• Tidak ada hasil yang ditemukan

download dric.nrct.go.th Gullatida PROMDEE 19/02/2564 09:48:03

N/A
N/A
Nguyễn Gia Hào

Academic year: 2023

Membagikan "download dric.nrct.go.th Gullatida PROMDEE 19/02/2564 09:48:03"

Copied!
97
0
0

Teks penuh

(1)

เรื่อง

ความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี

ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร

Opinion of People in Amphoe Mueang Nonthaburi, Changwat Nonthaburi, regarding the Use of Krathom as Herb

โดย

นางสาวถาวร จันทรกรณ

เสนอ

บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร

เพื่อความสมบูรณแหงปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (พัฒนาสังคม) พ.ศ. 2549

ISBN 974-16-2676-2

ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE

เมื่อ 19/02/2564 09:48:03

(2)

สาขาพัฒนาสังคม โครงการสหวิทยาการระดับบัณฑิตศึกษา ประธานกรรมการที่ปรึกษา:

รองศาสตราจารยจตุพร บานชื่น, M.S.S. 82 หนา ISBN 974-16-2676-2

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาความรูเกี่ยวกับพืชสมุนไพร พืชเสพติด พืชกระทอม และศึกษา ความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร ตลอดจนศึกษาเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนเหลานั้น ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร ตาม ลักษณะปจจัยดานบุคคล และเพื่อศึกษาความสัมพันธของความรูเกี่ยวกับพืชสมุนไพรพืชเสพติด และพืช กระทอมกับความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ศึกษาตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร กลุมตัวอยางใน การวิจัยคือประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี จํานวน 400 คน ซึ่งไดจากการชักตัวอยาง แบบแบงชั้นตามสัดสวน โดยใชแบบสอบถามเปนเครื่องมือในการเก็บขอมูล การวิเคราะหขอมูลใชโปรแกรม สําเร็จรูปทางสถิติ นําเสนอขอมูลดวยคารอยละ คาเฉลี่ย คาต่ําสุด คาสูงสุด สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบ สมมุติฐานดวยการทดสอบแบบที การวิเคราะหความแปรปรวน และสัมประสิทธสหสัมพันธแบบเพียรสัน โดยกําหนดคานัยสําคัญทางสถิติไวที่ระดับ .05

ผลการวิจัยพบวา ประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี มีความคิดเห็นตอการใช

พืชกระทอมในเชิงสมุนไพรระดับปานกลาง มีความรูเกี่ยวกับพืชสมุนไพรมาก มีความรูเกี่ยวกับพืชเสพติดมาก แตมีความรูเกี่ยวกับพืชกระทอมปานกลาง ผลทดสอบสมมติฐานพบวา ประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี

จังหวัดนนทบุรี ที่มีเพศ อายุ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา อาชีพปจจุบัน ยานที่อยูอาศัย ประสบการณ

การใชพืชกระทอมตางกัน มีความคิดเห็นตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพรแตกตางกัน และพบวาความรู

เกี่ยวกับพืชสมุนไพร พืชเสพติดและพืชกระทอม มีความสัมพันธกับความคิดเห็นของประชาชนชนตอการใช

พืชกระทอมในเชิงสมุนไพร ซึ่งเปนไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ

/ /

ลายมือชื่อนิสิต ลายมือชื่อประธานกรรมการ

ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE

เมื่อ 19/02/2564 09:48:40

(3)

Development), Major Field: Social Development, Interdisciplinary Graduate Program.

Thesis Advisor: Associate Professor Jatuporn Banchuen, M.S.S. 82 pages.

ISBN 974-16-2676-2

This research had four objectives. First, it aimed to examine the knowledge of the people in Amphoe Mueang Nonthaburi, Changwat Nonthaburi, about herbal plants, narcotic plants, and Kratom. Second, it sought the opinion of the people in Amphoe Mueang Nonthaburi, Changwat Nonthaburi regarding the use of Krathom as herb. Third, a comparative study of the people’s opinion of their personal factors regarding such usage was undertaken. And fourth, it looked at the relationship between the people’s knowledge in herbal plants, narcotic plants, and Kratom, and their opinion regarding the Use of Krathom as herb. Sample consisted of 400 residents in Amphoe Mueang Nonthaburi, Changwat Nonthaburi form proportional stratified sampling. Questionnaires were used to gather the data which were analyzed with statistical software. Descriptive statistics included the percentages, the means, the maximums and the minimums, and the standard deviations. Hypotheses were tested with the t-test, the analysis of variance, and the Pearson product moment correlation coefficient. The statistical significance was set at the 0.05 level.

Research results indicated moderate levels of opinion regarding the use of Kratom as herb. The samples had high level of knowledge regarding herbal plants and narcotic plants but their knowledge of Kratom was moderate. Hypothesis testing revealed that the samples with different gender, age, marital status, educational attainment, present occupation, area of domicile, and experience with Kratom had significantly different opinion regarding the use of Kratom as herb.

Moreover, their knowledge in herbal plants, narcotic plants, and Kratom had significant relationship with the use of Kratom as herb as hypothesized, at the 0.05 level of statistical significance.

