําเภอ วารินชําราบจังหวัดอุบลราชธานีจํานวน 531 ครัวเรือนจาก 3 หมูบานไดแก

1) หมูบานดอนผอุง ต.คูเมือง อ.วารินชําราบ จ.อุบลราชธานี

2) หมูบานโนนใหญ ต.สระสมิง อ.วารินชําราบ จ.อุบลราชธานี

3) หมูบานนาพิมาน ต.สระสมิง อ.วารินชําราบ จ.อุบลราชธานี

กลุมตัวอยางคือตัวแทนครัวเรือนที่ไดรับผลกระทบ จากการฝงกลบมูลฝอยของเทศบาลเมืองวา-รินชําราบหลังคา เรือนละ 1 คน เฉพาะหมูบานที่กําหนดเปนประชากรเทานั้น ซึ่งไดมาจากการคํานวณขนาดตัวอยาง จากสูตรการคํานวณ ขนาดตัวอยางเพื่อประมาณคาสัดสวนประชากร (กรณี

ประชากรมีขนาดเล็ก)6

n = ขนาดตัวอยางที่ตองการศึกษา

N = จํานวนประชากรที่ศึกษาจํานวน 531 คน α = ระดับนัยสําคัญเทากับ 0.05

Z = คาความเชื่อมั่นที่กําหนดไวที่ระดับนัยสําคัญ ทางสถิติซึ่งกําหนด Z ที่ระดับนัยสําคัญทางสถิติ (α= 0.05) ดังนั้น Zα/2 มีคาเทากับ 1.96

p = คาสัดสวนของครัวเรือนที่ไดรับผลกระทบทาง จิตจากการฝงกลบมูลฝอย ที่สงผลตอสุขภาพของตนเองและ ครอบครัวรอยละ 84.8 มีคาเทากับ 0.8487

(4)

e = ความคลาดเคลื่อนที่ยอมใหเกิดขึ้นไดกําหนดที่

รอยละ 6 ของคา p มีคาเทากับ 0.051 ไดขนาดของกลุม ตัวอยางตองไมนอยกวา 141 คนจากจํานวนขนาดตัวอยาง 531 ครัวเรือน

การสุมตัวอยางผูตอบแบบสอบถามใชวิธีการสุม ตัวอยางอยางงาย 141 คนจากจํานวนตัวอยาง 531 คนโดย การจับฉลากบานเลขที่แบบไมใสคืน ในแตละหมูบานเทากับ จํานวนหลังคาเรือนตามที่แบงสัดสวนได จากการคํานวณ ขนาดตัวอยาง

Figure 1 Study areas

เครื่องมือที่ใชในการวิจัย

เครื่องมือที่ใชในการศึกษาครั้งนี้มาจากการทบทวน วรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวของ(7)โดยไดทําการตรวจสอบ ความตรงของเนื้อหาโดยผูทรงคุณวุฒิจํานวน 3 ทานเครื่องมือ ที่ใชในการศึกษาประกอบดวย 3 เครื่องมือไดแก

1) แบบสอบถามโดยแบงเปน 6 สวนดังนี้

สวนที่ 1 ขอมูลทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม สวนที่ 2 ขอมูลเกี่ยวกับผลกระทบดานสิ่งแวดลอม จากสถานที่ฝงกลบมูลฝอย

สวนที่ 3 ขอมูลเกี่ยวกับผลกระทบตอสุขภาพ ทางกายจากสถานที่ฝงกลบมูลฝอย

สวนที่ 4 ขอมูลเกี่ยวกับผลกระทบตอสุขภาพ จิตจากสถานที่ฝงกลบมูลฝอย

สวนที่ 5 ขอมูลเกี่ยวกับผลกระทบตอสุขทาง สังคมจากสถานที่ฝงกลบมูลฝอย

สวนที่ 6 ขอเสนอแนะแนวทางลดผลกระทบตอ สุขภาพชุมชนและการสงเสริมสุขภาพชุมชนที่มีสาเหตุมาจาก สถานที่ฝงกลบมูลฝอย

