• Tidak ada hasil yang ditemukan

View of Energy Yields of Fuel Gas from Cassava Rhizome in a Fluidised-Bed Reactor

N/A
N/A
Protected

Academic year: 2023

Membagikan "View of Energy Yields of Fuel Gas from Cassava Rhizome in a Fluidised-Bed Reactor"

Copied!
12
0
0

Teks penuh

(1)

ปริมาณพลังงานของแกสเชื้อเพลิงจากเหงามันสําปะหลังในเครื่องปฏิกรณ

ฟลูอิไดซเบด

Energy Yields of Fuel Gas from Cassava Rhizome in a Fluidised-Bed Reactor

วิริยะ แดงทน1* และเกยูร ดวงอุปมา1

Received: October, 2017; Accepted: January, 2018

บทคัดยอ

การผลิตแกสเชื้อเพลิงของเหงามันสําปะหลังในเครื่องปฏิกรณฟลูอิไดซเบดเปนการศึกษาหาปริมาณผลได

ของผลิตภัณฑและปริมาณพลังงานของแกสเชื้อเพลิงที่ระดับอุณหภูมิตาง ๆ มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษา อุณหภูมิปฏิกิริยา 5 ระดับ คือ 500 600 700 800 และ 900 องศาเซลเซียส ตอปริมาณผลไดของ ผลิตภัณฑและปริมาณพลังงานของแกสเชื้อเพลิง ซึ่งแกสแอลพีจีคือแหลงพลังงานความรอนสําหรับ อุนเครื่องกอนทําการทดลองและระหวางทดลองและอากาศถูกใชเปนแกสพา ปริมาณผลไดของผลิตภัณฑได

จากการสมดุลมวลกอนและหลังการทดลอง โดยมีเครื่องวิเคราะหแกส GC 8A สําหรับวิเคราะห

องคประกอบแกส ผลการทดลองพบวา อุณหภูมิปฏิกิริยา 900 องศาเซลเซียส ใหปริมาณผลไดของแกส สูงสุดรอยละ 90.9 โดยนํ้าหนัก แตแกสที่ไดมีคาความรอนตํ่าสุดเปน 12 เมกะจูลตอกิโลกรัม ขณะที่อุณหภูมิ

ปฏิกิริยา 800 องศาเซลเซียส คืออุณหภูมิที่เหมาะสําหรับผลิตแกสเชื้อเพลิง เพราะมีปริมาณผลไดของแกส และปริมาณพลังงานของแกสรอยละ 85 โดยนํ้าหนัก

คําสําคัญ : ปริมาณพลังงาน; การผลิตแกสเชื้อเพลิง; แกสเชื้อเพลิง; เหงามันสําปะหลัง; ฟลูอิไดซเบด

1 Faculty of Agro Industraial Technology, Kalasin University

* Corresponding Author E - mail Address: [email protected]

(2)

Abstract

Gasifi cation of cassava rhizomes in a fl uidised-bed reactor is studied for investigate of product yields and energy yields of biomass gasifi cation in diff erent temperatures. The aim of this study is fi nd the infl uence of temperature in fi ve levels were 500, 600, 700, 800 and 900 °C on product yields and energy yields of biomass gasifi cation in the fl uidised - bed method. The liquefi ed petroleum gas (LPG) was used for the heating system before the experiment and air as a carrier gas during the experiment. The product yield was obtained by mass balance before and after the experiment. The gas chromatography (GC 8A) analysis method was used for analyze gas composition. The results show that maximum fuel gas yields from cassava rhizomes of 90.9 wt% at 900 °C. However, the gas with the lowest heating value were 12 MJ/kg. While the reaction temperature at 800 °C has gas yields and energy yields of 85 wt%, it is the ideal temperature for producing fuel gas.

Keywords: Energy Yield; Gasifi cation; Fuel Gas; Cassava Rhizomes; Fluidised - Bed

บทนํา

ปจจุบันทั่วโลกตางพัฒนาพลังงานทดแทนรูปแบบตาง ๆ เชน พลังงานแสงอาทิตย พลังงานลม พลังงานนํ้า และพลังงานชีวมวล เพื่อรองรับปญหาวิกฤติพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลในอนาคต ซึ่งพลังงานชีวมวลถือวา เปนพลังงานทดแทนอีกทางเลือกหนึ่งที่มีศักยภาพ เพราะพลังงานความรอนที่ไดจากชีวมวลสามารถใชเปน เชื้อเพลิงสําหรับอุตสาหกรรมโรงงานไฟฟา และอุตสาหกรรมแปรรูปผลิตภัณฑตาง ๆ ชีวมวลคือเศษวัสดุ

ที่เหลือใชจากการแปรรูปพืชใหเปนผลิตภัณฑ เมื่อใชพลังงานชีวมวลจึงทําใหเกิดการสมดุลของ แกสคารบอนไดออกไซดที่ถูกปลอยออกมาในขั้นตอนการสังเคราะหแสงของพืช สําหรับประเทศไทยเปน ประเทศเกษตรกรรมจึงมีชีวมวลในปริมาณมาก โดยสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตรไดรายงานวา สถิติ

การเกษตรของประเทศไทยป พ.ศ. 2559 มีผลผลิตหัวมันสําปะหลังสําหรับโรงงานอันดับ 2 ของโลก และ เปนอันดับ 1 ของอาเซียน ประมาณ 30 ลานตัน หรือคิดเปนเหงามันสําปะหลังประมาณ 14.7 ลานตัน เมื่อคูณดวยอัตราสวนของเหงามันสําปะหลังตอหัวมันสําปะหลัง 0.49 [1] วิธีกําจัดเหงามันสําปะหลังนี้

