เรื่อง
ความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร
Opinion of People in Amphoe Mueang Nonthaburi, Changwat Nonthaburi, regarding the Use of Krathom as Herb
โดย
นางสาวถาวร จันทรกรณ
เสนอ
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร
เพื่อความสมบูรณแหงปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (พัฒนาสังคม) พ.ศ. 2549
ISBN 974-16-2676-2
ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE
เมื่อ 19/02/2564 09:48:03
สาขาพัฒนาสังคม โครงการสหวิทยาการระดับบัณฑิตศึกษา ประธานกรรมการที่ปรึกษา:
รองศาสตราจารยจตุพร บานชื่น, M.S.S. 82 หนา ISBN 974-16-2676-2
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาความรูเกี่ยวกับพืชสมุนไพร พืชเสพติด พืชกระทอม และศึกษา ความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร ตลอดจนศึกษาเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนเหลานั้น ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร ตาม ลักษณะปจจัยดานบุคคล และเพื่อศึกษาความสัมพันธของความรูเกี่ยวกับพืชสมุนไพรพืชเสพติด และพืช กระทอมกับความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ศึกษาตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร กลุมตัวอยางใน การวิจัยคือประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี จํานวน 400 คน ซึ่งไดจากการชักตัวอยาง แบบแบงชั้นตามสัดสวน โดยใชแบบสอบถามเปนเครื่องมือในการเก็บขอมูล การวิเคราะหขอมูลใชโปรแกรม สําเร็จรูปทางสถิติ นําเสนอขอมูลดวยคารอยละ คาเฉลี่ย คาต่ําสุด คาสูงสุด สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบ สมมุติฐานดวยการทดสอบแบบที การวิเคราะหความแปรปรวน และสัมประสิทธสหสัมพันธแบบเพียรสัน โดยกําหนดคานัยสําคัญทางสถิติไวที่ระดับ .05
ผลการวิจัยพบวา ประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี มีความคิดเห็นตอการใช
พืชกระทอมในเชิงสมุนไพรระดับปานกลาง มีความรูเกี่ยวกับพืชสมุนไพรมาก มีความรูเกี่ยวกับพืชเสพติดมาก แตมีความรูเกี่ยวกับพืชกระทอมปานกลาง ผลทดสอบสมมติฐานพบวา ประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี
จังหวัดนนทบุรี ที่มีเพศ อายุ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา อาชีพปจจุบัน ยานที่อยูอาศัย ประสบการณ
การใชพืชกระทอมตางกัน มีความคิดเห็นตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพรแตกตางกัน และพบวาความรู
เกี่ยวกับพืชสมุนไพร พืชเสพติดและพืชกระทอม มีความสัมพันธกับความคิดเห็นของประชาชนชนตอการใช
พืชกระทอมในเชิงสมุนไพร ซึ่งเปนไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ
/ /
ลายมือชื่อนิสิต ลายมือชื่อประธานกรรมการ
ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE
เมื่อ 19/02/2564 09:48:40
Development), Major Field: Social Development, Interdisciplinary Graduate Program.
Thesis Advisor: Associate Professor Jatuporn Banchuen, M.S.S. 82 pages.
ISBN 974-16-2676-2
This research had four objectives. First, it aimed to examine the knowledge of the people in Amphoe Mueang Nonthaburi, Changwat Nonthaburi, about herbal plants, narcotic plants, and Kratom. Second, it sought the opinion of the people in Amphoe Mueang Nonthaburi, Changwat Nonthaburi regarding the use of Krathom as herb. Third, a comparative study of the people’s opinion of their personal factors regarding such usage was undertaken. And fourth, it looked at the relationship between the people’s knowledge in herbal plants, narcotic plants, and Kratom, and their opinion regarding the Use of Krathom as herb. Sample consisted of 400 residents in Amphoe Mueang Nonthaburi, Changwat Nonthaburi form proportional stratified sampling. Questionnaires were used to gather the data which were analyzed with statistical software. Descriptive statistics included the percentages, the means, the maximums and the minimums, and the standard deviations. Hypotheses were tested with the t-test, the analysis of variance, and the Pearson product moment correlation coefficient. The statistical significance was set at the 0.05 level.
Research results indicated moderate levels of opinion regarding the use of Kratom as herb. The samples had high level of knowledge regarding herbal plants and narcotic plants but their knowledge of Kratom was moderate. Hypothesis testing revealed that the samples with different gender, age, marital status, educational attainment, present occupation, area of domicile, and experience with Kratom had significantly different opinion regarding the use of Kratom as herb.
Moreover, their knowledge in herbal plants, narcotic plants, and Kratom had significant relationship with the use of Kratom as herb as hypothesized, at the 0.05 level of statistical significance.