2) แบบสังเกตแบงออกเปน 2 สวนดังนี้

สวนที่ 1 สถานที่ฝงกลบมูลฝอยเทศบาลเมือง วารินชําราบ

สวนที่ 2 ชุมชนที่อยูรอบสถานที่ฝงกลบมูลฝอย เทศบาลเมืองวารินชําราบ

3) แบบรวบรวมขอมูลซึ่งแบงขอมูลเปน 2 สวน ดังนี้

สวนที่ 1 การกําจัดมูลฝอยชุมชน สวนที่ 2 การกําจัดมูลฝอยติดเชื้อ

การเก็บรวบรวมขอมูล

ในการศึกษาครั้งนี้ใชวิธีการเก็บรวบรวมขอมูลจาก การสํารวจดวยแบบสอบถามแบบสังเกตผลกระทบตอสุขภาพ ชุมชนและแบบรวบรวมขอมูลการกําจัดมูลฝอย

การวิเคราะหขอมูล

การวิจัยครั้งนี้ทําการวิเคราะหขอมูลผลกระทบทาง รางกาย จิตใจ และสังคม ที่ไดจากแบบสอบถาม โดยใชสถิติ

เชิงพรรณนาการแจกแจงความถี่และรอยละ

ผลการศึกษา

ขอมูลทั่วไปของกลุมตัวอยาง

จากการศึกษาตัวอยาง 141 คนประกอบดวยเพศ หญิงรอยละ 61.7 เพศชายรอยละ 37.6 มีอายุระหวาง 41-60 ป สวนใหญจบการศึกษาในระดับประถมศึกษา รอยละ 87 อาชีพหลักเปนเกษตรกร รอยละ 69.5 รายไดเฉลี่ยตอเดือน สวนใหญอยูตั้งแต 10,000 บาท ขึ้นไป รอยละ 45.4 และ ไมเคยคิดที่จะยายครอบครัวไปอยูที่อื่นรอยละ 91.5

ขอมูลผลกระทบดานสุขภาพ

(1) ผลกระทบดานรางกาย ตัวอยางสวนใหญระบุ

วามีสุขภาพรางกายเหมือนกับเมื่อชวง 5 ปที่ผานมา รอยละ 55.3 ผลกระทบทางสุขภาพเชิงลบ ไดแก สถานที่ฝงกลบ มูลฝอยทําใหเกิดฝุนละออง ควันกลิ่นเหม็น ซึ่งเปนสาเหตุ

ทําใหเกิดการเจ็บปวยดวยโรคระบบทางเดินหายใจในชุมชน เชนภูมิแพไขหวัดหลอดลมอักเสบเปนตนรอยละ 46.8 รอง ลงมาคือสถานที่ฝงกลบมูลฝอยเปนแหลงกําเนิดแมลงและสัตว นําโรคซึ่งเปนสาเหตุใหเกิดโรคติดตอตางๆในชุมชนเชนโรค อุจจาระรวง ตาแดง ไขเลือดออกเปนตน รอยละ 40.4 และ กลิ่นรบกวนจากสถานที่ฝงกลบมูลฝอยทําใหสมาชิกใน ครอบครัวรูสึกเวียนศีรษะ คลื่นไสอาเจียน รอยละ 39.7 ประชาชนกลุมเสี่ยงตอผลกระทบทางสุขภาพ คือ เด็ก ผูสูง อายุผูคุยขยะพนักงานที่ปฏิบัติงานในการฝงกลบและผูมีภูมิ

(5)

ไวรับ/ผูปวยโรคระบบทางเดินหายใจ

(2) ผลกระทบดานจิตใจ กลุมตัวอยางสวนใหญ รูสึกวามีสุขภาพจิตเหมือนกับเมื่อชวง 5 ปที่ผานมา รอยละ 64.5 ผลกระทบตอสุขภาพจิตเชิงลบไดแกมีความรูสึกกังวล ใจตอการใชนํ้าผิวดินในการอุปโภคบริโภครอยละ 77.3 รอง ลงมาคือมีความรูสึกกังวลใจตอการใชนํ้าบาดาลในการอุปโภค บริโภค รอยละ 71.6 และมีความรูสึกกังวลใจในการตั้งบาน เรือนใกลกลับสถานที่ฝงกลบมูลฝอย รอยละ 72.3 กลุมเสี่ยง ตอผลกระทบทางสุขภาพเหลานี้ คือ ประชาชนที่อาศัยอยูใน ชุมชนรอบสถานที่ฝงกลบมูลฝอยสวนผลกระทบทางสุขภาพ เชิงจิตบวก คือ รูสึกมีความสุขดีกับการอาศัยอยูในชุมชน รอยละ 64.5 และมีความสะดวกสบายในการคมนาคมขนสง ภายในชุมชนรอยละ 53.2

