บทที่ 3 วิธีดําเนินการวิจัย
การวิจัยครั้งนี้เปนการศึกษาบทบาทของผูบริหารสถานศึกษาในการสงเสริมการใชเทคโนโลยี
ทางการศึกษาของครูในสถานศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ เปนการ วิจัยเชิงสํารวจ (Survey Research) ซึ่งผูวิจัยนําเสนอวิธีการดําเนินการวิจัย ดังนี้
1. ประชากรและกลุมตัวอยาง
2. เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูล 3. การเก็บรวบรวมขอมูล
4. การวิเคราะหขอมูลและสถิติที่ใช
ประชากรและกลุมตัวอยาง
ประชากร
ประชากรที่ใชในการวิจัยครั้งนี้ คือ ครูผูสอนในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสํานักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ ปการศึกษา 2560 จํานวน 219 โรงเรียน รวมเปนประชากรทั้งสิ้น 2,437 คน (ขอมูลรายชื่อโรงเรียนสังกัด สพฐ. ป 2560 ณ วันที่ 30 มกราคม 2561)
กลุมตัวอยาง
กลุมตัวอยางที่ใชในการศึกษาครั้งนี้ คือ ครูผูสอนในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ ปการศึกษา 2560 จํานวน219 โรงเรียน ผูวิจัยกําหนดขนาด กลุมตัวอยางโดยใชตารางสําเร็จรูปของ Krejcie & Morgan (1970 : 608 อางถึงใน คณาจารยภาควิชา การประเมินและการวิจัย, 2555 : 100) ไดกลุมตัวอยาง จํานวน 335 คน และใชวิธีการสุมแบบแบงชั้น (Stratified Random Sampling) และทําการสุมกลุมตัวโดยการสุมอยางงาย (Simple Random Sampling) ดวยวิธีการจับฉลาก มีรายละเอียด ดังตารางที่ 3.1
ตารางที่ 3.1 ประชากรและกลุมตัวอยางที่เปนครูผูสอนในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ จําแนกตามขนาดของสถานศึกษา
ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ รวม
ประชากร กลุมตัวอยาง ประชากร กลุมตัวอยาง ประชากร กลุมตัวอยาง ประชากร กลุมตัวอยาง
567 78 1,013 139 857 118 2,437 335
98 เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูล
เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูลเปนแบบสอบถาม (Questionnaire) เกี่ยวกับบทบาท ของผูบริหารสถานศึกษาในการสงเสริมการใชเทคโนโลยีทางการศึกษาของครูในสถานศึกษา สังกัด สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ ลักษณะแบบสอบถามแบงเปน 2 ตอน ดังนี้
ตอนที่ 1 สอบถามเกี่ยวกับสถานภาพสวนบุคคลของครูผูสอนในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ มีลักษณะเปนแบบสํารวจรายการ (Check list)
ตอนที่ 2 สอบถามเกี่ยวกับบทบาทของผูบริหารสถานศึกษาในการสงเสริมการใชเทคโนโลยี
ทางการศึกษาของครูในสถานศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ แบงออกเปน 4 ดาน คือ คือ ดานการเรียนการสอนของครู ดานการวัดและประเมินผลการเรียนรู ดานการจัดสภาพ แวดลอมที่เอื้อตอการเรียนการสอน และดานการบริหารจัดการ มีลักษณะเปนแบบมาตราสวนประมาณคา (Rating Scale) 5 ระดับ ตามแนวคิดของลิเคอรท (Likert’s Five Rating Scale) โดยผูวิจัยใชเกณฑ
