เอกสารประกอบการบรรยาย: วิชา 2304101 ฟิสิกส์ทั่วไป 1 (ชีวภาพ) ครั้งที่ 7/ปลายภาค ภาคการศึกษาต้น พ.ศ. 2552
ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2552
สารบัญ
1 ความร้อน 1
1.1 ความร้อนกับอุณหภูมิ . . . 1
2 การขยายตัวตามอุณหภูมิของของแข็ง 2
3 อุณหภูมิกับสมบัติของแก๊สเชิงมหภาค 4
1 ความร้อน
1.1 ความร้อนกับอุณหภูมิ
ความร้อนกับอุณหภูมิ
ความร้อน (Heat) คือ การถ่ายเทพลังงาน ณ ที่ที่มีอุณหภูมิต่างกัน มีหน่วยเป็น จูล (Joule, J)
• 1 แคลอรี่ ความร้อนที่ทำให้น้ำ 1 กรัม อุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1 องศาเซลเซียส = 4.186 J
• 1 BTU ความร้อนที่ทำให้น้ำ 1 ปอนด์ อุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1 องศาฟาเรนไฮด์ = 0.252 kcal = 1055 J
อุณหภูมิ (Temperature) คือ สิ่งที่บอกปริมาณความร้อนของสสาร
F = 9
5C+ 32o C =K−273.15
สมดุลความร้อน
อุณหพลศาสตร์ (Thermodynamic) คือ การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานความร้อนกับ พลังงานจลน์
กฎข้อที่ศูนย์ : ถ้ามีระบบสองระบบที่ต่างก็อยู่ในสภาวะสมดุลความร้อนกับระบบที่สามแล้ว ระบบทั้งสองก็จะอยู่ในสภาวะสมดุลความร้อนซึ่งกันและกันด้วย
ตัวอย่าง เช่น การวัดอุณหภูมิของของเหลวสองชนิดแล้วมีค่าเท่ากัน แสดงว่าของเหลวทั้งสอง อยู่ในสภาวะสมดุลความร้อน
2 การขยายตัวตามอุณหภูมิของของแข็ง
การขยายตัวเชิงเส้น
atT
L
ΔL atT0
L0
ค่าสัมประสิทธิ์การขยายตัวเชิงเส้น (α) นิยามจาก α≡ ∆L/L0
∆T
∆L=αL0∆T L=L0(1 +α∆T)
ตัวอย่าง
เหล็กรองสะพานหนึ่งยาว 200 ม. ที่อุณหภูมิ 20o C ถ้าอุณหภูมิของอากาศอยู่ระหว่าง -30o C ถึง 40o C จะต้องเผื่อช่องสำหรับยืดหดตัวของเหล็กนี้เท่าใด ให้ α= 12×10−6(oC)−1
สะพานยืดตัวสูงสุดที่อุณหภูมิ 40o C จะได้
การขยายตัวเชิงพื้นที่
a b
Δa Δb
A=ab
A+ ∆A= [a(1 +α∆T)]
×[b(1 +α∆T)]
A A +∆A
A = ab(1 + ∆T)2 A
∆A
A = 2α∆T+ (α∆T)2
≈2α∆T
เมื่อ ∆T ประมาณ -100oC การขยายตัวเชิงปริมาตร
ค่าสัมประสิทธิ์การขยายตัวเชิงพื้นที่(β) นิยามจาก β ≡ ∆V /V0
∆T
= 3α
เมื่อ ∆T ประมาณ -100oC
ทำไมน้ำที่ใต้ผิวน้ำจึงไม่แข็งในเขตหนาว
จากกราฟ พบว่าน้ำที่อุณหภูมิ 4oC มีความหนาแน่นมากที่สุด (ไม่เป็นไปตามกฎการขยายตัวตาม อุณหภูมิ) ทำให้น้ำที่อุณหภูมิดังกล่าวจมลงที่ด้านล่าง
3 อุณหภูมิกับสมบัติของแก๊สเชิงมหภาค
กฎของชาร์ลส์และเกย์ลุสแสค
ปริมาตรของแก๊สแปรผันกับอุณหภูมิ เมื่อความดันคงที่
V
T = คงที่
กฎของบอยล์
ความดันของแก๊สแปรผกผันกับปริมาตร เมื่ออุณหภูมิคงที่
O V
P
P V = คงที่
การขยายตัวของปอด
0 mmHg
-10 mm Hg
0 mmHg
pneumothorax
กรณีที่อากาศภายในปอดออกไม่ได้เมื่อกระบังลมเคลื่อนที่ขึ้นเรียกว่า Valsalva maneuver กฎรวมของแก๊ส
P V
T = คงที่
V
n = คงที่ ; n= กิโลกรัมโมลของแก๊ส P V =nRT;R= 8.314×103 Nm/mol · K กฎความดันย่อยของดาล์ตัน
พิจารณาแก๊สผสมที่มีจำนวนแก๊สชนิดต่างๆ เป็น n1, n2, n3, . . . P = nRTV = n1VRTn2VRT +. . .
P =P1+P2+P3+· · ·+Pk
P1 = nn1P;P2 = nn2P, . . .;nnk = mole fraction
กฎความดันย่อยของดาล์ตัน (Dalton’s law of partial pressure) ความดันไอน้ำอิ่มตัว
การทำให้อากาศแห้งทำให้ลดความดันไอน้ำอิ่มตัวดังกล่าว ดังนั้นที่ความดัน 1 บรรยากาศ Ptotal=Patm−Pw
PO2 = 0.16(760−47) = 114 mm Hg ความดันย่อยกับการหายใจ
จากกฎความดันย่อยของดาล์ตัน
ความดันอากาศเปลี่ยน ความดันของออกซิเจนเปลี่ยน ระบบหายใจของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจะเกิดผลกระทบเมื่อ
40 mm Hg < PO2 < 2 atm
ความดันของแก๊สเมื่อดำน้ำ = ความดันน้ำ + 1 atm อากาศประกอบด้วยออกซิเจน 21 % ไนโตรเจน 78 % แก๊สอื่นๆ อีก 1 %
ที่ความดันสูงๆ แก๊สไนโตรเจนจะละลายเข้าสู่เลือดและกล้ามเนื้อได้ดี เกิดอาการ Nitrogen Narcosis
การขึ้นจากน้ำอย่างเร็วทำให้ไนโตรเจนในเลือดและกล้ามเนื้อกลายเป็นไอ เกิดอาการ Decom- pression sickness
ตัวอย่าง
จากการสังเกตพบว่าแก๊สไนโตรเจนจะมีผลต่อร่างกายขณะดำน้ำเมื่อไนโตรเจนมีความดันย่อยเป็น 3.9 atm จงหาว่านักดำน้ำจะดำน้ำได้ลึกเท่าใดจึงจะไม่อันตราย
จากกฎความดันย่อยของดาล์ตัน
PN2 = 0.78Ptotal
Ptotal = 0.783.9 = 5 atm
ที่ตำแหน่งดังกล่าว น้ำมีความดันเท่ากับ 5-1 = 4 atm
ความดันของน้ำจะเปลี่ยนไป 1 atm เมื่อน้ำลึก 10 เมตร ดังนั้น นักดำน้ำจะดำไปลึกได้เพียง 4 × 10
= 40 เมตร