• Tidak ada hasil yang ditemukan

ORDER TO RAISE THE QUALITY OF LIFE OF THE GROUP OF OTOP PRODUCERS IN NONTHANBURI PROVINCE

N/A
N/A
Protected

Academic year: 2023

Membagikan "ORDER TO RAISE THE QUALITY OF LIFE OF THE GROUP OF OTOP PRODUCERS IN NONTHANBURI PROVINCE "

Copied!
7
0
0

Teks penuh

(1)

รูปแบบการปฏิบัติสูการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับ ในกลุมผูผลิตสินคา OTOP ในจังหวัดนนทบุรี

A PRACTICAL MODEL FOR SUSTAINABLE DEVELOPMENT ACCORDING TO THE PHILOSOPHY OF SUFFICIENCY ECONOMY IN

ORDER TO RAISE THE QUALITY OF LIFE OF THE GROUP OF OTOP PRODUCERS IN NONTHANBURI PROVINCE

วิทยา เมฆขํา

หัวหนาสาขาวิชาการจัดการอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา E-mail: [email protected]

บทคัดยอ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพื่อประเมินความพรอมและวิเคราะหหารูปแบบการปฏิบัติสูการพัฒนาที่

เหมาะสม ในการนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามตัวชี้วัด 6X2 ในจังหวัดนนทบุรี กลุมตัวอยางที่ใชในการวิจัย ครั้งนี้เปนกลุมผูผลิตสินคา OTOP ใชวิธีการเลือกแบบเจาะจง ไดจํานวน 144 ราย เครื่องมือที่ใชในการวิจัยเปน แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ การประชุมกลุมยอย และสนทนากลุม โดยแบบสอบถามมีคาความเชื่อมั่น 0.96 และ การวิเคราะหขอมูลเชิงปริมาณ ใชสถิติไดแกคาเฉลี่ยเลขคณิต และคาเบี่ยงเบนมาตรฐาน สวนขอมูลเชิงคุณภาพใช

การวิเคราะหเนื้อหา แลวสรุปเปนความเรียง สรุปผลการวิจัยไดดังนี้

1. ดานการประเมินความพรอมในการนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามตัวชี้วัด 6X2 สูการปฏิบัติ พบวา กลุมผูผลิตสินคา OTOP ในจังหวัดนนทบุรี พบวาผูผลิตมีความเชี่ยวชาญในการผลิตอยูในระดับมากที่สุด มีคาเฉลี่ย 4.15 และมีความสามารถทางดานการตลาดนอยที่สุด มีคาเฉลี่ย 3.08

2. ดานการวิเคราะหเพื่อสรางรูปแบบดวยเทคนิค SWOT พบวา กลุมผูผลิตแบงออกเปน 3 รูปแบบ ไดแก

รูปแบบที่ 1 ปฏิบัติไดผลดี รูปแบบที่ 2 กําลังปฏิบัติ และรูปแบบที่ 3 ยังไมเคยปฏิบัติ ประกอบดวยกระบวนการ บันได 4 ขั้นที่จะนําไปสูเปาหมายแหงความสําเร็จดังนี้

รูปแบบที่ 1 ปฏิบัติไดผลดี (เปนผูถายทอดและเปนตัวอยาง) ประกอบดวย ขั้นที่ 1 ปลอดอบายมุข ขั้นที่ 2 ปลูกตนไมใหรมรื่น ขั้นที่ 3 ใหมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู ขั้นที่ 4 มีการออมทรัพย

รูปแบบที่ 2 กําลังปฏิบัติ (ปรับใชเทคโนโลยีและใหกําลังใจ) ประกอบดวย ขั้นที่ 1 ใชวัตถุดิบอยางยั่งยืน ขั้นที่ 2 ชุมชนรูรักสามัคคี ขั้นที่ 3 ครัวเรือนใชเทคโนโลยีที่เหมาะสม ขั้นที่ 4 ครัวเรือนมีอาชีพ

รูปแบบที่ 3 ยังไมเคยปฏิบัติ (คนหาความเหมาะสมและสรางแรงจูงใจ) ประกอบดวย ขั้นที่ 1 ชวยเหลือ คนดอยโอกาส ขั้นที่ 2 สืบทอดภูมิปญญา ขั้นที่ 3 ครัวเรือนทําสวนครัว ขั้นที่ 4 มีกลุมออมทรัพย