ในการกําหนด (บุญชม ศรีสะอาด, 2554 : 102) ดังนี้
5 หมายถึง มีระดับการปฏิบัติมากที่สุด 4 หมายถึง มีระดับการปฏิบัติมาก 3 หมายถึง มีระดับการปฏิบัติปานกลาง 2 หมายถึง มีระดับการปฏิบัตินอย 1 หมายถึง มีระดับการปฏิบัตินอยที่สุด การสรางเครื่องมือในการเก็บรวบรวมขอมูล
ในการวิจัยครั้งนี้ผูวิจัยไดกําหนดวิธีในการสรางเครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูล ดังนี้
1. ศึกษาหลักการเอกสาร หลักการแนวคิด ทฤษฎี ตํารา และงานวิจัยที่เกี่ยวของกับ บทบาทของผูบริหารสถานศึกษาในการสงเสริมการใชเทคโนโลยีทางการศึกษาของครูในสถานศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ แบงออกเปน 4 ดาน คือ ดานการเรียนการสอน ของครู ดานการวัดและประเมินผลการเรียนรู ดานการจัดสภาพแวดลอมที่เอื้อตอการเรียนการสอน และดานการบริหรจัดการ
2. นําขอมูลและแนวคิดตาง ๆ มากําหนดเปนนิยามศัพทและสรางแบบสอบถามให
ครอบคลุมนิยามศัพทและตัวแปรที่กําหนด
3. นําขอมูลที่ไดมาสรางแบบสอบถาม และนําแบบสอบถามไปเสนอที่ปรึกษาการ
คนควาอิสระ เพื่อพิจารณาแกไขขอบกพรองใหมีความถูกตอง สมบูรณ พรอมทั้งตรวจสํานวนภาษา ที่ใชในแบบสอบถามและนํามาพิจารณาปรับปรุงตามคําแนะนําใหเหมาะสม
4. นําแบบสอบถามที่ไดรับการตรวจแกไขจากกรรมการที่ปรึกษาคนควาอิสระแลวไป ใหผูเชี่ยวชาญ จํานวน 5 คน ที่มีความชํานาญดานสถิติและการวิจัย 1 คน ดานภาษาไทย 1 คน และ
99 ดานการบริหารการศึกษา 3 คน เพื่อตรวจสอบความเที่ยงตรงของคุณภาพเครื่องมือในดานเนื้อหา (Content Validity) แลวนําผลการพิจารณาของผูเชี่ยวชาญไปคํานวณหาคาดัชนีความสอดคลอง (Item Objective Congruence: IOC) ของขอคําถามที่มีคา IOC ตั้งแต 0.50 ขึ้นไป พรอมกับปรับปรุงแกไข ขอความตามขอเสนอแนะของผูเชี่ยวชาญแลวเสนอใหกรรมการที่ปรึกษาพิจารณาอีกครั้ง
5. นําเครื่องมือไปทดลองใช (Try-Out) เพื่อหาคาความเชื่อมั่น (Reliability) ของ แบบสอบถามกับกลุมที่ไมใชกลุมตัวอยาง จํานวน 30 คน แลวนําแบบสอบถามมาวิเคราะหหาคาความ เชื่อมั่นโดยการหาคาสัมประสิทธิ์อัลฟา (Alpha Coefficient) ของครอนบาค (Cronbach)
6. สรางเครื่องมือฉบับสมบูรณเพื่อนําไปใชในการเก็บรวบรวมขอมูลในการวิจัย การเก็บรวบรวมขอมูล
ผูวิจัยไดดําเนินการเก็บรวบรวมขอมูลตามขั้นตอนดังตอไปนี้
1. ประสานงานกับหนวยงานบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎรธานีออก หนังสือขอความรวมมือในการตอบแบบสอบถามถึงผูบริหารสถานศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่
การศึกษาประถมศึกษากระบี่ เพื่อขออนุญาตเก็บขอมูลจากกลุมตัวอยางที่กําหนดไว
2. นําหนังสือขอความรวมมือในการตอบแบบสอบถามถึงผูบริหารสถานศึกษา สังกัด สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ เพื่อขอความรวมมือในการเก็บรวบรวมขอมูล พรอม กับนัดหมายวันเวลากับครูผูสอนที่เปนกลุมตัวอยาง