เกษตรกรนิยมเผาจึงไมกอใหเกิดคุณคาทางพลังงาน หากนําเหงามันสําปะหลังมาแปรรูปเปนเชื้อเพลิงดวย กระบวนการทางเคมีความรอนในรูปแบบตาง ๆ เชน กระบวนการผลิตแกสเชื้อเพลิงสําหรับโรงงานไฟฟา [2] - [5] กระบวนการไพโรไลซีสแบบเร็วสําหรับผลิตเชื้อเพลิงเหลว [6] - [11] และกระบวนการทอริแฟคชั่น สําหรับผลิตถานชาร [12] - [16] จะทําใหชีวมวลมีคุณคาทางพลังงานได โดยการแปรรูปชีวมวล ดวยกระบวนการผลิตแกสเชื้อเพลิงนั้นไดรับความนิยมในการทําวิจัยอยางมาก เพราะเปนกระบวนการ ที่ไมซับซอนและงายตอการดําเนินการ

การผลิตแกสเชื้อเพลิงหมายถึงกระบวนการทางเคมีความรอนที่มีอุณหภูมิปฏิกิริยาประมาณ 500 - 1000 องศาเซลเซียส [17] โดยผลิตภัณฑหลักที่ไดคือแกสเชื้อเพลิง ซึ่งปจจัยหลักของการผลิต แกสเชื้อเพลิงคือเครื่องปฏิกรณ สามารถแบงออกไดดังนี้ แบบแกสไหลลง (Downdraft) แบบแกสไหลขึ้น

(3)

(Updraft) แบบฟลูอิไดซเบด (Fluidised - Bed) แบบแกสหมุนวน (Rotating Cone) และแบบตกอิสระ (Entrained - Flow) เครื่องปฏิกรณฟลูอิไดซเบดมีอัตราการแลกเปลี่ยนความรอนสูงเพราะมีตัวกลางถายโอน ความรอน จึงชวยในการยอยสลายทางเคมีความรอนของชีวมวลใหกลายเปนแกสไดสมบูรณ อีกทั้ง การเชื่อมตอเครื่องปฏิกรณนี้กับไซโคลน ชุดกรองไอรอน และชุดควบแนน ยังทําใหแกสเชื้อเพลิงสะอาดขึ้น เพราะถานชารจะถูกแยกออกจากแกสดวยไซโคลนแลวเก็บในถังเก็บถานชาร สวนถานชารขนาดเล็ก จะถูกดักจับดวยชุดกรองไอรอน ขณะที่ทารถูกควบแนนดวยชุดควบแนนแตยังไมเปนที่แนชัดวาหากนํา เหงามันสําปะหลังมาผลิตแกสเชื้อเพลิงในเครื่องปฏิกรณฟลูอิไดซเบดจะสงผลอยางไรตอปริมาณผลได

และองคประกอบของแกสเชื้อเพลิง เพราะงานวิจัยที่ศึกษาการไพโรไลซีสแบบเร็วของเหงามันสําปะหลัง ในเครื่องปฏิกรณฟลูอิไดซเบดเพื่อผลิตไบโอออยลที่อุณหภูมิปฏิกิริยา 510 องศาเซลเซียส [18] พบวา ปริมาณผลไดของไบโอออยลสูงถึงรอยละ 65 โดยนํ้าหนัก และเมื่อเพิ่มอุณหภูมิไพโรไลซีสขึ้นเปน 537 องศาเซลเซียส สงผลใหปริมาณผลไดของแกสเพิ่มขึ้นจากรอยละ 11 เปน 14 โดยนํ้าหนัก

ดังนั้นโครงงานนี้จึงมุงเนนการผลิตแกสเชื้อเพลิงของเหงามันสําปะหลังในเครื่องปฏิกรณ

ฟลูอิไดซเบด เพื่อศึกษาอิทธิผลของอุณหภูมิปฏิกิริยา 5 ระดับ คือ 500 600 700 800 และ 900 องศาเซลเซียส ที่มีตอปริมาณผลไดของผลิตภัณฑ องคประกอบของแกสเชื้อเพลิง และปริมาณ พลังงานที่ไดจากแกสเชื้อเพลิงวัสดุและวิธีดําเนินการวิจัย

1. ชีวมวล

ชีวมวลที่ใชในงานวิจัยนี้คือเหงามันสําปะหลัง เปนเศษวัสดุทางการเกษตรที่ไดจากไรเพาะปลูก จึงมีขนาดใหญและมีดินติดมาดวย ดังนั้นการเตรียมเหงามันสําปะหลังจึงจําเปนตองบดละเอียดใหมีขนาดเล็กลง จากนั้นนําไปคัดขนาดดวยตะแกรงขนาด 0.6 - 2 มิลลิเมตร แลวนําไปตากแดดและอบที่อุณหภูมิ

