Journal of Education Khon Kaen University (Graduate Studies Research) http://ednet.kku.ac.th/edujournal
การพัฒนาหลักสูตรสําหรับพัฒนาความคิดสรางสรรคทางภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปที่ 4-6 ตามรูปแบบการคิดแกปญหาอนาคต ของ Torrance
The Curriculum Development for Developing the Thai Language Creativity of the 4
th-6
thGrade Students By Torrance’s Future Problem Solving Model
เบญจพร เหลาวงษี1* และ บัญชา เกียรติจรุงพันธ2
Benjaporn Laowongsee1* and Buncha Kiatjarungphan2
1 นักศึกษาหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน Master of Education Program in Curriculum and Instruction, Faculty of Education, Khon Kaen University
2 ผูชวยศาสตราจารย สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
Assistant Professor, Department of Curriculum and Instruction, Faculty of Education, Khon Kaen University
บทคัดยอ
การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงคเพื่อพัฒนาหลักสูตรสําหรับการพัฒนาความคิดสรางสรรคทางภาษาไทย และเพื่อพัฒนา ความคิดสรางสรรคทางภาษาไทยของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปที่ 4-6 ตามรูปแบบการคิดแกปญหาอนาคตของ Torrance เปนวิจัยรูปแบบการวิจัยและพัฒนา (Research and Development : R&D) กลุมตัวอยาง ไดแก นักเรียนชั้นประถมศึกษา ปที่ 4-6 โรงเรียนดอนกลางนุกูลวิทย สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 3 จํานวน 40 คน เก็บรวมรวม ขอมูลโดยใชแผนการจัดการเรียนรูจํานวน 6 แผนฯ แผนละ 3 ชั่วโมง รวมทั้งหมด 18 ชั่วโมง และแบบประเมินเอกสารหลักสูตร วิเคราะหขอมูลโดยคาสถิติ คือ คาเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และรอยละ ผลการวิจัยพบวา
1) การพัฒนาหลักสูตรสําหรับพัฒนาความคิดสรางสรรคทางภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4-6 ตามรูปแบบการคิดแกปญหาอนาคตของ Torrance ดานเอกสารหลักสูตรมีความเหมาะสมในระดับดีมาก ดานสื่อและแหลง เรียนรูของหลักสูตรฯ มีความเหมาะสมมากที่สุด มีคะแนนเฉลี่ยรอยละ 99.22 รองลงมาคือ ดานกิจกรรมการเรียนรู นอยที่สุด คือหลักการและจุดมุงหมายของหลักสูตรและเนื้อหาของหลักสูตร มีคะแนนเฉลี่ยรอยละ 97.60 ผลการประเมินแผนการจัดการ เรียนรู พบวา มีความเหมาะสมในระดับดีมาก ทุกแผนฯ มีคะแนนเฉลี่ยรอยละ 97.87 ผลการสังเกตการสอน พบวา ครูมีพฤติกรรมการสอนทั้งดานการเตรียมการสอน การดําเนินการจัดการเรียนรู การใชสื่อและแหลงการเรียนรู กระบวนการ ตรวจสอบผลการเรียนรูและบุคลิกภาพ อยูในระดับดีมาก
2) การพัฒนาความคิดสรางสรรคทางภาษาไทยของนักเรียนตามรูปแบบการคิดแกปญหาอนาคตของ Torrance พบวา นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยความคิดสรางสรรค คิดเปนรอยละ 74.26 มีคา SD. เทากับ 0.26 เมื่อวิเคราะหแยกเปนระดับ ชั้นประถมศึกษาปที่ 4-6 พบวา นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 5 มีคะแนนความคิดสรางสรรคมากที่สุด คิดเปนรอยละ 74.71 รองลงมาคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 6 คิดเปนรอยละ 74.37 และมีคะแนนเฉลี่ยนอยที่สุดคือนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปที่ 4 คิดเปนรอยละ 73.52
คําสําคัญ: การพัฒนาหลักสูตร, ความคิดสรางสรรคทางภาษาไทย, การคิดแกปญหาอนาคตของ Torrance
* corresponding author.: +66(0)2708 2172 ; Mobile +66 (0) 9147 4057 E-mail: [email protected]
วารสารศึกษาศาสตร ฉบัับวิจัยบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแกน
ปที่ 10 ฉบับพิเศษ ประจําเดือน กรกฎาคม - กันยายน 2559
88 Abstract
This study aimed to the curriculum development for developing the Thai language creativity and develop creativity in Thai Language of the Grade 4th-6thstudents by Torrance’s Future Problem Solving Model. This research was Research and Development (R&D) and the samplings were 40 of the grade 4th-6thstudents, Donklangnukoonwit, Mahasarakam Primary Educational Service Area Office 3. The data was obtained by using six lesson plans which each lesson took 3 hours and the total was 18 hours. The data was analyzed and summarized using the statistic, standard deviation (SD.) and percentage The results was as following.