สรุปไดวา จากการพัฒนารูปแบบการปฏิบัติสูการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อ ยกระดับในกลุมผูผลิตสินคา OTOP ในจังหวัดนนทบุรี จะตองเลือกรูปแบบที่เหมาะสม ประกอบไปดวย 4 ขั้นตอนดังกลาว

(2)

คําสําคัญ :

รูปแบบการปฏิบัติสูการพัฒนาที่ยั่งยืน ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผูผลิตสินคา OTOP

ABSTRACT

This research aimed to evaluate the readiness in order to find the practical model of the appropriate development in applying the sufficiency economy philosophy of according to the 6x2 indicators in Nonthaburi province. The sampling groups used in the research were 144 OTOP producers using the specific selection method. The tools used in the research were the questionnaires, interviews, focus group discussion and group conversation. The questionnaire has the confidential level of 0.96, and the statistical analysis of quantitative data included mean and the standard deviation, while the qualitative data included the content analysis and summarized in narration.

Summary of the research

1. The evaluation of the readiness in applying the sufficiency economy philosophy of according to the 6x2 indicator on to practice of the group of OTOP producers in Nonthaburi . it was found that the product were special in production at with the average value of 4.15 and the least capability in marketing with the average value of 3.08.

2. By using SWOT Analysis the producer groups were divided into three model namely; 1) Successions practice 2) Practicing and 3) Never practice four procedural steps leading to the goal of achievement as follows:

The first model Successions practice (as the transferor and example) comprising the first step was free from all vices; the second was planting trees for shade, the third was exchange of learning, and the fourth was savings.

The second model practicing (adaptation to technology and morale) comprising the first step was sustainable of raw materials, the second was the community is unified, the third was the household used suitable technologies, and the fourth the household had occupation.

The third model; never practice form had not applied (search for suitability and aspiration) comprising the first step was helping the disadvantages persons, the second was succession of the wisdom, the third was the households practiced backyard garden, the fourth the savings group.

It was concluded that the development of the practical model the for sustainable development according to the philosophy sufficiency economy in order to raise the quality life of the OTOP producers in Nonthaburi must choose the suitable one comprising the four steps.

KEYWORDS : Model of sustainable development, philosophy sufficiency economy, OTOP (one tambon one product) producers.

(3)

1. บทนํา

การใชภูมิปญญาทองถิ่นเปนฐานของการพัฒนาประเทศที่จะใชในการพัฒนาทุนสังคมใหยั่งยืนมี

องคประกอบหลายดาน ซึ่งสามารถจะใชกระบวนการตางๆ ที่ทํางานรวมกันทั้งชุมชน หนวยงานสนับสนุนภาครัฐ เปนตัวขับเคลื่อน โดยใหชุมชนมีสวนรวมโดยยึดหลัก 3 ฐานที่ใชในการคิด (จักรมณฑ ผาสุกวนิช, 2548) ประกอบดวย 1. ฐานสังคมที่จะพึ่งพาและจะพัฒนาตนเองไดจะตองมีสังคมแหงการเรียนรูเพื่อใหเกิดชุมชนมี

ความเขมแข็งและมีภูมิความรูในการบริโภคของวัตถุนิยมตางๆ 2. ฐานทรัพยากรและสิ่งแวดลอมที่สมดุลโดยภูมิ

ปญญาชาวบานจะใชทรัพยากร ที่มีอยูในชุมชนในการประกอบอาชีพอุปโภคและบริโภค ชุมชนจะใชฐานความ สมดุลของระบบนิเวศสภาพแวดลอมที่ยังคงรักษาใหอยูดวยความสมดุลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตใหยั่งยืน 3. ฐานเศรษฐกิจพอเพียงเปนฐานที่ใหพออยูพอกินตามสภาพของแตละชุมชนเทาที่หามาใชผนวกกับการใช