105 องศาเซลเซียส 24 ชั่วโมง เพื่อลดความชื้นในชีวมวล 2. ตัวกลางถายโอนความรอน

ทรายที่ใชในงานวิจัยครั้งนี้ไดมาจากรานขายวัสดุกอสรางจึงมีนํ้าผสมมาดวย เพราะการเก็บรักษา ทรายในรานดังกลาวคือเก็บในที่โลงแจง ดังนั้นการนําทรายไปใชในกระบวนการผลิตแกสเชื้อเพลิง จึงจําเปนตองกําจัดนํ้าที่มากับทรายออกกอนเพราะนํ้าจะสงผลตอตัวแปรที่ใชในการทดลอง อีกทั้งทรายที่ซื้อมา ยังมีขนาดที่ไมเทากันและมีสิ่งปนเปอนมากับทรายดวย ดังนั้นการเตรียมทรายจึงจําเปนตองนําทราย มาตากแดดใหแหง จากนั้นคัดขนาดอนุภาค 0.4 - 0.6 มิลลิเมตร ซึ่งเปนขนาดที่เหมาะสมกับการเปนตัวกลาง ถายโอนความรอนในเครื่องปฏิกรณของงานวิจัยนี้ เพราะทรายขนาดที่เล็กกวานี้เมื่อนํามาใชในการทดลอง ไมสามารถรักษาอุณหภูมิไดตามที่กําหนด เนื่องจากความสามารถในการจุความรอนตํ่า จากนั้นนําไปเผา ที่อุณหภูมิ 600 องศาเซลเซียส ประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อกําจัดเถาหรือเศษวัสดุที่ปนเปอนทรายออก หลังจากนั้นนําทรายที่ผานการเผาไหมมาคัดขนาด 0.4 - 0.6 มิลลิเมตร อีกครั้งกอนนําไปใชเปนตัวกลาง ถายโอนความรอน

3. วิธีการทดลอง

กอนการทดลองตองชั่งนํ้าหนักของอุปกรณแตละชิ้น เริ่มจากการชั่งนํ้าหนักของชีวมวล ตัวกลางถายโอนความรอน เครื่องปฏิกรณ ชุดกรองไอรอน ใยแกว (5 กรัม) ชุดควบแนน และถังเก็บทาร

หลังจากนั้นตอสายลมผานเกจวัดความดันผานเขาชุดควบคุมอัตราการไหล (FC) ทั้ง 3 ตัว โดย (FC 1) เขาฝาบนของถังชีวมวล (FC 2) เขาทอลําเลียงดานขางของถังปอนชีวมวล และ (FC 3) เขาดานลาง เครื่องปฏิกรณในตําแหนงฟลูอิไดซเบด จากนั้นตอสายยางของนํ้าหลอเย็นจากปมนํ้าไปยังชุดหลอเย็น

(4)

ของทอลําเลียงชีวมวลและชุดกรองไอรอน ตามลําดับ ขั้นตอนตอไปคือ ตอเทอรโมคับเปลจากชุดควบคุมเขา (TC 1) ในตําแหนงไพโรไลซีสภายในเครื่องปฏิกรณ และ (TC 2) ในตําแหนงภายในของชุดกรองไอรอน และสุดทายนําตัวกลางถายโอนความรอน (ทราย) ผสมกับชีวมวลบรรจุในเครื่องปฏิกรณแลวเผาชีวมวล ที่ผสมทรายดวยแกสแอลพีจี (LPG) เปนเวลาประมาณ 30 นาที สังเกตุที่อุณหภูมิปฏิกิริยา (TC 1) จนแนใจวาตัวกลางถายโอนความรอนมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นเปนประมาณ 500 600 700 800 และ 900 องศาเซลเซียส ตามเงื่อนไขที่ใชในการทดลอง ซึ่งขนาดอนุภาคของทราย 0.4 - 0.6 มิลลิเมตร คือ ขนาดที่ผานการทดสอบในเครื่องปฏิกรณนี้แลววาสามารถจุความรอนเพื่อรักษาอุณหภูมิในแตละระดับ ไดใกลเคียงกับอุณหภูมิที่ตองการ

เริ่มการทดลองโดยปรับอัตราการไหลของตําแหนงฟลูอิไดซเบด (FC 3) 20 ลิตรตอนาที จากนั้น ปอนชีวมวลผานทอลําเลียงโดยควบคุมอัตราการไหล (FC 1) 5 ลิตรตอนาที และ (FC 2) 10 ลิตรตอนาที

เพื่อใหไดอัตราการปอนชีวมวล 1 กิโลกรัมตอชั่วโมง อุณหภูมิไพโรไลซีสตองอยูในชวงที่กําหนดโดยอุณหภูมิ

อาจเปลี่ยนแปลงไดอยูในชวงประมาณ ±15 องศาเซลเซียส หากอุณหภูมิสูงกวาที่กําหนดใหลดอัตราการไหล (FC 1) บนฝาถังปอนชีวมวลและเพิ่มอัตราการไหล (FC 2) เพื่อใหชีวมวลลงทอลําเลียงในปริมาณลดลง ซึ่งตองควบคุมอัตราการไหลรวมระหวาง (FC 1) และ (FC 2) ใหอยูที่ 15 ลิตรตอนาที เพื่อควบคุมอัตรา การปอนของชีวมวลใหอยูที่ 1 กิโลกรัมตอชั่วโมง เมื่อแนใจวาอุณหภูมิไพโรไลซีสและการปอนชีวมวล เรียบรอยดีใหทําการทดลองประมาณ 20 นาที แลวเริ่มเก็บแกสระหวางการทดลองในตําแหนงทอทางออกแกส ทุก ๆ 10 นาที เพื่อใหไดแกสที่มีความเขมขนและเพียงพอสําหรับวิเคราะหองคประกอบแกสตอไป หลังจาก ทดลองครบ 1 ชั่วโมง ใหหยุดปอนชีวมวลโดยปดอัตราการไหล (FC 1) แตยังคงเปด (FC 2) และ (FC 3) เปนเวลาประมาณ 5 นาที เพื่อใหแนใจวาไมมีชีวมวลตกคางอยูในระบบ ซึ่งสังเกตุไดจากควันที่อยูในถังเก็บทาร