1) The development of curriculum for developing creativity of the 4th-6th Grade students by Torrance’s Future Problem Solving Model. The curriculum was appropriate in a very good level. Media and resources of the curriculum was the most appropriate at 99.22 percent and next were the learning activities. The objectives and contents of the curriculum average score was 97.60 percent. The result of the lesson plans evaluation found that all of the lesson plans were appropriate in a very good level with the average score of 97.87 percent. The results of the teacher observation in the classroom showed that the teacher got an excellent level in teaching personality and teaching behaviors which include writing the lesson plan, managing the learning activities, using the teaching materials and learning resources and monitoring student learning outcomes.
2) The development of creativity in Thai language of according the pattern of the Torrance’s Future Problem Solving Model found that students’ creativity average scores of 74.26 percent with the standard deviation of 0.26.
In addition, when analyzing the creativity scores of students by separating classes Grade 4-6 students found that the grade 5th students had the highest creativity scores with the average score of 74.71 percent. Next, the grade 6th students had the creativity score with the average score of 74.37 percent, and the lowest average score of the grade 4th students, representing 73.52 percent.
Keywords: The Curriculum Development, The Thai Language Creativity, Torrance’s Future Problem Solving Model บทนํา
การศึกษาเปนรากฐานสําคัญในการเตรียมคนใหมี
ความสามารถ พรอมที่จะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ในสังคมยุคปจจุบัน สรางพลังปญญาแกคนเพื่อพรอมรับกับ ปญหาตาง ๆ ดังนั้นการศึกษาจึงถือเปนเครื่องมือสําคัญ สําหรับพัฒนาคนเพื่อเตรียมความพรอมในการดํารงชีวิตอยาง เขมแข็งอยูในสังคมไดอยางเปนสุข โดยแผนการศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมแหงชาติ พุทธศักราช 2545–
2559 ระบุวาพัฒนาการทางสังคมซึ่งกาวเขาสูยุคสมัยที่เรียก วา “สังคมฐานความรู” ทําใหเห็นกระแสหลักของการพัฒนา ที่กาวเขาสูยุคสังคมขาวสารขอมูล เห็นไดชัดถึงบทบาทหนาที่
สําคัญยิ่งขึ้นของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในการแพรกระจายขาวสารความรูอยางกวางขวางรวดเร็ว ยิ่งขึ้น ขอมูลขาวสารที่แพรกระจายไปอยางกวางขวางและ รวดเร็วนี้ หลอมรวมทั้งเรื่องที่เปนประโยชนและเรื่องที่ไมพึง ประสงคที่อาจครอบงําความคิด และการประพฤติปฏิบัติ
แปลกไปจากวัฒนธรรมอันดีงามของสังคมได ฉะนั้นจึงจําเปน
ที่เยาวชนไทยจะตองไดรับการพัฒนาฝกฝนดานการคิด เพื่อจะติดตามขอมูลตาง ๆ ไดอยางมีวิจารณญาณ อันเปน พื้นฐานในการคิดแกปญหาอยางสรางสรรค สอดคลองกับ นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาเยาวชนของ ชาติ มุงสงเสริมใหผูเรียนมีคุณธรรม รักความเปนไทย มีทักษะ การคิดสรางสรรค ทักษะดานการแกปญหา ทักษะดาน เทคโนโลยี สามารถทํางานรวมกับผูอื่น และอยูรวมกับผูอื่น ในสังคมโลกไดอยางสันติ [5]
ความคิดสรางสรรคเปนความสามารถทางสมองที่จะ คิดไดกวางไกลหลายทิศทางหรือเรียกวาคิดแบบอเนกนัย เปนความสามารถในการคิดนอกกรอบ เพื่อสรางแนวคิดใหม