ทรัพยากรที่มีอยูเพิ่มความสามารถในการแขงขันทําใหเศรษฐกิจชุมชนเขมแข็งมั่นคงสามารถแขงขันในประเทศ และตางประเทศที่วาภูมิปญญาไทยสามารถพัฒนาสูภูมิปญญาสากลการถายทอดเทคโนโลยีสูชุมชนตามแนว ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

การแกไขปญหาวิกฤตทางเศรษฐกิจดังกลาว ภาครัฐไดกําหนดแนวทางการแกไขไวหลายทางเพื่อฟนฟู

เศรษฐกิจและสังคมใหเขมแข็งและเอื้อตอการขยายตัวทางเศรษฐกิจอยางตอเนื่อง โดยใหความสําคัญกับ การแกปญหาเศรษฐกิจและสังคมภายในควบคูกับการเพิ่มขีดความสามารถในการแขงขันของประเทศ เพื่อแกปญหาความยากจน ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติฉบับที่ 9 พ.ศ. 2545 – 2549 แนวทาง การแกปญหาความยากจน ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2545 – 2549) เปนแนวทาง หนึ่งที่รัฐใหความสําคัญกับการแกปญหาอยางเปนระบบ ดวยการกระจายโอกาสใหคนยากจนเขาถึงการบริการ ของรัฐ แหลงความรู และทรัพยากร รวมทั้งมีหลักประกันความมั่นคงในชีวิต มีการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให

เขมแข็งเพื่อสรางศักยภาพเพิ่มขีดความสามารถใหคนยากจนสามารถพึ่งตนเองไดมากขึ้น ควบคูไปกับ การแกปญหาความยากจนเชิงโครงสรางที่ตองปรับระบบบริหารจัดการภาครัฐ ปรับกฎระเบียบตางๆใหเอื้อตอ คนจนใหไดรับโอกาส สิทธิใหราษฎรมีงานทํามีรายได อาศัยศักยภาพในชุมชน เพื่อใหเกิดความมั่นคง ยั่งยืน โดยอยูบนฐานคิด “การมีสวนรวมของชุมชนประชาชนคิดเองทําเอง” รัฐทําหนาที่เปนเพียงผูใหการสนับสนุน เทานั้นเปนแนวคิดในการพัฒนาเพื่อวางรากฐานความยั่งยืนจากขางลางไปสูระดับประเทศ

จากปญหาดังกลาวตรงกับ (ปยะ เชี่ยววิทย และคณะ, 2548 : 1) พบวาในการผลิตมีผลกระทบที่สงผลถึง ชุมชนดานการถายทอดภูมิปญญา ขาดการถายทอดองคความรู ขาดคนสืบทอด และถายทอดอยางเปนระบบ เทคโนโลยีในการผลิตไมเหมาะสม ไมสามารถนําเครื่องจักรมาใชไดทุกขั้นตอนในการผลิต ซึ่งตรงกับ พระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ.2547ใหไว ณ วันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2547 มาตรา 7 ใหมหาวิยาลัยเปน สถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาทองถิ่นที่เสริมสรางพลังปญญาของแผนดิน ฟนฟูพลังการเรียนรู เชิดชูภูมิปญญา ของทองถิ่นแสวงหาความจริงเพื่อสูความเปนเลิศทางวิชาการบนพื้นฐานของภูมิปญญาทองถิ่น ภูมิปญญาไทย อีกทั้งสงเสริมการเรียนรูตลอดชีวิตในชุมชน เพื่อชวยใหคนในทองถิ่นรูเทาทันการเปลี่ยนแปลง ศึกษา และแสวงหาแนวทางพัฒนาเทคโนโลยีพื้นบานและเทคโนโลยีสมัยใหมใหเหมาะสมกับการดํารงชีวิต และการประกอบอาชีพของคนในทองถิ่น รวมถึงการแสวงหาแนวทางเพื่อสงเสริมใหเกิดการจัดการ

(4)

การบํารุงรักษา และการใชประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมอยางประหยัด ซึ่งสอดคลองกับ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทางสายกลาง คือ พอประมาณ มีเหตุผลมีภูมิคุมกันในตัวที่ดี ตามที่กระทรวงมหาดไทย มอบใหกรมการพัฒนาชุมชน เปนหนวยงานเจาภาพหลักรับผิดชอบการพัฒนาหมูบานเศรษฐกิจพอเพียง รวมกับ กรมการปกครอง และกรมสงเสริมการปกครองสวนทองถิ่นในการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงใหสัมฤทธิ์