ทั้ง 2 ตําแหนงตองไมมีควันออกมา จากนั้นปดอัตราการไหล (FC 2) และ (FC 3)

รูปที่ 1 แผนภาพหนวยผลิตแกสเชื้อเพลิงโดยเครื่องปฏิกรณฟลูอิไดซเบด

(5)

4. การสมดุลมวล

เมื่อทดลองครบ 1 ชั่วโมง ปลอยใหเครื่องปฏิกรณและบริเวณที่ไดรับความรอนเย็นตัวลง ดวยอุณหภูมิหองประมาณ 30 นาที จากนั้นสมดุลมวลโดยชั่งนํ้าหนักของชีวมวล ตัวกลางถายโอนความรอน ถานชาร ใยแกว และทาร โดยนํ้าหนักของชีวมวลที่ลดลง คือ ปริมาณชีวมวลที่ใชในการทดลอง ขณะที่นํ้าหนักของตัวกลางถายโอนความรอนที่เพิ่มขึ้น นํ้าหนักของถานชารจากถังเก็บ และนํ้าหนักของใยแกว ที่เพิ่มขึ้น คือปริมาณผลไดของถานชาร และนํ้าหนักของทารจากถังเก็บ คือปริมาณผลไดของทาร

สําหรับปริมาณผลไดของแกสเชื้อเพลิงไดจากการนํานํ้าหนักของถานชารและทารรวมกันแลวลบออกจาก 100 5. การวิเคราะหองคประกอบแกส

องคประกอบแกสวิเคราะหดวยเครื่อง Shimadzu GC-8A ที่ติดตั้งกับเครื่องตรวจจับ การนําความรอน (Thermal Conductivity Detector, TCD) โดยมีคอลัมน คือ Porapak N (80/100 SS 2.3 mmI.D. × 1 m) และ Unibeads C (60/80 SS Col. 3 mm. I.D. × 2 m) และอารกอนที่มีความบริสุทธิ์

รอยละ 99.995 เปนแกสพา ซึ่งแกสที่วิเคราะหไดประกอบดวย คารบอนมอนอกไซด (CO) คารบอนไดออกไซด

(CO2) ไฮโดรเจน (H2) ไนโตรเจน (N2) มีเทน (CH4) เอทธิน (C2H4) และเอทเธน (C2H6) 6. การคํานวณคาความรอนของแกส

องคประกอบแกส ประกอบดวย ไฮโดรเจน (H2) คารบอนไดออกไซด (CO2) และ คารบอนมอนอกไซด (CO) และแกสในกลุมไฮโดรคารบอน เชน มีเทน (CH4) เอทิลีน (C2H4) และอีเทน (C2H6) ซึ่งแกสนี้สามารถคํานวณไดดวยการนําสัดสวนขององคประกอบแกสแตละชนิดคูณดวยคาความรอนและ ความหนาแนนของแกสแตละชนิดตามขอมูลในตารางที่ 1 แลวคํานวณคาความรอนตามสมการที่ (1) - (2)

ตารางที่ 1 สมบัติพื้นฐานของแกสเชื้อเพลิง

คาความรอนแกสเชื้อเพลิงภายใตอุณหภูมิ

ชนิดแกส 25 องศาเซลเซียส และความดันบรรยากาศ ρ

i[20]

(เมกะจูลตอกิโลกรัม) [19]

HHVi LHVi

ไฮโดรเจน (H2) 142 120 0.081

คารบอนมอนอกไซด (CO) 10 10 0.717

มีเทน (CH4) 55 50 1.178

เอทิลีน (C2H4) 51 48 1.145

อีเทน (C2H6) 52 47 1.360

(1)

(2)

(6)

เมื่อ

yi = สัดสวนขององคประกอบแกสแตละชนิด (รอยละโดยปริมาตร) HHVi = คาความรอนสูง (เมกะจูลตอกิโลกรัม)

LHVi = คาความรอนตํ่า (เมกะจูลตอกิโลกรัม)

ρi = คาความหนาแนนแกส (กิโลกรัมตอลูกบาศกเมตร) 7. การคํานวณปริมาณพลังงานของแกส

ปริมาณพลังงานของแกสที่ได คํานวณจากปริมาณผลไดของแกสคูณดวยคาความรอนตํ่า ของแกสซึ่งเกิดจากการนําสัดสวนขององคประกอบแกสแตละชนิดคูณดวยคาความรอนมาตรฐาน จากนั้น นํามาหารดวยคาความรอนตํ่าของชีวมวลดังสมการที่ (3)

(3) เมื่อ

EY = Energy Yield คือ ปริมาณพลังงาน (รอยละโดยนํ้าหนัก) YGas = Yield of gas คือ ปริมาณผลไดของแกส (รอยละโดยนํ้าหนัก) LHVGas = คาความรอนตํ่าของแกส (เมกะจูลตอกิโลกรัม)

LHVBM = คาความรอนตํ่าของชีวมวล (เมกะจูลตอกิโลกรัม)