ที่จะนํามาใชแกปญหาไดหลาย ๆ แนวคิด ความคิดสรางสรรค
ประกอบดวยความคลองในการคิด ความคิดยืดหยุน ความคิดละเอียดลออ และความคิดแปลก คนที่มีลักษณะ ดังกลาวจะตอง กลาคิด ไมกลัวถูกวิพากษวิจารณและมีอิสระ ในการคิด [3] ความคิดสรางสรรคเปนหัวใจสําคัญที่จะทําให
คนเราหาหนทางในการดําเนินชีวิตและแกไขปญหาไดอยาง
เหมาะสมในโลกยุคโลกาภิวัตนดวยวิธีการใหม ทั้งยังชวยให
เด็กไดพัฒนาสติปญญา สงเสริมใหเด็กไดสํารวจ คนควา ทดลอง เพื่อสรางสรรคสิ่งแปลกใหม เพิ่มโอกาสความสําเร็จ ในการแกปญหาและการทําสิ่งตาง ๆ แทนการยึดติดรูปแบบ เดิม ๆ ความคิดสรางสรรคไมใชพรสวรรคแตอยูที่การเรียนรู
ทักษะและการฝกฝน หากเราพัฒนาศักยภาพของสมอง ในสวนของความคิดสรางสรรคที่มีประสิทธิภาพ เราจะพบวา ทุก ๆ ปญหามีคําตอบดี ๆ ที่สามารถปฏิบัติไดอยางเหมาะสม รอเราอยูเสมอ [9]
จากผลการศึกษาของสํานักงานเลขาธิการสภา การศึกษา พ.ศ. 2550 พบวา ความคิดสรางสรรคของเด็กจะ คอย ๆ เพิ่มขึ้นตามอายุจนกระทั่งเด็กเรียนอยูประมาณชั้น ประถมศึกษาปที่ 4 พัฒนาการดานความคิดสรางสรรคของ เด็กจะลดลงอยางเห็นไดชัด สาเหตุมาจากสภาพแวดลอม ในโรงเรียน กฎระเบียบที่เขมงวด การปรับตัวใหเขากับผูอื่น การปฏิบัติตามแบบของสังคม วัฒนธรรมที่มักชื่นชมความ สําเร็จ และประณามความลมเหลว ความเคยชินกับสิ่งเดิม ๆ บรรยากาศที่เครงครัดเอาจริงเอาจัง กฎเกณฑ วัฒนธรรม ประเพณีที่เด็กเรียนรูควบคูกันกับอายุที่เพิ่มขึ้น ฯลฯ สิ่งเหลานี้ทําใหเกิดความวิตกกังวล กลัวทําไมถูก ทําใหเด็ก ขาดความเปนอิสระทั้งดานความคิดและการกระทําขาดความ กระตือรือรน กังวลใจอันเปนผลทําใหความคิดสรางสรรค
ลดลง [7] ดังนั้นการพัฒนาความสามารถการคิดสรางสรรค
ของเด็กในระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 4-6 จึงมีความสําคัญ อยางยิ่ง
ในปจจุบันระบบการศึกษาของไทยภายหลังการ ปฏิรูปการศึกษาไดเริ่มใหความสําคัญในการสงเสริมความคิด สรางสรรคใหแกเด็กและเยาวชนโดยกําหนดไวในพระราช บัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
2545 กําหนดเปนมาตรฐานการประกันคุณภาพของสถาน ศึกษาโดยไดระบุมาตรฐานดานผูเรียน มาตรฐานที่ 4 ไววา ผูเรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห สังเคราะห
มีวิจารณญาณ มีความคิดสรางสรรค คิดไตรตรองและมี
วิสัยทัศน การพัฒนาความสามารถการคิดสรางสรรคของ นักเรียนจึงควรไดรับการสงเสริมและพัฒนาเพื่อใหผูเรียน สามารถแกปญหา และพัฒนาสิ่งตาง ๆ ไดอยางสรางสรรค
เปนพื้นฐานการดํารงชีวิตในสังคมยุคศตวรรษที่ 21 ไดอยาง มีความสุข [5]
Torrance [4] เชื่อวา การศึกษาที่มุงใหผูเรียนรูจัก การยอมรับฟงความคิดเห็นของผูอื่น กลาคิด กลาแสดงออก ชวยใหแตละคนไดพัฒนาความคิดสรางสรรคของตนเอง
อยางเต็มที่ ความคิดสรางสรรคมีความจําเปนตอการดํารง ชีวิต เด็กตองคิดคนวิธีนําความรูและแสวงหาความรูไปใช
ในการแกปญหาตาง ๆ Torrance ไดนิยามความคิดสรางสรรค
ที่เปนกระบวนการของความรูสึกไวตอปญหา สิ่งที่ขาดหายไป สิ่งที่ไมประสานกัน แลวเกิดความพยายามในการสราง แนวคิด ตั้งสมมุติฐาน ทดสอบสมมุติฐาน และเผยแพร
ผลที่ไดใหผูอื่นไดรับรูและเขาใจเพื่อเปนแนวทางคนพบ สิ่งใหมตอไป โดยใชแนวคิดแบบอเนกนัยมาเสนอเปนองค
ประกอบของความคิดสรางสรรค ในป ค.ศ. 1974 จึงไดสราง รูปแบบการคิดแกปญหาอนาคตขึ้น [4]
อยางไรก็ตาม การพัฒนาผูเรียนเพื่อใหเกิดประสิทธิภาพ นั้น ครูควรวางแผน กําหนดเปาหมายและแนวทางในการ จัดการเรียนรูอยางเปนระบบ ตลอดจนเลือกใชนวัตกรรม ที่สอดคลองเหมาะสมกับสภาพปญหา “หลักสูตร” นับเปน สวนสําคัญในการกําหนดมาตรฐานการเรียนรู เพื่อใหแนใจ วาผูเรียนไดรับการศึกษาที่มีคุณภาพ เกิดผลการเรียนรู