/ /
Student’s signature Thesis Advisor’s signature
ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE
เมื่อ 19/02/2564 09:48:40
วิทยานิพนธฉบับนี้สําเร็จลุลวงเปนอยางดี โดยไดรับความกรุณาและชวยเหลือเปนอยาง สูงจากรองศาสตราจารยจตุพร บานชื่น ประธานกรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ อาจารยทรรศนะ ใจชุมชื่น กรรมการวิชาเอก อาจารย ดร.มาตรินี รักษตานนทชัย กรรมการวิชารอง และ.อาจารย
ถวัลย เนียมทรัพย ผูแทนบัณฑิตวิทยาลัย ที่ไดใหคําแนะนํา ขอคิดเห็นที่เปนประโยชนตลอดจน ตรวจสอบแกไขวิทยานิพนธใหมีความถูกตองสมบูรณและมีคุณคาทางวิชาการผูวิจัยขอกราบ ขอบพระคุณอยางสูงไว ณ โอกาสนี้
ผูวิจัยขอขอบพระคุณประธาน คณาจารย และอาจารยสาขาพัฒนาสังคมทุกทาน ที่ให
ความรูในวิชาเรียน พรอมทั้งอํานวยความสะดวกในเรื่องตางๆ และสนับสนุนขอมูลทําให
วิทยานิพนธฉบับนี้สําเร็จลุลวงไปไดดวยดี ขอขอบคุณอาจารยแกวตา มวงเกษม วิทยาลัย นานาชาติมหิดลที่ใหคําแนะนํา ในการจัดทําตารางรูปแบบตางๆ รวมทั้ง ขอขอบคุณพี่ ๆ นิสิต ปริญญาโทสาขาพัฒนาสังคมรุนที่ 40 และเพื่อน ๆ นิสิตปริญญาโทสาขาพัฒนาสังคมรุนที่ 42 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตรที่คอยหวงใย ชวยเหลือ ตลอดระยะเวลาที่ศึกษาและในการทํา วิทยานิพนธครั้งนี้
คุณคาของวิทยานิพนธฉบับนี้ ผูวิจัยขอมอบใหคุณพอหอง จันทรกรณ และคุณแมแสวง จันทรกรณ ผูวางรากฐานที่มั่นคงในการศึกษาและอบรมเลี้ยงดูใหชีวิตและอนาคตแกผูวิจัยมาโดย ตลอดจนถึงทุกวันนี้ ผูวิจัยหวังวาวิทยานิพนธฉบับนี้คงเปนประโยชนสําหรับผูสนใจในการนําไปใช
ประโยชนตอไป
ถาวร จันทรกรณ
สิงหาคม 2549
ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE
เมื่อ 19/02/2564 09:48:41
สารบัญ
หนา
สารบัญตาราง (3) สารบัญภาพ (7)
บทที่ 1 บทนํา 1
ความสําคัญของปญหา 1
วัตถุประสงคของการวิจัย 2
ประโยชนที่จะไดรับ 3
ขอบเขตของการวิจัย 3
บทที่ 2 การตรวจเอกสาร 4
แนวคิดเกี่ยวกับความรู 4
แนวคิดเกี่ยวกับความคิดเห็น 9
แนวคิดเกี่ยวกับพืชสมุนไพร 13
แนวคิดเกี่ยวกับพืชเสพติด 15
ความรูทั่วไปเกี่ยวกับยาเสพติด 20
ผลงานวิจัยที่เกี่ยวของ 21
ตัวแปรที่ใชในการวิจัย 23
กรอบแนวคิดในการวิจัย 24
สมมติฐานการวิจัย 25
นิยามศัพทเชิงปฏิบัติการ 25
บทที่ 3 วิธีการวิจัย 27
ประชากรที่ใชในการวิจัย 27
กลุมตัวอยาง 28
เครื่องมือที่ใชในการวิจัย 29
การทดสอบเครื่องมือ 31
การเก็บรวบรวมขอมูล 32
ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE
เมื่อ 19/02/2564 09:48:42
สารบัญ (ตอ)
หนา
การวิเคราะหขอมูลและสถิติที่ใช 32
บทที่ 4 ผลการวิจัยและขอวิจารณ 34
ผลการวิจัย 34
ขอวิจารณ 58
บทที่ 5 สรุปผลการวิจัยและขอเสนอแนะ 64
สรุปผลการวิจัย 64
ขอเสนอแนะ 65
เอกสารและสิ่งอางอิง 68
ภาคผนวก 72
ภาคผนวก ก เครื่องมือที่ใชในการวิจัย 74
ภาคผนวก ข คาความเชื่อมั่นรายขอ 81
ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE
เมื่อ 19/02/2564 09:48:42
สารบัญตาราง
ตารางที่ หนา
1 จํานวนประชากรในอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี แบงตามตําบล
พ.ศ. 2548 27
2 จํานวนตัวอยางประชาชนในอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี 29
3 จํานวนและรอยละของประชาชนกลุมตัวอยาง จําแนกตามเพศ 35
4 จํานวนและรอยละของประชาชนกลุมตัวอยาง จําแนกตามอายุ 35
5 จํานวนและรอยละของประชาชนกลุมตัวอยาง จําแนกตามสถานภาพสมรส 36 6 จํานวนและรอยละของประชาชนกลุมตัวอยาง จําแนกตามระดับการศึกษา 36 7 จํานวนและรอยละของประชาชนกลุมตัวอยาง จําแนกตามอาชีพปจจุบัน 37 8 จํานวนและรอยละของประชาชนกลุมตัวอยาง จําแนกตามยานที่อยูอาศัย 37
9 จํานวนและรอยละของประชาชนกลุมตัวอยาง จําแนกตาม
ประสบการณการใชพืชกระทอม 38
10 จํานวนและรอยละของประชาชนกลุมตัวอยาง จําแนกตามคะแนน
ความรูเกี่ยวกับพืชสมุนไพร 39
11 จํานวนและรอยละระดับความรูเกี่ยวกับพืชสมุนไพรของประชาชน