ผลอยางยั่งยืน กรมพัฒนาชุมชน จึงไดจัดทํากรอบแนวคิดในการขับเคลื่อน “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ใหเปน รากฐานของชีวิตประชาชนในหมูบาน โดยใชหลักการพัฒนาแบบมีสวนรวม “ยึดประชาชนเปนศูนยกลาง การพัฒนา” “การทํางานรวมกัน และ “การเรียนรูจากการปฏิบัติ” และใชเทคนิค “การกระตุนความคิด สราง จิตสํานึก ดวยการตั้งคําถามที่โดนใจ” เริ่มตนดวยตัวชี้วัด 6X2 เปนเปาหมาย (being with the ends) โดยใชพัฒนา กรอาสาสมัครผูนําชุมชนรวมเปนชุดปฏิบัติการขับเคลื่อนรวมกับภาคีการพัฒนาใหเกิดผลเปนรูปธรรม ทั้งใน ระดับหมูบานและครัวเรือน

จากปญหาดังกลาวผูวิจัยจึงมีแนวคิดที่จะพัฒนารูปแบบการปฏิบัติสูการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับในกลุมผูผลิตสินคา OTOP ในจังหวัดนนทบุรี ที่สอดคลองกับวัตถุประสงคของ กรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทยภายใตยุทธศาสตรการพัฒนาระบบราชการไทย โครงการปฏิบัติการแกจน แบบถึงลูกถึงคน เพื่อสอดคลองกับตัวชี้วัด 6X2 ที่ยึดถือปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเปนรากฐานของวิถีชีวิตกับ ความพอดี 5 ประการ สงผลใหชุมชนเขมแข็งกลุมผูผลิตพึ่งตนเองได ครอบครัวมีคุณภาพชีวิตดีมีความ ชุมชนมี

ระบบการจัดการความรูและภูมิปญญาโดยชุมชนสงผลทําใหการพัฒนาที่ยั่งยืน

2. วัตถุประสงคของโครงการวิจัย

1. เพื่อประเมินความพรอมในการนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสูการปฏิบัติที่เหมาะสม ตามตัวชี้วัด 6X2 ของกลุมผูผลิตสินคา OTOP ในจังหวัดนนทบุรี

2. เพื่อวิเคราะหสรางรูปแบบการนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสูการปฏิบัติที่เหมาะสม ตามตัวชี้วัด 6X2 ของกลุมผูผลิตสินคา OTOP ในจังหวัดนนทบุรี

3. ขอบเขตของการวิจัย

การศึกษาครั้งนี้ผูวิจัยไดแบงขอบเขตของการศึกษาไว 2 ดานดังนี้

ขอบเขตดานพื้นที่

ศึกษาพื้นที่กลุมผูผลิตสินคา OTOP ใน 6 อําเภอ 52 ตําบล ของจังหวัดนนทบุรี

ขอบเขตดานเนื้อหา

ศึกษาตามเกณฑตัวชี้วัด 6X2 ของกรมพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทย ดังนี้

1. ดานการลดรายจาย 1.1 ครัวเรือนทําสวนครัว 1.2 ครัวเรือนปลอดอบายมุข

2. ดานการเพิ่มรายได 2.1 ครัวเรือนมีอาชีพเสริม 2.2 ครัวเรือนใชเทคโนโลยีที่เหมาะสม 3. ดานการประหยัด 3.1 ครัวเรือนมีการออมทรัพย 3.2 ชุมชนมีกลุมออมทรัพย

4. ดานการเรียนรู

(5)

5. ดานการอนุรักษ สิ่งแวดลอมและใชทรัพยากรธรรมชาติอยางยั่งยืน 5.1 ชุมชนใชวัตถุดิบอยางยั่งยืนในการประกอบอาชีพ

5.2 ชุมชนปลูกตนไมใหรมรื่นเปนหมูบานนาอยู

6. ดานการเอื้ออารีตอกัน

6.1 ชุมชนมีการดูแลชวยเหลือคนจนคนดอยโอกาสและคนประสบปญหา 6.2 ชุมชน “รูรักสามัคคี”