ตามจุดประสงคหรือจุดมุงหมาย โดยมีรายละเอียดที่บงชี้วา ผูเรียนควรเรียนรูอะไร มีเนื้อหาสาระมากนอยเพียงไร ควรได
รับการฝกฝนใหมีทักษะในดานใด หลักสูตรประกอบดวยหลัก การ จุดมุงหมาย โครงสราง แนวทาง วิธีการ เนื้อหา สื่อและ แหลงการเรียนรู การจัดการการเรียนรู และการวัดผลและ ประเมินผล [2]
จากรายงานผลการจัดการศึกษาของสถานศึกษา (SAR) ป 2555-2557 โรงเรียนดอนกลางนุกูลวิทย จังหวัด มหาสารคาม ผลการประเมินดานการคิดสรางสรรคของ นักเรียน พบวา นักเรียนมีความคิดสรางสรรคในระดับพอใช
ติดตอกัน 3 ป นอกจากนี้ผูวิจัยไดวิเคราะหผูเรียนจากผล การเรียน การสังเกตพฤติกรรม รวมทั้งสัมภาษณครูผูสอน เกี่ยวกับสภาพปญหาในการเรียนของนักเรียน พบวา นักเรียน สวนใหญมักติดอยูในความคิดตามรูปแบบเดิม การกระทํา และการแสดงออกตามแนวทางเดิม ๆ ที่เคยปฏิบัติมา อีกประการหนึ่งคือ นักเรียนสวนใหญไมสามารถถายทอดหรือ สื่อสารความคิดของตนใหผูอื่นเขาใจไดอยางชัดเจนทั้งการพูด และการเขียน นักเรียนมักพูดสื่อสารดวยภาษางาย ๆ ไม
สรางสรรคภาษาเพื่อการสื่อสารที่แปลกใหมและนาสนใจ จากการประเมินผลการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาป
ที่ 4-6 โดยสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา มหาสารคาม เขต 3 ปการศึกษา 2557 พบวา นักเรียนมีความ สามารถดานการเขียนในระดับพอใช ทางโรงเรียนจึงมีนโยบาย ที่จะยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และสงเสริมความ สามารถการคิดและการใชภาษาไทยของนักเรียนใหมีประสิทธิภาพ
วารสารศึกษาศาสตร ฉบัับวิจัยบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแกน
ปที่ 10 ฉบับพิเศษ ประจําเดือน กรกฎาคม - กันยายน 2559
90
จากสภาพปญหาและความจําเปนดังกลาว ผูวิจัยจึง มีแนวคิดที่จะพัฒนาหลักสูตรสําหรับการพัฒนาความคิด สรางสรรคทางภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4-6 ตามรูปแบบการคิดแกปญหาอนาคตของ Torrance ประกอบ ดวย 6 ขั้นตอน สําหรับการพัฒนาหลักสูตรนี้ผูวิจัยใชรูปแบบ การพัฒนาหลักสูตรของสิทธิพล อาจอินทร [1] เปนการสราง เปนเอกสารหลักสูตรที่เปนระบบ โดยนําไปใชเพื่อพัฒนา ความคิดสรางสรรคทางภาษาไทยของนักเรียนตอไป วัตถุประสงคของการวิจัย
1. เพื่อพัฒนาหลักสูตรสําหรับการพัฒนาความคิด สรางสรรคทางภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4-6 ตามรูปแบบการคิดแกปญหาอนาคตของ Torrance
2. เพื่อพัฒนาความคิดสรางสรรคทางภาษาไทยของ นักเรียน ตามรูปแบบการคิดแกปญหาอนาคตของ Torrance วิธีดําเนินการวิจัย
1. ประชากรและกลุมตัวอยาง
1.1 ประชากร ไดแก นักเรียนชั้นประถมศึกษา ปที่ 4-6 โรงเรียนดอนกลางนุกูลวิทย สํานักงานเขตพื้นที่การ ศึกษาประถมศึกษามหาสารคามเขต 3 ที่กําลังศึกษา ในภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2558 จํานวน 67 คน
1.2 กลุมตัวอยาง ไดแก นักเรียนชั้นประถม ศึกษาปที่ 4-6 ที่มีความคิดสรางสรรคในระดับพอใชและระดับ ควรปรับปรุง จํานวน 40 คน คัดเลือกโดยการประเมินผล คะแนนแบบทดสอบความสามารถการคิดเชิงสรางสรรค
กําหนดขนาดกลุมตัวอยางโดยใชสูตรการคํานวณของ Yamane ที่ระดับความคลาดเคลื่อน 10%
2. รูปแบบการวิจัย เปนวิจัยรูปแบบการวิจัยและ พัฒนา (Research and Development: R&D)
3. ตัวแปรที่ใชในการวิจัย 3.1 ตัวแปรตน คือ
1) หลักสูตรสําหรับพัฒนาความคิดสรางสรรค
ทางภาษาไทย
2) รูปแบบการคิดแกปญหาอนาคตของ Torrance