3. ดําเนินการเก็บรวบรวมขอมูลจากกลุมตัวอยาง และขอความรวมมือใหผูตอบและ กรอกแบบสอบถามใหเรียบรอย
4. การเก็บรวบรวมแบบสอบถาม ผูวิจัยเก็บคืนดวยตนเองจากนั้นนํามาจัดกระทํา ขอมูลและการวิเคราะห ประมวลผลโดยใชโปรแกรมคอมพิวเตอรสําเร็จรูป
การวิเคราะหขอมูลและสถิติที่ใช
ผูวิจัยไดนําขอมูลที่เก็บรวบรวมได มาวิเคราะหดวยคอมพิวเตอรโดยใชโปรแกรมสําเร็จรูป SPSS ดําเนินตามขั้นตอน ดังนี้
ตอนที่ 1 แบบสอบถามเกี่ยวกับสถานภาพของครูผูสอนในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัด สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ เปนแบบสอบถามแบบตรวจสอบรายการ (Check List) โดยถามเกี่ยวกับระดับการศึกษา ประสบการณทํางาน และขนาดสถานศึกษาที่สังกัด โดยการหา คารอยละ (Percentage)
100 ตอนที่ 2 แบบสอบถามเกี่ยวกับบทบาทของผูบริหารสถานศึกษาในการสงเสริมการใช
เทคโนโลยีทางการศึกษาของครูในสถานศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่
แบงออกเปน 4 ดาน คือ ดานการเรียนการสอน ดานการวัดและประเมินผลการเรียนรู ดานการจัด สภาพแวดลอมที่เอื้อตอการเรียนการสอน และดานการบริหารจัดการ โดยคํานวณหาคาเฉลี่ย (Mean) คาสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) เปนรายขอ รายดาน และโดยรวม โดยใชเกณฑ
การแปลความหมาย (บุญชม ศรีสะอาด, 2554 : 106) ดังนี้
คะแนนเฉลี่ย 4.50 - 5.00 หมายถึง ผูบริหารสถานศึกษามีบทบาทในการสงเสริมการใช
เทคโนโลยีทางการศึกษาของครูอยูในระดับมากที่สุด
คะแนนเฉลี่ย 3.50 - 4.49 หมายถึง ผูบริหารสถานศึกษามีบทบาทในการสงเสริมการใช
เทคโนโลยีทางการศึกษาของครูอยูในระดับมาก คะแนนเฉลี่ย 2.50 - 3.49 หมายถึง ผูบริหารสถานศึกษามีบทบาทในการสงเสริมการใช
เทคโนโลยีทางการศึกษาของครูอยูในระดับปานกลาง คะแนนเฉลี่ย 1.50 - 2.49 หมายถึง ผูบริหารสถานศึกษามีบทบาทในการสงเสริมการใช
เทคโนโลยีทางการศึกษาของครูอยูในระดับนอย คะแนนเฉลี่ย 1.00 - 1.49 หมายถึง ผูบริหารสถานศึกษามีบทบาทในการสงเสริมการใช
เทคโนโลยีทางการศึกษาของครูอยูในระดับนอยที่สุด การเปรียบเทียบบทบาทของผูบริหารสถานศึกษาในการสงเสริมการใชเทคโนโลยีทาง การศึกษาของครูในสถานศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ จําแนกตาม ระดับการศึกษา ประสบการณทํางาน และขนาดสถานศึกษาที่สังกัด แบงออกเปน 4 ดาน คือ ดาน การเรียนการสอน ดานการวัดและประเมินผลการเรียนรู ดานการจัดสภาพแวดลอมที่เอื้อตอการเรียน การสอน และดานการบริหารจัดการ โดยใชการทดสอบคาที (t-test) และการวิเคราะหความแปรปรวน แบบทิศทางเดียว (One-Way Analysis of Variance : ANOVA) เมื่อพบความแตกตางจึงเปรียบเทียบ เปนรายคูโดยใชสูตรของเชฟเฟ (Scheffe’s Method)