/ /

Student’s signature Thesis Advisor’s signature

ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE

เมื่อ 19/02/2564 09:48:40

(4)

วิทยานิพนธฉบับนี้สําเร็จลุลวงเปนอยางดี โดยไดรับความกรุณาและชวยเหลือเปนอยาง สูงจากรองศาสตราจารยจตุพร บานชื่น ประธานกรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ อาจารยทรรศนะ ใจชุมชื่น กรรมการวิชาเอก อาจารย ดร.มาตรินี รักษตานนทชัย กรรมการวิชารอง และ.อาจารย

ถวัลย เนียมทรัพย ผูแทนบัณฑิตวิทยาลัย ที่ไดใหคําแนะนํา ขอคิดเห็นที่เปนประโยชนตลอดจน ตรวจสอบแกไขวิทยานิพนธใหมีความถูกตองสมบูรณและมีคุณคาทางวิชาการผูวิจัยขอกราบ ขอบพระคุณอยางสูงไว ณ โอกาสนี้

ผูวิจัยขอขอบพระคุณประธาน คณาจารย และอาจารยสาขาพัฒนาสังคมทุกทาน ที่ให

ความรูในวิชาเรียน พรอมทั้งอํานวยความสะดวกในเรื่องตางๆ และสนับสนุนขอมูลทําให

วิทยานิพนธฉบับนี้สําเร็จลุลวงไปไดดวยดี ขอขอบคุณอาจารยแกวตา มวงเกษม วิทยาลัย นานาชาติมหิดลที่ใหคําแนะนํา ในการจัดทําตารางรูปแบบตางๆ รวมทั้ง ขอขอบคุณพี่ ๆ นิสิต ปริญญาโทสาขาพัฒนาสังคมรุนที่ 40 และเพื่อน ๆ นิสิตปริญญาโทสาขาพัฒนาสังคมรุนที่ 42 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตรที่คอยหวงใย ชวยเหลือ ตลอดระยะเวลาที่ศึกษาและในการทํา วิทยานิพนธครั้งนี้

คุณคาของวิทยานิพนธฉบับนี้ ผูวิจัยขอมอบใหคุณพอหอง จันทรกรณ และคุณแมแสวง จันทรกรณ ผูวางรากฐานที่มั่นคงในการศึกษาและอบรมเลี้ยงดูใหชีวิตและอนาคตแกผูวิจัยมาโดย ตลอดจนถึงทุกวันนี้ ผูวิจัยหวังวาวิทยานิพนธฉบับนี้คงเปนประโยชนสําหรับผูสนใจในการนําไปใช

ประโยชนตอไป

ถาวร จันทรกรณ

สิงหาคม 2549

ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE

เมื่อ 19/02/2564 09:48:41

(5)

สารบัญ

หนา

สารบัญตาราง (3) สารบัญภาพ (7)

บทที่ 1 บทนํา 1

ความสําคัญของปญหา 1

วัตถุประสงคของการวิจัย 2

ประโยชนที่จะไดรับ 3

ขอบเขตของการวิจัย 3

บทที่ 2 การตรวจเอกสาร 4

แนวคิดเกี่ยวกับความรู 4

แนวคิดเกี่ยวกับความคิดเห็น 9

แนวคิดเกี่ยวกับพืชสมุนไพร 13

แนวคิดเกี่ยวกับพืชเสพติด 15

ความรูทั่วไปเกี่ยวกับยาเสพติด 20

ผลงานวิจัยที่เกี่ยวของ 21

ตัวแปรที่ใชในการวิจัย 23

กรอบแนวคิดในการวิจัย 24

สมมติฐานการวิจัย 25

นิยามศัพทเชิงปฏิบัติการ 25

บทที่ 3 วิธีการวิจัย 27

ประชากรที่ใชในการวิจัย 27

กลุมตัวอยาง 28

เครื่องมือที่ใชในการวิจัย 29

การทดสอบเครื่องมือ 31

การเก็บรวบรวมขอมูล 32

ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE

เมื่อ 19/02/2564 09:48:42

(6)

สารบัญ (ตอ)

หนา

การวิเคราะหขอมูลและสถิติที่ใช 32

บทที่ 4 ผลการวิจัยและขอวิจารณ 34

ผลการวิจัย 34

ขอวิจารณ 58

บทที่ 5 สรุปผลการวิจัยและขอเสนอแนะ 64

สรุปผลการวิจัย 64

ขอเสนอแนะ 65

เอกสารและสิ่งอางอิง 68

ภาคผนวก 72

ภาคผนวก ก เครื่องมือที่ใชในการวิจัย 74

ภาคผนวก ข คาความเชื่อมั่นรายขอ 81

ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE

เมื่อ 19/02/2564 09:48:42

(7)

สารบัญตาราง

ตารางที่ หนา

1 จํานวนประชากรในอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี แบงตามตําบล

พ.ศ. 2548 27

2 จํานวนตัวอยางประชาชนในอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี 29

3 จํานวนและรอยละของประชาชนกลุมตัวอยาง จําแนกตามเพศ 35

4 จํานวนและรอยละของประชาชนกลุมตัวอยาง จําแนกตามอายุ 35

5 จํานวนและรอยละของประชาชนกลุมตัวอยาง จําแนกตามสถานภาพสมรส 36 6 จํานวนและรอยละของประชาชนกลุมตัวอยาง จําแนกตามระดับการศึกษา 36 7 จํานวนและรอยละของประชาชนกลุมตัวอยาง จําแนกตามอาชีพปจจุบัน 37 8 จํานวนและรอยละของประชาชนกลุมตัวอยาง จําแนกตามยานที่อยูอาศัย 37

9 จํานวนและรอยละของประชาชนกลุมตัวอยาง จําแนกตาม

ประสบการณการใชพืชกระทอม 38

10 จํานวนและรอยละของประชาชนกลุมตัวอยาง จําแนกตามคะแนน

ความรูเกี่ยวกับพืชสมุนไพร 39

11 จํานวนและรอยละระดับความรูเกี่ยวกับพืชสมุนไพรของประชาชน

กลุมตัวอยางเปนรายขอ 40

ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE

เมื่อ 19/02/2564 09:48:42

(8)