(3) ผลกระทบดานสังคม กลุมตัวอยางสวนใหญ รูสึกวามีสภาพความเปนอยูทางสังคมเหมือนกับเมื่อชวง 5 ป ที่ผานมา รอยละ 61.0 โดยผลกระทบเชิงลบที่เกิดขึ้น ไดแก เกิดความขัดแยงขึ้นระหวางชุมชนกับเทศบาลเมืองวารินชําราบ รอยละ 26.3 รองลงมาคือ ชุมชนอื่นรังเกียจ รอยละ 24.1 ประชาชนกลุมเสี่ยงตอผลกระทบทางสุขภาพเหลานี้ คือ ประชาชนที่อาศัยอยูในชุมชนรอบสถานที่ฝงกลบมูลฝอยสวน ผลกระทบทางสุขภาพทางสังคมเชิงบวกคือสถานที่ฝงกลบ มูลฝอยตั้งอยูใกลชุมชนทําใหมีการสรางอาชีพหรือเพิ่มรายได ใหกับชุมชนรอยละ 65.3 และการรองเรียนปญหาสิ่งแวดลอม จากสถานที่ฝงกลบมูลฝอยทําใหชาวบานมีบทบาทกลาปกปอง สิทธิของตนเองและชุมชนมากขึ้นรอยละ 55.3

จากขอมูลผลกระทบตอสุขภาพที่ไดจากการสํารวจ ดวยแบบสอบถาม สามารถเรียบเรียงผลกระทบตอสุขภาพ เชิงลบและเชิงบวกทั้งทางดานรางกาย จิตใจ และสังคม ตามกรอบแนวคิดปจจัยกําหนดสุขภาพของประเทศแคนาดา ผลจากการสํารวจดวยแบบสอบถามสามารถสรุป ขอเสนอแนะแนวทางลดผลกระทบตอสุขภาพและสงเสริม สุขภาพชุมชนไดดังนี้

(1) ขอเสนอแนะแนวทางการปองกันและลด ผลกระทบตอสุขภาพชุมชน

ปรับปรุงวิธีการฝงกลบขยะมูลฝอยใหถูกตอง ตามหลักสุขาภิบาล ไดแก ปรับปรุงระบบทอระบายนํ้ารอบ หลุมฝงกลบปรับปรุงระบบบําบัดนํ้าเสียใหมีประสิทธิภาพฉีด พน Effective Microorganisms (EM) บนกองขยะเพื่อลดกลิ่น รบกวน และลดปริมาณแมลงวัน ปรับปรุงและบํารุงรักษา เตาเผาขยะติดเชื้อใหมีประสิทธิภาพพรอมใชงานปรับปรุงสภาพ ภูมิทัศนบริเวณรอบสถานที่ฝงกลบมูลฝอย ไดแก การปลูก ตนไมรอบพื้นที่หลุมฝงกลบขยะ เพื่อปองกันฝุนละออง และ

ขยะปลิวออกนอกพื้นที่ รวมทั้งควรมีระบบติดตามตรวจสอบ เฝาระวังผลกระทบของมลพิษทางดานสิ่งแวดลอมเชนมลพิษ ทางนํ้า มลพิษทางดิน และมลพิษทางอากาศ อยางตอเนื่อง และเมื่อมีเหตุรองเรียน ควรมีการสื่อสารและประชาสัมพันธ ถึงมาตรการ และการดําเนินการแกไขปญหาของเทศบาลตอ ชุมชนอยางสมํ่าเสมอและตอเนื่อง

(2) ขอเสนอแนะในการสงเสริมสุขภาพในชุมชน หนวยงานดานสาธารณสุขที่เกี่ยวของควร กําหนดกิจกรรมการสงเสริมสุขภาพใหเปนสวนหนึ่งในแผน งานสงเสริมสุขภาพดานสาธารณสุข โดยมีการตรวจสุขภาพ ของประชาชนในชุมชนเปนประจําอยางนอย 3 เดือน/ครั้ง มี