3.2 ตัวแปรตาม คือ ความคิดสรางสรรคทาง ภาษาไทยของนักเรียน
4. เครื่องมือที่ใชในการวิจัย ประกอบดวย 1) เอกสารหลักสูตรสําหรับการพัฒนาความคิดสรางสรรค
ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4-6 ตามรูปแบบการคิด แกปญหาอนาคตของ Torrance 2) แผนการจัดการเรียนรู 6 แผนแผนละ 3 ชั่วโมง รวมทั้งหมด 18 ชั่วโมง 3) แบบทดสอบ ความคิดสรางสรรคของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4-6 สําหรับทดสอบความคิดสรางสรรคของนักเรียนเพื่อคัดเลือก กลุมตัวอยางในการวิจัย ประกอบดวยขอสอบแบบอัตนัย จํานวน 4 ขอ โดยวัดความคิดสรางสรรคครอบคลุมทั้งดานการ คิดคลอง คิดยืดหยุน คิดละเอียดลออและการคิดริเริ่ม 4) แบบ ประเมินเอกสารหลักสูตร 5) แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู
6) แบบสังเกตการสอน เครื่องมือดังกลาวมีวิธีการตรวจสอบ คุณภาพดวยการตรวจหาคาความสอดคลอง (IOC) และ ประเมินความถูกตองเหมาะสมของเครื่องมือ โดยผูเชี่ยวชาญ จํานวน 5 ทาน
5. การเก็บรวบรวมขอมูล
5.1 ผูวิจัยชี้แจงและทําความเขาใจกับนักเรียน เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน และดําเนินการจัดกิจกรรม การเรียนรู
5.2 เก็บรวบรวมขอมูลจากการสอนตามแผนทุก แผน สอนนอกเวลาเรียนปกติ คือวันเสารที่ 6, 13 และ 20 เดือนมิถุนายน 2558 ประเมินโดยใชเครื่องมือที่จัดทําขึ้น ผูประเมินไดแกผูสังเกตการสอนจํานวน 2 ทาน จากนั้น รวบรวมขอมูลจากผูประเมินมาใชในการสะทอนผล เพื่อ ปรับปรุงและพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรูในครั้งตอ ๆ ไป
5.3 หลังจากจัดกิจกรรมการเรียนรูครบทั้ง 6 แผนฯ แลว ผูวิจัยนําคะแนนความคิดสรางสรรคทางภาษาไทย ของนักเรียนมาวิเคราะหและแปลผลขอมูลเพื่อสรุปและอภิปราย ผลตอไป
6. การวิเคราะหขอมูล
6.1 นําผลคะแนนการประเมินเอกสารหลักสูตรฯ การประเมินแผนการจัดการเรียนรู และแบบสังเกตการสอน ของครู มาหาคาเฉลี่ย (x)สวนเบี่ยงเบนมาตรฐานและ คารอยละ โดยใชโปรแกรมคอมพิวเตอร แลวนํามาแปลผล
6.2 นําคะแนนความคิดสรางสรรคของนักเรียนที่
มาหาคาเฉลี่ย (x)สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และคารอยละ โดยใชโปรแกรมคอมพิวเตอร แลวดูพัฒนาการความคิด สรางสรรคของนักเรียน
สรุปและอภิปรายผล
1. สรุปผลการวิจัย พบวา 1) การพัฒนาหลักสูตรฯ ตามแนวคิดสองสิทธิพล อาจอินทร [1] สงผลใหหลักสูตร มีความเหมาะสม สามารถนําไปใชในการจัดการเรียนรูเพื่อ พัฒนาความคิดสรางสรรคของนักเรียนได โดยดานเอกสาร หลักสูตรมีความเหมาะสมในระดับดีมาก ดานสื่อและแหลง เรียนรูของหลักสูตรฯ มีความเหมาะสมมากที่สุด มีคะแนน เฉลี่ยรอยละ 99.22 รองลงมาคือ ดานกิจกรรมการเรียนรู
นอยที่สุดคือหลักการและจุดมุงหมายของหลักสูตรและเนื้อหา ของหลักสูตร คะแนนเฉลี่ยรอยละ 97.60 2) การพัฒนาความ คิดสรางสรรคทางภาษาไทยของนักเรียน พบวา มีคะแนน เฉลี่ยคิดเปนรอยละ 74.26 SD. เทากับ 0.26 เมื่อพิจารณา
คะแนนในแตละแผนฯ พบวา นักเรียนมีพัฒนาการ ความคิดสรางสรรคเพิ่มขึ้นตามลําดับ โดยแผนฯ ที่ 4 มีคะแนนความคิดสรางสรรคมากที่สุด คิดเปนรอยละ 79.38 และ แผนการจัดการเรียนรูที่ 1 มีคะแนนความคิดสรางสรรค
นอยที่สุดคิดเปนรอยละ 65.18 แสดงเปนแผนภูมิรูปภาพ ไดดังนี้
2. อภิปรายผลการวิจัย
จากผลการจัดกิจกรรมการเรียนรูตามหลักสูตรฯ อภิปรายผลไดดังนี้
2.1 การพัฒนาหลักสูตรสําหรับพัฒนาความคิด สรางสรรคทางภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4-6 ตามรูปแบบการคิดแกปญหาอนาคตของ Torrance ดาน เอกสารหลักสูตรมีความเหมาะสมในระดับดีมาก และผลการ ประเมินแผนการจัดการเรียนรูซึ่งเปนสวนสําคัญหนึ่งใน เอกสารหลักสูตรฯ พบวา มีความเหมาะสมในระดับดีมาก