สารบัญตาราง (ตอ)

ตารางที่ หนา

12 จํานวนและรอยละของประชาชนกลุมตัวอยาง จําแนกตาม

คะแนนความรูเกี่ยวกับพืชเสพติด 41

13 จํานวนและรอยละระดับความรูเกี่ยวกับพืชเสพติดของประชาชน

กลุมตัวอยางเปนรายขอ 42

14 จํานวนและรอยละของประชาชนกลุมตัวอยาง จําแนกตามคะแนน

ความรูเกี่ยวกับพืชกระทอม 44

15 จํานวนและรอยละระดับความรูเกี่ยวกับพืชกระทอมของประชาชน

กลุมตัวอยางเปนรายขอ 45

16 คาเฉลี่ย และระดับความรูรายดานภาพรวมของประชาชนกลุมตัวอยาง 46

17 จํานวนและรอยละของประชาชนกลุมตัวอยาง จําแนกตามคะแนน

ความคิดเห็นตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร 47

18 รอยละและระดับความคิดเห็นของประชาชนกลุมตัวอยาง

ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร 48

19 เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี

จังหวัดนนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร จําแนกตามเพศ 50

20 เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี

จังหวัดนนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร จําแนกตามอายุ 50

ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE

เมื่อ 19/02/2564 09:48:42

(9)

สารบัญตาราง (ตอ)

ตารางที่ หนา

21 เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัด

นนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร จําแนกตามอายุ เปนรายคู 51

22 เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัด

นนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร จําแนกตามสถานภาพสมรส 51

23 เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัด นนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร จําแนกตามสถานภาพสมรส

เปนรายคู 52

24 เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัด

นนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร จําแนกตามระดับการศึกษา 52

25 เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัด นนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร จําแนกระดับการศึกษา

เปนรายคู 53

26 เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัด

นนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร จําแนกตามอาชีพปจจุบัน 53

27 เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัด นนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร จําแนกตามอาชีพปจจุบัน

เปนรายคู 54

28 เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัด

นนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร จําแนกตามยานที่อยูอาศัย 55

ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE

เมื่อ 19/02/2564 09:48:42

(10)

สารบัญตาราง (ตอ)

ตารางที่ หนา

29 เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัด นนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพรจําแนกตามยานที่อยูอาศัย

เปนรายคู 55

30 เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี

จังหวัดนนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพรจําแนกตาม

ประสบการณการใชพืชกระทอม 56

31 การวิเคราะหความสัมพันธ ความรูเกี่ยวกับพืชสมุนไพร ความรูเกี่ยวกับ พืชเสพติด ความรูเกี่ยวกับพืชกระทอม กับความคิดเห็นของประชาชน

ในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรีตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร 57

32 สรุปผลการทดสอบสมมติฐานในแตละตัวแปร 57

ตารางผนวกที่

ข1 คาความเชื่อมั่นความคิดเห็นของประชาชนตอการใชพืชกระทอม

ในเชิงสมุนไพร 82

ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE

เมื่อ 19/02/2564 09:48:42

(11)

สารบัญภาพ

ภาพที่ หนา

1 กรอบแนวคิดในการวิจัย 24

ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE

เมื่อ 19/02/2564 09:48:42

(12)

บทนํา

ความสําคัญของปญหา

สารเสพติดเปนปญหาที่รายแรงและสําคัญที่สุดปญหาหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งนอกจาก จะเปนอันตรายตอตัวผูเสพโดยตรงแลว ยังสงผลกระทบตอประเทศในดานเศรษฐกิจ สังคม และ สาธารณสุขดวย (ภาวิณี, 2540: 1) ปญหาสารเสพติดมีความยุงยากและซับซอนตามการ เปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและสังคม โดยจะลุกลามเขาสูชุมชนตางๆ เชน ชุมชนเมือง ชุมชน ชนบท สถานประกอบการและสถานศึกษา

หนวยงานของรัฐและเอกชนไดจัดใหมีการรณรงคใหความรูเกี่ยวกับสารเสพติดประเภท ตางๆ ใหประชาชนทราบอยางตอเนื่อง ทําใหประชาชนสวนมากมีความรูเกี่ยวกับสารเสพติดอัน ไดแก เฮโรอิน ยาบา สารระเหย และกัญชา โดยเฉพาะฝนและกัญชาจัดเปนยาเสพติดตาม ธรรมชาติในประเทศไทยที่ประชาชนรูจักและมีการใชในทางที่ผิดกันอยางแพรหลายมาเปน เวลานาน ซึ่งหากมีการใชถึงขั้นเสพติดแลว จะกอใหเกิดผลเสียตอสุขภาพ รางกาย ครอบครัวและ ชุมชน กลายเปนปญหาสังคมและเศรษฐกิจตอไป นอกเหนือจากยาเสพติดขางตนแลวยังมีพืช กระทอม ซึ่งเปนพันธุไมพื้นบานที่พบมากในภาคกลางลงไปถึงภาคใตของประเทศไทยที่มีมาชา นาน จัดอยูในพืชเสพติดใหโทษตามธรรมชาติประเภทที่ 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. 2522 ในกฎหมายฉบับปจจุบัน แตไมมีการกลาวถึงโทษและภัยอยางชัดเจนขณะเดียวกัน กลับมีการกลาวถึงประโยชนที่ชวยทําใหมีแรงทํางานไดทนนาน และรักษาโรคบางอยางได

พืชกระทอมเดิมเปนสมุนไพรที่ระบุไวในตําหรับยาหลายขนาน ตลอดจนมีบันทึกในตํารา ยาแผนไทย คัมภีรแพทยไทยแผนโบราณซึ่งถือเปนตํารายาของชาติ ที่กระทรวงสาธารณสุขใหใช