กลุมตัวอยางเปนรายขอ 40
ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE
เมื่อ 19/02/2564 09:48:42
สารบัญตาราง (ตอ)
ตารางที่ หนา
12 จํานวนและรอยละของประชาชนกลุมตัวอยาง จําแนกตาม
คะแนนความรูเกี่ยวกับพืชเสพติด 41
13 จํานวนและรอยละระดับความรูเกี่ยวกับพืชเสพติดของประชาชน
กลุมตัวอยางเปนรายขอ 42
14 จํานวนและรอยละของประชาชนกลุมตัวอยาง จําแนกตามคะแนน
ความรูเกี่ยวกับพืชกระทอม 44
15 จํานวนและรอยละระดับความรูเกี่ยวกับพืชกระทอมของประชาชน
กลุมตัวอยางเปนรายขอ 45
16 คาเฉลี่ย และระดับความรูรายดานภาพรวมของประชาชนกลุมตัวอยาง 46
17 จํานวนและรอยละของประชาชนกลุมตัวอยาง จําแนกตามคะแนน
ความคิดเห็นตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร 47
18 รอยละและระดับความคิดเห็นของประชาชนกลุมตัวอยาง
ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร 48
19 เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี
จังหวัดนนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร จําแนกตามเพศ 50
20 เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี
จังหวัดนนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร จําแนกตามอายุ 50
ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE
เมื่อ 19/02/2564 09:48:42
สารบัญตาราง (ตอ)
ตารางที่ หนา
21 เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัด
นนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร จําแนกตามอายุ เปนรายคู 51
22 เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัด
นนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร จําแนกตามสถานภาพสมรส 51
23 เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัด นนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร จําแนกตามสถานภาพสมรส
เปนรายคู 52
24 เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัด
นนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร จําแนกตามระดับการศึกษา 52
25 เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัด นนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร จําแนกระดับการศึกษา
เปนรายคู 53
26 เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัด
นนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร จําแนกตามอาชีพปจจุบัน 53
27 เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัด นนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร จําแนกตามอาชีพปจจุบัน
เปนรายคู 54
28 เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัด
นนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร จําแนกตามยานที่อยูอาศัย 55
ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE
เมื่อ 19/02/2564 09:48:42
สารบัญตาราง (ตอ)
ตารางที่ หนา
29 เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัด นนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพรจําแนกตามยานที่อยูอาศัย
เปนรายคู 55
30 เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี
จังหวัดนนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพรจําแนกตาม
ประสบการณการใชพืชกระทอม 56
31 การวิเคราะหความสัมพันธ ความรูเกี่ยวกับพืชสมุนไพร ความรูเกี่ยวกับ พืชเสพติด ความรูเกี่ยวกับพืชกระทอม กับความคิดเห็นของประชาชน
ในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรีตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร 57
32 สรุปผลการทดสอบสมมติฐานในแตละตัวแปร 57
ตารางผนวกที่
ข1 คาความเชื่อมั่นความคิดเห็นของประชาชนตอการใชพืชกระทอม
ในเชิงสมุนไพร 82
ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE
เมื่อ 19/02/2564 09:48:42
สารบัญภาพ
ภาพที่ หนา
1 กรอบแนวคิดในการวิจัย 24
ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE
เมื่อ 19/02/2564 09:48:42
บทนํา
ความสําคัญของปญหา
สารเสพติดเปนปญหาที่รายแรงและสําคัญที่สุดปญหาหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งนอกจาก จะเปนอันตรายตอตัวผูเสพโดยตรงแลว ยังสงผลกระทบตอประเทศในดานเศรษฐกิจ สังคม และ สาธารณสุขดวย (ภาวิณี, 2540: 1) ปญหาสารเสพติดมีความยุงยากและซับซอนตามการ เปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและสังคม โดยจะลุกลามเขาสูชุมชนตางๆ เชน ชุมชนเมือง ชุมชน ชนบท สถานประกอบการและสถานศึกษา
หนวยงานของรัฐและเอกชนไดจัดใหมีการรณรงคใหความรูเกี่ยวกับสารเสพติดประเภท ตางๆ ใหประชาชนทราบอยางตอเนื่อง ทําใหประชาชนสวนมากมีความรูเกี่ยวกับสารเสพติดอัน ไดแก เฮโรอิน ยาบา สารระเหย และกัญชา โดยเฉพาะฝนและกัญชาจัดเปนยาเสพติดตาม ธรรมชาติในประเทศไทยที่ประชาชนรูจักและมีการใชในทางที่ผิดกันอยางแพรหลายมาเปน เวลานาน ซึ่งหากมีการใชถึงขั้นเสพติดแลว จะกอใหเกิดผลเสียตอสุขภาพ รางกาย ครอบครัวและ ชุมชน กลายเปนปญหาสังคมและเศรษฐกิจตอไป นอกเหนือจากยาเสพติดขางตนแลวยังมีพืช กระทอม ซึ่งเปนพันธุไมพื้นบานที่พบมากในภาคกลางลงไปถึงภาคใตของประเทศไทยที่มีมาชา นาน จัดอยูในพืชเสพติดใหโทษตามธรรมชาติประเภทที่ 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. 2522 ในกฎหมายฉบับปจจุบัน แตไมมีการกลาวถึงโทษและภัยอยางชัดเจนขณะเดียวกัน กลับมีการกลาวถึงประโยชนที่ชวยทําใหมีแรงทํางานไดทนนาน และรักษาโรคบางอยางได
พืชกระทอมเดิมเปนสมุนไพรที่ระบุไวในตําหรับยาหลายขนาน ตลอดจนมีบันทึกในตํารา ยาแผนไทย คัมภีรแพทยไทยแผนโบราณซึ่งถือเปนตํารายาของชาติ ที่กระทรวงสาธารณสุขใหใช
อางอิง แตเมื่อจัดใหพืชกระทอมเปนยาเสพติดใหโทษจึงไมมีการใชตําราดังกลาว ความรูเกี่ยวกับ พืชกระทอมในมิติทางสมุนไพรกําลังจะสูญหายไปจากองคความรูของแพทยแผนไทยในอนาคต เนื่องจากการปราบปรามไดสงผลใหพืชกระทอมถูกกําจัด (สถาบันวิจัยสังคมและหนวยปฏิบัติการ วิจัยเภสัชศาสตรสังคม, 2548)
ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE
เมื่อ 19/02/2564 09:48:43
ศรีสมภพและกุสุมา (2546: 14) พบวาความชุกของการใชกระทอมมิไดอยูในกลุมผูใช
แรงงาน ภาคเกษตรกรรมเทานั้น แตมีแนวโนมวาการใชพืชกระทอมไดกระจายไปสูกลุมอาชีพอื่น ดวยไดแก กลุมลูกจาง รับจาง ชางฝมือ และกลุมอาชีพคาขาย ผูเคยใชกระทอมจํานวนมากที่สุด อยูในเขตปริมณฑล (รอยละ 8.3 ของประชากรในพื้นที่) จังหวัดที่มีการแพรของพืชกระทอมมาก ไดแก ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา พระนครศรีอยุธยาและนครนายก ในจํานวนนี้
จังหวัดที่มีปญหายาเสพติดในภาพรวมสูงสุดคือจังหวัดนนทบุรี (รอยละ 43.1) ซึ่งเปนจังหวัดที่มี
สถานการณดานกลุมผูเสพและผูติดยาเสพติดสูงสุดอันดับแรก (รอยละ 45.8) อีกดวย (สํานักงาน คณะกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพติด, 2546) จากสถิติการจับกุม ผูกระทําความผิดคดี
ยาเสพติดที่เกี่ยวกับพืชกระทอมของสํานักงาน ปองกันและปราบปรามยาเสพติด ตั้งแต พ.ศ.
2541-2545 พบวาจังหวัดนนทบุรีมีการจับกุมในสัดสวนที่คอนขางสูง (สถาบันวิจัยสังคมและ หนวยปฏิบัติการวิจัยเภสัชศาสตรสังคม, 2548) นอกจากนั้นงานวิจัยเกี่ยวกับพืชกระทอมยังมีนอย มาก จึงนับเปนประเด็นทางวิชาการที่นาคนควาเปนอยางยิ่ง ดังนั้นผูวิจัยจึงสนใจที่จะศึกษา เกี่ยวกับความรู และความคิดเห็นตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพรของประชาชน ในเขตอําเภอ เมือง จังหวัดนนทบุรี เพื่อใหเกิดความเขาใจและ เปนขอเสนอแนะในการปองกันแกไขปญหา เกี่ยวกับพืชกระทอม อีกทั้งยังเปนขอมูลในการพิจารณาทางดานกฎหมายใหแกหนวยงานที่
เกี่ยวของตอไป
วัตถุประสงคของการวิจัย การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงคดังนี้