ทุกแผนฯ มีคะแนนเฉลี่ยรอยละ 97.87 เนื่องจากเอกสาร หลักสูตรไดผานกระบวนการสรางและพัฒนาอยางเปนระบบ ตามขั้นตอนการพัฒนานาหลักสูตรของ สิทธิพล อาจอินทร
[1] เริ่มตั้งแตการศึกษาวิเคราะหขอมูลพื้นฐานทั้งดาน หลักสูตร ธรรมชาติและความตองการผูเรียน สื่อและแหลง เรียนรู ตลอดจนบริบทของสถานศึกษา จากนั้นนําขอมูล มากําหนดหลักการจุดมุงหมาย โครงสราง เนื้อหา ฯลฯ ของ หลักสูตร เปนเอกสารฉบับราง นําเอกสารหลักสูตรฉบับราง ใหผูเชี่ยวชาญตรวจสอบความถูกตองเหมาะสม แลวนํามา ปรับปรุงแกไขตามคําแนะนํา ทั้งยังไดทดลองใชหลักสูตรฯ กับกลุมทดลองกอนนําหลักสูตรไปใชจริง ทําใหผูวิจัยทราบถึง สภาพปญหา จุดเดน และจุดดอยของหลักสูตรฯ แลวนํามา เปนแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรฯ ใหมีความสมบูรณ
มากยิ่งขึ้น สอดคลองกับ อรอนงค นิยมธรรม ที่ไดศึกษาการ พัฒนาหลักสูตรเพื่อเสริมสรางคุณลักษณะดานความเมตตา กรุณาตามแนวคิดทฤษฎีการเรียนรูการเปลี่ยนแปลง สําหรับ นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลานนา ตาก มีขั้นตอนการดําเนินการ 4 ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 : การศึกษาขอมูลพื้นฐาน ขั้นตอนที่ 2 : การสรางหลักสูตร ขั้นตอนที่ 3 : การทดลองใชหลักสูตรแบง ขั้นตอนที่ 4 : การทดสอบประสิทธิผลและปรับปรุงแกไข หลักสูตรฯ จากกระบวนการพัฒนาหลักสูตรนี้ สงผลให
หลักสูตรมีประสิทธิผลเปนไปตามเกณฑที่กําหนด [6]
ดังนั้นกระบวนการพัฒนาหลักสูตรอยางเปนระบบ จึงนับเปนหัวใจสําคัญของการพัฒนาหลักสูตรสําหรับพัฒนา ความคิดสรางสรรคทางภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถม ศึกษาปที่ 4-6 ตามรูปแบบการคิดแกปญหาอนาคตของ Torrance ในครั้งนี้
2.2 การพัฒนาความคิดสรางสรรคทางภาษา ไทยของนักเรียนตามรูปแบบการคิดแกปญหาอนาคตของ Torrance พบวา นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยความคิดสรางสรรค
คิดเปนรอยละ 74.26 มีคา SD. เทากับ 0.26 โดยมีคะแนน ความคิดสรางสรรคจากการเรียนแผนฯ ที่ 1 ถึงแผนฯ ที่ 6 เพิ่มขึ้นตามลําดับ ทําใหเห็นพัฒนาการความคิดสรางสรรค
ของนักเรียนอยางชัดเจน สะทอนใหเห็นวารูปแบบการ แกปญหาอนาคตของ Torrance ซึ่งไดรับการยอมรับในวง วิชาการอยางกวางขวางนั้น มีขั้นการเรียนรูอยางเปนระบบ เนนใหผูเรียนฝกคิดแกปญหารวมกันอยางสรางสรรคโดย มุงเนนกระบวนการกลุม เปนการเปดโอกาสใหนักเรียนได
แสดงออกทางความคิดมากขึ้น มีประสบการณในการเผชิญ ปญหา ฝกแกปญหาทั้งในปจจุบันและอนาคต นอกจากนี้
นักเรียนเกียวกับการจัดการเรียนการสอน และ ดําเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
2. เก็บรวบรวมข้อมูลจากการสอนตาม แผนทุกแผน สอนนอกเวลาเรียนปกติ คือวันเสาร์
ที 6, 13 และ 20 เดือนมิถุนายน 2558 ประเมินโดย ใช้เครืองมือทีจัดทําขึน ผู้ประเมินได้แก่ผู้สังเกต การสอนจํานวน 2 ท่าน จากนันรวบรวมข้อมูลจาก ผู้ประเมินมาใช้ในการสะท้อนผล เพือปรับปรุง และพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในครัง ต่อๆไป
3. หลังจากจัดกิจกรรมการเรียนรู้ครบทัง 6 แผนฯ แล้ว ผู้วิจัยนําคะแนนความคิดสร้างสรรค์
ทางภาษาไทยของนักเรียนมาวิเคราะห์และแปลผล ข้อมูลเพือสรุปและอภิปรายผลต่อไป
6. การวิเคราะห์ข้อมูล
1. นําผลคะแนนการประเมินเอกสาร หลักสูตรฯ การประเมินแผนการจัดการเรียนรู้
และแบบสังเกตการสอนของครู มาหาค่าเฉลีย (
x) ส่วนเบียงเบนมาตรฐานและค่าร้อยละ โดยใช้