อางอิง แตเมื่อจัดใหพืชกระทอมเปนยาเสพติดใหโทษจึงไมมีการใชตําราดังกลาว ความรูเกี่ยวกับ พืชกระทอมในมิติทางสมุนไพรกําลังจะสูญหายไปจากองคความรูของแพทยแผนไทยในอนาคต เนื่องจากการปราบปรามไดสงผลใหพืชกระทอมถูกกําจัด (สถาบันวิจัยสังคมและหนวยปฏิบัติการ วิจัยเภสัชศาสตรสังคม, 2548)

ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE

เมื่อ 19/02/2564 09:48:43

(13)

ศรีสมภพและกุสุมา (2546: 14) พบวาความชุกของการใชกระทอมมิไดอยูในกลุมผูใช

แรงงาน ภาคเกษตรกรรมเทานั้น แตมีแนวโนมวาการใชพืชกระทอมไดกระจายไปสูกลุมอาชีพอื่น ดวยไดแก กลุมลูกจาง รับจาง ชางฝมือ และกลุมอาชีพคาขาย ผูเคยใชกระทอมจํานวนมากที่สุด อยูในเขตปริมณฑล (รอยละ 8.3 ของประชากรในพื้นที่) จังหวัดที่มีการแพรของพืชกระทอมมาก ไดแก ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา พระนครศรีอยุธยาและนครนายก ในจํานวนนี้

จังหวัดที่มีปญหายาเสพติดในภาพรวมสูงสุดคือจังหวัดนนทบุรี (รอยละ 43.1) ซึ่งเปนจังหวัดที่มี

สถานการณดานกลุมผูเสพและผูติดยาเสพติดสูงสุดอันดับแรก (รอยละ 45.8) อีกดวย (สํานักงาน คณะกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพติด, 2546) จากสถิติการจับกุม ผูกระทําความผิดคดี

ยาเสพติดที่เกี่ยวกับพืชกระทอมของสํานักงาน ปองกันและปราบปรามยาเสพติด ตั้งแต พ.ศ.

2541-2545 พบวาจังหวัดนนทบุรีมีการจับกุมในสัดสวนที่คอนขางสูง (สถาบันวิจัยสังคมและ หนวยปฏิบัติการวิจัยเภสัชศาสตรสังคม, 2548) นอกจากนั้นงานวิจัยเกี่ยวกับพืชกระทอมยังมีนอย มาก จึงนับเปนประเด็นทางวิชาการที่นาคนควาเปนอยางยิ่ง ดังนั้นผูวิจัยจึงสนใจที่จะศึกษา เกี่ยวกับความรู และความคิดเห็นตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพรของประชาชน ในเขตอําเภอ เมือง จังหวัดนนทบุรี เพื่อใหเกิดความเขาใจและ เปนขอเสนอแนะในการปองกันแกไขปญหา เกี่ยวกับพืชกระทอม อีกทั้งยังเปนขอมูลในการพิจารณาทางดานกฎหมายใหแกหนวยงานที่

เกี่ยวของตอไป

วัตถุประสงคของการวิจัย การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงคดังนี้

1. เพื่อศึกษาความรูเกี่ยวกับพืชสมุนไพร พืชเสพติด พืชกระทอม และศึกษาความคิดเห็น ของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร

2. เพื่อศึกษาเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัด นนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร ตามลักษณะปจจัยดานบุคคล

3. เพื่อศึกษาความสัมพันธของความรูเกี่ยวกับพืชสมุนไพร พืชเสพติด และพืชกระทอม กับความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมใน เชิงสมุนไพร

ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE

เมื่อ 19/02/2564 09:48:43

(14)

ประโยชนที่จะไดรับ

ผลการวิจัยสามารถใชเปนแนวทางเสริมสรางความรูที่ถูกตองใหเกิดขึ้นแกประชาชนและ เปนขอเสนอแนะแกหนวยงานที่เกี่ยวของในการปองกันและแกไขปญหาเกี่ยวกับการใชพืชกระทอม

ขอบเขตของการวิจัย

การวิจัยครั้งนี้เปนการศึกษาความคิดเห็นของประชาชนในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัด นนทบุรี ตอการใชพืชกระทอมในเชิงสมุนไพร ซึ่งอาศัยในเขตอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี

พ.ศ. 2548 ซึ่งมีทั้งสิ้น 332,004 คน ใน 10 ตําบล โดยการสุมกลุมตัวอยางจํานวน 400 ตัวอยาง

ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE

เมื่อ 19/02/2564 09:48:43

(15)

การตรวจเอกสาร

ในการวิจัยครั้งนี้ ผูวิจัยไดนําแนวคิด ทฤษฎี และผลงานวิจัยที่เกี่ยวของกับ ความรู ความ คิดเห็น พืชสมุนไพร และความรูเกี่ยวกับพืชเสพติด พืชกระทอม มาเปนแนวทางในการวิจัย ดังนี้

1. แนวคิดเกี่ยวกับความรู

2. แนวคิดเกี่ยวกับความคิดเห็น 3. แนวคิดเกี่ยวกับพืชสมุนไพร 4. แนวคิดเกี่ยวกับพืชเสพติด 5. ความรูทั่วไปเกี่ยวกับยาเสพติด 6. ผลงานวิจัยที่เกี่ยวของ

แนวคิดเกี่ยวกับความรู

ในเรื่องแนวคิดเกี่ยวกับความรู ไดมีนักวิชาการหลายทาน ไดนําเสนอไว โดยผูวิจัยไดทําการ ทบทวนเพื่อประกอบความเขาใจในแนวคิดเกี่ยวกับความรู ดังนี้

