• Tidak ada hasil yang ditemukan

The development of the local food database in Phitsanulok province

N/A
N/A
Nguyễn Gia Hào

Academic year: 2023

Membagikan "The development of the local food database in Phitsanulok province "

Copied!
11
0
0

Teks penuh

(1)

การสร้างฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหารในจังหวัดพิษณุโลก

The development of the local food database in Phitsanulok province

สนทยา สาลี¹ Sonthaya Salee¹

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่องการสร้างฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหารในจังหวัดพิษณุโลก มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาชนิดของ อาหารและจัดหมวดหมู่พร้อมทั้งสร้างฐานข้อมูลด้านอาหารในจังหวัดพิษณุโลก กลุ่มตัวอย่างคือ ตําบลที่สังกัดบริเวณชุมชนลุ่ม แม่น้ําน่าน อําเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก จํานวน 12 ตําบล ผลการวิจัยพบว่า ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหารในจังหวัดพิษณุโลก สามารถแบ่งหมวดหมู่ได้ 3 ประเภท คือ อาหารคาว 7 ชนิด อาหารหวาน 23 ชนิด และอาหารแปรรูป 10 ชนิด โดยใช้

โปรแกรมโอเพนซอร์สจุมลา เพื่อสร้างฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหารในจังหวัดพิษณุโลก มีเนื้อหาเกี่ยวกับอาหารใน 12 ตําบล เขตอําเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก สามารถสืบค้นได้ 2 ช่องทาง คือ การสืบค้นแบบไล่เลียง (Browse search) และ การสืบค้นในรูปแบบค้นจากคําสําคัญ (Keyword) ในการประเมินคุณภาพด้านการออกแบบของผู้เชี่ยวชาญ จํานวน 3 คน พบว่า การออกแบบฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหารในจังหวัดพิษณุโลกโดยรวมอยู่ในระดับดี และการประเมินคุณภาพ ด้านเนื้อหา พบว่า เนื้อหาภายในฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหารในจังหวัดพิษณุโลกโดยรวมอยู่ในระดับดี

คําสําคัญ: ภูมิปัญญาท้องถิ่น อาหาร แม่น้ําน่าน พิษณุโลก หัวเรื่อง: ฐานข้อมูล-น่าน, ภูมิปัญญาท้องถิ่น--น่าน, อาหาร--น่าน

Abstract

The research entitle “Development of the local food database in the area of Phitsanulok Province” was conducted. The objectives of this research were to study and categorize the variety of local food and to create a database of local food in Phitsanulok area. The samples in this work were 12 Tambon Administrative Organizations in Mueang Phitsanulok province which are local community groups based in the Nan River. The results showed that the local food in Phitsanulok could be categorized into three types as follows; 7 kinds of savory, 23 of sweet species and 10 kinds of processed food. The open source Joomla was used to construct the local food database which composed of food in 12 Tambon of Phitsanulok Province. User could search by using two channels which were rational (Browse search) and search by a key term (Keyword). To evaluate the overall quality of the design by 3 specialists it was shown that database design of local food in Phitsanulok was good and to evaluate the overall quality of the content by 3 specialist it was found the contents of the local food database in Phitsanulok was good as well.

Keywords: Local Knowledge, Food, Nan River, Phitsanulok Subject Heading: Databases—Nan, Food, Knowledge

¹ อาจารย์ หลักสูตรสาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัย ราชภัฏพิบูลสงคราม

e-mail: [email protected]

(2)

บทนํา

อาหารไทยเป็นอาหารที่มีเอกลักษณ์และ คุณค่าทางภูมิปัญญาท้องถิ่น ได้รับความนิยมอย่าง สูงและแพร่หลายไปสู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก เห็นได้

จากการประสบความสําเร็จของร้านอาหารไทยใน ต่างประเทศ เสน่ห์ของอาหารไทยจะมีเอกลักษณ์ที่

แตกต่างกันไป การปรุงแต่งกลิ่น สี รส ล้วนมาจาก ผลิตภัณฑ์ทางธรรมชาติทั้งสิ้น ดังที่ศรีสมร คงพันธ์