ผลการทดลองและอภิปราย

1. สมบัติของเหงามันสําปะหลัง

ตารางที่ 2 แสดงใหเห็นวา เหงามันสําปะหลังหลังอบที่อุณหภูมิ 105 องศาเซลเซียส มีความชื้นรอยละ 10.1 โดยนํ้าหนัก และสารระเหยรอยละ 75 โดยนํ้าหนัก โดยมีความชื้นที่สูงกวาและ สารระเหยตํ่ากวาเหงามันสําปะหลังในงานวิจัยของ Pattiya, A. [18] เล็กนอย ซึ่งเปนผลมาจาก เหงามันสําปะหลังในงานวิจัยนี้มีปริมาณเถาสูงถึงรอยละ 13.2 โดยนํ้าหนัก เพราะเปนที่ทราบดีวาเถาเกิดจาก สารอนินทรียที่ไมสามารถระเหยตัวได ดังนั้นชีวมวลที่มีปริมาณเถาสูงจึงมีปริมาณสารระเหยตํ่า

ตารางที่ 2 สมบัติของเหงามันสําปะหลัง

การวิเคราะห เหงามันสําปะหลัง

งานวิจัยนี้ Pattiya, A. [18]

การวิเคราะหแบบประมาณ (รอยละโดยนํ้าหนัก, ฐานแหง)

ความชื้น 10.1 8.3

สารระเหย 75 77.7

คารบอนคงที่ 11.8 18.2

(7)

ตารางที่ 2 สมบัติของเหงามันสําปะหลัง (ตอ)

การวิเคราะห เหงามันสําปะหลัง

งานวิจัยนี้ Pattiya, A. [18]

การวิเคราะหแบบประมาณ (รอยละโดยนํ้าหนัก, ฐานแหง)

เถา 13.2 4.1

การวิเคราะหแบบแยกธาตุ (รอยละโดยนํ้าหนัก, ฐานแหงไมคิดเถา)

คารบอน 48.4 51.6

ไฮโดรเจน 7.6 6.7

ไนโตรเจน 1.2 1.3

กํามะถัน 0.2 < 0.1

ออกซิเจน 42.6 40.5

ความหนาแนนรวม (กิโลกรัมตอลูกบาศกเมตร) 263 N/A

ความหนาแนนอนุภาค (กิโลกรัมตอลูกบาศกเมตร) 1,025 N/A คาความรอน (เมกะจูลตอกิโลกรัม, ฐานแหง)

คาความรอนสูง (HHV) 15.5 23.7

คาความรอนตํ่า (LHV) 13.8 18.5

ฐานเปยก

คํานวณจาก 100 - สารระเหย - เถา

คํานวณจาก 100 - คารบอน - ไฮโดรเจน - ไนโตรเจน - กํามะถัน

ผลวิเคราะหสมบัติแบบแยกธาตุในตารางที่ 2 แสดงใหเห็นวา เหงามันสําปะหลังของงานวิจัยนี้

มีปริมาณคารบอนตํ่าและปริมาณออกซิเจนสูง เมื่อนําไปวิเคราะหหาคาความรอนจึงทําใหมีคาความรอนตํ่า นอกจากนี้ปจจัยที่ทําใหมีคาความรอนตํ่านั้นเปนผลมาจากชีวมวลมีปริมาณเถาสูง ซึ่งจะเห็นไดวา เหงามันสําปะหลังของงานวิจัยนี้มีปริมาณเถามากกวารอยละ 13 โดยนํ้าหนัก

2. ปริมาณผลไดของผลิตภัณฑ

รูปที่ 2 แสดงใหเห็นวา อุณหภูมิปฏิกิริยาที่เพิ่มขึ้นจาก 506 เปน 907 องศาเซลเซียส ทําให

ปริมาณผลไดของแกสเพิ่มขึ้นจากรอยละ 68.7 เปน 90.9 โดยนํ้าหนัก ขณะที่ปริมาณผลไดของถานชาร

และทารลดลงอยางตอเนื่องจากประมาณรอยละ 19 เปน 4 โดยนํ้าหนัก ปริมาณแกสที่เพิ่มขึ้นตามอุณหภูมิ

ไพโรไลซีสที่เพิ่มขึ้นนี้เปนผลมาจากการสลายตัวทางเคมีความรอนของชีวมวลไดสมบูรณมากขึ้น ซึ่งสอดคลองกับรายงานวิจัยของ Lanza, R. et al. [21] ที่รายงานวา อุณหภูมิปฏิกิริยาเพิ่มขึ้นจาก 700 เปน 900 องศาเซลเซียส ทําใหปริมาณผลไดของแกสเพิ่มขึ้นจากรอยละ 65 เปน 95 โดยนํ้าหนัก

อยางไรก็ตาม ปริมาณผลไดของแกสเชื้อเพลิงจากเหงามันสําปะหลังในงานวิจัยครั้งนี้ก็สูงกวา เมื่อเปรียบเทียบกับรายงานของ Billaud, J. et al. [22] ที่รายงานวา การผลิตแกสเชื้อเพลิงจากขี้เลื่อย ขนาดอนุภาค 0.315 - 0.450 มิลลิเมตร ที่มีปริมาณเถารอยละ 0.8 โดยนํ้าหนัก ในเครื่องปฏิกรณแบบตกอิสระ

(8)

ที่อุณหภูมิปฏิกิริยา 900 องศาเซลเซียส ใหปริมาณผลไดของแกสรอยละ 70 โดยนํ้าหนัก ซึ่งแสดงใหเห็นวา เครื่องปฏิกรณฟลูอิไดซเบดสําหรับงานวิจัยนี้มีประสิทธิภาพในการสลายตัวทางเคมีความรอนสูงกวา เครื่องปฏิกรณแบบตกอิสระอยางชัดเจน ถึงแมวาเหงามันสําปะหลังในงานวิจัยนี้จะมีปริมาณเถาสูงถึงรอยละ 13.2 โดยนํ้าหนัก