1. เพื่อศึกษาความรูเกี่ยวกับพืชสมุนไพร พืชเสพติด พืชกระทอม และศึกษาความคิดเห็น ของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร
2. เพื่อศึกษาเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัด นนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร ตามลักษณะปจจัยดานบุคคล
3. เพื่อศึกษาความสัมพันธของความรูเกี่ยวกับพืชสมุนไพร พืชเสพติด และพืชกระทอม กับความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมใน เชิงสมุนไพร
ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE
เมื่อ 19/02/2564 09:48:43
ประโยชนที่จะไดรับ
ผลการวิจัยสามารถใชเปนแนวทางเสริมสรางความรูที่ถูกตองใหเกิดขึ้นแกประชาชนและ เปนขอเสนอแนะแกหนวยงานที่เกี่ยวของในการปองกันและแกไขปญหาเกี่ยวกับการใชพืชกระทอม
ขอบเขตของการวิจัย
การวิจัยครั้งนี้เปนการศึกษาความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัด นนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร ซึ่งอาศัยในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
พ.ศ. 2548 ซึ่งมีทั้งสิ้น 332,004 คน ใน 10 ตําบล โดยการสุมกลุมตัวอยางจํานวน 400 ตัวอยาง
ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE
เมื่อ 19/02/2564 09:48:43
การตรวจเอกสาร
ในการวิจัยครั้งนี้ ผูวิจัยไดนําแนวคิด ทฤษฎี และผลงานวิจัยที่เกี่ยวของกับ ความรู ความ คิดเห็น พืชสมุนไพร และความรูเกี่ยวกับพืชเสพติด พืชกระทอม มาเปนแนวทางในการวิจัย ดังนี้
1. แนวคิดเกี่ยวกับความรู
2. แนวคิดเกี่ยวกับความคิดเห็น 3. แนวคิดเกี่ยวกับพืชสมุนไพร 4. แนวคิดเกี่ยวกับพืชเสพติด 5. ความรูทั่วไปเกี่ยวกับยาเสพติด 6. ผลงานวิจัยที่เกี่ยวของ
แนวคิดเกี่ยวกับความรู
ในเรื่องแนวคิดเกี่ยวกับความรู ไดมีนักวิชาการหลายทาน ไดนําเสนอไว โดยผูวิจัยไดทําการ ทบทวนเพื่อประกอบความเขาใจในแนวคิดเกี่ยวกับความรู ดังนี้
ความหมายของความรู
นักวิชาการไดใหความหมาย “ความรู” ไวใน 2 ลักษณะดังนี้
กลุมแรก ไดใหความหมายในลักษณะเปนคํานาม โดยมีความหมายหลักเหมือนกันแต
รายละเอียดปลีกยอยตางกันเล็กนอย โดยใหความหมายวา “ความรู” หมายถึง หมายถึง สิ่งที่ผู
รับสั่งสมมาจากประสบการณ หรือจากการเรียนรูในสิ่งตางๆ หรือเรื่องตางๆ ที่อาจเปนทั้งความรูใน แงวิชาการ หรือความรูในดานอื่นๆ ความรูในสวนของผูรับสารนั้น จะหมายถึงความรูขั้นพื้นฐานในการ อานออกเขียนไดของบุคคล ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับขอมูลขาวสารที่จะรับ และความรูในเรื่อง กระบวนการของการสื่อสาร ซึ่งจะทําใหผูรับสารสามารถทราบภาษาของตนเอง และไมทําให
กลายเปนอุปสรรคในการสื่อสาร ซึ่งความรูดังกลาวจะมีผลตอการทําความเขาใจในเนื้อหาสาระ
ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE
เมื่อ 19/02/2564 09:48:45
ของสารที่ผูรับไดรับมา ซึ่งจะมีผลตอความสําเร็จของการสื่อสาร (กิตติมา, 2541) นอกจากนี้
นรินทรชัย (2542) กลาววา ความรูคือ การรับรู เขาใจ แยกแยะได (Analysis) วิเคราะหได
(Synthesis) และประเมินไดในใจ (Vicarious Evaluation) ดังนั้นจะมีความรูไดดี ตองรับรู
ใครครวญและเขาใจ ประเมินไดวาสิ่งใดเหมาะสม แตจะยังไมเคยลงมือปฏิบัติเทานั้น ดังนั้น คําถามเรื่องความรู อาจถามวา ทานไดทราบวา เขาใจวา ทานคิดวา ทานประเมินวา ไพศาล (2526) กลาววา ความรู หมายถึง บรรดาขอเท็จจริงหรือรายละเอียดของเรื่องราวอันเปน
ประสบการณบุคคลที่สะสม และถายทอดสืบตอกันไป อนันต ( 2520 ) ใหความหมายวาหมายถึง ความจําในสิ่งที่เคยมีประสบการณมากอน ความสามารถในทางพุทธิปญญา ประกอบดวย ความรู ความสามารถและทักษะตาง ๆ ทางสมองแบงเปน 3 ขั้น ซึ่งเรียงจากพฤติกรรมที่งายไปหา ยาก ดังตอไปนี้
ความรู ความจําในสิ่งที่เคยมีประสบการณมากอน
1. ความรูเกี่ยวกับเนื้อหาวิชาโดยเฉพาะ
1) ความรูเกี่ยวกับความหมายของคําตาง ๆ
2) ความรูเกี่ยวกับความจริงตาง ๆ ซึ่งไดแก เวลา เหตุการณ บุคคล สถานที่
แหลงกําเนิด