และ มณี สุวรรณผ่อง ได้จําแนกคุณค่าของอาหาร ไทยออกได้ 3 ด้าน คือ 1) คุณค่าทางโภชนาการ อาหารไทยแต่ละจานมีสารอาหารที่หลากหลาย สารอาหารแต่ละตัวร่างกายจะใช้ประโยชน์ได้ต้อง ทํางานร่วมกัน เช่น วิตามินเอที่มีอยู่ในมะเขือพวง เมื่อใส่ในแกงเขียวหวาน ร่างกายจะใช้วิตามินเอที่

มีอยู่ในมะเขือพวงได้ก็ต้องใช้ไขมันจากกะทิและ โปรตีนไก่ เป็นต้น 2) คุณค่าสรรพคุณทางยาของ ผักและสมุนไพรที่เป็นเครื่องปรุงของอาหารแต่ละ จาน เช่น หอมแดงและกระเทียมที่ใส่ในน้ําพริก แกงช่วยลดไขมันในเลือด เส้นใยอาหารในมะเขือ พวงช่วยกวาดน้ําตาล ในเลือด พริกทําให้การ ไหลเวียนของเลือดดี สลายลิ่มเลือด ลดความดัน เป็นต้น และ 3) คุณ ค่าทางภูมิปัญ ญ าและ วัฒนธรรม โดยปกติพืชผัก สมุนไพร เครื่องเทศ แต่

ละชนิดจะมีรสชาติและลักษณะเป็นเอกลักษณ์ของ ตนเอง เช่น ขี้เหล็กจะมีรสขม เมื่อนํามาทําเป็น แกงขี้เหล็กโดยมีส่วนผสมของน้ําพริกแกง กะทิ

และเนื้อสัตว์ทําให้อาหารจากผักที่ขมเกิดความ อร่อยขึ้นได้ เป็นต้น (Kongpan & Suwanphong, 2007) ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทําให้มี

ช่อ งท างใน ก ารสื่อ สารให ม่ ๆ เกิ ด ขึ้ น ม าก โดยเฉพาะเทคโนโลยีฐานข้อมูลที่เผยแพร่ผ่าน เครือข่ายอินเทอร์เน็ตสามารถส่งข้อมูลไปยังทั่วโลก ด้วยกลไกในการกระจายข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ ซึ่ง Bowers (1993) ได้กล่าวถึง ข้อเด่น ของ ฐานข้อมูลและระบบการจัดการฐานข้อมูลไว้ว่า 1) ระบบฐานข้อมูลช่วยให้เกิดการใช้ข้อมูลร่วมกัน ระหว่างผู้ใช้ ช่วยให้สามารถคัดลอกข้อมูลจาก แหล่งข้อมูลเดียวกัน ทําให้ได้ข้อมูลที่ตรงกัน

2) ระบบฐานข้อมูลสามารถให้คําตอบแก่ผู้ใช้ได้ทุก กรณีโดยวิธีการค้นหาแบบตรรกะซึ่งต้องอาศัย รูปแบบภาษาเฉพาะที่สามารถใช้ค้นหาได้ โดยต้อง มีการวางระบบที่ถูกต้อง 3) โปรแกรมที่ใช้ไม่ขึ้นอยู่

กับรูปแบบการจัดเก็บข้อมูล ถ้ารูปแบบการจัดเก็บ ข้อมูลเปลี่ยนไป ผู้ใช้ไม่จําเป็นต้องเปลี่ยนรูปแบบ ของโปรแกรมที่ใช้อยู่ เพราะการเข้าถึงฐานข้อมูล เน้นทางด้านตรรกะมากกว่าทางกายภาพซึ่ง หมายถึงโปรแกรมประยุกต์ที่ผู้ใช้ใช้อยู่ และ 4) การรวบรวมฐานข้อมูลที่อยู่โดยลําพังให้อยู่ใน ฐานข้อมูลเดียวกัน

การทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่

เกี่ยวข้องของ รณิดา อุยมา (Ouima, 2007) ที่

ศึกษาเกี่ยวกับการแบ่งประเภทของอาหารพื้นบ้าน พบว่าแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทอาหาร คาว ประเภทอาหารถนอมและแปรรูป และ ประเภทอาหารหวาน นอกจากนั้นงานวิจัยดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่าภูมิปัญญาไทยด้านอาหารพื้นบ้านจะ ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นในระดับมาก ส่วน ในด้านของรูปแบบทางธุรกิจเชิงสร้างสรรค์อีก อย่างหนึ่งที่สามารถสร้างอาชีพได้นั้น กัญญารัตน์

ถนอมแสงได้ศึกษาเรื่อง ความพึงพอใจของ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีต่ออาหารไทย โดยมี

วัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) สถานภาพของ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 2) ความพึงพอใจของ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีต่ออาหารไทย 3) เปรียบเทียบความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติที่มีต่ออาหารไทยจําแนกตาม สถานภาพของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ กลุ่ม ตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้เป็นชาวต่างชาติที่เข้ามา ท่องเที่ยวในประเทศไทยจํานวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้รวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามเป็น แบบวัดที่มีการประเมินค่า 5 ระดับ (rating scale) 4 ด้าน คือ ด้านคุณประโยชน์ ด้านรสชาติ ด้าน ความสะอาดปลอดภัย และสีสันการตกแต่งอาหาร ซึ่งผลการวิจัยมีดังนี้ 1) ด้านรสชาติของอาหารไทย พบว่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีความพึงพอใจใน รสเผ็ด รสเค็ม รสเปรี้ยว และรสหวานอยู่ในระดับ

(3)

มาก 2) ด้านคุณประโยชน์ของอาหารไทย พบว่า นักท่องเที่ยวมีความพึงพอใจต่ออาหารไทยที่มี

สมุนไพรเป็นส่วนประกอบ วิธีการปรุงและคุณค่า ทางโภชนาการอยู่ในระดับมาก 3) ด้านรูปลักษณ์

สีสันการตกแต่ง พบว่า นักท่องเที่ยวมีความพึง พอใจในการจัดแต่งจานให้มีสีสันและการแกะสลัก ผัก ผลไม้ในการตกแต่งอยู่ในระดับมาก และ 4) ด้านความสะอาด พบว่า นักท่องเที่ยวมีความพึง พอใจในด้านร้านอาหารที่สะอาดถูกสุขลักษณะ อาหารและภาชนะถูกสุขลักษณะและความใส่ใจใน การดูแล และรักษาความสะอาด ถูกสุขลักษณะ ของอาหารอยู่ในระดับมาก (Thanomsaeng, 2008) จากงานวิจัยดังกล่าวผนวกกับความ เจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทําให้มีช่องทางใน การสื่อสารใหม่ๆ ในการถ่ายทอด และการ ประชาสัมพันธ์ให้อาหารไทยเป็นที่รู้จักโดย พัชญ์สิตา ฉ่ํามาก ได้ศึกษาเรื่อง การออกแบบเว็บเพจเพื่อการ ส่งเสริมอาหารไทยผ่านทางwww.edthaifood.com โดยประเมินคุณภาพ ของเว็บเพจในเรื่องเนื้อหา ตรงตามวัตถุประสงค์ มีความน่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และมีการเชื่อมโยงข้อมูลภายในและภายนอกเว็บ เพจที่เหมาะสม ทางด้านผู้ใช้เว็บเพจมีความพึง พอใจด้านเนื้อหาในระดับมาก คือ เนื้อหามีความ น่าสนใจ ตรงตามวัตถุประสงค์ของเว็บเพจ มีความ น่าเชื่อถือ มีความ สอดคล้องสัมพันธ์กับภาพ และ จัดลําดับเนื้อหาเป็นขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง (Chammark, 2008)

จากงานวิจัยที่กล่าวมาข้างต้นพบว่า อาหารไทยเป็นอาหารที่มีเอกลักษณ์และคุณค่าทาง ภูมิปัญญาท้องถิ่น ได้รับความนิยมอย่างสูงและ แพร่หลายจึงทําให้ผู้วิจัยสนใจที่จะพั ฒ นา ฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหารในจังหวัด พิษณุโลก เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้ทางภูมิ