รูปที่ 2 ผลของอุณหภูมิปฏิกิริยาตอปริมาณผลไดของผลิตภัณฑ

องคประกอบของแกสเชื้อเพลิงในรูปที่ 3 แสดงใหเห็นวา แกสคารบอนมอนอกไซดและ ไฮโดรเจนเพิ่มขึ้นอยางตอเนื่องเมื่ออุณหภูมิปฏิกิริยาเพิ่มขึ้นจาก 506 เปน 907 องศาเซลเซียส ขณะที่

แกสคารบอนไดออกไซด มีเทน เอทธิน และเอทเธน ลดลงอยางชัดเจนตามอุณหภูมิปฏิกิริยาที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเปนผลมาจากการสลายตัวทางเคมีความรอนของโครงสรางแกสเชื้อเพลิงในกลุมไฮโดรคารบอน เชน มีเทน เอทธิน และเอทเธน ทําใหโครงสรางของไฮโดรเจนที่อยูในแกสเหลานี้หลุดออกกลายเปนแกสไฮโดรเจน ในปริมาณที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งการผลิตแกสเปนกระบวนการที่เผาไหมไมสมบูรณ (2C + O2 = 2CO) จึงทําใหปริมาณ แกสคารบอนมอนอกไซดเพิ่มขึ้น สอดคลองกับรายงานของ Chutichai, B. et al. [23] ที่รายงานวา การผลิต แกสเชื้อเพลิงจากขี้เลื่อยในเครื่องปฏิกรณฟลูอิไดซเบดแบบหมุนเวียนที่อุณหภูมิปฏิกิริยาเพิ่มขึ้นจาก 500 เปน 900 องศาเซลเซียส องคประกอบของแกสไฮโดรเจนเพิ่มขึ้นจากรอยละ 43 เปน 60 โดยปริมาตร และ แกสคารบอนมอนอกไซดเพิ่มขึ้นจากรอยละ 5 เปน 25 โดยปริมาตร ขณะที่องคประกอบของแกสคารบอนไดออกไซด์

ลดลงจากรอยละ 35 เปน 15 โดยปริมาตร และแกสมีเทนลดลงจากรอยละ 18 เปน 0 โดยปริมาตร

เมื่อนําองคประกอบแกสจากรูปที่ 3 มาคํานวณคาความรอนของแกสตามสมการที่ (1) และ (2) จะไดคาความรอนของแกสเชื้อเพลิงดังรูปที่ 4 ที่แสดงใหเห็นวา คาความรอนของแกสลดลงอยางชัดเจน เมื่ออุณหภูมิปฏิกิริยาเพิ่มขึ้นจาก 506 เปน 907 องศาเซลเซียส เพราะวาองคประกอบแกสในกลุมไฮโดรคารบอน เชน มีเทน เอทธิน และเอทเธน มีปริมาณลดลงจึงสงผลใหคาความรอนของแกสลดลงอยางชัดเจน ซึ่งเปนที่ทราบวาแกสเหลานี้มีคาความรอนและความหนาแนนสูง เมื่อแกสเหลานี้มีปริมาณลดลงจึงสงผล ใหคาความรอนของแกสลดลง

(9)

รูปที่ 3 ผลของอุณหภูมิปฏิกิริยาตอองคประกอบของแกสเชื้อเพลิง (ไมคิดแกสพาในระบบ)

อยางไรก็ตามเมื่อพิจารณาคาความรอนของแกสเชื้อเพลิงที่ไดจากเหงามันสําปะหลัง ในงานวิจัยครั้งนี้กับงานวิจัยของ Chutichai, B. et al. [23] ที่ผลิตแกสเชื้อเพลิงจากขี้เลื่อยใน เครื่องปฏิกรณฟลูอิไดซเบดแบบหมุนเวียน พบวาคาความรอนของแกสเชื้อเพลิงที่ไดจากงานวิจัยนี้สูงกวา ซึ่งคาดวาเปนผลมาจากงานวิจัยนี้ไดแกสเชื้อเพลิงที่มีองคประกอบของเอทธิน และเอทเธน ขณะที่งานวิจัยของ

Chutichai, B. et al. [23] ตรวจไมพบองคประกอบแกสเหลานี้ เพราะวาเครื่องปฏิกรณฟลูอิไดซเบด แบบหมุนเวียนมีระบบเผาไหมถานชารที่เคลือบบนตัวกลางถายโอนความรอน จึงอาจเปนไปไดวาแกสเอทธิน และเอทเธนถูกเผาไหมในระบบนี้จึงทําใหองคประกอบแกสไฮโดรเจนที่ไดจากงานวิจัยของ Chutichai, B.

et al. [23] สูงกวาแกสไฮโดรเจนที่ไดจากงานวิจัยนี้อยางชัดเจน

รูปที่ 4 ผลของอุณหภูมิปฏิกิริยาตอคาความรอนของแกสเชื้อเพลิง

รูปที่ 5 แสดงใหเห็นวา อุณหภูมิปฏิกิริยาที่เพิ่มขึ้นจาก 500 เปน 900 องศาเซลเซียส สงผลให

ปริมาณพลังงานของแกสเชื้อเพลิงลดลงอยางชัดเจนจากรอยละ 96.7 เปน 80 โดยนํ้าหนัก ซึ่งตรงขามกับ

(10)