กิจกรรมการใหคําแนะนําปรึกษาปญหาสุขภาพจิตแก ประชาชนในชุมชนอยางตอเนื่องรวมทั้งสงเสริมกิจกรรมดาน การออกกําลังกายการดูแลสุขภาพการควบคุมโรคติดตอการ สุขาภิบาลอาหารและสุขาภิบาลที่พักอาศัยในชุมชนและมีการ ติดตามเฝาระวังผลกระทบตอสิ่งแวดลอมและสุขภาพชุมชน อยางตอเนื่อง

สรุปและอภิปรายผล

ผลกระทบตอสุขภาพของชุมชนที่อยูรอบสถานที่ฝงกลบ มูลฝอยเทศบาลเมืองวารินชําราบจังหวัดอุบลราชธานีสวนใหญ จะเปนผลกระทบสุขภาพในเชิงลบ ซึ่งขึ้นอยูกับสถานที่

ตั้งของชุมชนโดยชุมชนที่ตั้งอยูใกลกับสถานที่ฝงกลบมูลฝอย มากที่สุดคือบานดอนผอุงจะเปนชุมชนที่ไดรับผลกระทบทั้ง ทางรางกาย จิตใจ และสังคม มากกวาชุมชนอื่น ผลกระทบ ทางสุขภาพเชิงลบไดแกสถานที่ฝงกลบมูลฝอยทําใหเกิดฝุน ละออง ควัน กลิ่นเหม็น ซึ่งเปนสาเหตุทําใหเกิดการเจ็บปวย ดวยโรคระบบทางเดินหายใจในชุมชน เชน ภูมิแพ ซึ่ง สอดคลองกับการศึกษา8 พบวา ขยะมูลฝอยเปนแหลงแพร เชื้อโรคทําใหเกิดโรคระบบทางเดินหายใจและการกําจัดขยะ มูลฝอยโดยการเผาจะสงกลิ่นเหม็นรบกวน ทําใหอากาศเปน พิษกลุมตัวอยางระบุวามักจะมีกลิ่นเหม็นในชวงอากาศเย็นๆ หรือในชวงหลังฝนตกโดยจะไดกลิ่นมาเปนระยะๆโดยเฉพาะ ในเวลากลางคืนรวมทั้งในเวลากลางวันชาวบานระบุวามีการ เผาขยะติดเชื้อทําใหไดรับกลิ่นเหม็นและรบกวนความเปนอยู

ของคนในชุมชน อีกทั้งสถานที่ฝงกลบมูลฝอยยังเปนแหลง กําเนิดแมลงและสัตวนําโรค ซึ่งเปนสาเหตุใหเกิดโรคติดตอ ตางๆในชุมชน เชน โรคอุจจาระรวง ตาแดง ชุมชนที่ไดรับ ผลกระทบไดแกบานดอนผอุงและบานโนนใหญโดยปริมาณ แมลงวันที่มีมากในชวงฤดูรอนไดสรางความเดือดรอนรําคาญ และเสี่ยงตอโรคระบบทางเดินอาหารที่มีแมลงวันเปนพาหะ แมลงหวี่ที่เปนพาหะของโรคตาแดง สอดคลองกับขอมูล

(6)

รายงานวิทยาการระบาดของประชาชนตําบลคูเมืองป พ.ศ. 2556 พบวาโรคที่พบมากที่สุดอันดับหนึ่งในป 2558 คือโรค ตาแดงรองลงมาคืออาหารเปนพิษ

ผลกระทบตอสุขภาพจิตสวนใหญจะเปนผลกระทบ ตอสุขภาพในเชิงลบ ไดแก มีความรูสึกกังวลใจตอการใชนํ้า ผิวดินและนํ้าบาดาลในการอุปโภคบริโภคซึ่งสอดคลองกับการ ศึกษา(7)พบวาประชาชนสวนใหญมีความกังวลใจตอการใชนํ้า ผิวดินและนํ้าบาดาลในการอุปโภคบริโภคโดยกลุมตัวอยาง ระบุวาขาดแคลนนํ้าสะอาดในการใชอุปโภค บริโภค ชุมชนที่