ความหมายของความรู

นักวิชาการไดใหความหมาย “ความรู” ไวใน 2 ลักษณะดังนี้

กลุมแรก ไดใหความหมายในลักษณะเปนคํานาม โดยมีความหมายหลักเหมือนกันแต

รายละเอียดปลีกยอยตางกันเล็กนอย โดยใหความหมายวา “ความรู” หมายถึง หมายถึง สิ่งที่ผู

รับสั่งสมมาจากประสบการณ หรือจากการเรียนรูในสิ่งตางๆ หรือเรื่องตางๆ ที่อาจเปนทั้งความรูใน แงวิชาการ หรือความรูในดานอื่นๆ ความรูในสวนของผูรับสารนั้น จะหมายถึงความรูขั้นพื้นฐานในการ อานออกเขียนไดของบุคคล ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับขอมูลขาวสารที่จะรับ และความรูในเรื่อง กระบวนการของการสื่อสาร ซึ่งจะทําใหผูรับสารสามารถทราบภาษาของตนเอง และไมทําให

กลายเปนอุปสรรคในการสื่อสาร ซึ่งความรูดังกลาวจะมีผลตอการทําความเขาใจในเนื้อหาสาระ

ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE

เมื่อ 19/02/2564 09:48:45

(16)

ของสารที่ผูรับไดรับมา ซึ่งจะมีผลตอความสําเร็จของการสื่อสาร (กิตติมา, 2541) นอกจากนี้

นรินทรชัย (2542) กลาววา ความรูคือ การรับรู เขาใจ แยกแยะได (Analysis) วิเคราะหได

(Synthesis) และประเมินไดในใจ (Vicarious Evaluation) ดังนั้นจะมีความรูไดดี ตองรับรู

ใครครวญและเขาใจ ประเมินไดวาสิ่งใดเหมาะสม แตจะยังไมเคยลงมือปฏิบัติเทานั้น ดังนั้น คําถามเรื่องความรู อาจถามวา ทานไดทราบวา เขาใจวา ทานคิดวา ทานประเมินวา ไพศาล (2526) กลาววา ความรู หมายถึง บรรดาขอเท็จจริงหรือรายละเอียดของเรื่องราวอันเปน

ประสบการณบุคคลที่สะสม และถายทอดสืบตอกันไป อนันต ( 2520 ) ใหความหมายวาหมายถึง ความจําในสิ่งที่เคยมีประสบการณมากอน ความสามารถในทางพุทธิปญญา ประกอบดวย ความรู ความสามารถและทักษะตาง ๆ ทางสมองแบงเปน 3 ขั้น ซึ่งเรียงจากพฤติกรรมที่งายไปหา ยาก ดังตอไปนี้

ความรู ความจําในสิ่งที่เคยมีประสบการณมากอน

1. ความรูเกี่ยวกับเนื้อหาวิชาโดยเฉพาะ

1) ความรูเกี่ยวกับความหมายของคําตาง ๆ

2) ความรูเกี่ยวกับความจริงตาง ๆ ซึ่งไดแก เวลา เหตุการณ บุคคล สถานที่

แหลงกําเนิด

2. ความรูเกี่ยวกับวิธีและการดําเนินงานที่เกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะ

1) ความรูเกี่ยวกับลักษณะแบบแผนตาง ๆ

2) ความรูเกี่ยวกับแนวโนมและการจัดลําดับ

3) ความรูเกี่ยวกับการจําแนกและแบงประเภทของสิ่งตาง ๆ

4) ความรูเกี่ยวกับระเบียบ วิธีการดําเนินงานของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE

เมื่อ 19/02/2564 09:48:45

(17)

3. ความรูเกี่ยวกับการรวบรวมแนวความคิดและโครงสรางของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

1) ความรูเกี่ยวกับกฎและการใชกฎนี้ในการบรรยายคุณคา หรือพยากรณ หรือ ตีความหมายของสิ่งที่เราสังเกตเห็น

2) ความรูเกี่ยวกับทฤษฎีและการใชกฎนี้ในการบรรยายคุณคา หรือ พยากรณ หรือ ตีความหมายของสิ่งที่เราสังเกตเห็น

กลุมที่ 2 ไดใหความหมายของ “ความรู” แตกตางออกไปจากกลุมแรก คือเนนในลักษณะ ของการแสดงพฤติกรรมหรือความสามารถทางสมองซึ่งเนนการจํา ไดใหความหมายวาการระลึก ถึงเรื่องราวตางๆ ที่เคยมีประสบการณมาแลว และรวมถึงการจําเนื้อเรื่องตาง ๆ ที่ปรากฏอยูใน แตละเนื้อหาวิชาและที่เกี่ยวกันกับเนื้อหาวิชานั้นดวย เชน ระลึกหรือจําไดถึงวัตถุประสงค วิธีการ แบบแผน และเคาโครงของเรื่องนั้นๆ (บุญธรรม, 2535) นอกจากนี้เกศินี (2540) กลาววา ความรู

หมายถึง ความสามารถของผูเรียนที่จะรูเกี่ยวกับ สิ่งแวดลอมนั้นๆ โดยแบงออกเปนความรูตอ สถานการณหนึ่งๆ และความรูตอเรื่องราวทั่วๆ ไป ในระดับกวาง ความรูจึงเปนความสามารถใน การใชขอเท็จจริง ความคิด ความหยั่งรู หยั่งเห็น ตลอดจนสามารถ เชื่อมโยงความรูเขากับ เหตุการณตางๆ ได พัชนี (2541) กลาววา ความรู (Knowledge) เปนคําที่ใชกลาวถึงสภาพ ความ เปนจริง ที่ตอเนื่องมาจากระดับสารสนเทศ โดยจะตองผานการจัดระบบเพิ่มเติม ดังนี้