ปัญญาท้องถิ่นในจังหวัดพิษณุโลกให้แพร่หลาย และเป็นการนําเอาเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันมา ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดพร้อมทั้งจะนําไปสู่

รูปแบบทางธุรกิจเชิงสร้างสรรค์อีกอย่างหนึ่งที่

สามารถสร้างอาชีพให้กับชุมชนในกลุ่มลุ่มแม่น้ํา

น่าน และเกิดการถ่ายทอดการเรียนรู้ในชุมชน ส่งผลถึงการท่องเที่ยวบริเวณลุ่มแม่น้ําน่าน ในเขต อําเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เป็นการสร้างความ มั่นคงของเศรษฐกิจชุมชนอีกทั้งยังสามารถสร้าง ความเข้มแข็งของชุมชนและสังคม

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1. เพื่ อศึกษาชนิดของอาหารที่เป็น ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหารในจังหวัดพิษณุโลก 2. เพื่ อจัด ห ม วด ห มู่ อ าห าร ที่ เป็ น ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหารในจังหวัดพิษณุโลก 3. เพื่อสร้างฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านอาหารในจังหวัดพิษณุโลก

วิธีดําเนินการวิจัย

ผู้วิจัยดําเนินการสร้างฐานข้อมูลภูมิปัญญา ท้องถิ่นด้านอาหารในจังหวัดพิษณุโลก โดยมี

ขั้นตอนการดําเนินงานดังนี้

1. การศึกษาเบื้องต้น โดยศึกษาเอกสาร ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างฐานข้อมูลด้านอาหาร สํารวจ ศึกษารวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอาหาร ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นในตําบลต่างๆ บริเวณ ลุ่มแม่น้ําน่าน เขตอําเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก จํานวน 12 ตําบล ได้แก่ ตําบลบ้านคลอง ตําบล พลายชุมพล ตําบลในเมือง ตําบลบ้านกร่าง ตําบล ท่าทอง ตําบลบ้านป่า ตําบลบึงพระ ตําบล วัดจันทร์ ตําบลหัวรอ ตําบลอรัญญิก ตําบลงิ้วงาม และตําบลดอนทอง

2. การออกแบบฐานข้อมูล โดยนําข้อมูลที่

ได้จากขั้นตอนการศึกษาเบื้องต้น มาทําการ วิเคราะห์เนื้อหา จัดหมวดหมู่ของอาหารและ กําหนดรูปแบบของการจัดเก็บข้อมูล ดังนี้

2.1 ชื่ออาหาร 2.2 ส่วนผสม 2.3 วิธีการทํา 2.4 สถานที่จําหน่าย 2.5 ราคา

(4)

3. การพัฒนาฐานข้อมูล โดยนําข้อมูล ที่ได้จากการวิเคราะห์และออกแบบ มาจัดเก็บเป็น ฐานข้อมูลโดยใช้โปรแกรมโอเพนซอร์สจุมลาโดยใช้

URL http://202.29.80.62/~food/ ซึ่งข้อดีของ โปรแกรมโอเพนซอร์สจุมลามีดังต่อไปนี้

3.1 ป ระห ยั ด ค่ าใช้ จ่าย ก ารนํ า โปรแกรมโอเพนซอร์สมาใช้ในงานด้านต่างๆ จะ ช่วยในการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีแทน การพึ่งพาการใช้โปรแกรมจากต่างประเทศ เนื่องจากโปรแกรมโอเพนซอร์สเป็นโปรแกรมเสรี

และสามารถนํามาพัฒนาเพิ่มเติมได้

3.2 ลดปัญหาด้านลิขสิทธิ์ เพราะ โปรแกรมโอเพนซอร์ส เป็นโปรแกรมที่มีลิขสิทธิ์

แ บ บ General Public License–GPL ซึ่ งเปิ ด ลิขสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีกฎหมายรองรับ และมีข้อแตกต่างกับลิขสิทธิ์โปรแกรมการค้าอื่นๆ 3.3 สามารถแก้ไข ปรับปรุง และ พัฒนาเพิ่มเติมในระบบได้