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ แล้วนํามาแปลผล
2. นําคะแนนความคิดสร้างสรรค์ของ นักเรียนที มาหาค่าเฉลีย (
x)ส่วนเบียงเบน มาตรฐาน และค่าร้อยละ โดยใช้โปรแกรม คอมพิวเตอร์ แล้วดูพัฒนาการความคิดสร้างสรรค์
ของนักเรียน
สรุปผลการวิจัยและอภิปรายผล
1. สรุปผลการวิจัย พบว่า 1) การพัฒนาหลักสูตรฯ ตามแนวคิดสองสิทธิพล อาจอินทร์ [1] ส่งผลให้
หลักสูตรมีความเหมาะสม สามารถนําไปใช้ใน
เหมาะสมในระดับดีมาก ด้านสือและแหล่งเรียนรู้
ของหลักสูตรฯ มีความเหมาะสมมากทีสุด มี
คะแนนเฉลียร้อยละ 99.22 รองลงมาคือ ด้าน กิจกรรมการเรียนรู้ น้อยทีสุดคือหลักการและ จุดมุ่งหมายของหลักสูตรและเนือหาของหลักสูตร คะแนนเฉลียร้อยละ 97.60 2) การพัฒนาความคิด สร้างสรรค์ทางภาษาไทยของนักเรียน พบว่า มี
คะแนนเฉลียคิดเป็นร้อยละ 74.26 SD. เท่ากับ 0.26 เมือพิจารณาคะแนนในแต่ละแผนฯ พบว่า นักเรียนมีพัฒนาการความคิดสร้างสรรค์เพิมขึน ตามลําดับ โดยแผนฯ ที 4 มีคะแนนความคิด สร้างสรรค์มากทีสุด คิดเป็นร้อยละ 79.38 และ แผนการจัดการเรียนรู้ที 1 มีคะแนนความคิด สร้างสรรค์น้อยทีสุดคิดเป็นร้อยละ 65.18 แสดง เป็นแผนภูมิรูปภาพได้ดังนี
เมือวิเคราะห์แยกเป็นระดับชัน พบว่า นักเรียนชัน ป. 5 มีคะแนนความคิดสร้างสรรค์มาก ทีสุด คิดเป็นร้อยละ 74.71 รองลงมาคือนักเรียน ชัน ป. 6 คิดเป็นร้อยละ 74.37 และมีคะแนนเฉลีย น้อยทีสุดคือนักเรียนชัน ป.4 คิดเป็นร้อยละ 73.52
ภาพที 1 แผนภูมิแสดงค่าเฉลียร้อยละของคะแนน ความคิดสร้างสรรค์ทางภาษาไทยของนักเรียนในแต่ละแผนฯ
ภาพที่ 1 แผนภูมิแสดงคาเฉลี่ยรอยละของคะแนนความคิด สรางสรรคทางภาษาไทยของนักเรียนในแตละแผนฯ
วารสารศึกษาศาสตร ฉบัับวิจัยบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแกน
ปที่ 10 ฉบับพิเศษ ประจําเดือน กรกฎาคม - กันยายน 2559
92
ยังมีปจจัยอื่น ๆ อาทิ 1) แผนการจัดการเรียนรูมีความเหมาะสม 2) นักเรียนไดเรียนรูรวมกันดวยกระบวนการกลุม มีเพื่อน ที่ตนเองคุนเคยและรูจักรวมคิดรวมแกปญหา ทําใหนักเรียน มีความกระตือรือรนในการเรียนมากยิ่งขึ้น
เมื่อวิเคราะหแยกเปนระดับชั้น พบวา นักเรียนชั้น ป. 5 มีคะแนนความคิดสรางสรรคมากที่สุด คิดเปนรอยละ 74.71 รองลงมาคือ นักเรียนชั้น ป. 6 คิดเปนรอยละ 74.37 ทั้งนี้จากการสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนพบวา นักเรียน ชั้น ป. 5 กลาแสดงความคิดเห็นมากกวาระดับอื่น อาจเนื่อง นักเรียน ป. 5 มีจํานวนมากที่สุดสงผลใหเกิดความมั่นใจและ กลาแสดงออกมากขึ้น ซึ่งสอดคลองกับกระบวนการจัดการ เรียนรูที่เนนกระบวนการกลุม อยางไรก็ตามระดับอายุหรือ ชวงวัยอาจสงผลในการพัฒนาความคิดสรางสรรคของ นักเรียนดวย ดังจะเห็นจากผลการศึกษาของสํานักงาน เลขาธิการสภาการศึกษา [5] ที่พบวา ความคิดสรางสรรค
ของเด็กจะคอย ๆ สูงขึ้นตามอายุจนกระทั่งเด็กเรียนอยู
ประมาณชั้น ป.4 ความคิดสรางสรรคของเด็กจะลดลงอยาง เห็นไดชัด ซึ่งมีสาเหตุมาจากสภาพแวดลอมในโรงเรียน กฎระเบียบที่เขมงวด การปรับตัวใหเขากับผูอื่น การปฏิบัติ
ตามแบบของสังคม จากผลการศึกษาอนุมานไดวานักเรียน ชั้น ป.6 มีประสบการณและความรูมากกวาระดับชั้นอื่น ๆ แตอาจถูกตีกรอบความคิดจากประสบการณหรือสภาพ แวดลอมตาง ๆ มากกวาเชนเดียวกัน แตผลคะแนนความคิด สรางสรรคเฉลี่ยนอยที่สุดคือนักเรียนชั้น ป.4 คิดเปนรอยละ 73.52 นี้อาจขัดแยงกับผลการศึกษาขางตน อยางไรก็ตาม ผูวิจัยไดสังเกตพฤติกรรมการเรียนรูของนักเรียนชั้น ป.4 พบวา มีความกระตือรือรนดีมาก และแสดงความคิดเห็น ที่สรางสรรคอยางหลากหลาย แตผลคะแนนนอยกวาระดับ ชั้นอื่นอาจเนื่องจากนักเรียนมีพื้นฐานความรู และมีความ สามารถในการสื่อสารความคิดนอยกวาระดับชั้นอื่น โดยเฉพาะ ดานการพูดและการเขียน ทําใหมีคะแนนในแผนฯ ที่ตอง เขียนนอย แตกลับมีคะแนนในแผนฯ ที่ 6 มากที่สุด คือ เรื่อง นิทานพาเพลิน ซึ่งเก็บคะแนนจากการแตงนิทานและเลา นิทานประกอบการแสดงบทบาทสมมติ แสดงใหเห็นวา นักเรียนชั้น ป. 4 มีความคิดสรางสรรคและสามารถพัฒนา ไดจากการเรียนรูและฝกฝนตอไป