2. ความรูเกี่ยวกับวิธีและการดําเนินงานที่เกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะ
1) ความรูเกี่ยวกับลักษณะแบบแผนตาง ๆ
2) ความรูเกี่ยวกับแนวโนมและการจัดลําดับ
3) ความรูเกี่ยวกับการจําแนกและแบงประเภทของสิ่งตาง ๆ
4) ความรูเกี่ยวกับระเบียบ วิธีการดําเนินงานของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE
เมื่อ 19/02/2564 09:48:45
3. ความรูเกี่ยวกับการรวบรวมแนวความคิดและโครงสรางของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
1) ความรูเกี่ยวกับกฎและการใชกฎนี้ในการบรรยายคุณคา หรือพยากรณ หรือ ตีความหมายของสิ่งที่เราสังเกตเห็น
2) ความรูเกี่ยวกับทฤษฎีและการใชกฎนี้ในการบรรยายคุณคา หรือ พยากรณ หรือ ตีความหมายของสิ่งที่เราสังเกตเห็น
กลุมที่ 2 ไดใหความหมายของ “ความรู” แตกตางออกไปจากกลุมแรก คือเนนในลักษณะ ของการแสดงพฤติกรรมหรือความสามารถทางสมองซึ่งเนนการจํา ไดใหความหมายวาการระลึก ถึงเรื่องราวตางๆ ที่เคยมีประสบการณมาแลว และรวมถึงการจําเนื้อเรื่องตาง ๆ ที่ปรากฏอยูใน แตละเนื้อหาวิชาและที่เกี่ยวกันกับเนื้อหาวิชานั้นดวย เชน ระลึกหรือจําไดถึงวัตถุประสงค วิธีการ แบบแผน และเคาโครงของเรื่องนั้นๆ (บุญธรรม, 2535) นอกจากนี้เกศินี (2540) กลาววา ความรู
หมายถึง ความสามารถของผูเรียนที่จะรูเกี่ยวกับ สิ่งแวดลอมนั้นๆ โดยแบงออกเปนความรูตอ สถานการณหนึ่งๆ และความรูตอเรื่องราวทั่วๆ ไป ในระดับกวาง ความรูจึงเปนความสามารถใน การใชขอเท็จจริง ความคิด ความหยั่งรู หยั่งเห็น ตลอดจนสามารถ เชื่อมโยงความรูเขากับ เหตุการณตางๆ ได พัชนี (2541) กลาววา ความรู (Knowledge) เปนคําที่ใชกลาวถึงสภาพ ความ เปนจริง ที่ตอเนื่องมาจากระดับสารสนเทศ โดยจะตองผานการจัดระบบเพิ่มเติม ดังนี้
1. ตองมีกระบวนการจัดระบบ ที่มีความประณีตยิ่งขึ้น เชนมีการอางอิงกับขอความที่มีการ พิสูจนแลว มีความเชื่อมโยงอยางเปนเหตุเปนผลระหวางสารสนเทศกันเอง
2. ตองมีความสัมพันธเชิงเหตุผล สามารถระบุไดวาอะไรเปนสาเหตุ อะไรเปนผลลัพธมีการ ลําดับของเวลา
3. ตองมีความสม่ําเสมอเปนความจริงทั่วไป มิใชเกิดขึ้นเฉพาะครั้งคราว หรือเปนกรณียกเวน
ดังนั้นสามารถสรุปแนวคิดเกี่ยวกับความรู หมายถึง การที่บุคคลไดรับขอเท็จจริง และ รายละเอียดเรื่องราว สามารถที่จะจดจํา และระลึกไดถึงวิธี กระบวนการตางๆ ซึ่งถายทอดกันได
ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE
เมื่อ 19/02/2564 09:48:45
ระดับของความรู
เกศินี (2540) ไดจําแนกระดับความรูออกไดเปน 6 ระดับ คือ
1. ระดับที่ระลึกได (Recall) หมายถึงการเรียนรูในลักษณะที่จดจํา เรื่องเฉพาะวิธีปฏิบัติ
กระบวนการและแบบแผนได ความสําเร็จในระดับนี้คือ ความสามารถในการดึงขอมูลออกมาจาก ความจําได
2. ระดับที่รวบรวมสาระสําคัญได (Comprehension) หมายความวาบุคคลสามารถทํางาน บางสิ่งบางอยางไดมากกวาการจดจําเนื้อหาที่ไดรับ เชนสามารถเขียนขอความเหลานั้นดวย ถอยคําของตนเองได สามารถแสดงใหเห็นไดดวยภาพ ใหความหมายที่ลึกซึ้ง แปลความ และ เปรียบเทียบความคิดอื่นๆ หรือคาดคะเนผลที่เกิดขึ้นตอไปได
3. ระดับการนําไปใช (Application) เปนความสามารถที่จะนําขอเท็จจริง และความคิดที่
เปนนามธรรม ไปปฏิบัติไดอยางเปนรูปธรรม
4. ระดับการวิเคราะห (Analysis) คือ ความสามารถในการใชความคิด ในรูปของการนําความคิด มาแยกเปนสวน เปนประเภท หรือนําขอมูลมาประกอบกัน เพื่อการปฏิบัติของตนเอง
5. ระดับการสังเคราะห (Synthesis) คือ การนําขอมูล และแนวความคิดมาประกอบกัน แลวนําไปสูการสรางสรรค ซึ่งเปนสิ่งใหมที่แตกตางไปจากเดิม
6. ระดับการประเมินผล (Evaluation) คือ ความสามารถในการใชขอมูลเพื่อตั้งเกณฑการ รวบรวมและวัดขอมูลตามมาตรฐาน และนํามาสูการตัดสินระดับของประสิทธิผลในกิจกรรม แตละ อยาง