3.4 ส าม ารถ แ ก้ ปั ญ ห าได้ ทั น ที

เนื่องจากโปรแกรมโอเพนซอร์ส เป็นระบบเปิดเผย ร หั ส ต้ น ฉ บั บ ห า ก มี ปั ญ ห า ติ ด ขั ด อ ะ ไร โปรแกรมเมอร์หรือผู้พัฒนาระบบสามารถแก้ไข ปัญหาได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเจ้าของโปรแกรมมา แก้ไข

3.5 เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ จะเห็น ได้จากการรวมกลุ่มหรือสังคมของนักพัฒนา โปรแกรมรหัสเปิด และผู้ที่สนใจเกี่ยวกับโปรแกรม โอเพนซอร์ส ได้สร้างชุมชนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์

เว็บบอร์ดหรือเว็บบล็อกของผู้พัฒนาระบบแต่ละ ระบบ ซึ่งบุคคลทั่วไปที่สนใจโปรแกรมสามารถเข้า ไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ และ สอบถามปัญหาที่เกิดขึ้นได้ (Indrabhakti, 2012) 4. การทดสอบฐานข้อมูล ได้ทดสอบ ฐานข้อมูลตามขั้นตอน ดังนี้

4.1 สร้างแบบประเมินคุณภาพด้าน การออกแบบและด้านเนื้อหาให้ผู้เชี่ยวชาญทําการ ประเมิน โดยการศึกษาวิธีการสร้างแบบประเมิน คุณภาพด้านการออกแบบ และด้านเนื้อหาจาก

เอกสาร ที่เกี่ยวข้องจากนั้นกําหนดหัวข้อในการ ประเมินคุณภาพฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นด้าน อาหารในจังหวัดพิษณุโลก คือประเมินด้านการ ออกแบบและด้านเนื้อหาสําหรับผู้เชี่ยวชาญ แล้ว จึงทําการสร้างแบบประเมินคุณภาพ

4.2 ตรวจสอบแบบประเมินคุณภาพ ด้านการออกแบบและด้านเนื้อหาของผู้เชี่ยวชาญ ก่อนนําไปใช้งานจริง

4.3 นําฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านอาหารในจังหวัดพิษณุโลกที่สร้างแล้วให้

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและด้านเนื้อหา จํานวน 3 คน ทําการประเมิน จากนั้นนําผลการ ประเมินมาหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงแบนมาตรฐาน ผลการวิจัย

ผลการศึกษาวิจัยเรื่องการสร้างฐานข้อมูล ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหารในจังหวัดพิษณุโลก สรุปได้ 3 ส่วน ดังนี้

1. หมวดหมู่และชนิดของภูมิปัญญา ท้องถิ่นด้านอาหารในจังหวัดพิษณุโลก แบ่งออก 3 หมวด ดังนี้

อาหารคาว ประกอบด้วย ก๋วยเตี๋ยว ห้อยขา ก๋วยเตี๋ยวไก่ (ป้าล้อม)ผักบุ้งไฟแดง กวยจั๊บริมน้ํา แกงหยวก แกงบอน และขนมจีน น้ํายา

อาหารหวาน ประกอบด้วย ขนม กระยาสารท ขนมกล้วย ขนมกวน (กาละแม) ขนม สอดไส้ ขนมสังขยาฟักทอง ขนมหม้อแกง ข้าวเหนียวแดง ข้าวหลาม ไอศกรีมเจริญผล ทับทิมกรอบ 3 หนุ่ม ขนมเบื้องล้านนา 4 แยกวัดคู

ขนมบัวลอย ขนมเทียน ข้าวต้มมัด ขนมวง ข้าวเม่า ขนมวุ้นลูกชุบ ขนมลูกชุบ ถั่วกระจก ข้าวเกรียบ ปากหม้อ และขนมแดกงา

อาหารแปรรูป เผือกอบเนย กล้วย หักมุกอบเนย มันเทศอบเนย และกล้วยสุกอบเนย

(5)