ขอตกลงเบื้องตน

การศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีขอตกลงเพื่อเปนแนวทางในการดําเนินการจัดเก็บขอมูลเพื่อทําวิจัยโดยผูวิจัยจะ ศึกษาเฉพาะในเขตจังหวัดนนทบุรี มีการแบงวัตถุประสงคและยุทธศาสตรของจังหวัดนนทบุรีตามตัวชี้วัด 6X2 กับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเปนฐานรากดังนี้

1. ตัวชี้วัด 6X2

1. ดานการลดรายจาย 2. ดานการเพิ่มรายได 3. ดานการประหยัด 4. ดานการเรียนรู 5. ดานการอนุรักษ

สิ่งแวดลอมและการใชทรัพยากรธรรมชาติอยางยั่งยืน 6. ดานการเอื้ออารีตอกัน 2. ความดี 5 ประการ

1. ดานจิตใจ 2. ดานสังคม 3. ดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 4. ดานเทคโนโลยี 5. ดานเศรษฐกิจ

4. กรอบแนวความคิด

การขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดนนทบุรี

ความมีเหตุผล คุณธรรม ซื่อสัตย สุจริต

ความพอประมาณ รอบรู รอบคอบ ระมัดระวัง

การมีภูมิคุมกัน

ขยัน อดทน สติปญญา แบงปน เปนตัวอยาง

ผูถายทอด ปฏิบัติไดผลดี

ใหกําลังใจ ปรับใชเทคโนโลยี

กําลังปฏิบัติตองปรับปรุง

สรางแรงจูงใจ คนหาที่เหมาะสม

ยังไมปฏิบัติ

ศึกษาการถายทอดเทคโนโลยี เรียนรูปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในชีวิตประจําวัน

ครัวเรือน ชุมชน

ใหความรู ความเขาใจ การมีสวนรวมของชุมชน

ความพอดี 5 ประการ

1.ดานจิตใจ 2.ดานสังคม 3.ดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 4.ดานเทคโนโลยี 5.ดานเศรษฐกิจ

ภาพประกอบ 1 กรอบแนวคิด

(6)

5. ระเบียบวิธีวิจัย

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพื่อประเมินความพรอมและวิเคราะหเพื่อหารูปแบบ ตามตัวชี้วัด 6X2 กับ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใชในการดําเนินชีวิตของกลุมผูผลิตสินคา OTOP ในจังหวัดนนทบุรี โดยใชหลักการ มีสวนรวมในการพัฒนาภูมิปญญาทองถิ่นตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผูวิจัยเลือกใชวิธีการวิจัยแบบชุมชน มีสวนรวม (Participatory Action Research: PAR) โดยอาศัยวิธีการศึกษาเชิงคุณภาพ และเชิงปริมาณ

การกําหนดประชากรและกลุมตัวอยาง

ประชากร การศึกษาครั้งนี้ผูวิจัยใชกลุมประชากรจากผูผลิตสินคา OTOP ที่จดทะเบียนไวกับกรมพัฒนา ชุมชนที่สงเขาคัดสรร จํานวน 200 ราย รวม 52 ตําบล 6 อําเภอ ในจังหวัดนนทบุรี ไดแก อําเภอเมือง อําเภอบางกรวย อําเภอบางใหญ อําเภอบางบัวทอง อําเภอไทรนอย อําเภอปากเกร็ด

กลุมตัวอยาง กลุมตัวอยางคัดเลือกมาจากกลุมประชากร จํานวน 200 ราย คัดเลือกจากผูผลิตสินคา OTOP จังหวัดนนทบุรี โดยผูวิจัยใชวิธีคัดเลือกแบบเจาะจง และทําการเก็บขอมูลโดยใชแบบสอบถามและการสัมภาษณ

แบบมีสวนรวม เพื่อคัดผูเขารวมโครงการไดผลจากการเลือกกลุมตัวอยางพบวามีสมาชิกผูผลิตสินคา OTOP แสดง ความสมัครใจเขารวมโครงการ จํานวน 144 ราย