นอกจากนี้ครูนับเปนบุคคลหนึ่งที่มีบทบาทสําคัญ ในการพัฒนาความคิดใหเกิดความคิดสรางสรรคได ดวยการ เปดโอกาสใหนักเรียนเผชิญปญหาและหาวิธีการแกไข ดวยตนเองมีกิจกรรมการเรียนรูที่หลากหลาย สรางบรรยากาศ ในหองเรียน ใหนักเรียนรูสึกเปนอิสระไมถูกควบคุมจาก
ระเบียบวินัยที่เครงครัด หรือถูกตีกรอบความคิดเกินไป และ ควรสงเสริมใหนักเรียนแตละคนรูจักแกปญหาดวยตนเอง [8]
ขอเสนอแนะ
1. ขอเสนอแนะในการนําผลการวิจัยไปใช
1.1 ควรนําหลักสูตรไปปรับปรุงและพัฒนาใหดี
ยิ่งขึ้นตอไป
1.2 นักเรียนมีความคิดสรางสรรคมากยิ่งขึ้น ตอบสนองตอเหตุการณหรือปญหาไดมาก กวางไกลหลาย ทิศทาง แปลกใหมและมีคุณคา สามารถสรางผลงานทาง ภาษาไทยได แตการแสดงความคิดสรางสรรคดวยการ แตงคําประพันธ และแตงประโยคมีคะแนนคอนขางนอย จึงควรปรับเปลี่ยนเนื้อหาหรือสื่อใหเหมาะสมยิ่งขึ้น
1.3 ผูบริหารควรใหความสําคัญในการพัฒนา ความคิดสรางสรรคของนักเรียน โดยสงเสริมและสนับสนุน นวัตกรรมใหม ๆ นํามาใชพัฒนานักเรียนอยากหลากหลาย อยางตอเนื่อง
2. ขอเสนอแนะในการทําวิจัยครั้งตอไป 2.1 สามารถนําหลักสูตรฯ ไปเปนแนวทางในการ พัฒนาหลักสูตรสําหรับพัฒนาความคิดสรางสรรคดานอื่นๆ เชน ดานศิลปะ ดนตรีนาฏศิลป คณิตศาสตรและวิทยาศาสตร
ฯลฯ
เอกสารอางอิง
[1] Artin Sittipon. Handouts for The Curriculum development. Faculty of Education Khon Kaen University; 2013. (In thai).
[2] Buasri Thamrong. The theory courses Design and Development. Bangkok: Kurusapa Ladprao Printing Press; 1989. (In thai).
[3] Guilford, J. P. Traits of creativity. In H. H. Ander- son & M. S. Anderson (Eds.), Creativity and its cultivation, addresses presented at the interdisciplinary symposia on creativity
(pp. 142–161). Harper, New York: Michigan State University, EastLansing, Michigan. 1959.
[4] Thitsana Khammanee And Group.(2544).
Science of thinking. Bangkok: The Master Group management Ltd; 2002. (In thai).
[5] Ministry of Education. Development, Ministry of Education. B.E. (2002). Edition of National Education Act of B.E. (1999). Bangkok : Kurusapa Ladprao Printing Press. 2002. (In thai).
[6] Niyomtham Onanong. The Development Curriculum to enhance loving-kindness and Compassion Through Transformative Learning
Theory for Students in Rajamangala University of Technology Lanna Tak. Dissertation, Ed.D.
(Curriculum Research and Development).
Bangkok: Graduate School, Srinakarinwirot University. 2012. (In thai).
[7] Office of the Secretary-General of the Council of education. Quality Education Development Strategy of Ministry of Education. Bangkok.
2007. (In thai).
[8] Phanmanee Arie. A train Creative thinking.
Bangkok: YaiMai Creative Group Ltd. 2002.
(In thai).
[9] Pornrungrote Channarong. Creative Thinking. Bangkok: Publishing of
Chulalongkorn University. 2003. (In thai).