จะเห็นไดวา ความรูนอกจากจะเปนขอเท็จจริง ความสามารถในการจํา และเขาใจ รายละเอียดของขอมูลในดานตางๆ ที่บุคคลไดสะสมและถายทอดตอ ๆ กันมา รวมถึงเปน ขอเท็จจริงที่บุคคลสามารถรับทราบได และสามารถแสดงออกเปนพฤติกรรมที่ระลึกไดแลว ยังประกอบไปดวยการจดจํา ความเขาใจ การนําไปใช การวิเคราะห สังเคราะหและประเมินคา จึงจะเปนความรูที่แทจริง
ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE
เมื่อ 19/02/2564 09:48:45
การวัดระดับความรู
ไพศาล (2526) ไดกลาววา การวัดความรู การวัดความสามารถในการระลึกเรื่องราวขอเท็จจริง หรือประสบการณตางๆ หรือเปนการวัดการระลึกประสบการณเดิมที่บุคคลไดรับคําสอน การบอก กลาวการฝกฝนของผูสอน รวมทั้งจากตํารา จากสิ่งแวดลอมตางๆ ดวยคําถาม วัดความรูที่แบง ออกเปน 3 ชนิด สรุปไดดังนี้
1. ถามความรูในเนื้อเรื่อง เปนการถามรายละเอียดของเนื้อหาขอเท็จจริงตางๆ ของเรื่องราว ทั้งหลาย ประกอบดวยคําถามประเภทตางๆ เชน ศัพท กฎ ความจริง หรือรายละเอียดของเนื้อหาตางๆ
2. ถามความรูในวิธีการดําเนินการ เปนการถามวิธีการปฏิบัติตางๆ แบบแผนประเพณี
ขั้นตอนของการปฏิบัติทั้งหลาย เชน ถามระเบียบแบบแผน ลําดับขั้น แนวโนมการจัดประเภทและ หลักเกณฑตางๆ
3. ถามความรูรวบยอด เปนการถามความสามารถในการจดจําขอสรุป หรือหลักการของ เรื่องที่เกิดจากการผสมผสานหาลักษณะรวม เพื่อรวบรวมและยนยอลงมาเปนหลัก หรือหัวใจของ เนื้อหานั้นๆ
จํานง (2535) กลาววา การวัดความรูนั้นสวนมากนิยมใชแบบทดสอบ ซึ่งแบบทดสอบนี้
เปนเครื่องมือประเภทขอเขียนที่นิยมใชกันทั่ว ๆ ไป แบงออกเปน 2 ชนิด คือ
1. แบบอัตนัย หรือแบบความเรียง โดยใหเขียนตอบเปนขอความสั้น ๆ ไมเกิน 1-2 บรรทัด หรือเปนขอ ๆ ตามความเหมาะสม
2. แบบปรนัย แบงเปน
1) แบบเติมคํา หรือเติมขอความใหสมบูรณ แบบทดสอบนี้เปนการวัดความสามารถ ในการหาคํา หรือขอความมาเติมลงในชองวางของประโยคที่กําหนดใหถูกตองแมนยํา โดยไมมี
คําตอบใดชี้นํามากอน
ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE
เมื่อ 19/02/2564 09:48:45
2) แบบถูก-ผิด แบบทดสอบนี้วัดความสามารถในการพิจารณาขอความที่กําหนดให
วาถูกหรือผิด ใชหรือไมใช จากความสามารถที่เรียนรูมาแลว โดยจะเปนการวัดความจําและ ความคิด ในการออกแบบทดสอบควรตองพิจารณาถึงขอความจะตองชัดเจน ถูกหรือผิดเพียงเรื่อง เดียว สั้นกะทัดรัดไดใจความ และไมควรใชคําปฏิเสธซอน
3) แบบจับคู แบบทดสอบนี้เปนลักษณะการวางขอเท็จจริง เงื่อนไข คํา ตัวเลข หรือ สัญลักษณไว 2 ดานขนานกัน เปนแถวตั้ง 2 แถว แลวใหอานดูขอเท็จจริงในแถวตั้งดานหนึ่งวามี
ความเกี่ยวของ จับคูไดพอดีกับขอเท็จจริงในอีกแถวตั้งหนึ่ง โดยทั่วไปจะกําหนดใหตัวเลือกในแถว ตั้งดานหนึ่งนอยกวาอีกดานหนึ่ง เพื่อใหไดใชความสามารถในการจับคูมากขึ้น
4) แบบเลือกตอบ ขอสอบแบบนี้เปนขอสอบที่นิยมใชกันในปจจุบัน เนื่องจาก สามารถวัดไดครอบคลุมจุดประสงคและตรวจใหคะแนนไดแนนอน ลักษณะของขอสอบ
ประกอบดวยสวนขอคําถาม และตัวเลือก โดยตัวเลือกจะมีตัวเลือกที่เปนตัวถูก และตัวเลือกที่เปน ตัวลวง ผูเขียนขอสอบตองมีความรูในวิชานั้นอยางลึกซึ้ง และรูวิธีการเขียนขอสอบ โดยมีขอควร พิจารณา คือ ในสวนขอคําถามตองชัดเจนเพียงหนึ่งเรื่อง ภาษาที่ใชกะทัดรัดเหมาะสมกับระดับ ของผูตอบ ไมใชคําปฏิเสธหรือปฏิเสธซอนกัน และไมควรถามคําถามแบบทองจํา และในสวน ตัวเลือกควรมีคําตอบถูกเพียงคําตอบเดียวที่มีความกะทัดรัด ไมชี้นําหรือแนะคําตอบ มีความเปน อิสระจากกัน มีความเปนอันหนึ่งอันเดียวกันเรียงตามลําดับตามปริมาณหรือตัวเลข ตัวลวงตองมี
ความเปนไปไดและกําหนดจํานวนตัวเลือก 4 หรือ 5 ตัวเลือก
กลาวโดยสรุปวาการวัดระดับความรูคือ การวัดระดับความจํา ความสามารถในการคิดและ เขาใจ วิธีที่จะวัด กระทําไดโดย การตั้งคําถามที่เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง วิธีดําเนินการ หรือจะถามเปน ความรูรวบยอดก็ได
แนวคิดเกี่ยวกับความคิดเห็น ความหมายของความคิดเห็น
พจนานุกรมสังคมวิทยา (ราชบัณฑิตยสถาน, 2532: 246) ไดบัญญัติคําวา ความคิดเห็น ซึ่งตรงกับคําวา opinion ในภาษาอังกฤษไวดังนี้
ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE
เมื่อ 19/02/2564 09:48:45
1. ขอพิจารณาเห็นวาเปนจริงจากการใชปญญา ความคิด ประกอบ ถึงแมนจะไมไดอาศัย หลักฐาน พิสูจนยืนยันไดเสมอไปก็ตาม
2. ทัศนะหรือประมาณการเกี่ยวกับเนื้อหาหรือประเด็นใดประเด็นหนึ่ง
3. คําแถลงที่ยอมรับนับถือกันวาเปนผูเชี่ยวชาญในหัวขอปญหาที่มีผูนํามาขอคําปรึกษา
คําวาความคิดเห็นมีความหมายใกลเคียงกับคําวา เจตคติ ซึ่งมีคําอธิบายไววาแนวโนมที่
บุคคลไดรับมาหรือเรียนรูมาและกลายเปนแบบอยางในการแสดงปฏิกิริยาสนับสนุน หรือเปน ปฏิปกษตอบางสิ่งบางอยาง หรือตอบุคคลบางคน ความคิดเห็นจึง กลาวไดหลายความหมาย ไดแก (วรวิทย, 2545)
1. ความเชื่อ ทัศนะ การพิจารณา หรือการวินิจฉัย หรือการประเมินผลอยางมีรูปแบบ ในใจ เกี่ยวกับเรื่องใด เรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ
2. ความเชื่อที่มีน้ําหนักมากกวาความรูสึกในใจ และมีน้ําหนักนอยกวาความรูที่แทจริง หรือมุมมองที่เกิดขึ้นทั่วๆ ไป
3. การแสดงออกถึงการพิจารณาหรือการแนะนําอยางมีรูปแบบ โดยผูเชี่ยวชาญหรือ การแสดงออก เชนการตัดสิน การพิจารณาคดี หรือการวินิจฉัยอยางมีรูปแบบดวยเหตุผลตาม กฎหมาย หรือหลักเกณฑที่ขึ้นอยูกับการตัดสินใจที่มีกฎหมายรองรับ
อยางไรก็ตามแมวาเราสามารถอางอิง หรือบอกไดวาบุคคลหนึ่งมีความคิดเห็นตอสิ่งหนึ่ง สิ่งใดอยางไร เราสามารถทราบไดจากคําพูดของเขาที่พูดถึงสิ่งนั้นและจากสิ่งที่เขาปฏิบัติตอสิ่งนั้น ก็ตาม แตในบางกรณีคําพูดหรือการปฏิบัติของบุคคลอาจไมตรงกับความคิดเห็นของเขาก็ได
ปจจัยที่กอใหเกิดความคิดเห็น
การนําความคิดเห็นมาใชใหเกิดประโยชนจะตองพิจารณาวา ความคิดเห็นเปนตัวบงชี้
หรือทํานายพฤติกรรม ดังนั้นปจจัยพื้นฐานของแตละบุคคลจึงมีอิทธิพลตอการแสดงออกของความ
ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE
เมื่อ 19/02/2564 09:48:45
คิดเห็น ซึ่งปจจัย ดังกลาวสรุปไดดังนี้ (มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2537)
1. ประสบการณเฉพาะอยาง เปนประสบการณที่บุคคลไดพบกับเหตุการณนั้นดวย ตนเอง และการไดพบนั้นทําใหเกิดความฝงใจกลายเปนความคิดเห็นของบุคคลนั้น
2. การติดตอสื่อสารกับบุคคลนั้น โดยปกติในชีวิตประจําวันเราตองเกี่ยวของติดตอกับ บุคคลอื่น มีการถายทอดเรื่องราวตางๆ ซึ่งกันและกัน ดังนั้นบุคคลจึงรับเอาความคิดเห็นหลายๆ อยางเอาไวเปนของตนเองโดยไมไดตั้งใจ เพราะการเกี่ยวของนั้นเปนลักษณะที่ไมมีแบบแผน โดยจะเปนกลุมครอบครัว เครือญาติ หรือผูที่สนับสนุนกัน สวนตัวกลางที่เปนสื่อสําคัญและมี
อิทธิพลในการสรางความคิดเห็น คือ โทรทัศน วิทยุ หนังสือพิมพ หนังสือวารสารตางๆ 3. รูปแบบ บอยครั้งที่ความคิดเห็นเกิดจากการเลียนแบบ กลาวคือเปนการมองดู
พฤติกรรมของบุคคลอื่น หรือสื่อตางๆ วากระทํา หรือปฏิบัติตอสิ่งตางๆ อยางไรแลวก็จําเอามา เปนรูปแบบในการปฏิบัติของตนเองซึ่งรูปแบบนั้นจะกอใหเกิดความคิดเห็นไดมากหรือนอย เพียงใดก็ขึ้นอยูกับวาผูเปนแบบนั้นเปนบุคคลหรือเปนสื่อที่เขายอมรับนับถือเพียงใด
4. ปจจัยเชิงสถาบัน อันไดแกครอบครัว โรงเรียน วัด หนวยงาน สมาคม องคการ ตางๆ เปนตน ซึ่งสถาบันเหลานี้มีสวนในการสรางความคิดเห็นของบุคคล โดยบุคคลจะคอยๆ รับประสบการณจากชีวิตประจําวันจนกลายเปนความคิดเห็นในที่สุดสรุปไดวาความคิดเห็นเปน เรื่องของแตละบุคคลที่แสดงออกตอสิ่งหนึ่งสิ่งใดไมจําเปนตองคลายกันหรือเหมือนกันเสมอไปทั้งนี้
ขึ้นอยูกับปจจัยพื้นฐานของแตละบุคคลที่ไดรับอิทธิพลตอการแสดงออกในเรื่องนั้นๆ การวัดความคิดเห็น
เนื่องจากความคิดเห็นจะสงผลถึงทัศนและการแสดงออกถึงพฤติกรรมของเจาของ ความคิด การวัดระดับความคิดเห็นจะชวยใหสามารถกําหนดแนวทางหรือนโยบายตางๆ ให
เหมาะสมและสอดคลองกับความคิดเห็นสวนรวมได
ในการวัดความคิดเห็น ทัศนคติ แรงจูงใจ และคานิยมไดมีการสรางแบบทดสอบสําหรับสิ่ง ตาง ๆ ดังกลาวแตยังไมสามารถที่จะแยกจากกันไดอยางเด็ดขาด เพราะมีบางสวนที่ซ้ําซอนกันอยู