ปริมาณผลไดของแกสที่เพิ่มขึ้นจากรอยละ 62.3 เปน 90.9 โดยนํ้าหนัก โดยจะเห็นวาปริมาณพลังงานที่ได

มีผลกระทบโดยตรงมาจากคาความรอนของแกสเชื้อเพลิง ดังนั้นคาความรอนของแกสลดลงจึงทําใหปริมาณ พลังงานลดลงเชนกัน

เมื่อพิจารณาความสัมพันธระหวางปริมาณผลไดของแกสเชื้อเพลิงกับปริมาณพลังงานของ แกสเชื้อเพลิงในรูปที่ 5 จะเห็นวา อุณหภูมิปฏิกิริยา 800 องศาเซลเซียส เปนอุณหภูมิปฏิกิริยาที่เหมาะสม ทั้งปริมาณผลไดของแกสเชื้อเพลิงและปริมาณพลังงานของแกสเชื้อเพลิงสําหรับการผลิตแกสเชื้อเพลิง จากเหงามันสําปะหลังในเครื่องปฏิกรณฟลูอิไดซเบด เพราะมีปริมาณผลไดของแกสรอยละ 85 โดยนํ้าหนัก และปริมาณพลังงานของแกสเชื้อเพลิงรอยละ 85 โดยนํ้าหนัก จึงเปนอุณหภูมิปฏิกิริยาที่เหมาะสําหรับ ผลิตแกสเชื้อเพลิงในเครื่องปฏิกรณฟลูอิไดซเบดที่อัตราการปอนชีวมวล 1 กิโลกรัมตอชั่วโมง

รูปที่ 5 ผลของอุณหภูมิปฏิกิริยาตอปริมาณผลไดและปริมาณพลังงานของแกสเชื้อเพลิง

สรุปผลการทดลอง

การผลิตแกสเชื้อเพลิงจากเหงามันสําปะหลังในเครื่องปฏิกรณฟลูอิไดซเบดที่อุณหภูมิปฏิกิริยา 900 องศาเซลเซียส ใหปริมาณผลไดของแกสสูงสุดรอยละ 90.9 โดยนํ้าหนัก แตผลวิเคราะหองคประกอบแกสพบวา แกสในกลุม ไฮโดรคารบอน คือ มีเทน เอทธิน และเอทเธน มีปริมาณลดลงสงผลใหคาความรอนตํ่าลดลงตํ่าสุดเปน 12 เมกะจูลตอกิโลกรัม เมื่ออุณหภูมิปฏิกิริยาที่เหมาะสมพบวา อุณหภูมิปฏิกิริยา 800 องศาเซลเซียส คือ อุณหภูมิที่เหมาะสําหรับผลิตแกสเชื้อเพลิงในงานวิจัยนี้ เพราะมีปริมาณผลไดของแกสและปริมาณพลังงาน ของแกสรอยละ 85 โดยนํ้าหนัก

กิตติกรรมประกาศ

ขอขอบคุณ นายกิตตวัฒน จันทรประทักษ นางสาววรฤทัย เสตสิงห และนายสุภอรรถ นาบัณทิต ที่ชวยเก็บขอมูลงานวิจัยครั้งนี้ และขอบคุณบุคลากรในสาขาวิชาเทคโนโลยีเครื่องกล คณะเทคโนโลยี

อุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยกาฬสินธุทุกทานที่เอื้อเฟอสถานที่ในการทําวิจัย

(11)

References

[1] Pattiya, A. (2011). Thermochemical Characterization of Agricultural Wastes from Thai Cassava Plantations. Energy Sources, Part A: Recovery, Utilization, and Environmental Eff ects. Vol. 33, Issue 8, pp. 691-701. DOI: 10.1080/15567030903228922

[2] Arvidsson, M., Morandin, M., and Harvey, S. (2015). Biomass Gasifi cation-Based Syngas Production for a Conventional Oxo Synthesis Plant-Greenhouse Gas Emission Balances and Economic Evaluation. Journal of Cleaner Production. Vol. 99, pp. 192-205. DOI: 10.1016/j.jclepro.

2015.03.005

[3] Huijun, G., Laihong, S., Fei, F., and Shouxi, J. (2015). Experiments on Biomass Gasifi cation Using Chemical Looping with Nickel-Based Oxygen Carrier in a 25 kWth Reactor. Applied Thermal Engineering. Vol. 85, pp. 52-60. DOI: 10.1016/j.applthermaleng.2015.03.082 [4] Lanza, R., Dalle Nogare, D., and Canu, P. (2008). Gas Phase Chemistry in Cellulose Fast

Pyrolysis. Industrial & Engineering Chemistry Research. Vol. 48, Issue 3, pp. 1391-1399.

DOI: 10.1021/ie801280g

[5] Wang, Z., He, T., Qin, J., Wu, J., Li, J., and Zi, Z. (2015). Gasifi cation of Biomass with Oxygen-Enriched Air in a Pilot Scale Two-Stage Gasifi er. Fuel. Vol. 150, pp. 386-393. DOI:

10.1016/j.fuel.2015.02.056

[6] Ateş, F. and Erginel, N. (2012). The Regression Analysis of Fast Pyrolysis Product Yields and Determination of Product Quality. Fuel. Vol. 102, pp. 681-690. DOI: 10.1016/j.fuel.2012.05.051 [7] Kim, J. W., Lee, H. W., Lee, I. -G., Jeon, J. -K., Ryu, C., and Park, S. H. (2014). Infl uence of

Reaction Conditions on Bio-Oil Production from Pyrolysis of Construction Waste Wood.