2. รูปแบบและวิธีการเข้าใช้ฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหารในจังหวัดพิษณุโลก

2.1 หน้าโฮมเพจ เป็นเว็บเพจหลักของฐานข้อมูล ประกอบด้วยแถบเมนู (Menu Bar) ดังภาพที่ 1

ภาพที่ 1 โฮมเพจของฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นในจังหวัดพิษณุโลก (http://202.29.80.62/~food)

2.2 คลิกที่เมนู อาหารในแต่ละตําบล จะปรากฏเมนูย่อยแสดงตําบล 12 ตําบล ดังภาพที่ 2

ภาพที่ 2 เมนู อาหารในแต่ละตําบล

(6)

2.3 คลิกเลือกตําบลที่สนใจ เช่น ตําบลบ้านคลอง จะปรากฏรายการอาหาร ดังภาพที่ 3

ภาพที่ 3 รายการอาหารในตําบลบ้านคลอง

2.4 คลิกเลือกรายการอาหารที่สนใจ เช่น “ขนมกระยาสารท” จะปรากฏรูปภาพและเนื้อหา ดังภาพที่ 4

ภาพที่ 4 ข้อมูลอาหารในตําบลบ้านคลอง

(7)

ภาพที่ 4 ข้อมูลอาหารในตําบลบ้านคลอง (ต่อ)

2.5 การค้นหาจากช่องคําค้น โดยใส่คําที่ต้องการค้นในช่องค้นหาแล้วคลิก ดังภาพที่ 5

ภาพที่ 5 การค้นหาข้อมูลอาหารจากช่องคําค้น

(8)

2.6 จะปรากฏผลการค้นดังภาพที่ 6

ภาพที่ 6 ผลการค้นหาข้อมูลอาหารจากช่องคําค้น

2.7 เมื่อคลิกเลือกชื่อรายการอาหาร จะปรากฏรูปภาพและเนื้อหา ดังภาพที่ 7

ภาพที่ 7 ข้อมูลอาหารจากช่องคําค้น

(9)

ภาพที่ 7 ข้อมูลอาหารจากช่องคําค้น (ต่อ)

3. ผลการประเมินคุณภาพด้านการ ออกแบบ โดยประเมินฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านอาหารในจังหวัดพิษณุโลก พบว่าความคิดเห็น ของผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบฐานข้อมูลภูมิ

ปัญญาท้องถิ่นด้านอาหารในจังหวัดพิษณุโลกโดย รวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า มี 4 ข้อ ที่ค่าเฉลี่ยสูงสุดเท่ากัน อยู่ในระดับ มาก คือ การเข้าสู่ฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นด้าน อาหารในจังหวัดพิษณุโลกมีความสะดวกรวดเร็ว ภาพประกอบมีความชัดเจน การเชื่อมโยงภายใน ฐานข้อมูลมีความถูกต้อง และการแสดงผลการค้น ทําได้อย่างรวดเร็ว

ผลการประเมินคุณภาพด้านเนื้อหา โดยประเมินฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นด้าน อาหารในจังหวัดพิษณุโลก พบว่าความคิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาของฐานข้อมูลภูมิปัญญา ท้องถิ่นด้านอาหารในจังหวัดพิษณุโลกโดยรวมอยู่

ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า

มี 4 ข้อ ที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดเท่ากัน อยู่ในระดับมาก คือ เนื้อหาของรายการอาหารมีความน่าเชื่อถือ แหล่งอ้างอิงของข้อมูลมีความน่าเชื่อถือ ลําดับ ขั้นตอนการนําเสนอรายการข้อมูลมีความ เหมาะสมและโดยภาพรวมแล้วเนื้อหาภายใน ฐานข้อมูลสามารถนําไปใช้ประโยชน์ได้