1. ตองมีกระบวนการจัดระบบ ที่มีความประณีตยิ่งขึ้น เชนมีการอางอิงกับขอความที่มีการ พิสูจนแลว มีความเชื่อมโยงอยางเปนเหตุเปนผลระหวางสารสนเทศกันเอง

2. ตองมีความสัมพันธเชิงเหตุผล สามารถระบุไดวาอะไรเปนสาเหตุ อะไรเปนผลลัพธมีการ ลําดับของเวลา

3. ตองมีความสม่ําเสมอเปนความจริงทั่วไป มิใชเกิดขึ้นเฉพาะครั้งคราว หรือเปนกรณียกเวน

ดังนั้นสามารถสรุปแนวคิดเกี่ยวกับความรู หมายถึง การที่บุคคลไดรับขอเท็จจริง และ รายละเอียดเรื่องราว สามารถที่จะจดจํา และระลึกไดถึงวิธี กระบวนการตางๆ ซึ่งถายทอดกันได

ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE

เมื่อ 19/02/2564 09:48:45

(18)

ระดับของความรู

เกศินี (2540) ไดจําแนกระดับความรูออกไดเปน 6 ระดับ คือ

1. ระดับที่ระลึกได (Recall) หมายถึงการเรียนรูในลักษณะที่จดจํา เรื่องเฉพาะวิธีปฏิบัติ

กระบวนการและแบบแผนได ความสําเร็จในระดับนี้คือ ความสามารถในการดึงขอมูลออกมาจาก ความจําได

2. ระดับที่รวบรวมสาระสําคัญได (Comprehension) หมายความวาบุคคลสามารถทํางาน บางสิ่งบางอยางไดมากกวาการจดจําเนื้อหาที่ไดรับ เชนสามารถเขียนขอความเหลานั้นดวย ถอยคําของตนเองได สามารถแสดงใหเห็นไดดวยภาพ ใหความหมายที่ลึกซึ้ง แปลความ และ เปรียบเทียบความคิดอื่นๆ หรือคาดคะเนผลที่เกิดขึ้นตอไปได

3. ระดับการนําไปใช (Application) เปนความสามารถที่จะนําขอเท็จจริง และความคิดที่

เปนนามธรรม ไปปฏิบัติไดอยางเปนรูปธรรม

4. ระดับการวิเคราะห (Analysis) คือ ความสามารถในการใชความคิด ในรูปของการนําความคิด มาแยกเปนสวน เปนประเภท หรือนําขอมูลมาประกอบกัน เพื่อการปฏิบัติของตนเอง

5. ระดับการสังเคราะห (Synthesis) คือ การนําขอมูล และแนวความคิดมาประกอบกัน แลวนําไปสูการสรางสรรค ซึ่งเปนสิ่งใหมที่แตกตางไปจากเดิม

6. ระดับการประเมินผล (Evaluation) คือ ความสามารถในการใชขอมูลเพื่อตั้งเกณฑการ รวบรวมและวัดขอมูลตามมาตรฐาน และนํามาสูการตัดสินระดับของประสิทธิผลในกิจกรรม แตละ อยาง

จะเห็นไดวา ความรูนอกจากจะเปนขอเท็จจริง ความสามารถในการจํา และเขาใจ รายละเอียดของขอมูลในดานตางๆ ที่บุคคลไดสะสมและถายทอดตอ ๆ กันมา รวมถึงเปน ขอเท็จจริงที่บุคคลสามารถรับทราบได และสามารถแสดงออกเปนพฤติกรรมที่ระลึกไดแลว ยังประกอบไปดวยการจดจํา ความเขาใจ การนําไปใช การวิเคราะห สังเคราะหและประเมินคา จึงจะเปนความรูที่แทจริง

ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE

เมื่อ 19/02/2564 09:48:45

(19)

การวัดระดับความรู

ไพศาล (2526) ไดกลาววา การวัดความรู การวัดความสามารถในการระลึกเรื่องราวขอเท็จจริง หรือประสบการณตางๆ หรือเปนการวัดการระลึกประสบการณเดิมที่บุคคลไดรับคําสอน การบอก กลาวการฝกฝนของผูสอน รวมทั้งจากตํารา จากสิ่งแวดลอมตางๆ ดวยคําถาม วัดความรูที่แบง ออกเปน 3 ชนิด สรุปไดดังนี้

1. ถามความรูในเนื้อเรื่อง เปนการถามรายละเอียดของเนื้อหาขอเท็จจริงตางๆ ของเรื่องราว ทั้งหลาย ประกอบดวยคําถามประเภทตางๆ เชน ศัพท กฎ ความจริง หรือรายละเอียดของเนื้อหาตางๆ

2. ถามความรูในวิธีการดําเนินการ เปนการถามวิธีการปฏิบัติตางๆ แบบแผนประเพณี

ขั้นตอนของการปฏิบัติทั้งหลาย เชน ถามระเบียบแบบแผน ลําดับขั้น แนวโนมการจัดประเภทและ หลักเกณฑตางๆ

3. ถามความรูรวบยอด เปนการถามความสามารถในการจดจําขอสรุป หรือหลักการของ เรื่องที่เกิดจากการผสมผสานหาลักษณะรวม เพื่อรวบรวมและยนยอลงมาเปนหลัก หรือหัวใจของ เนื้อหานั้นๆ