Renewable Energy. Vol. 65, pp. 41-48. DOI: 10.1016/j.renene.2013.07.009

[8] Koo, W. -M., Jung, S. -H., and Kim, J. -S. (2014). Production of Bio-Oil with Low Contents of Copper and Chlorine by Fast Pyrolysis of Alkaline Copper Quaternary-Treated Wood in a Fluidized Bed Reactor. Energy. Vol. 68, pp. 555-561. DOI: 10.1016/j.energy.2014.02.020 [9] Yang, E., Jun, M., Haijun, H., and Wenfu, C. (2015). Chemical Composition and Potential

Bioactivity of Volatile from Fast Pyrolysis of Rice Husk. Journal of Analytical and Applied Pyrolysis. Vol. 112, pp. 394-400. DOI: 10.1016/j.jaap.2015.02.021

[10] Yildiz, G., Ronsse, F., Venderbosch, R., Duren, R. V., Kersten, S. R. A., and Prins, W. (2015).

Eff ect of Biomass Ash in Catalytic Fast Pyrolysis of Pine Wood. Applied Catalysis B:

Environmental. Vol. 168-169, pp. 203-11. DOI: 10.1016/j.apcatb.2014.12.044

[11] Zhang, L., Li, T., Quyn, D., Dong, L., Qiu, P., and Li, C. -Z. (2015). Formation of Nascent Char Structure During the Fast Pyrolysis of Mallee Wood and Low-Rank Coals. Fuel. Vol. 150, pp. 486-492. DOI: 10.1016/j.fuel.2015.02.066

(12)

[12] Funke, A. and Ziegler, F. (2011). Heat of Reaction Measurements for Hydrothermal Carbonization of Biomass. Bioresource Technology. Vol. 102, Issue 16, pp. 7595-7598. DOI: 10.1016/j.biortech.

2011.05.016

[13] McDonald-Wharry, J., Manley-Harris, M., and Pickering, K. (2013). Carbonisation of Biomass- Derived Chars and the Thermal Reduction of a Graphene Oxide Sample Studied Using Raman Spectroscopy. Carbon. Vol. 59, pp. 383-405. DOI: 10.1016/j.carbon.2013.03.033

[14] Du, S. -W., Chen, W. -H., and Lucas, J. A. (2014). Pretreatment of Biomass by Torrefaction and Carbonization for Coal Blend used in Pulverized Coal Injection. Bioresource Technology.

Vol. 161, pp. 333-339. DOI: 10.1016/j.biortech.2014.03.090

[15] Sermyagina, E., Saari, J., Kaikko, J., and Vakkilainen, E. (2015). Hydrothermal Carbonization of Coniferous Biomass: Eff ect of Process Parameters on Mass and Energy Yields. Journal of Analytical and Applied Pyrolysis. Vol. 113, pp. 551-556

[16] Wu, Q., Zhang, S., Hou, B., Zheng, H., Deng, W., and Liu, D. (2015). Study on the Preparation of Wood Vinegar from Biomass Residues by Carbonization Process. Bioresource Technology.

Vol. 179, pp. 98-103. DOI: 10.1016/j.biortech.2014.12.026

[17] Bridgwater, A. V., Toft, A. J., and Brammer, J. G. (2002). A Techno-Economic Comparison of Power Production by Biomass Fast Pyrolysis with Gasifi cation and Combustion. Renewable and Sustainable Energy Reviews. Vol. 6, Issue 3, pp. 181-246. DOI: 10.1016/S1364-0321(01)00010-7 [18] Pattiya, A. (2011). Bio-Oil Production Via Fast Pyrolysis of Biomass Residues from Cassava

Plants in a Fluidised-Bed Reactor. Bioresource Technology. Vol. 102, Issue 2, pp. 1959-67.

DOI: 10.1016/j.biortech.2010.08.117

[19] Theengineeringtoolbox. (2017). Fuel Gases and Heating Values. Access (19 October 2017).

Availble (https://www.engineeringtoolbox.com/heating-values-fuel-gases-d_823.html) [20] Çengel, Y. A. and Boles, M. A. (2006). Thermodynamics: An Engineering Approach 5th

edition. The McGraw-Hill Companies. pp. 883-973.

[21] Lanza, R., Dalle Nogare, D., and Canu, P. (2009). Gas Phase Chemistry in Cellulose Fast Pyrolysis. Industrial & Engineering Chemistry Research. Vol. 48, Issue 3, pp. 1391-1399.

DOI: 10.1021/ie801280g

[22] Billaud, J., Valin, S., Peyrot, M., and Salvador, S. (2016). Infl uence of H2O, CO2 and O2

Addition on Biomass Gasifi cation in Entrained Flow Reactor Conditions: Experiments and Modelling. Fuel. Vol. 166, pp. 166-178. DOI: 10.1016/j.fuel.2015.10.046

[23] Chutichai, B., Patcharavorachot, Y., Assabumrungrat, S., and Arpornwichanop, A. (2015).

Parametric Analysis of a Circulating Fluidized Bed Biomass Gasifi er for Hydrogen Production.

Energy. Vol. 82, pp. 406-13. DOI: 10.1016/j.energy.2015.01.051

Referensi

Dokumen terkait

Conclusion Based on the study and analysis done on the production of hydrogen gas from textile wastewater, it can be determined that the clean water obtained from the

• interpret information, ideas and perspectives in a wide range of spoken, written and multimodal texts and respond appropriately to cultural context, purpose and audience AC9LS10EC04