อภิปรายผล

1. ฐานข้อมูลภูมิปัญ ญ าท้องถิ่นด้าน อาหารในจังหวัดพิษณุโลก

1.1 ฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นด้าน อาหารในจังหวัดพิษณุโลกผู้วิจัยสร้างขึ้นด้วย โปรแกรมโอเพนซอร์สจุมลา และจัดเก็บไว้บน เครื่องบริการ โดยผู้ใช้สามารถเข้าใช้งานได้ที่ URL http://202.29.80.62/~food/ สํ า ห ร ับ ก า ร ฐานข้อมูลนี้ผู้วิจัยได้ออกแบบให้ภายในฐานข้อมูล ประกอบด้วยข้อความ รูปภาพ สี โดยคํานึงถึง ความเหมาะสม ความสวยงาม และความสะดวกใน

(10)

การใช้งาน ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยของ Lin &

Gregor (2006) ที่กล่าวว่า ภาพลักษณ์ ไม่ว่าจะ เป็นสี รูปแบบและขนาดของข้อความ ขนาดของ ภาพ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสําคัญที่มีอิทธิพลต่อ ความเพลิดเพลินในการใช้เว็บเพจ และสามารถ ดึงดูดความสนใจของผู้ใช้และทําให้การเรียนรู้

เป็นไปโดยง่าย

1.2 เนื้อหาในฐานข้อมูล ผู้วิจัยได้แบ่ง หมวดหมู่ของภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหารใน จังหวัดพิษณุโลก โดยทําการสรุปเนื้อหาให้สั้น กระชับ อ่านง่าย เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าใจเนื้อหา ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่ง Lin & Gregor (2006) ได้

กล่าวไว้ว่า วัตถุประสงค์ส่วนใหญ่ของผู้ใช้เว็บไซต์

พิพิธภัณฑ์คือ เพื่อความผ่อนคลายและหาความรู้

อย่างไม่เป็นทางการ ฉะนั้นเว็บไซต์ไม่ควรมีเนื้อหา ที่อ่านยากและยาวมากเกินไป

1.3 ลักษณะการสืบค้นในฐานข้อมูล

ผู้วิจัยได้กําหนดให้มีการสืบค้นได้ 2 ช่องทาง คือ การสืบค้นแบบไล่เลียง (Browse search) และ

การสืบค้นในรูปแบบค้นจากคําสําคัญ (Keyword) เพื่ออํานวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ในการสืบค้น ข้อมูล ซึ่งตรงกับคุณลักษณะที่ดีของฐานข้อมูล ประการหนึ่ง คือ ผู้ใช้ฐานข้อมูลสามารถเรียก ข้อมูลขึ้นมาใช้ได้หลายวิธี (Kaewkungwal, 1993) 1.4 ปัญหาในการสร้างฐานข้อมูล ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหารในจังหวัดพิษณุโลก คือเมื่อสร้างฐานข้อมูลและทดลองแสดงผลกับ โปรแกรมสืบค้น ปรากฏว่ารูปแบบตัวอักษรในแต่

ละรายการอาหาร ไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ผู้วิจัย จึงได้ทําการแก้ไขในส่วนของรูปแบบตัวอักษรและ ทําการตรวจสอบฐานข้อมูลอีกครั้ง

2. ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านการ ออกแบบและด้านเนื้อหา

2.1 ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้าน การออกแบบฐานข้อมูล โดยรวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่ามีค่าเฉลี่ยสูงสุด เท่ากัน 4 ข้อ คือ 1) การเข้าสู่ฐานข้อมูลภูมิปัญญา ท้องถิ่นด้านอาหารในจังหวัดพิษณุโลกมีความ สะดวก รวดเร็ว 2) ภาพประกอบมีความชัดเจน

3) การเชื่อมโยงภายในฐานข้อมูลมีความถูกต้อง และ 4) การแสดงผลการค้นทําได้อย่างรวดเร็ว ซึ่ง สอดคล้องกับงานวิจัยของ พัชญ์สิตา ฉ่ํามาก (Chammark, 2008) ที่ได้เรื่อง การออกแบบเว็บ เพจเพื่อการส่งเสริมอาหารไทย โดยผู้ใช้เว็บเพจมี

ความพึงพอใจด้านเทคนิคการผลิตในระดับมาก คือ มีความสอดคล้องระหว่างสีของตัวอักษรและสี