ไดรับผลกระทบไดแกบานดอนผอุงและบานโนนใหญซึ่งทั้ง สองหมูบานนี้เปนหมูบานที่ไดรับผลกระทบจากนํ้าเสียจากนํ้า ชะขยะ กลุมตัวอยางระบุวา เมื่อ 2-3 ปที่ผานมา มีปลาและ สัตวนํ้าในหวยซันที่เชื่อมตอมาจากบอฝงกลบขยะ ลอยตาย เนื่องจากไดรับสารพิษจากนํ้าชะขยะมูลฝอยที่ปนเปอนไปยัง ลําหวยซันที่ทอดยาวมาถึงบานโนนใหญ ทําใหสัตวนํ้ามีการ ปนเปอนของสารพิษ อีกทั้งยังทําใหนํ้าในหวยซันมีสีดํา ชาว บานจึงไมกลาที่จะลงไปในแหลงนํ้า เพราะกลัวที่จะไดรับสาร พิษและเชื้อโรคที่ปนเปอนมากับนํ้าเสีย โดยแหลงนํ้าที่ไดรับ ผลกระทบมาที่สุด คือ นํ้าผิวดิน และนํ้าบาดาล ชาวบานใน บานดอนผอุงไดระบุวานํ้าบาดาลมีสีขุน และมีกลิ่นเหม็น คาดวานาจะเกิดจากการปนเปอนของนํ้าชะขยะลงสูนํ้าใตดิน ชาวบานจึงมีความกังวลไมกลานํานํ้ามาใชอุปโภคบริโภค

ผลกระทบตอสภาพความเปนอยูทางสังคมในเชิงลบ ไดแก เกิดความขัดแยงระหวางชุมชนกับเทศบาลเมือง วารินชําราบ สอดคลองกับการศึกษา(8) ศึกษาผลกระทบทาง สุขภาพของชุมชน ที่อาศัยอยูรอบบริเวณสถานที่ฝงกลบ มูลฝอยเทศบาลนครขอนแกนจังหวัดขอนแกนพบวาการที่

มีสถานที่ฝงกลบมูลฝอยตั้งอยูใกลชุมชนทําใหเกิดความขัด แยงระหวางชุมชนกับเทศบาลนครขอนแกน เนื่องจาก ประชาชนในพื้นที่ใกลเคียงนั้นไดรับผลกระทบจากกลิ่นเหม็น ที่เกิดจากการเผามูลฝอยติดเชื้อทําใหรบกวนการดําเนินชีวิต ของประชาชนอีกทั้งกลุมตัวอยางระบุวาไมคอยพอใจกับการ แกไขปญหามลพิษจากสถานที่ฝงกลบมูลฝอยของทางเทศบาล และยังทําใหเกิดการรองเรียนเกี่ยวกับกลิ่นเหม็นที่ชุมชนไดรับ หลายครั้งใหหนวยงานที่เกี่ยวของเขามาชวยดูแลและจัดการ ใหถูกตองเพราะชาวบานเกิดความวิตกกังวลวาผลกระทบจาก การฝงกลบมูลฝอยจะสงผลตอสุขภาพของตนเองและครอบครัว

ขอเสนอแนะจากการวิจัย

จากการศึกษาในครั้งนี้พบวา ปจจุบันไดมีการเผา มูลฝอยติดเชื้อโดยใชเตาเผามูลฝอยติดเชื้อสํารอง ทําให ประชาชนที่อยูบริเวณใกลเคียงไดรับผลกระทบจากกลิ่นเหม็น และฝุนควัน รวมทั้งไดรับผลกระทบจากนํ้าชะขยะที่ปนเปอน

ไปยังแหลงนํ้าบริเวณใกลเคียง ทําใหประชาชนมีความรูสึก กังวลใจตอการนํานํ้ามาใชอุปโภค-บริโภคและรูสึกกังวลใจใน การตั้งบานเรือนใกลกับสถานที่ฝงกลบมูลฝอยดังนั้นหนวยงาน ที่เกี่ยวของควรเขามาจัดการควบคุมดูแลและปองกันผลกระทบ ที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งควรมีการติดตามเฝาระวังผลกระทบ อยางตอเนื่องเพื่อปองกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