จํานง (2535) กลาววา การวัดความรูนั้นสวนมากนิยมใชแบบทดสอบ ซึ่งแบบทดสอบนี้

เปนเครื่องมือประเภทขอเขียนที่นิยมใชกันทั่ว ๆ ไป แบงออกเปน 2 ชนิด คือ

1. แบบอัตนัย หรือแบบความเรียง โดยใหเขียนตอบเปนขอความสั้น ๆ ไมเกิน 1-2 บรรทัด หรือเปนขอ ๆ ตามความเหมาะสม

2. แบบปรนัย แบงเปน

1) แบบเติมคํา หรือเติมขอความใหสมบูรณ แบบทดสอบนี้เปนการวัดความสามารถ ในการหาคํา หรือขอความมาเติมลงในชองวางของประโยคที่กําหนดใหถูกตองแมนยํา โดยไมมี

คําตอบใดชี้นํามากอน

ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE

เมื่อ 19/02/2564 09:48:45

(20)

2) แบบถูก-ผิด แบบทดสอบนี้วัดความสามารถในการพิจารณาขอความที่กําหนดให

วาถูกหรือผิด ใชหรือไมใช จากความสามารถที่เรียนรูมาแลว โดยจะเปนการวัดความจําและ ความคิด ในการออกแบบทดสอบควรตองพิจารณาถึงขอความจะตองชัดเจน ถูกหรือผิดเพียงเรื่อง เดียว สั้นกะทัดรัดไดใจความ และไมควรใชคําปฏิเสธซอน

3) แบบจับคู แบบทดสอบนี้เปนลักษณะการวางขอเท็จจริง เงื่อนไข คํา ตัวเลข หรือ สัญลักษณไว 2 ดานขนานกัน เปนแถวตั้ง 2 แถว แลวใหอานดูขอเท็จจริงในแถวตั้งดานหนึ่งวามี

ความเกี่ยวของ จับคูไดพอดีกับขอเท็จจริงในอีกแถวตั้งหนึ่ง โดยทั่วไปจะกําหนดใหตัวเลือกในแถว ตั้งดานหนึ่งนอยกวาอีกดานหนึ่ง เพื่อใหไดใชความสามารถในการจับคูมากขึ้น

4) แบบเลือกตอบ ขอสอบแบบนี้เปนขอสอบที่นิยมใชกันในปจจุบัน เนื่องจาก สามารถวัดไดครอบคลุมจุดประสงคและตรวจใหคะแนนไดแนนอน ลักษณะของขอสอบ

ประกอบดวยสวนขอคําถาม และตัวเลือก โดยตัวเลือกจะมีตัวเลือกที่เปนตัวถูก และตัวเลือกที่เปน ตัวลวง ผูเขียนขอสอบตองมีความรูในวิชานั้นอยางลึกซึ้ง และรูวิธีการเขียนขอสอบ โดยมีขอควร พิจารณา คือ ในสวนขอคําถามตองชัดเจนเพียงหนึ่งเรื่อง ภาษาที่ใชกะทัดรัดเหมาะสมกับระดับ ของผูตอบ ไมใชคําปฏิเสธหรือปฏิเสธซอนกัน และไมควรถามคําถามแบบทองจํา และในสวน ตัวเลือกควรมีคําตอบถูกเพียงคําตอบเดียวที่มีความกะทัดรัด ไมชี้นําหรือแนะคําตอบ มีความเปน อิสระจากกัน มีความเปนอันหนึ่งอันเดียวกันเรียงตามลําดับตามปริมาณหรือตัวเลข ตัวลวงตองมี

ความเปนไปไดและกําหนดจํานวนตัวเลือก 4 หรือ 5 ตัวเลือก

กลาวโดยสรุปวาการวัดระดับความรูคือ การวัดระดับความจํา ความสามารถในการคิดและ เขาใจ วิธีที่จะวัด กระทําไดโดย การตั้งคําถามที่เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง วิธีดําเนินการ หรือจะถามเปน ความรูรวบยอดก็ได

แนวคิดเกี่ยวกับความคิดเห็น ความหมายของความคิดเห็น

พจนานุกรมสังคมวิทยา (ราชบัณฑิตยสถาน, 2532: 246) ไดบัญญัติคําวา ความคิดเห็น ซึ่งตรงกับคําวา opinion ในภาษาอังกฤษไวดังนี้

ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE

เมื่อ 19/02/2564 09:48:45

(21)

1. ขอพิจารณาเห็นวาเปนจริงจากการใชปญญา ความคิด ประกอบ ถึงแมนจะไมไดอาศัย หลักฐาน พิสูจนยืนยันไดเสมอไปก็ตาม

2. ทัศนะหรือประมาณการเกี่ยวกับเนื้อหาหรือประเด็นใดประเด็นหนึ่ง

3. คําแถลงที่ยอมรับนับถือกันวาเปนผูเชี่ยวชาญในหัวขอปญหาที่มีผูนํามาขอคําปรึกษา

คําวาความคิดเห็นมีความหมายใกลเคียงกับคําวา เจตคติ ซึ่งมีคําอธิบายไววาแนวโนมที่

บุคคลไดรับมาหรือเรียนรูมาและกลายเปนแบบอยางในการแสดงปฏิกิริยาสนับสนุน หรือเปน ปฏิปกษตอบางสิ่งบางอยาง หรือตอบุคคลบางคน ความคิดเห็นจึง กลาวไดหลายความหมาย ไดแก (วรวิทย, 2545)

1. ความเชื่อ ทัศนะ การพิจารณา หรือการวินิจฉัย หรือการประเมินผลอยางมีรูปแบบ ในใจ เกี่ยวกับเรื่องใด เรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

2. ความเชื่อที่มีน้ําหนักมากกวาความรูสึกในใจ และมีน้ําหนักนอยกวาความรูที่แทจริง หรือมุมมองที่เกิดขึ้นทั่วๆ ไป