พื้นหลังรูปภาพมีความน่าสนใจ การจัดวางรูปแบบ ง่ายต่อการใช้งาน มีการเชื่อมโยงข้อมูลไปยัง เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องได้อย่างเหมาะสม การนําเสนอ มีความต่อเนื่องและชัดเจน

2.2 ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้าน เนื้อหาฐานข้อมูลโดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อ พิจารณาเป็นรายข้อพบว่า มีค่าเฉลี่ยสูงสุดเท่ากัน 4 ข้อ คือ 1) เนื้อหาของรายการอาหารมีความ น่าเชื่อถือ 2) แหล่งอ้างอิงของข้อมูลมีความ น่าเชื่อถือ 3) ลําดับขั้นตอนการนําเสนอรายการ ข้อมูลมีความเหมาะสม และ 4) โดยภาพรวมแล้ว เนื้อหาภายในฐานข้อมูลสามารถนําไปใช้ประโยชน์

ได้ ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ พัชญ์สิตา ฉ่ํามาก (Chammark, 2008) ที่ได้ศึกษาเรื่องการออกแบบ เว็บเพจเพื่อการส่งเสริมอาหารไทย โดยผู้ใช้เว็บ เพจมีความพึงพอใจด้านเนื้อหาในระดับมาก คือ เนื้อหามีความน่าสนใจ ตรงตามวัตถุประสงค์ของ เว็บเพจ มีความน่าเชื่อถือ มีความสอดคล้อง สัมพันธ์กับภาพ และจัดลําดับเนื้อหาเป็นขั้นตอน อย่างต่อเนื่อง

ข้อเสนอแนะจากผลการวิจัย

1. ควรทําวิจัยเพื่อสร้างฐานข้อมูลภูมิ

ปัญญาท้องถิ่นด้านอื่นๆ โดยเก็บรวบรวมองค์

ความรู้เหล่านี้ไว้เพื่อนําไปใช้ประโยชน์ต่อการเรียน การสอนในรายวิชาที่เกี่ยวกับข้อมูลภูมิปัญญา ท้องถิ่น

2. ควรมีศึกษาการเกี่ยวกับการเพิ่มมูลค่า ทางภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อให้รู้จักกันโดยแพร่หลาย ก่อให้เกิดรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น

(11)

References

Bowers, D.S. (1993). From data to database. London: Chapman & Hall.

Chammark, P. (2008). Web page design for promoting Thai food. A thesis submitted in partial fulfillment of the requirements for the degree of Master of Educational Technology. Kasertsart University. (In Thai)

Indrabhakti, I. (2012). Development of the template for knowledge management using open source “Joomla”. A thesis submitted in partial fulfillment of the requirements for the degree of

Engineering Management Program. Srinakharinwirot University. (In Thai)

Kaewkungwal, J. (1993). Database Desigh and Management. Bangkok: Se-ed. (In thai)

Kongpan, S & Suwanphong, M. (2004). Tamra arharn kaw whan. 17th ed. Bangkok: Sangdad. (In thai) Lin, A. & Gregor, S. (2006). Designing websites for learning and enjoyment: A study of museum experiences. Retrieved from http://www.irrodl.org/index.php/ irrodl/aticle/view/364.

Ouima, R. (2007). Potential of Thai wisdom in the upper northeastern local food. Bangkok: Kasertsart University. (In Thai)

Thanomsaeng, K. (2008). Foreign tourists’ satisfaction toward Thai food. A thesis submitted in partial fulfillment of the requirements for the degree of Master of Arts in Home Economics Development. Ramkhamhaeng University. (In Thai)

Referensi

Dokumen terkait

THE INFLUENCE OF COMICS STRIPS TOWARD STUDENTS’ READING COMPREHENSION AT THE ELEVENTH GRADE STUDENTS OF SMAN 1 TRIMURJO IN ACADEMIC YEAR 2016/2017 ABSTARCT By: EVA RACHMAWATI The

2, March 2023 Acceptability and Effectiveness of a Proposed Attendance Monitoring System ASAP for Safety of the Stakeholders Research Article Jairoh Nicolas Taracina Buenavista