6. เครื่องมือการวิจัย

การศึกษาครั้งนี้ผูวิจัยมีวิธีการในการเก็บขอมูลการวิจัยโดยแบงเครื่องมือออกเปน 2 ตอน มีรายละเอียด ดังตอไปนี้

ตอนที่ 1 แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ เพื่อการประเมินความพรอมในการทํางานมีขอคําถาม จํานวน 11 ขอ ตอนที่ 2 การประชุมกลุมยอย และสนทนากลุม เพื่อวิเคราะหหารูปแบบสูการปฏิบัติโดยการใหประชาชนมี

สวนรวมดวยเทคนิค SWOT เพื่อวิเคราะหจุดแข็ง จุดออน โอกาส และอุปสรรค ในการนําตัวชี้วัด 6X2 กับปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงไปใชในการดําเนินชีวิตประจําวัน เพื่อนํามาวิเคราะหรูปแบบที่เหมาะสมสูการปฏิบัติ

7. การวิเคราะหขอมูลและสถิติที่ใช

ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้เปนการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ที่ใชเครื่องมือในการวิจัย ประกอบดวยแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ และการมีสวนรวมในการศึกษาความรูและความเขาใจในการนํา ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใชในชีวิตประจําวัน และนําขอมูลมาวิเคราะหเนื้อหา นํามาเขียนเปนความเรียงเพื่อ นําเสนอตาราง 1

ตาราง 1 ขอมูลและสถิติที่ใช

ขอมูล / ขอคําถาม ลักษณะการวิเคราะห สถิติที่ใช

ตอนที่ 1 แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ เพื่อการ ประเมินความพรอมในการทํางาน

- ประมาณคา - แบบปลายเปด

-คาเฉลี่ย/คาเบี่ยง เบนมาตรฐาน - สรุปเปนความเรียง

(7)

8. ผลการวิจัย

1. ดานการประเมินความพรอมในการนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามตัวชี้วัด 6X2 มาใชในกลุมผูผลิต สินคา OTOP ในจังหวัดนนทบุรี มีผลการวิจัยตาราง 2

ตาราง 2 การประเมินความพรอม

รายการ คาเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบน

มาตรฐาน

ลําดับ

1. มีความพรอมในการทํางานอยูในระดับมาก 3.56 0.89 6

2. มีความสามารถและทักษะในการทํางานอยูในระดับมาก 3.77 0.68 4

3. มีความขยันอดทนในการทํางานอยูในระดับมาก 3.96 0.89 2

4. มีทีมงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑอยูในระดับปานกลาง 3.08 1.06 10

5. มีความสามารถการใชเทคโนโลยีอยูในระดับปานกลาง 3.13 0.97 9

6. มีความสามารถทางดานการตลาดอยูในระดับปานกลาง 3.08 0.91 11

7. มีความสามารถทางดานการเงิน อยูในระดับปาน 3.21 1.00 8

8. ปจจุบันมีความเข็มแข็งของทีมงานอยูในระดับมาก 3.71 0.81 5

9. ปริมาณการผลิตที่ผลิตไดอยูในระดับปานกลาง 3.33 0.80 7

10. มีความเชี่ยวชาญในการผลิต อยูในระดับมาก 4.15 0.73 1

11. มีขวัญและกําลังใจในการทํางานอยูในระดับมาก 3.88 0.88 3

จากตาราง 2 ปจจุบันผูผลิตสวนใหญจากการประเมินความพรอม พบวามีความเชี่ยวชาญในการผลิต อยูใน ระดับมาก มีคาเฉลี่ยเทากับ 4.15 รองลงมามีความขยันอดทนในการทํางานอยูในระดับมาก มีคาเฉลี่ยเทากับ 3.96 และลําดับนอยที่สุดมีทีมงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑและมีความสามารถทางดานการตลาดอยูในระดับปานกลาง มีคาเฉลี่ยเทากับ 3.08

Referensi

Dokumen terkait

Hasil penelitian menunjukkan bahwa Ada pengaruh guru Pendidikan Agama Islam dalam membentuk kecerdasan emosional siswa SMA Negeri 1 Trimurjo dengan nilai hit2 yang diperoleh dalam

According to the analysis of online research publications, the ideal way to follow the professional competence of K-12 teachers for sustainable development in the 21st century is as