3. การแสดงออกถึงการพิจารณาหรือการแนะนําอยางมีรูปแบบ โดยผูเชี่ยวชาญหรือ การแสดงออก เชนการตัดสิน การพิจารณาคดี หรือการวินิจฉัยอยางมีรูปแบบดวยเหตุผลตาม กฎหมาย หรือหลักเกณฑที่ขึ้นอยูกับการตัดสินใจที่มีกฎหมายรองรับ

อยางไรก็ตามแมวาเราสามารถอางอิง หรือบอกไดวาบุคคลหนึ่งมีความคิดเห็นตอสิ่งหนึ่ง สิ่งใดอยางไร เราสามารถทราบไดจากคําพูดของเขาที่พูดถึงสิ่งนั้นและจากสิ่งที่เขาปฏิบัติตอสิ่งนั้น ก็ตาม แตในบางกรณีคําพูดหรือการปฏิบัติของบุคคลอาจไมตรงกับความคิดเห็นของเขาก็ได

ปจจัยที่กอใหเกิดความคิดเห็น

การนําความคิดเห็นมาใชใหเกิดประโยชนจะตองพิจารณาวา ความคิดเห็นเปนตัวบงชี้

หรือทํานายพฤติกรรม ดังนั้นปจจัยพื้นฐานของแตละบุคคลจึงมีอิทธิพลตอการแสดงออกของความ

ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE

เมื่อ 19/02/2564 09:48:45

(22)

คิดเห็น ซึ่งปจจัย ดังกลาวสรุปไดดังนี้ (มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2537)

1. ประสบการณเฉพาะอยาง เปนประสบการณที่บุคคลไดพบกับเหตุการณนั้นดวย ตนเอง และการไดพบนั้นทําใหเกิดความฝงใจกลายเปนความคิดเห็นของบุคคลนั้น

2. การติดตอสื่อสารกับบุคคลนั้น โดยปกติในชีวิตประจําวันเราตองเกี่ยวของติดตอกับ บุคคลอื่น มีการถายทอดเรื่องราวตางๆ ซึ่งกันและกัน ดังนั้นบุคคลจึงรับเอาความคิดเห็นหลายๆ อยางเอาไวเปนของตนเองโดยไมไดตั้งใจ เพราะการเกี่ยวของนั้นเปนลักษณะที่ไมมีแบบแผน โดยจะเปนกลุมครอบครัว เครือญาติ หรือผูที่สนับสนุนกัน สวนตัวกลางที่เปนสื่อสําคัญและมี

อิทธิพลในการสรางความคิดเห็น คือ โทรทัศน วิทยุ หนังสือพิมพ หนังสือวารสารตางๆ 3. รูปแบบ บอยครั้งที่ความคิดเห็นเกิดจากการเลียนแบบ กลาวคือเปนการมองดู

พฤติกรรมของบุคคลอื่น หรือสื่อตางๆ วากระทํา หรือปฏิบัติตอสิ่งตางๆ อยางไรแลวก็จําเอามา เปนรูปแบบในการปฏิบัติของตนเองซึ่งรูปแบบนั้นจะกอใหเกิดความคิดเห็นไดมากหรือนอย เพียงใดก็ขึ้นอยูกับวาผูเปนแบบนั้นเปนบุคคลหรือเปนสื่อที่เขายอมรับนับถือเพียงใด

4. ปจจัยเชิงสถาบัน อันไดแกครอบครัว โรงเรียน วัด หนวยงาน สมาคม องคการ ตางๆ เปนตน ซึ่งสถาบันเหลานี้มีสวนในการสรางความคิดเห็นของบุคคล โดยบุคคลจะคอยๆ รับประสบการณจากชีวิตประจําวันจนกลายเปนความคิดเห็นในที่สุดสรุปไดวาความคิดเห็นเปน เรื่องของแตละบุคคลที่แสดงออกตอสิ่งหนึ่งสิ่งใดไมจําเปนตองคลายกันหรือเหมือนกันเสมอไปทั้งนี้

ขึ้นอยูกับปจจัยพื้นฐานของแตละบุคคลที่ไดรับอิทธิพลตอการแสดงออกในเรื่องนั้นๆ การวัดความคิดเห็น

เนื่องจากความคิดเห็นจะสงผลถึงทัศนและการแสดงออกถึงพฤติกรรมของเจาของ ความคิด การวัดระดับความคิดเห็นจะชวยใหสามารถกําหนดแนวทางหรือนโยบายตางๆ ให

เหมาะสมและสอดคลองกับความคิดเห็นสวนรวมได

ในการวัดความคิดเห็น ทัศนคติ แรงจูงใจ และคานิยมไดมีการสรางแบบทดสอบสําหรับสิ่ง ตาง ๆ ดังกลาวแตยังไมสามารถที่จะแยกจากกันไดอยางเด็ดขาด เพราะมีบางสวนที่ซ้ําซอนกันอยู

ไฟล์นี้ download มาจาก dric.nrct.go.th โดย นางสาวGullatida PROMDEE

เมื่อ 19/02/2564 09:48:45

Referensi

Dokumen terkait

IX สารบัญ ตอ หนา บทที่ 2 ตอ 2.7 กระบวนการยุติธรรมทางเลือก การแกไขขอพิพาททางเลือก การแกไข ขอพิพาทอีกทาง ทางเลือกในการแกไขขอพิพาท Alternative Dispute Resolutions หรือ

XI สารบัญตาราง ต่อ ตารางที่ หน้า 19 ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับการมีส่วนร่วมของ ประชาชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดขององค์การบริหารส่วน ต