กิตติกรรมประกาศ

ขอขอบพระคุณเจาหนาที่ของหนวยงานราชการที่

เกี่ยวของ ไดแก เทศบาลเมืองวารินชําราบ โรงพยาบาล สงเสริมสุขภาพตําบลคูเมืองและโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพ ตําบลโนนยาง รวมทั้งผูเขารวมการศึกษาทุกทานจากทั้ง 3 หมูบานที่ใหขอมูลที่เปนประโยชนตอการศึกษาในครั้งนี้

เอกสารอางอิง

1. เทศบาลเมืองวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี. ผลการ ดําเนินงานระบบเก็บขนและกําจัดขยะมูลฝอย ประจําป 2556-2557. วารินชําราบ: ม.ป.พ., 2557.

2. สุธิดา ทีปรักษพันธุ และคณะ. ความสัมพันธระหวาง สมบัติทางเคมีและความเปนพิษของนํ้าชะจากพื้นฝงกลบ มูลฝอยที่ระดับการบําบัดตางกัน. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร; 2554.

3. ศูนยดํารงธรรม จังหวัดอุบลราชธานี. การแกไขปญหา บอขยะปลอยนํ้าเสีย. [สืบคนเมื่อ 6 ตุลาคม 2558]. แหลง สืบคน URL; http://ubondamrongdhama.ubonrat- chathani.go.th/index.php/newsletters

4. โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลโนนยาง. รายงาน สาเหตุการปวย 21 กลุมโรคแยกตามผูปวย (รง.504) ระหวางปพ.ศ. 2556-2558. วารินชําราบ: ม.ป.พ., 2558.

(รง.504) ระหวางป พ.ศ. 2556-2558. วารินชําราบ: ม.ป.พ., 2558.

5. นคร กาเหย็ม. ผลกระทบตอสุขภาพจากการจัดการ มูลฝอย. ขอนแกน: มหาวิทยาลัยขอนแกน; 2553.

6. อรุณจิรวัฒนกุล. ชีวสถิติสําหรับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร สุขภาพ. ขอนแกนมหาวิทยาลัยขอนแกน; 2548 7. ลาวัลย วิภาพรพงศ. ผลกระทบทางสุขภาพจากขยะ

มูลฝอยในหมูบานปาลานดอนแกว ตําบลทุงสะโตก อําเภอสันปาตองจังหวัดเชียงใหม. เชียงใหม: มหาวิทยาลัย เชียงใหม; 2555.

8. พัชรีศรีกุตา. ผลกระทบทางสุขภาพของชุมชนที่อาศัยอยู

รอบบริเวณสถานที่ฝงกลบมูลฝอย. ขอนแกน: มหาวิทยาลัย ขอนแกน; 2554.

Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)

Referensi

Dokumen terkait

DECISION TO REFER 8.1 Referral to the Department of Sustainability, Environment, Water, Population and Communities The preliminary impact assessment determined the project will

Region of interest Noise reduction on ROI Comments Water meter with minor scratches on the front glass Minor noises.. Difficult to remove the lines in

As for the results, we get the asymptotically free Green function that explains the behavior of the Yukawa potential when the mass parameter is increasing and it can also lead to

Let u be an internal vertex in a crease-pattern graph G of a flat origami, let M be the number of mountain edges incident to u, and let V be the number of valley edges incident to

ผสมหลำยชนิดในน�้ำดื่มของไก่เนื้อต่อสมรรถนะกำรผลิตลักษณะ ซำก คุณภำพเนื้อ คอเลสเตอรอลและกรดไขมันในเนื้อ The Effects of Multi-Strain Bacillus Species Supplementation in Drinking Water of

1 Faculty of Public Health, Mahasarakham University, Maha Sarakham, Thailand 44150 2 Department of Electrical Technology, Faculty of Agro-industrial Technology, Rajamangala

Acute toxicity 1.1 Symptoms of toxicity, body weight gain, food intake and FCR All the doses of HNKP did not produce any symptom of toxicity and mortality of the rats during 14

To test this, International Farm Comparison Network IFCN Typical Farm Approach and Technology Impact Policy Impact Calculations Model IFCN was used with the objective of assessment of